LOGINตอนที่ 4
ขอแค่ยายหาย....อะไรก็ได้ทั้งนั้น รุ่งเช้า แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้อง คะแนนลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า รู้สึกเหมือนร่างกายทั้งร่างหนักอึ้งไปหมด กล้ามเนื้อขาและเอวปวดตึงจนนอนนิ่งไปพักหนึ่งถึงจะขยับได้ ผ้าห่มผืนบางร่นลงจากแผ่นอก เผยให้เห็นรอยแดงช้ำตามตัว และความเปียกชื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนอันดุเดือด เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บแสบระหว่างเรียวขาย้ำเตือนเธอชัดเจนทุกการเคลื่อนไหว ร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่กลับไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งหลัก หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองนาฬิกา “จะแปดโมงแล้ว!…” คะแนนลุกขึ้นแทบไม่ทัน แม้จะเจ็บแต่ก็ฝืนพยุงตัวเองลุกจากเตียงทันที มือคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาแต่งอย่างเร่งรีบ ใบหน้ายังซีดเซียว ริมฝีปากแห้ง และดวงตาหนักอึ้งจากการนอนไม่พอ ก่อนออกจากห้อง หันกลับไปมองเตียงเพียงแวบเดียว “ญาติคุณพิสมัยค่ะ...” เธอบอกกับพนักงานเคาท์เตอร์ทันทีที่มาถึง “เชิญทางนี้ค่ะ” คะแนนก้าวขาตามพยาบาลในชุดสีขาวไปอย่างใจจดใจจ่อ “ตอนนี้ยายของคุณออกจากห้องไอซียูแล้ว....แต่ว่ายังไม่ได้สติค่ะ” “ฉันอยากให้ผ่าตัดเปลี่ยนไตค่ะ...” “งั้นเดี๋ยวจะมีเอกสารมาให้เซ็นยินยอมนะคะ...พอคนไข้ฟื้นแล้วเราก้ต้องขอความยินยอมจากคนไข้ด้วยค่ะ” “ค่ะ....” “คนไข้ยังหลับอยู่ หมดเวลาเยี่ยมแล้วฉันจะมาเรียกนะคะ” “ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวเดินเข้ามาห้องผู้ป่าวยช้า ๆ ยายยังนอนหลับตาอยู่อย่างนั้น สายออกซิเจนระโยงระยายอยู่เต็มไปหมด คะแนนนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ อย่างหมดแล้ว ยื่นไปกุมมือยายที่กำลังอุ่น “ขอโทษนะยาย....ที่หนูเป็นภาระยายมาตลอดเลย ถ้าไม่มีหนูยายคงมีเงินมากกว่านี้” เธอร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างไม่อาย “รอหน่อยนะ...หนูจะตั้งใจเรียน แล้วจะมาดูและยายนะ” ช่วงบ่าย แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านต้นไม้ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ร่มเงาไหวตามสายลมอ่อนพัดพาเส้นผมของหญิงสาวคนหนึ่งให้พลิ้วไปตามจังหวะ เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดรัดรูปพอดีตัว กระดุมเม็ดบนเว้นไว้ เผยผิวเนินอกขาวเนียนเพียงนิดพอให้หัวใจใครบางคนสั่น กระโปรงทรงเอสีดำพอดีเข่าแนบกับสะโพกได้รูป ขับให้ช่วงขาดูเรียวยาวยิ่งขึ้นในทุกย่างก้าว รองเท้าคัทชูสีดำเงาวาวกับเสียงส้นกระทบพื้นจังหวะเบา ๆ กระเป๋าสะพายข้างพาดบนไหล่บาง ส่วนมืออีกข้างถือแฟ้มเอกสารแนบอกอย่างระมัดระวัง คะแนนในวัยยี่สิบต้น ๆ แต่ทว่าเธอพึ่งเรียนอยู่ปีหนึ่ง พอจบมอปลายก็ช่วยยายขายข้าวแกงเก็บเงินจนได้เข้ามหาลัยที่ดีที่สุดในเมือง ขาเรียวก้าวขึ้นตึกช้า ๆ ด้วยข้าวของที่พะรุงพะรังทำให้เธอเผลอไปชนใครคนหนึ่งเข้าอย่างแรก “โอ้ย!...” “ขะ..ขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้าเก็บเอกสารที่ล่วงลงพื้นอย่างรีบเร่ง “ไม่เป็นไรค่ะ...” เสียงใจของสาวแว่นเอ่ยเบา ๆ “เมื่อกี้...ฉันก็มัวแต่ก้มมองโทรศัพท์ไม่ได้ดูทางน่ะ” เธอขยับแว่นตาเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองโทรศัพท์อีกครั้ง “เอ่อ...” “แล้วเธอรู้รึเปล่าว่าคณะบริหารไปทางไหน....” สาวแว่นเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “ฉันก็อยู่คณะบริหารเหมือนกัน......ตามฉันมาสิ” คะแนนพูดขึ้น “บังเอิญจัง....แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ” “คะแนนน่ะ....เธอล่ะ” “ฉันชื่อมิ้น....” “ยินดีที่ได้รู้จัก” “เธอมาที่นี่คนเดียวเหรอ” “อื้อ ฉันไม่มีเพื่อนที่ไหน” “บังเอิญจังฉันก็ไม่มี....งั้นต่อไปฉันฝากตัวเป็นเพื่อนเธอได้มั้ย” “เอาสิ....” เมื่อการเรียนคาบแรกของวันสิ้นสุดลงพวกเธอก็พากันเดินออกมาจากห้องอย่างไม่เร่งรีบนัก “คะแนน เสร็จจากนี่แล้วเธอจะไปไหนต่อ” “คงกลับบ้านน่ะ” “แต่พึ่งจะบ่ายสามเองนะ...” “ยายฉันไม่สบายน่ะ....ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล” “เธอโอเครึเปล่า” “ไม่เป็นไร....ฉันโอเค” “งั้นฉันไปส่งเธอที่โรงพยาบาลแล้วกัน.....พอดีฉันขับรถมาน่ะ” “เกรงใจ” “ไม่เป็นไรหรอกน่า.....” “งั้นก็ได้....” “งั้นพาฉันไปหาพี่ชายแป๊บนึงได้มั้ย” “ได้ดิ....อยู่ตรงไหนล่ะ” “อื้อ...น่าจะตรงนู้น...” นิ้วเรียวชี้ไปอีกตึกที่อยู่ไม่ไกลมากนัก “นี่คะแนน....เธออยู่กับยายแค่สองคนเหรอ” มิ้นเอ่ยถามในขณะที่กำลังเดินไปตามริมฟุตบาท “ใช่...” “อ๋อ.....เธอนี่ดูเย็นชาจัง” “ใคร ๆ ก็บอกแบบนั้น” “แต่ไม่เป็นไรฉันพูดเก่ง แค่เธอไม่รำคาญก็พอ” “ฉันไม่ค่อยชอบพูด....ชอบฟังคนอื่นพูดมากกว่า” “ดีแล้วที่เรามาเจอกันน่ะ....” “.......” “นั่นไงพี่ชายฉัน.....เธอรอตรงนี้แป๊บนะ” มิ้นชี้ไปที่ชายสูงโปรงที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อนไม่ไกล ตรงนั้นมีผู้ชายอยู่ประมาณสองสามคนสวมเสื้อช๊อปวิศวะทั้งนั้น “ไปกันเถอะคะแนน....” “อื้อ....” หญิงสาวกำลังจะก้าวเท้ากลับแต่เหมือนว่าเธอจะชนเข้ากับแผงอกแน่นและอุ่น ตุ้บ! หญิงสาวผงะเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นช้า ๆ และหัวใจก็แทบหยุดเต้นในวินาทีนั้น เมื่อแววตาคมกริบคู่นั้นจ้องกลับมา ริมฝีปากเขาหยักยกขึ้นเล็กน้อย เหมือนตกใจที่เห็นเธอเช่นเดียวกัน เขาคือคนเมื่อคืนที่… คะแนนกะพริบตาถี่ พยายามถอยห่าง แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบเดียวกับที่อบอวลอยู่บนหมอนเมื่อคืนซัดกลับมาอย่างจัง หัวใจเธอสั่นไหว ร่างกายชะงักเหมือนถูกตรึงไว้ “ซุ่มซ่ามชิบ....” เขาพูดเสียงเรียบใบหน้ายังคงนิ่งเฉยแววตาเฉียบขาดสีเข้มดิ่งลึก เย็นเยียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เอ่อ...