Share

บทที่ 3

Author: ทานตะวัน
กลางดึกคืนนั้น เสิ่นโย่วหนิงนอนพลิกตัวไปมา รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกจนข่มตาหลับไม่ลง

ทันใดนั้นเอง หน้าจอมือถือบนโต๊ะของเธอก็สว่างวาบขึ้น

เธอกดเลื่อนหน้าจอ แล้วก็เป็นไปตามคาด บัญชีที่คุ้นเคยบัญชีนั้นส่งข้อความมาหาเธออีกแล้ว

ในนั้นเป็นรูปแคปหน้าจอแชทสนทนาที่ถูกตัดส่วนรูปโปรไฟล์ออก ข้อความข้างในยังคงแฝงความนัยในเชิงชู้สาวเหมือนเช่นเคย

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นสวีม่านที่จงใจส่งบันทึกการสนทนาระหว่างเธอกับลู่ซือเฉินมาให้ดู

เป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาสองเดือนแล้ว

เสิ่นโย่วหนิงกดที่รูปโปรไฟล์ของสวีม่าน เพื่อกดเข้าไปดูหน้าฟีดโพสต์สเตตัสของเธอ

โพสต์ล่าสุดเพิ่งลงเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว [วันนี้ไปรับเลี้ยงเบบี๋ตัวน้อยแสนน่ารักมากับที่รักด้วยแหละ!]

รูปประกอบเป็นแมวหนึ่งตัว

ลู่ซือเฉินชอบแมวมาโดยตลอด แม้กระทั่งรูปโปรไฟล์ของเขาก็ยังเป็นรูปแมว

แต่ติดตรงที่เสิ่นโย่วหนิงแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง ที่บ้านจึงไม่สามารถเลี้ยงแมวได้เลย

ไม่นึกเลยว่าเขาจะตัดสินใจไปรับเลี้ยงแมวร่วมกับสวีม่านแทน

โพสต์นี้ของสวีม่าน แทบจะเป็นการประกาศนัยๆ ว่า มีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถมอบบ้านแสนอบอุ่นที่มีเราสองคนกับแมวอีกหนึ่งตัว ตามความฝันของลู่ซือเฉินได้

เสิ่นโย่วหนิงจ้องมองโพสต์ของสวีม่าน จนกระทั่งแสงของหน้าจอบาดตาจนเริ่มรู้สึกเจ็บ ถึงได้ยอมวางมือถือลง

ทั้งที่ลู่ซือเฉินก็นอนหลับอยู่ข้างกายเธอแท้ๆ แต่หัวใจของคนทั้งสองกลับมีหุบเหวลึกขวางกั้นจนไม่อาจข้ามไปหากันได้

กลางดึกคืนนั้น เสิ่นโย่วหนิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด

เธอมีโรคกระเพาะเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว บวกกับวันนี้แทบไม่ได้กินอะไรเลยแถมยังมีอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้ตอนนี้กระเพาะอาหารบีบตัวจนเจ็บปวดราวกับโดนมีดกรีด

เธอเอื้อมมือจะไปเปิดโคมไฟหัวเตียง แต่ดันเผลอไปปัดแก้วน้ำบนโต๊ะจนหก

ลู่ซือเฉินสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนั้น ทันใดนั้นเขาก็พบว่าหญิงสาวข้างกายกำลังนอนขดตัวด้วยความเจ็บปวด

เขารีบเปิดไฟ พอเห็นใบหน้าของเสิ่นโย่วหนิงเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

“โย่วหนิง คุณเป็นอะไรไป? โรคกระเพาะกำเริบอีกแล้วเหรอ?”

“ยา ยา…อยู่ในลิ้นชัก”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แผ่วเบาของเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็รีบลุกขึ้นลนลาน รื้อค้นหายาในลิ้นชักอย่างรีบร้อน

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา

ลู่ซือเฉินที่กำลังหงุดหงิดเพราะหาของไม่เจออยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเสียงเรียกเข้าที่ดังไม่หยุดหย่อนก็ยิ่งโมโห

สุดท้าย เขาจึงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายด้วยความรำคาญ

“ใคร มีธุระอะไร? ไม่ว่าเรื่องอะไรก็อย่าโทรมาจิกเวลานี้จะได้ไหม? ฟังภาษาคนเข้าใจไหมฮะ!?”

