ログイン
ความมืดยามค่ำคืนปกคลุมหมู่บ้านเล็กๆ ในมณฑลกวางตุ้งชนบทห่างไกลของจีน ท้องฟ้าสีดำสนิทแต้มด้วยดวงดาวเล็กๆ ส่องแสงระยิบระยับ เสียงแมลงกลางคืนร้องระงมทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบข้างสงบเย็นชืด แต่ท่ามกลางความเงียบสงบนี้ กลับมีสิ่งผิดปกติซ่อนเร้นอยู่ในกระท่อมไม้หลังหนึ่ง กระท่อมที่ดูไม่มั่นคงด้วยผนังไม้ผุพังและหลังคาสังกะสีที่เก่าคร่ำคร่าแทบจะพังลงมา
ข้างในกระท่อมเล็กๆ นั้น สถานการณ์ไม่สงบเหมือนข้างนอก เงาของชายหนุ่มคนหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาในความมืด เขาเป็นหนึ่งอันธพาลในหมู่บ้านที่ใช้กระท่อมรกร้างนี้เป็นที่กบดานและที่ปลดปล่อยอารมณ์เถื่อนของตน เขากำลังคร่อมร่างหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้มาที่นี่ นอนอยู่บนเตียงไม้หยาบกร้าน กลิ่นอับชื้นปนกับกลิ่นคาวเลือดบางเบาแตะจมูก
หญิงสาวที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขาดิ้นรนอย่างสิ้นหวังในตอนแรก เธอพยายามหนีจากการเกาะกุมของเขา แต่ไม่อาจหลุดพ้นได้ ร่างกายที่อ่อนแอและขี้โรคของเธอทำให้ไม่มีแรงต่อสู้มากนัก จนในที่สุด ชายหนุ่มก็บีบคอเธออย่างรุนแรง หวังให้เธอหยุดดิ้น แต่เขากลับใช้แรงมากเกินไป หญิงสาวที่ดิ้นทุรนทุรายค่อยๆ หมดแรง ขาดอากาศหายใจและนิ่งสนิทไปในที่สุด
อันธพาลหนุ่มร่างผมแห้งมองร่างหญิงสาวที่หมดสติ เขายิ้มอย่างพอใจ คิดว่าเธอแค่สลบไป แต่ในความจริง หญิงสาวคนนั้นได้จากโลกนี้ไปแล้ว...
ความเงียบเข้าครอบงำกระท่อมอีกครั้ง แต่เพียงไม่นาน สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เล็กน้อย วิญญาณที่ไม่คาดฝันก็เข้ามาสิงในร่างที่ไร้ชีวิต วิญญาณของสายลับองค์กรอิสระแห่งหนึ่งจากยุค 2030 ที่ถูกส่งมายังอดีตอย่างไม่รู้ตัวได้เข้าครอบครองร่างของหญิงสาว ร่างกายที่เคยอ่อนแอกลับมีดวงตาที่ฉายแววอำมหิตของผู้ที่เคยผ่านสมรภูมิและภารกิจที่ยากลำบากมานับไม่ถ้วน
ชายหนุ่มที่ไม่ทันได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เขายังคงนั่งคร่อมร่างหญิงสาวเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ดวงตาของหญิงสาวลืมขึ้นช้าๆ จับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังเผลอ ดวงตานั้นไม่ใช่ดวงตาของหญิงสาวที่อ่อนแอแบบเดิมแล้ว แต่เป็นดวงตาของสายลับที่มีประสบการณ์เต็มเปี่ยม ฉายแววดุดันเหมือนเธอสามารถฆ่าคนได้ด้วยเพียงตวัดมอง
และแล้วการต่อสู้ที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น...