ขอโทษค่ะ” “หลีกไปสิ...” คำพูดเย็นจัด ตรงไปตรงมา ราวกับเห็นเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าในฝูงชน คะแนนเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้เขาเดินผ่าน “ไอ้กัส....ทางนี้” เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังสองสาวไม่ได้หันกลับไปมองแต่อย่างใด “ไงไอ้กัส....มาถึงก็จะเอาเด็กใหม่เลยรึไง” หมอกเพื่อนสนิทเอ่ยถามอย่างหยอกล้อเหมือนเคย “พูดอะไรของมึง” “ก็น้องคนเมื่อกี้ไง....เพื่อนน้องสาวกูน่ะ หุ่นแม่งอย่างเอา” “มึงตาบอดรึไง...” “มึงไม่ชอบงั้นเหรอ...” “หึ ไม่มีอะไรน่าสนใจ” “ครับ ตัวพ่ออย่างมึงคงไม่ชอบอะไรธรรมดาสินะ...แต่แบบนี้กูไม่ติด” “ไปกันเถอะ...” “ไปไหน” “เล่นบาส...ช่วงนี้เซ็ง ๆ” “งั้นคืนนี้ที่เดิมมั้ย....” “อื้อ....” “เป็นไรว่ะไอ้กัสเรื่องเซ็ง ๆ ของมึง...” น่านเพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยถาม “ไม่รู้แค่รู้สึกเซ็ง ๆ อยากเล่นบาสให้มันเหงื่อออก” “งั้นไปกันเถอะ...แต่อย่าลืมนะเว้ยคืนนี้ที่เดิม” ตัดภาพมาที่โรงพยบาล “ยาย…” หญิงชราเปิดเปลือกตาช้า ๆ ก่อนจะกระพริบมองอย่างพร่าเบลอ แล้วค่อย ๆ ยิ้มออกอย่างอ่อนแรง “คะแนน” น้ำเสียงแหบแผ่วแต่ยังอบอุ่นเหมือนเดิมเสมอ ทำเอาน้ำตาเธอคลอขึ้นทันที “ยายฟื้นแล้ว…ยายปลอดภัยแล้วใช่มั้ย” “ยายไม่เป็นไรจ้ะ...หลานน่ะสิ ดูโทรม ๆ ไปนะ ทำงานหนักเหรอลูก” หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าที่โทรม ไม่ใช่แค่เรื่องงาน “แค่...อดนอนไปหน่อย ยายไม่ต้องห่วงนะ หนูอยู่ตรงนี้แล้ว” เธอจับมือนิ่ม ๆ ของยายมากุมไว้แน่น ก้มหน้าซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้รอยยิ้ม “ยายรู้แล้วนะ...โรคที่ยายเป็น ไม่ต้องรักษาหรอก อายุยายเยอะขนาดนี้แล้วรักษาไปก็ฝืนเปล่า ๆ” “แล้วหนูจะอยู่กับใคร” คำถามของเธอทำให้หญิงชราถึงกับชะงัก “ยายสอนหนูทุกอย่างแต่ยายไม่เคยสอนให้หนูอยู่คนเดียว....ถ้ายายไม่อยู่แล้วหนูจะทำยังไง” “คะแนนลูก....” “ยายผ่าตัดเถอะนะ....” “ยายไม่มีเงินหรอก...เก็บไว้ให้หนูเรียน” “ไม่เอา...หนูมีเงินแล้ว” “เอามาจากไหน....” “ยืมเขามา” “ยืมใคร....ใครให้เงินมาตั้งเยอะขนาดนั้น” “ยืมพี่สาลูกป้านิดน่ะ....แต่ยายไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวหนูจะหามาคืนพี่เขาแน่ ๆ” “ไม่เห็นต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาเลยลูก....” “แค่ยายปลอดภัยอะไรหนูก็ยอมทั้งนั้น” คะแนนเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นอยู่ในลำคอ แต่ดวงตากลับร้อนผ่าว น้ำตาหยดแรกไหลลงแก้มโดยไม่ทันรู้ตัว เธอรีบก้มหน้าหลบ แอบใช้หลังมือปาดออกอย่างรวดเร็วเหมือนไม่อยากให้ใครเห็น แต่ยายกลับเอื้อมมือที่ผอมบางและอบอุ่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ นิ้วสั่นเล็กน้อยจากแรงอ่อนโรย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรัก “ร้องไห้ทำไมลูก...