ก่อนที่เขาจะวางสายด้วยความโกรธจัด ปลายสายก็มีเสียงร้องไห้ดังลอดออกมา ลู่ซือเฉินชะงักกึกทันที

เสิ่นโย่วหนิงเองก็ได้ยินเสียงหวานหยดของผู้หญิงจากปลายสายแว่วเข้ามาเช่นกัน

“ซือเฉิน เจ้าไน่ฉิวหายไป ฉันหาทั่วรอบบ้านแล้วก็ไม่เจอเลย เป็นความผิดของฉันเองที่ดูแลมันไม่ดี…”

“มันยังเด็กขนาดนั้น ร่างกายก็อ่อนแอ ถ้ามันเป็นอะไรไปฉันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว…”

“เดี๋ยว คุณอย่าเพิ่งใจร้อน มันต้องไม่เป็นไรแน่ ๆ”

สีหน้าของลู่ซือเฉินเปลี่ยนเป็นร้อนรนขึ้นมาทันตาเห็น

เขาหันมามองเสิ่นโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเอามือป้องโทรศัพท์แล้วเดินออกไปคุยข้างนอก น้ำเสียงที่พูดค่อยลงเรื่อย ๆ

“ตอนนี้ดึกมากแล้ว คุณออกไปเดินหาแมวคนเดียวข้างนอกมันอันตราย รอผมห้านาทีนะ เดี๋ยวผมรีบไป…”

ครู่ต่อมา ลู่ซือเฉินก็รีบกลับเข้ามาในห้อง คว้าเสื้อคลุมมาสวมแบบลวกๆ แล้วหันมาบอกเสิ่นโย่วหนิงแค่ว่าบริษัทมีธุระด่วน จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

เสิ่นโย่วหนิงปวดท้องจนส่งเสียงไม่ออก ได้แต่ลืมตาโพลงมองแผ่นหลังของลู่ซือเฉินที่ค่อยๆ ห่างออกไปจนลับสายตา

เธอรู้สึกว่าความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในหัวใจตอนนี้ มันเจ็บยิ่งกว่าอาการปวดเกร็งที่กระเพาะเสียอีก

สุดท้าย เสิ่นโย่วหนิงก็ทำได้เพียงพยุงร่างของตัวเองเพื่อจะไปหยิบยา

แต่กลับพลาดท่าตกลงมาจากเตียง นอนกองอยู่บนพื้น แล้วค่อยๆ หมดสติไป

เสิ่นโย่วหนิงฟื้นขึ้นมาอีกทีที่โรงพยาบาล

พยาบาลสาวน้อยกำลังเตรียมจะเจาะน้ำเกลือให้ พอเห็นเธอลืมตาก็ดีใจราวกับเห็นพระมาโปรด

“คุณฟื้นสักที ท่านประธานลู่ทุ่มไม่อั้นทั้งกำลังเงินกำลังคนเพื่อรักษาคุณเลยนะคะ พอเห็นคุณไม่ยอมฟื้นสักที เขาก็อาละวาดใส่หมอกับพยาบาลชุดใหญ่เลยค่ะ!”

น้ำเสียงของพยาบาลเจือไปด้วยความอิจฉา

แต่เสิ่นโย่วหนิงกลับทำได้เพียงฝืนยิ้มขื่นๆ ออกมา

เธอกำลังสมเพชตัวเอง ที่เมื่อก่อนยอมทุ่มเทดื่มเหล้าเพื่อช่วยลู่ซือเฉินรับรองลูกค้าในวันที่เขาจนตรอก ดื่มจนกระเพาะพังกลายเป็นโรคเรื้อรังติดตัว

แต่มาวันนี้ ตัวเธอในสายตาของลู่ซือเฉิน กลับไม่มีค่าเท่าแมวตัวหนึ่งของแฟนเก่าเสียด้วยซ้ำ

เสิ่นโย่วหนิงไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้น จึงฝืนสังขารพยุงตัวเดินออกมาจากห้อง

เดินมาได้ไม่กี่ก้าว เธอก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยเดินผ่านไปไม่ไกลนัก

เสิ่นโย่วหนิงใจกระตุกวูบ รีบแอบสะกดรอยตามไปเงียบๆ

วินาทีต่อมา เธอก็เห็นลู่ซือเฉินกำลังหลบมุมคุยโทรศัพท์อยู่ตรงบันไดหนีไฟ

ลู่ซือเฉินกำลังหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงเจือไปด้วยความจนใจแต่ก็แฝงความรักใคร่เอ็นดู

“ไม่ได้ครับ ตอนนี้ผมปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ เธอยังไม่ฟื้นเลย”

“คุณอย่ารีบสิ ผมจะหาเวลาแวบไปหาแน่ ๆ รออีกไม่นานหรอก”

ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร ลู่ซือเฉินก็ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงไปที่ข้างแก้ม ตอบกลับด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“รู้แล้วครับ ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน”

“โอเค ไว้เจอกันนะ”

หลังจากวางสาย ลู่ซือเฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขารู้สึกเหมือนเมื่อครู่นี้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาอยู่ทางด้านหลัง

แต่พอหันกลับไปเช็กดูหลายรอบ บริเวณบันไดหนีไฟก็ไม่มีเงาของใครคนอื่นอยู่เลยจริงๆ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status