Share

บทที่ 8

Author: ทานตะวัน
เมื่อก่อนลู่ซือเฉินเคยห่วงใยเสิ่นโย่วหนิงมากแค่ไหน ตอนนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากเท่านั้น

แมวในอ้อมกอดตอนนี้ราวกับหนักอึ้งนับพันชั่ง ลู่ซือเฉินรีบวางแมวลง แล้วรื้อค้นหายาให้เสิ่นโย่วหนิงไปทั่ว

หลังจากสูดดมยาพ่นเข้าไป สีหน้าของเสิ่นโย่วหนิงก็ค่อยๆ ดีขึ้น

ลู่ซือเฉินประคองเธอไปนอนพักบนเตียงอย่างทะนุถนอม

“ขอโทษนะโย่วหนิง เมื่อกี้ผมเข้าใจคุณผิดไป”

“แมวตัวนั้นเป็นของสวีม่าน เธอหาแมวไม่เจอจนแทบเป็นบ้า ผมก็เลยร้อนรนไปหน่อย”

เสิ่นโย่วหนิงยังคงเงียบงัน มองดูลู่ซือเฉินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาอย่างเปิดเผยของเธอ ลู่ซือเฉินยิ่งรู้สึกร้อนตัวขึ้นไปอีก

เขารีบอ้างเรื่องโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไป

รู่ต่อมา เสิ่นโย่วหนิงก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากนอกห้อง

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว รีบมารับแมวของคุณกลับไปซะ”

ตลอดช่วงเวลาหลังจากนั้น ลู่ซือเฉินคอยดูแลเสิ่นโย่วหนิงด้วยตัวเองทุกฝีก้าว เก็บทุกรายละเอียด

แค่เธอไอออกมาเบาๆ สักครั้ง ลู่ซือเฉินก็จะแสดงอาการตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

เขาถึงขั้นเสนอให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน รอให้เสิ่นโย่วหนิงหายดีแล้วค่อยจัดงานใหญ่โต

แต่เสิ่นโย่วหนิงคัดค้านหัวชนฝา

“ฉันไม่เป็นไร จัดงานตามกำหนดเดิมเถอะค่ะ”

พอลู่ซือเฉินเห็นว่าเสิ่นโย่วหนิงให้ความสำคัญกับงานแต่งขนาดนี้ ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา

ผ่านไปอีกสองวัน สวีม่านก็หิ้วกระเช้าผลไม้มาขอโทษถึงที่บ้าน

“ขอโทษนะคะพี่โย่วหนิง เป็นความผิดของฉันเองที่ดูแลแมวไม่ดี พี่ถึงได้อาการกำเริบแบบนี้”

เธอแสดงท่าทีสำนึกผิดอย่างที่สุด ดวงตายังมีรอยแดงช้ำจากการร้องไห้

แต่ลู่ซือเฉินกลับไม่ไยดี

น้ำเสียงของเขาเย็นชาถึงขีดสุด

“สวีม่าน คุณรู้ตัวไหมว่าเพราะความสะเพร่าของคุณ เกือบจะทำให้โย่วหนิงต้องตาย?”

สวีม่านพูดเสียงสะอื้น “ขอโทษค่ะ ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉัน…”

“พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีก คุณจำเอาไว้แค่ว่า โย่วหนิงคือขีดจำกัดของผม ความปลอดภัยของเธอสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด!”

สวีม่านตัวแข็งทื่อ ยืนตะลึงมองลู่ซือเฉินจนลืมแก้ตัวให้ตัวเอง

เพียงแค่สองวินาที น้ำตาเม็ดโตก็ร่วงเผาะลงมาจากดวงตา

เธอตัวสั่นเทิ้ม หันหลังวิ่งร้องไห้ออกไปทันที

“คุณ!”

ลู่ซือเฉินลุกพรวดขึ้นมา เขาก็ตกใจกับปฏิกิริยาเมื่อครู่ของสวีม่านอยู่ไม่น้อย

เขาไม่ลังเลเลยที่จะรีบวิ่งไล่ตามออกไป

เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที

แต่เสิ่นโย่วหนิงกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วนับพันครั้ง

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบตามออกไปเงียบๆ

เสียงสะอื้นของสวีม่านดังแว่วมาจากสวนหลังบ้าน สลับกับเสียงปลอบโยนอย่างจนใจของลู่ซือเฉิน

เสิ่นโย่วหนิงเห็นกับตาว่าลู่ซือเฉินกำลังเช็ดน้ำตาให้สวีม่านด้วยความรักใคร่สงสาร

วินาทีต่อมา เขาก็รวบเอวสวีม่านเข้าหาตัว แล้วก้มลงจูบอย่างเร่าร้อน

……

ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ลู่ซือเฉินกลับเข้ามาในห้อง

เสิ่นโย่วหนิงนั่งพิงหัวเตียงอย่างสงบ กำลังตั้งใจเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึก

“โย่วหนิง เขียนอะไรอยู่เหรอ?”

ลู่ซือเฉินไม่แน่ใจว่าตาฝาดไปหรือเปล่า เขาเหมือนจะเห็นคำว่าวีซ่าต่างประเทศอะไรทำนองนั้น

“เปล่าค่ะ”

เสิ่นโย่วหนิงเก็บสมุด ผ่านไปพักใหญ่ถึงเงยหน้ามองเขา

ลู่ซือเฉินยิ้มแล้วถามเธอว่า “มะรืนนี้ก็จะถึงงานแต่งของเราแล้ว คุณตื่นเต้นไหม?”

เสิ่นโย่วหนิงเพียงแค่ส่ายหน้า จู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ “พรุ่งนี้เราไปทานมื้อค่ำด้วยกันไหมคะ”

ไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อ เพื่อขีดเส้นจบให้กับความรักครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

ลู่ซือเฉินไม่ได้สังเกตเห็นแววตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดาของเธอในตอนนี้

เขาตอบตกลงโดยแทบไม่ต้องคิด

“เอาสิ!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status