LOGINเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
13
วันนี้เป็นวันที่ลี่อินนั้นย้ายเข้ามอยู่ที่บ้านหลังใหม่ เธอไม่ได้ซื้อของเข้าบ้าน เพราะบางส่วนที่นี่ก็มีให้แล้ว แต่จะพูดว่าเธอต้องซื้อก็ไม่ถูกนัก เพราะว่าของจำเป็นทั้งหลายนั้นในมิติของเธอล้วนมีครบครัน แต่การที่เธอจะเอาพวกมันออกมานี่สิ เป็นเรื่องที่ลำบาก
และเมื่อวานนี้ที่ซ่งลี่อินพูดคุยกับป้าเหนียง เธอก็ได้รู้ว่าที่ย่านการตลาดใหม่ ก็ได้มีการเปิดจองร้านค้าอยู่ แต่การก่อสร้างน่าจะยังไม่เสร็จ ลี่อินนั้นสนใจมาก จึงคิดว่าวันนี้เธอจะเข้าไปดูที่นั่นเสียหน่อย
แต่ระหว่างที่ลี่อินกำลังเดินเข้าบ้านอยู่นั้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาเธอก็ต้องตกใจเพราะเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนอนอยู่ที่โต๊ะรับแขกภายในบ้าน
“คุณเป็นใคร!!!” ตอนนี้ลี่อินกอดซือซือไว้แน่น แต่ปากก็ถามออกไป เพราะเธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครถึงได้เข้ามานอนที่นี่กัน
“เฮ้ย!!” เมื่อชายคนนั้นได้ยินเสียงของซ่งลี่อินก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที และก็ออกอาการงงงันว่าผู้หญิงที่เข้ามาอยู่ในบ้านของป้าตนนั้นเป็นใครกัน
“ฉันถามว่าคุณเป็นใคร” ลี่อินเอ่ยถามอีกครั้ง
“ผมเป็นหลานเจ้าของบ้านหลังนี้ครับ แล้วคุณคือใคร”
“ฉันเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ค่ะ แล้วคุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกันคะ” เพราะเมื่อตอนที่เธอเดินเข้ามาประตูหน้าบ้านก็ยังล็อกอยู่เธอก็เลยสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร
“คุณซื้อบ้านหลังนี้แล้วอย่างนั้นหรือครับ” นี่เขาไม่อยู่บ้านเพียงไม่กี่วัน แม่ของเขาก็ขายบ้านหลังนี้แล้วอย่างนั้นเหรอเนี่ย ตอนแรกเขาคิดว่าจะซื้อบ้านหลังนี้เอาไว้เอง
“ค่ะ แล้วคุณจะบอกฉันได้หรือยังคะว่าเข้ามาที่นี่ทำไม”
“อ้อ ผมชื่อ หลี่จวิน เป็นลูกชายของ คุณนายหลี่เหนียง ส่วนเรื่องที่ผมเข้ามาที่นี่ได้นั้น ก็เพราะที่ด้านหลังบ้านมันไม่ได้ล็อกกุญแจไว้ครับ และผมก็ต้องขอโทษด้วยที่เข้ามา ผมไม่รุู้ว่าที่นี่ถูกขายไปแล้ว" และที่เขาต้องเข้ามานอนที่นี่ก็เพราะเขานั้นมีอาการบาดเจ็บ จึงไม่อยากที่จะเข้าบ้านไปให้คนเป็นแม่ต้องบ่น
“ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนให้คุณออกไปก่อนได้หรือเปล่าคะ ฉันกับลูกจะจัดบ้านค่ะ” ซ่งลี่อินไล่ เธอไม่สามารถที่จะให้คนแปลกหน้าอยู่ที่บ้านของเธอได้
“คะ..ครับ” หลี่จวินพูดจบก็เดินออกไป
