Share

บทที่ 9

Author: ทานตะวัน
คืนก่อนวันแต่งงาน ลู่ซือเฉินมาตามนัดตรงเวลา แถมยังหิ้วไวน์แดงราคาแพงลิบมาด้วยเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้กับมื้อค่ำ

แต่ทั้งสองคนเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ทันไร โทรศัพท์ของลู่ซือเฉินก็มีข้อความเด้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ตามมาด้วยเสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้น

ลู่ซือเฉินชำเลืองมองชื่อคนโทรเข้า แล้วตัดใจกดตัดสายทิ้ง แต่ผ่านไปแค่สองวินาที เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เสิ่นโย่วหนิงมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย

“คุณไปรับโทรศัพท์ก่อนเถอะ”

ลู่ซือเฉินหยิบโทรศัพท์แล้วลุกออกไป ไม่นานนักเขาก็รีบเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร คว้าเสื้อสูทกับกุญแจรถ

“โย่วหนิง ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ผมต้องรีบไปจัดการ คุณกินคนเดียวได้เลยนะ ไม่ต้องรอผม”

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป เสิ่นโย่วหนิงก็แสยะยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง

เธอฝืนกินสเต๊กที่เย็นชืดไปทีละคำ แล้วดื่มไวน์แดงตามไปอีกสองอึก

จากนั้นเธอก็เปิดดูหน้าฟีดโพสต์สเตตัส และก็เป็นไปตามคาด สวีม่านโพสต์รูปอวดลงโซเชียลอีกแล้ว

ในรูป ลู่ซือเฉินยืนอยู่บนดาดฟ้าแห่งหนึ่ง กำลังเงยหน้ามองดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา

สวีม่านเขียนแคปชั่นประกอบว่า

[เตรียมดอกไม้ไฟสุดอลังการไว้ให้คนรักที่สุดของฉัน โชคดีจริงๆ ที่เขาไม่ปฏิเสธมัน]

เสิ่นโย่วหนิงปิดโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน

เธอกวาดสายตามองไปรอบบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำตลอดสามปีของเธอกับลู่ซือเฉิน แล้วเงียบเชียบหยิบกล่องใบใหญ่ขึ้นมาเริ่มเก็บข้าวของ

เธอใช้เวลาไปทั้งสิ้นสามชั่วโมงเต็ม

รวบรวมสิ่งของที่เป็นความทรงจำตลอดสามปีของพวกเขา บรรจุลงในกล่องใบใหญ่สามใบ

แล้วจุดไฟเผามันทั้งหมดโดยไม่กะพริบตา

หลังจากนั้น เสิ่นโย่วหนิงก็อดหลับอดนอนรวบรวมบันทึกการสนทนาและโพสต์สเตตัสทั้งหมดที่สวีม่านเคยส่งมาให้ เซฟลงในแฟลชไดรฟ์

กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ ท้องฟ้าก็เริ่มสาง

เสิ่นโย่วหนิงหยิบของจำเป็นติดตัว แล้วมุ่งหน้าไปยังงานแต่งงานเพียงลำพัง

สถานที่จัดงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นทะเลดอกไม้ ทุกหนทุกแห่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปิติยินดี

ลู่ซือเฉินยังจงใจเชิญสื่อมวลชนมามากมาย เพื่อให้ช่วยบันทึกภาพวันแห่งความสุขนี้ไว้

เสิ่นโย่วหนิงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินตรงไปหาลู่ซือเฉิน มองดูเขาที่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่หัวใจของเธอกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำ

เสิ่นโย่วหนิงรับไมโครโฟนมา แล้วหยิบแฟลชไดรฟ์ส่งให้พิธีกรที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ลู่ซือเฉิน ก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้น ฉันมีของขวัญชิ้นหนึ่งอยากจะมอบให้คุณ”

ลู่ซือเฉินเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นของขวัญอะไร

พอมองดูพิธีกรเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมฉายภาพขึ้นจอ จู่ๆ ในใจเขาก็เกิดความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นอย่างไม่มีสาเหตุ

หน้าจอขนาดใหญ่เริ่มฉายเนื้อหาออกมา

วินาทีต่อมา ลู่ซือเฉินก็ตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง

เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอ ไม่ใช่ความทรงจำอันหอมหวานของเขากับเสิ่นโย่วหนิง

แต่มันคือ… บันทึกการสนทนาและรูปถ่ายคู่สุดแนบชิดระหว่างเขากับสวีม่าน!

ในหัวของลู่ซือเฉินเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาตูมใหญ่

ปฏิกิริยาแรกของเขาคือหันไปมองเสิ่นโย่วหนิง เขาต้องอธิบายให้เธอเข้าใจ

แต่บรรดานักข่าวกลับเหมือนคนบ้าที่รัวชัตเตอร์ถ่ายรูปไม่ยั้ง และพากันกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อสัมภาษณ์เขา

ลู่ซือเฉินกวาดสายตามองหาเสิ่นโย่วหนิงอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่จุดจุดหนึ่ง

ท่ามกลางฝูงชนที่ขวางกั้น เสิ่นโย่วหนิงยืนมองลู่ซือเฉินที่ถูกรุมล้อมอยู่อย่างเงียบๆ

เธอขยับริมฝีปาก

ทุกคำพูดชัดเจนแจ่มแจ้งดังเข้าสู่โสตประสาทของลู่ซือเฉิน

“ลู่ซือเฉิน เราเลิกกันเถอะ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status