ยายอยู่ตรงนี้แล้ว” ปลายนิ้วหยาบจากวัยขัดผ่านหยดน้ำตาที่แก้มเธอเบา ๆ ซับอย่างอ่อนโยน เหมือนเช็ดออกไปพร้อมความเจ็บทั้งหมดในใจ หญิงสาวร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงนั้น น้ำตาไหลพราก แต่เธอกลับยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มือกุมมือยายแน่นขึ้น “ดีใจที่ยายไม่เป็นอะไร...”ตอนที่ 4ขอแค่ยายหาย....อะไรก็ได้ทั้งนั้นรุ่งเช้าแสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้อง คะแนนลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า รู้สึกเหมือนร่างกายทั้งร่างหนักอึ้งไปหมด กล้ามเนื้อขาและเอวปวดตึงจนนอนนิ่งไปพักหนึ่งถึงจะขยับได้ผ้าห่มผืนบางร่นลงจากแผ่นอก เผยให้เห็นรอยแดงช้ำตามตัว และความเปียกชื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนอันดุเดือดเธอเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บแสบระหว่างเรียวขาย้ำเตือนเธอชัดเจนทุกการเคลื่อนไหว ร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่กลับไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งหลักหญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองนาฬิกา“จะแปดโมงแล้ว!…”คะแนนลุกขึ้นแทบไม่ทัน แม้จะเจ็บแต่ก็ฝืนพยุงตัวเองลุกจากเตียงทันที มือคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาแต่งอย่างเร่งรีบ ใบหน้ายังซีดเซียว ริมฝีปากแห้ง และดวงตาหนักอึ้งจากการนอนไม่พอ ก่อนออกจากห้อง หันกลับไปมองเตียงเพียงแวบเดียว“ญาติคุณพิสมัยค่ะ...”เธอบอกกับพนักงานเคาท์เตอร์ทันทีที่มาถึง“เชิญทางนี้ค่ะ”คะแนนก้าวขาตามพยาบาลในชุดสีขาวไปอย่างใจจดใจจ่อ“ตอนนี้ยายของคุณออกจากห้องไอซียูแล้ว....แต่ว่ายังไม่ได้สติค่ะ”“ฉันอยากให้ผ่าตัดเปลี่ยนไตค่ะ...”“งั้นเดี๋ยวจะมีเอ
ตอนที่ 3ผู้หญิงขายตัว NCร่างของเธอสะท้านเล็กน้อยเมื่อผ้าที่เคยปกปิดเนื้อในหลุดไปกองที่พื้น หญิงสาวหลับตาแน่น ฝืนไม่มองแววตาคมที่กำลังจ้องเธอราวกับนักล่า ริมฝีปากเม้มแน่นพยายามไม่สั่นไหว ทั้งที่ภายในกลับเต็มไปด้วยความประหม่าและความรู้สึกผิด“มึงซ่อนรูปจังว่ะ....”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นจัด ก่อนจะโน้มตัวลงมาชิด ขยับริมฝีปากแตะซอกคอเธออย่างแนบแน่นมือหนาเลื่อนต่ำลงอย่างไม่รีบร้อน ลูบไล้ต้นขาเธออย่างหยอกเย้า ก่อนจะคว้าจับสะโพกเปลือยเปล่าของเธอด้วยแรงที่ทำให้เธอสะดุ้ง“อ๊ะ”เธอเผลอครางเบา ๆ ออกมาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นยิ่งกว่าเดิม“ตอบสนองเร็วขนาดนี้...น่าจะไม่ใช่ครั้งแรกเหมือนที่ปากพูด”ชายหนุ่มกดร่างเธอลงเบา ๆ บนเตียง ขาขาวเรียวยกขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะที่ริมฝีปากเขารุกไล้ไปทั่วซอกคอขาวกลิ่นหอมจากผิวทำให้เขาอดใจแทบไม่ไหวหน้าอกอวบถูกเขาบีคลึงเบา ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลื่อนใบหน้าลงต่ำ ปลายลิ้นร้อนแตะเบา ๆ ไปที่ยอดดอกปทุมที่ชูชันจ๊วบ จ๊วบเสียงดูดดึงดังขึ้นเบา ๆ ลิ้นลากวนถูไถไปทั่วเต้าอีกข้างก็ไม่วายที่จะโดนบีบจนแดงก่ำ“อ๊ะ..อย่านะ”เมื่อชายหนุ่มลากลิ้นลงต่ำจนถึงจุดอ่อนไหวที่ยังไม่
ตอนที่ 2สวัสดี....ฉันชื่อคะแนนเสียงเจี้ยวจ้าวของผู้คนบวกกันกับเสียงดนตรีคะแนนเดินตามหลังนิสามาเรื่อย ๆ ตอนนี้เธอยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย ทำให้สายตาของคนส่วนมากมองมาที่เธอไม่ค่อยดีนัก“อ้าว...ยัยนิสา...กว่าจะมาได้นะมึง”เสียงแหบคนสาววัยกลางรูปร่างอ้วนท้วมพูดขึ้น ทำให้เธอหยุดเดิน“หวัดดีเจ๊...ทำไมทุกคนดูวุ่นวายกันจังเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า”“ก็ยัยเอวาน่ะสิไม่มา...ฉันหาคนไปหาคุณเวกัสไม่ได้เลย....ถ้าไม่มีวันนี้กูคงได้หัวขาดแน่ ๆ”“เจ๊ก็ไปเองสิ...”“อินี่....มึงดูสภาพกูด้วย”“ฮ่า ๆ ฉันล้อเล่นน่า”“แล้วนี่.....”หญิงวัยกลางชี้มาที่คะแนนอย่างสงสัยเพราะไม่เคยเห็นหน้า แถมยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่ด้วย“อ๋อ..ลืมบอกเจ๊ไป มีงานให้น้องมันทำรึเปล่า...อะไรก็ได้ต้องการเงินด่วน ๆ”“เท่าไหร่ล่ะ...”เธอเอ่ยถามอย่างเคยชินเพราะทุกคนที่ตัดสินใจมาทำงานที่นี่ก็ต้องการเงินใช้แบบด่วนกันทุกราย“สี่แสน....”“อีสา....จะบ้ารึไง!”“จริง ๆ มีมั้ย หาให้หน่อยสิ”“ทำอะไรก็ได้จริงเหรอ....”“ได้จริงใช่มั้ยคะแนน....ไม่เปลี่ยนใจแล้วใช่มั้ย”นิสาหันมาถามเธออีกครั้ง“ค่ะ....”“งั้นก็ไปแทนยัยเอวา....”“ให้ไปหาคุณเวกัสน่ะนะ....จะได้เ
ตอนที่ 1ปัญหารุมเร้า‘คะแนน’หญิงสาววัย 20ต้น ๆ พึ่งกลับมาจากมหาลัย แต่ก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อหน้าบ้านมีคนมายืนมุงอยู่หลายคนเธอขมวดคิ้ว ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้“ป้านิด…พากันมาทำอะไรตรงนี้จ๊ะ…”เธอเอ่ยถามเสียงหวาน ใบหน้าผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็ก ๆ“นี่คะ..รีบไปดูยายแกที่โรงพยาบาลเร็ว..”“กะ…เกิดอะไรขึ้นคะ”“ก็ยายแกล้มหัวฟาดพื้นไปน่ะสิ..ป่านนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง ที่ป้ามาก็จะมาบอกแกนี่แหละ”“อะไรนะ!”เธอไม่รอให้หญิงวัยกลางตอบ รีบไปที่โรงพยาบาลในทันทีคะแนนเติบโตมากับยายเพียงสองคน ตั้งแต่จำความได้ เธอก็ไม่มีพ่อแม่ ยายเป็นคนเก็บเธอมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกเพียงไม่กี่วัน ช่วงเย็นของทุกวัน ยายจะไปขายข้าวแกงที่ตลาดและคะแนนก็มักจะไปช่วยอยู่เสมอ ชีวิตนี้เธอไม่มีใครอีกแล้ว…นอกจากยายเพียงคนเดียว“ยาย!”ทันทีที่มาถึงเธอก็วิ่งกรูเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ ใบหน้าตอนนี้มีแต่รอยคราบน้ำตาคะแนนหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินหัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม“ญาติคุณยายพิสมัยใช่มั้ยคะ..”เสียงใสของพยาบาลดังขึ้นจากด้านหลัง เธอพยักหน้ารัวในขณะที่ยังไม่หยุดร้องไห้“เชิญทางนี้ก่อนค่ะ”เธอเดินก้าวออกไปจากหน้าห้องฉุกเฉินช้า





![พิศวาสรักเมียแต่ง (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 4/4]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