ร่างของเธอถูกคร่อมโดยชายหนุ่มร่างผอมกร้านแดด ผิวหนังเหี่ยวย่นที่บ่งบอกถึงการทำงานหนัก สายลับในร่างจางเหม่ยพยายามต่อสู้แม้ร่างกายของเธอจะอ่อนแอ แต่ประสบการณ์ในการต่อสู้ที่เธอสั่งสมมาตลอดชีวิตยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม เธอใช้ความไวของตนหลบการจับต้องอย่างรุนแรงของชายหนุ่ม และพยายามหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้
“อย่าคิดจะหนีเลย” ชายหนุ่มตะคอกเสียงต่ำ แสดงความโกรธแค้นในดวงตา เขาผลักเหม่ยลงกับพื้นอีกครั้ง หวังที่จะควบคุมสถานการณ์ตามความต้องการของตน แต่ทว่า สายลับในร่างของจางเหม่ยกลับคิดอย่างรวดเร็ว เธอสังเกตเห็นมีดเล่มหนึ่งตกอยู่ไม่ไกลที่ใต้เตียงไม้หลังนี้
ต้องขอบคุณเขา เพราะหากตนไม่ถูกผลักลงมาจากเตียงเก่าแทบพังนั่นก็คงไม่เห็นมีดเล่มนี้แน่!
ด้วยความชำนาญที่ฝึกฝนมานานหลายปี เธอกลิ้งตัวหมุนไปหยิบมีดนั้นขึ้นมาและจ้วงแทงไปยังชายหนุ่มอย่างแรงเข้าจุดตายในคราวเดียว เขาพยายามปัดป้องแต่ไม่ทัน สายลับในร่างจางเหม่ยใช้ความชำนาญแทงจุดสำคัญ ทำให้ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้น หายใจแรงและหมดลมหายใจไปในที่สุด
เลือดหยดจากปลายมีด สายลับในร่างจางเหม่ยร่างใหม่ที่แสนจะไม่คุ้นเคยหอบหายใจอย่างแรง แม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ร่างกายของจางเหม่ยกลับไม่สามารถทนทานได้มากนัก แขนข้างหนึ่งของเธอมีแผลลึกที่เกิดจากการหมุนตัวไปถูกตะปูเกี่ยวจนเกิดรอยยาวเลือดไหลออกมาไม่หยุด แต่เธอรู้ดีว่าต้องออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะมีใครมาเจอ
เธอพยายามรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ วิ่งออกไปจากกระท่อมท่ามกลางความมืดที่เริ่มคลืบคลานเข้ามา สายลมที่พัดผ่านทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น ร่างกายอ่อนแอทำให้เธอไม่สามารถวิ่งไปได้ไกลนัก เธอจำเป็นต้องหาที่พักพิงชั่วคราวเพื่อทำแผลและพักฟื้นกำลังของเธอก่อน
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เธอก็พบกับบ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยว ในบ้านไม่มีคนอยู่ข้างใน เธอเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง สายตาของเธอสอดส่องตรวจสอบทุกซอกมุม เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่นี่ไม่มีอันตราย บ้านหลังนี้ค่อนข้างเก่า แต่ยังมีเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอคือรถเข็นไม้สำหรับคนพิการที่วางอยู่มุมห้อง มันเป็นสิ่งที่ดูแปลกตา แต่เธอไม่สนใจมันมากนัก
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ที่วางอยู่กลางห้อง และนั่งลงเพื่อพักเหนื่อย สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างพิจารณาว่าเธอจะต้องทำอะไรต่อไป จากนั้น เธอมองหาผ้าสะอาดรอบด้าน จนไปเจอผ้าสะอาดชิ้นหนึ่งจากกล่องเก็บของบนโต๊ะและใช้มันรัดแขนเพื่อหยุดเลือดไหล
ขณะที่เธอนั่งพัก ร่างกายที่อ่อนแอของจางเหม่ยเริ่มทำให้เธอรู้สึกหมดแรงอย่างต่อเนื่อง แต่สายลับอย่างเธอก็ไม่ปล่อยให้สติหลุด เธอรู้ว่าเวลานี้สำคัญที่สุด การทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้จะนำมาซึ่งภัยร้ายในภายหลัง เธอใช้เวลาพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ ไว้
หลังจากพักฟื้นจนรู้สึกว่าตัวเองมีแรงมากพอ เธอเดินไปรอบๆ บ้าน ตรวจดูทุกซอกมุมว่ามีสิ่งใดที่ควรเก็บหรือทำลายเพื่อไม่ให้มีหลักฐานการเข้ามาของเธอ เธอจัดวางสิ่งของทุกอย่างให้เป็นระเบียบเหมือนเดิม ไม่ให้มีสิ่งใดผิดปกติ
ก่อนที่เธอจะออกจากบ้านหลังนี้ เธอหันไปมองบ้านอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาที่เคยคมกล้าของสายลับยังคงเป็นเช่นเดิม แม้จะอยู่ในร่างของหญิงสาวอ่อนแอ เธอรู้ดีว่าเธอต้องรอดให้ได้ในโลกที่เธอไม่คุ้นเคยและไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร ทุกคนรู้ว่าเธอคือจางเหม่ย ลูกสาวคนที่สี่ของสกุลจาง เป็นหญิงสาวที่ขี้โรคและอ่อนแอมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น ซึ่งสายลับจากยุคอนาคตนั้นก็เป็นเพียงอดีตที่เคยผ่านมาเท่านั้น
เธอตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างอ่อนแอนี้...