ซ่งลี่อินที่เห็นว่าหลี่จวินออกไปแล้วก็ถอนหายใจออกมา เธอนี่ตกใจแทบแย่ที่เห็นใครก็ไม่รู้เข้านอนอยู่ในบ้านที่เธอซื้อเอาไว้ นี่ถ้าเป็นโจรผู้ร้ายเธอจะทำยังไงเธอนี่คิดไม่ออกเลยจริงๆ
“ซือซือ ลูกเล่นที่นี่ก่อนนะครับ" ซ่งลี่อินวางลูกชายไว้ที่พื้นที่เธอปูผ้าเอาไว้ และมีคอกกั้นเด็ก และเอาของเล่นที่มีอยู่ในมิติออกมาให้เล่นฆ่าเวลา ระหว่างที่เธอนั้นไปดูห้องต่างๆ
“หม่ำๆ” เจ้าแก้มอ้วนซือซือตอบรับ ถ้าใครไม่เข้าใจก็จะคิดว่าซือซือนั้นหิว แต่มันไม่ใช่นี่เป็นการตอบรับของเด็กชาย
ซ่งลี่อินเข้ามาที่ในห้องนอน เธอก็นำที่นอนขนาดหกฟุตออกมาวาง พร้อมกับชุดเครื่องนอน ทั้งหมอนทั้งผ้าห่ม และผ้าม่านหน้าต่าง เธอเลือกที่จะเอาออกมาเพียงแค่หนึ่งห้อง ส่วนห้องที่เหลือนั้นเธอคิดว่าจะปล่อยทิ้งเอาไว้เสียก่อน
เมื่อห้องนอนเส็จแล้วเธอก็แอบออกมาดูลูกขายตัวน้อย เธอเห็นว่านั่งเล่นอยู่ก็เลยเดินเลยเขาไปที่ห้องครัวเธอใช้เวลาไม่นานก็นำของออกมาวางจนเสร็จ
“ซือซือครับ” ซ่งลี่อินส่งเสียงเรียกลูกชาย
“หม่ำๆ” ซือซือหันมาตามเสียงเรียก เมื่อเห็นคนเป็นแม่ก็ส่งเสียงพร้อมกับเอามือตีไปที่ท้องเบาๆสองที
“หืม ลูกหิวแล้วอย่างนั้นหรือครับ มาๆแม่จะเอานมให้กิน” ลี่อินพูดจบก้หยิบขวนนมที่เธอนั้นชงเอาไว้มาป้อนให้ลูกชาย นมผงที่เธอเลือกให้ซือซือในตอนนี้เป็นนมผงที่มาจากห้างของเธอ เธอคิดว่าคุณภาพมันดีกว่าของในยุคนี้
ดีที่ตอนนี้ซือซือนั้นสามารถที่จะจับขวดนมกินเองได้แล้ว เธอจึงไม่จำเป็นต้องจับให้ เธอก็ได้แต่นั่งดูเท่านั้น ไม่นานเจ้าแก้มอ้วนซือซือก็หลับไป
หลังจากที่ซ่งลี่อินจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้ว ซือซือเองก้ตื่นนอนแล้ว ลี่อินคิดว่าวันนี้จะออกไปดูทำเลเปิดร้านเสียหน่อย
“ป่ะซือซือ แม่จะพาลูกออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกัน”
“แอ้ๆ”
“อุ้ย!!” ลี่อินตกใจเมื่ออกมาจากบ้านก็เจอเข้ากับหลี่จวินที่เดินออกมาจากบ้านข้างๆเหมือนกัน ซึ่งดูเหมือนว่าเขานั้นก็กำลงจะออกไปข้างนอกเหมือนกัน
“สวัสดีครับ คุณจะออกไปข้างนอกหรือครับ” หลี่จวินทักทายผู้หญิงตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ ฉันกำลังจะไปดูตลาดน่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปเป็นเพื่อนดีหรือเปล่าครับ ผมเองก็กำลังจะออกไปเหมือนกัน”
“อืม..เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ซ่งลี่อินที่เห็นว่าชายหนุ่มเป็นลูกชายของป้าเหนียงและจากสายตาของเธอแล้วก็เห็นว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่ใช้ได้เธอจึงไม่ได้ปฎิเสธที่จะให้เขานั้นเป็นคนพาไป
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







