เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
12
“คุณลุงคะ จอดที่นี่ก่อนค่ะ” ซ่งลี่อิงที่หันไปเห็นป้ายประกาศขายบ้านหลังหนึ่งก็รีบบอกลุงคนขับให้จอดทันที
เมื่อซ่งลี่อินมายืนอยู่ที่หน้าบ้าน ก็พลางกวาดสายตาทะลุเข้าไปที่ด้านในของรั้วบ้าน บ้านหลังนี้นั้นมีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว ลี่อินไม่แน่ใจนักว่ามีทั้งหมดกี่ห้องนอน เพราะเธอนั้นไม่สามารถที่จะเห็นด้านในของตัวบ้านได้
“แม่หนูมาหาใครหรือจ๊ะ” คุณป้าท่านหนึ่งที่อยู่บ้านรั้วติดกันเอ่ยถามขึ้น เพราะเมื่อเธอมองออกมาจากในบ้านก็เห็นว่ามีคนอยู่ตรงนี้ เธอจึงเดินออกมาดู
“สวัสดีค่ะคุณป้า คือฉันเห็นใบประกาศขายบ้านน่ะค่ะ ฉันสนใจก็เลยแวะมาดูค่ะ” ซ่งลี่อินบอกจุดประสงค์ที่เธอมายืนอยู่ที่ตรงนี้
“แม่หนูสนใจบ้านหลังนี้หรือจ๊ะ” คุณป้ามองลี่อิงด้วยสายตาพิจารณา เพราะเห็นว่ามีเด็กมาด้วย ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกหรือน้อง
“ใช่ค่ะคุณป้า คุณป้าพอจะรู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้หรือเปล่าคะ” ลี่อินลองถามดู เพราะถ้าคุณป้าคนนี้รู้จักเจ้าของบ้าน เธอจะได้ขอช่องทางการติดต่อ
“แน่นอนป้าย่อมต้องรู้จัก” จะไม่รู้จักได้อย่างไร ก็บ้านหลังนี้เป็นของพี่สาวของเธอ และหน้าที่ในการจัดการเรื่องซื้อขายนั้นก็เป็นเธออีกเช่นกัน
"คุณป้าคะ ฉันชื่อลี่อินค่ะ แซ่ซ่ง และนี้ลูกชายของฉันชื่อ ซือซือค่ะ" ซ่งลีอินที่พึ่งนึกได้ว่าเธอเสียมารยาทที่ไม่ได้แนะนำตัวจึงได้เอ่ยออกมา
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก้เรียกฉันว่า ป้าเหนียงเถอะ” คุณป้าบอกอย่างใจดี
“ค่ะ ป้าเหนียง” ซ่งลี่อินรับคำด้วยรอยยิ้ม
“บ้านหลังนี้เป็นของพี่สาวของฉันเองล่ะ เธอจะไปอยู่กับลูกชายคนโตที่มลฑลอื่นน่ะ ก็เลยขาย”
“แล้วบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่อย่างนั้นหรือคะ”
“5000 หยวนน่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันขอดูด้านในของบ้านได้หรือเปล่าคะ” ซ่งลี่อินคิดว่าราคานี้ไม่แพงเท่าไหร่นัก เธอสามารถที่จะซื้อได้
“อืม ได้สิ” ป้าเหนียงหยิบกุญแจที่เธอพกติดตัวออกมาไขเข้าไปที่ด้านใน
เมื่อลี่อินเข้ามาที่ด้านในแล้ว เธอก็เห็นลานหน้าบ้านที่โล่งเตียน ตรงมุมรั้วก็มีต้นไม้หนึ่งต้นและมีโต๊ะหินที่เอาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนอีกหนึ่งชุด
ส่วนด้านในตัวบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเห็นห้องโถงที่มีโต๊ะรับแขก และเมื่อมองเข้าไปด้านในก็จะเห็นห้องนอนอีกสามห้อง