จางเหม่ยคนใหม่ก้าวออกจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับลมที่พัดผ่าน ปล่อยให้ความมืดค่อยๆ กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เธอรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือการเดินทางที่ยาวไกลและท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยสติปัญญาและทักษะของสายลับที่อยู่ในตัวของเธอ
22คนรับใช้คนใหม่เหม่ยเองก็รีบเดินตามลงไป ใจของเธอเต้นแรงด้วยความคิดถึงและดีใจที่ได้พบเขาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในครอบครัวมาตลอดทั้งวันการได้เห็นหน้าเขาก็อาจเหมือนเติมเชื้อพลังงานขึ้นมาบ้างก็ได้เมื่อเธอเดินไปถึงหน้าประตูบ้าน เห็นเว่ยเจียก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางเหนื่อยล้า แต่ยังคงมีรอยยิ้มเมื่อเห็นครอบครัวของเขามายืนรอต้อนรับ เหม่ยรู้สึกว่าหัวใจของเธอเบิกบานขึ้นทันที แม้จะรู้ว่าคืนนี้ยังมีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอีกมาก แต่แค่ได้เห็นหน้าเขา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเธอก็หายไปในทันทีเขาเอ่ยทักทั้งแม่และพี่น้องเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เหม่ยเมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนและอ้าแขนต้อนรับเธอให้เข้ามาใกล้“กลับมาแล้วครับ คิดถึงจัง”เหม่ยยิ้มกว้างและพยักหน้า “คิดถึงเหมือนกันค่ะ”และแล้วเว่ยเจียก็สังเกตเห็นชุดของหลี่เหม่ยที่เปิดเผยเนื้อหนังมากเกินไป หน้าเขาก็แดงฉ่าขึ้นทันควัน ความหึงหวงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขารีบหันไปทางที่เฉินมู่ยืนอยู่ข้างหลัง เห็นว่าลูกน้องของตนก็หน้าแดงไม่ต่างกันจากการเห็นเหม่ยในชุดนี้ เขาจึงเอ่ยปากไล่เฉินมู่ออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน "ไป! น
21.2หลี่เหม่ยที่ถูกเรียกพบกลางดึกนั้นเดินมุ่งไปห้องนอนของแม่หลี่ด้วยชุดนอนของเธอ หลังจากที่หลี่เหม่ยก้าวเท้าเข้ามาในห้อง แสงไฟจากโคมไฟเพดานสะท้อนบนผิวเรียบเนียนของเธอที่ถูกคลุมด้วยชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาติน แม่หลี่และลูกสาวทั้งสองคนถึงกับต้องหรี่ตาเพราะไม่คิดว่าหลี่เหม่ยจะเลือกสวมชุดแบบนี้ในบ้านที่ไม่ค่อยมีเงินมากนักชุดนอนสายเดี่ยวที่หลี่เหม่ยสวมอยู่เป็นผ้าซาตินที่มีความเงางามจนดูหรูหรา ทั้งยังเผยให้เห็นรูปร่างที่เซ็กซี่อย่างไม่ตั้งใจของเธอ เอวที่คอดบางและสะโพกที่ผายได้รูปเข้ากันได้ดีกับหน้าอกที่เต็มอิ่มทำให้ทุกสายตาที่มองมาหยุดนิ่งอยู่ที่เธอ ผ้าที่บางเบาพลิ้วไหวทำให้เห็นเค้าโครงรูปร่างได้ชัดเจน แต่ด้วยการคลุมเสื้อคลุมบางๆ ทับอีกชั้นก็พอทำให้ดูเรียบร้อยและไม่เกินงามในใจของหลี่เหม่ย เธอไม่ได้คิดว่าชุดที่สวมอยู่จะเป็นเหตุให้เกิดความไม่พอใจใดๆ เพราะเธอเพียงแค่ชอบเนื้อผ้าของมันที่เบาสบายและเย็นสบายผิว จึงไม่รู้เลยว่าการปรากฏตัวของเธอในชุดนี้จะกระตุ้นความอิจฉาและความไม่พอใจในใจของคนในบ้านสกุลหลี่อย่างแม่หลี่ ฉิงอี้ และฉิงซานทั้งสามคนต่างตะลึงกับรูปลักษณ์ของหลี่เหม่ยในชุดนอนที่พวกเธอคิดว่า