ส่วนห้องครัวและห้องเก็บเสบียงนั้นจะอยู่ที่ด้านหลังของบ้าน เธอเห็นว่าค่อนข้างที่จะดีมากทีเดียว
“เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ ถูกใจแม่หนูหรือเปล่า” เมื่อเห็นว่าซ่งลี่อินมองแล้วพลางพยักหน้าก้เลยถามขึ้นซึ่งเธอก็พอที่จะได้ว่าคนซื้อนั้นพอใจ
“ฉันชอบมากเลยค่ะ ถ้าฉันต้องการที่จะซื้อ ฉันต้องทำอย่างไรหรือคะ” ซ่งลี่อินเมื่อถูกใจที่นี่ก็ไม่คิดจะไปตะเวนหาที่ไหนอีก จึงเลือกที่นี่เลย
“วันนี้หนูพร้อมหรือเปล่าจ๊ะ” ป้าเหนียงลองถามดู เพราะคิดว่าลี่อินน่าจะต้องไปปรึกษากับคนในครอบครัวเสียก่อน
“ฉันพร้อมค่ะ” ดีที่ลี่อินพกเงินจำนวนหนึ่งติดตัว เธอจึงสามารถที่จะจ่ายได้ทันที
เมื่อซ่งลี่อินพูดแบบนั้นคุณป้าเหนียงก็พาเธอไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำการจัดซื้อบ้าน ทั้งสองคนใช้เวลาไม่นานก็ทำเรื่องการโอนย้ายเสร็จเรียบร้อย
“นี่เงินค่าบ้านค่ะคุณป้า” ซ่งลี่อินมอบเงินห้าพันหยวนให้กับป้าเหนียงเมื่อเดินออกมาที่ด้านหน้าสำนักงานแล้ว
“ส่วนนี้ป้าคืนให้จ้ะ” ป้าเหนียงมอบเงินสามร้อยหยวนคืนให้กับลี่ีอิน เพราะพี่สาวของเธอนั้นขายบ้านในราคาห้าพันหยวนก็จริง แต่พี่สาวของเธอนั้นบอกว่าถ้าขายได้เธอจะมอบมันให้เธอสามร้อยหยวน เธอจึงได้มอบเงินในส่วนนั้นคืนให้กับลี่อิน
“เงินอะไรหรือคะ” ลี่อินมองเงินตรงหน้าอย่างงงๆ หรือว่าเธอจะนับเงินเกิน
“ป้าลดราคาให้จ้ะ” ป้าเหนียงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากนะคะ”
“แล้ววันนี้สามีของหนูไม่มาด้วยหรือจ๊ะ” ป้าเหนียงลองถามดู เพราะสงสัยที่เด็กสาวคนนี้ทำทุกอย่างเพียงคนเดียว
“คือ ฉันไม่มีสามีค่ะ ฉันหย่ากับสามี แล้วก็ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ค่ะ” ซ่งลี่อินเลือกที่จะบอกความจริง เพราะถึงอย่างไรแล้ววันหนึ่งก็ต้องรู้อยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้น เวลาที่หนูมีเรื่องอะไรให้ป้าช่วยก้บอกได้นะจ๊ะ ป้าเต็มใจช่วย” ป้าเหนียงที่ได้ยินแบบนี้ก็อดที่จะสงสารไม่ได้
“ฉันต้องขอบคุณป้าเหนียงมากนะคะที่ไม่รังเกียจฉันที่เป็นแม่หม้าย”
“หนูอย่าพูดแบบนั้นเลยจ้ะ ทุกคนก็ต้องมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น ถ้าเป็นลูกสาวป้า แล้วอยู่กับสามีไม่มีความสุข ป้าก็พร้อมที่จะให้ลูกสาวหย่าและรับตัวกลับบ้านอย่างแน่นอน”
“พ่อกับแม่ฉันเสียไปสามปีแล้วค่ะ ถ้าพวกท่านยังอยู่ ฉันก็คงจะกลับไปหาพวกท่านเหมือนกัน”
“…”
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