21ชุดนอนสายเดี่ยวยามเช้าวันใหม่หลี่เหม่ยตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นและอารมณ์สบายใจจากค่ำคืนสุขสมที่ผ่านพ้นไป แต่เมื่อหันไปข้างตัวก็พบว่าเตียงข้างๆ ว่างเปล่าแล้ว เว่ยเจียจากไปโดยไม่มีเสียงหรือคำล่ำลา แต่ทิ้งไว้เพียงข้อความสั้นๆ ว่าเขาอาจจะไม่กลับบ้านสักสองสามวัน ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ ข้อความนี้ทำให้หลี่เหม่ยยิ้มออกมา ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เธอเข้าใจถึงสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ดี...ช่วงเดือนนี้กองทัพกำลังวุ่นวายหนัก สาเหตุมาจากการที่เวียดนามบุกเข้ายึดกัมพูชาและไล่กลุ่มพรรคที่ทางพรรคคอมมิวนิสต์จีนปัจจุบันสนับสนุนอยู่ ทางจีนนั้นคงส่งกองกำลังไปบุกเวียดนามเพื่อตักเตือน ซึ่งกองทัพนั้นเว่ยเจียก็ตงจ้องไปร่วมสงครามในคราวนี้ด้วยแน่นอนเว่ยเจียมีภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่ต้องทำ เพื่อปกป้องบ้านเมือง และเมื่อคืนที่เขาเลือกอยู่กับเธอทั้งคืน มันก็ถือว่าเกินคาดไว้แล้วแหละเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่อยู่บ้านในช่วงนี้ หลี่เหม่ยจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้สำรวจเมืองและดูความเป็นไปของชีวิตผู้คนในเมืองจ้างเจียงแห่งนี้ รวมถึงหาโอกาสการทำมาค้าขายในเมืองเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตของเธ
20.2หลี่เหม่ยรับฟังอย่างใจเย็น แต่ก็ไม่ได้แสดงความโกรธออกมา เธอพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันเข้าใจค่ะว่าพวกคุณคงคิดเช่นนั้น แต่ฉันไม่ได้มาเพื่อหวังสิ่งใดจากเขา ฉันแค่อยากจะอยู่กับเขาและทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดเท่านั้นค่ะ...”แม่หลี่แค่นหัวเราะ “หล่อนพูดเหมือนง่ายนะ แต่คนบ้านนาอย่างเธอ ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำได้ดีหรอก”หลี่เหม่ยยิ้มอ่อนๆส่งไป ที่เธอคิดจะเกาะขาทองคำอย่างเว่ยเจียก็แค่เรื่องสถานะการเป็นอยู่ แต่เรื่องเงินเธอหาเองได้หรือหากเธออยากได้อะไรเธอไม่ได้หวังที่จะเอาเปรียบใครอยู่แล้ว ตามจริงเข้าเมืองมาก็เธอคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดใหม่ด้วยซ้ำก็ถูกเรียกลงมาแล้วน่ะสิหลี่ฉิงอี้ส่ายหัวและถอนหายใจ“เธอไม่รู้เหรอว่าครอบครัวของเรามีชื่อเสียงมากแค่ไหน? การที่เธอเข้ามาในบ้านนี้โดยเฉพาะในฐานะภรรยาของเว่ยเจียของเรา เธอรู้ไหมว่ามันทำให้เราอับอายคนรอบข้างแค่ไหน?”หลี่เหม่ยมองหลี่ฉิงซานอย่างสงบ “ฉันเข้าใจค่ะว่าพวกคุณอาจจะรู้สึกเช่นนั้น ฉันเองก็เลือกเกิดไม่ได้ค่ะแต่รับรองว่าในอนาคตฉันไม่ทำให้ใครอับอายแน่นอน”เธอยึดคติว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต
20พบปะครอบครัวของสามีเฉินเว่ยขับรถยนต์มาจอดที่สถานีรถไฟในเมืองในมณฑลกวางตุ้ง เขาพาเฉินเหม่ยเดินลงจากรถเขารับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นของคนข้างๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างดูใหม่และแตกต่างจากชนบทที่เฉินเหม่ยเคยอาศัยอยู่มาก เขาพาไปขึ้นรถไฟต่อใช้เวลาเดินทางยาวนานถึงสองวัน พวกเขาก็มาถึงเมืองจ้านเจียงอันเป็นเมืองที่เฉินเว่ยอยู่จริงๆ ในระหว่างการเดินทางนั้น เฉินเหม่ยได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของสามีของเธอ เขามีชื่อจริงๆว่า เว่ยเจีย สกุลหลี่ เป็นทหารยศพันตรี ส่วนเฉินมู่ที่เคยคิดว่าเป็นน้องชายของเขา ที่จริงแล้วเป็นลูกน้องของเขาที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อพวกเขาลงจากรถไฟที่เมืองจ้านเจียง เธอก็ขึ้นรถลากไปพร้อมกับหลี่เว่ยเจีย บ้านของเขาอยู่ไม่ไกลจากสถานีมากนัก เบื้องหน้าของเธอคือบ้านสองชั้นขนาดกลาง ซึ่งสำหรับยุคนี้ถือว่าใหญ่พอสมควร บ้านนี้เป็นบ้านสองชั้นที่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับบ้านข้างๆ ที่ดูเล็กกว่ามาก“นี่คือบ้านของผมครับ”หลี่เว่ยเจียกล่าวขณะลงจากรถลากไม่ลืมช่วยพยุงเฉินเหม่ยหรือที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลี่เหม่ยแล้วลงจากรถด้วยที่หน้าบ้านเหม่ยได้พบกับครอบครัวของหลี่เว่ยเจียที่รอต้อนรับอยู่ที่ทางเข้า คุณแม่ขอ
19.3เฉินเว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยบอก"ภารกิจของผมสำเร็จแล้วครับ และผมต้องรีบกลับเมืองเดิมเพื่อรายงานผลกับผู้บังคับบัญชา... และคงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วครับ"คำพูดของเขาทำให้เฉินเหม่ยนิ่งไปชั่วครู่ เธอพยักหน้าเบา ๆ แสดงว่าเข้าใจแล้ว เธอไม่แปลกใจที่ต้องจากที่นี่ไป เพราะเธอเองก็รู้สึกได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องออกจากที่นี่แล้วเช่นกัน"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะตามคุณไปด้วยค่ะ"เฉินเหม่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ทั้งที่เรื่องที่เธอบอกมันคือการที่คนๆนึงต้องย้ายถิ่นฐานเชียวนะเฉินเว่ยฟังแล้วตกใจไปในทันทีเพราะเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะตัดสินใจตามเขาไปทันทีโดยที่เขาไม่ต้องหว่านล้อม เขารู้สึกโล่งใจแต่ก็อดรู้สึกกลัวไม่ได้ว่าเธออาจเปลี่ยนใจในภายหลัง"แน่ใจใช่ไหมครับ? คุณพูดแล้วห้ามเปลี่ยนใจนะครับ" เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ"ใช่ ฉันแน่ใจ" เฉินเหม่ยตอบกลับอย่างมั่นใจ "ฉันคิดไว้บ้างแล้ว แม้มันจะเร็วไปหน่อยก็ตามแต่อย่างไรเมื่อต้องไปไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกันค่ะ""งั้นก็รีบจัดการตัวเองเถอะครับ เราต้องรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด"เขาต้องให้เวลาภรรยาเก็บของเสียหน่อยแต่ก่อนออกจากห้อง เฉินเว่ยอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุ







