นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช

นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช

last updateLast Updated : 2026-09-01
By:  สกุลจางOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
13Chapters
247views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จ้าวอี้หรานเขานั้นขึ้นชื่อว่าท่านอ๋องผู้โหดเหี่ยม แห่งตำหนักหงค์ดำ ที่ผู้ใดก็ต่างหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงชื่อเสียง เมื่อห้าปีก่อนเขานั้นได้นำทัพบุกโจมตีศัตรูจนเมืองแตกพ่าย แต่ในระหว่างเดินทางกลับพร้อมชัยชนะ เขาได้ถูกลอบทำร้ายจากศัตรู องค์รักษ์ปกป้องเขาสุดชีวิต จนพวกมันหนีหายไปอย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เขามีอาการคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตายนับร้อย เรื่องนี้ได้ยินเสียงถึงหูฝ่าบาท และทั่วหล้า ตั้งแต่นั้นมาเขาได้แต่เก็บตัวไม่สามารถออกราชกิจได้ปกติ

View More

Chapter 1

พิธีสมรสครั้งที่99

"หลบๆ ขบวนกำลังจะมาแล้ว"

ชายทหารหนุ่มผู้สวมชุดเกราะตะโกนดังขึ้น ชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มนินทาเริ่มทยอยถ้อยเข้ามาชิดริมถนนก่อนจะหันหน้าไปทางเดียวกัน

"นั้น ขบวนเจ้าสาวรึ"

"เป็นสตรีจากตระกูลใด ถึงได้โชคร้ายเช่นนี้"

"แต่งเข้าไปสุดท้ายก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ดี"

"ข้าล่ะสงสารจริงๆไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านไหนจะถูกไปสังเวยอีก"

ชาวบ้านบางคนพูดขึ้นสลับกันไปมาแต่อีกใจก็นึกสงสาร !

ทันใดนั้นขบวนรถม้าเจ้าสาวเริ่มเข้ามาใกล้ชาวบ้านทุกคนเริ่มก้มหน้าปิดปากเงียบสนิท รอให้ขบวนผ่านไปแม้ในช่วงเวลานั้นทุกคนต่างหวาดกลัวจนลืมหายใจเต็มปอด

แต่มีชาวบ้านคนหนึ่งเขาสงสัยจึงอยากเงยหน้าดูให้เห็นเต็มตา ถึงแม้ว่าจะเห็นแค่ผ้าม่านภายนอกก็ตาม

ฟิ้ว..ฟิ้ว (เสียงลม)

ผ้าม่านสะบัดออกตามแรงลมประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านผู้นั้นกำลังเงยหน้ามองอย่างช้าๆ

"สตรีผู้นั้นตายแล้ว"

เขาตกใจจนตาล่อกแล่กอุทานพึมพัมจนผู้คนข้างๆเริ่มเงยหน้ามองตาม เพียงเสี้ยววินาทีผ้าม่านสีแดงก็ถูกปิดลงในชั่วพริบตา

ผู้คนที่เงยหน้ามองนั้นต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าตื่นตระหนกให้ทหารนั้นจับได้ จนขบวนเจ้าสาวผ่านพ้นไปพวกเขาจึงถอนหายใจโล่งอกพร้อมกับปาดเหงื่อไปพลางๆ

ขณะนั้นจู่ๆท้องฟ้าก็มืดครึ้มราวกับฝนจะตกลงมาอย่างหนักผู้คนต่างหลบเข้าที่พักแยกย้ายกันกลับไป

ครืน..ครืน

เปรี้ยง

สายฟ้าแตกแขนงในความมืดสว่างไปทั่วใต้หล้าด้านในรถมาขบวนเจ้าสาว จากใบหน้าซีดเซียวกลับเริ่มมีเลือดฝาด

ทันใดนั้นเสียงหัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะย้อนมองดูตัวเองที่อยู่ในชุดเจ้าสาวและห้องไม้สี่เหลี่ยมแคบๆ

"นี่ฉันอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น"

หญิงสาวตื่นตระหนกไม่คุ้นชินกับบรรยากาศและผู้คนรอบๆราวกับว่าตนนั้นเป็นนักโทษ

ด้วยความสงสัยมือน้อยๆจึงเปิดม่านด้านหน้าออกอย่างระมัดระวัง

สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเหล่าทหารและองครักษ์หลายนายกำลังเดินอยู่ข้างๆพร้อมอาวุธมีดดาบท่าทางของพวกเขาระมัดระวังเป็นพิเศษ

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่นั่งหลังชนฝาชิดกำแพงก่อนจะพึมพึมออกมา

"อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมาในยุคโบราณ"

พูดจบความทรงจำจากชาติปัจจุบันก็หวนกลับมา ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเธอกำลังทำงานโดยการเป็นนักสืบเรื่องสามีภรรยามีชู้ให้กับครอบครัวที่ต้องการจ้างเธอ

แต่ในขณะที่เธอนั้นกำลังจะข้ามทางม้าลายจู่ๆรถสิบล้อก็ขับย้อนศรมาด้วยความเร็วสูงชนร่างบอบบางกระเด็นไปหลายสิบเมตร

"ที่แท้ฉันก็ตายแล้ว วิญญาณถึงมาอยู่ในร่างของสตรีผู้นี้"

หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นเครือ ก้มหน้าคอตกด้วยความเศร้าใจทำไมกันนะอายุแค่นี้ถึงได้มาตายก่อนจะได้ใช้เงินอยู่อย่างสบายอย่างที่ฝันไว้

"แต่ทำไมเหตุการณ์นี้มันคุ้นๆนะ" หญิงสาวพึงทำก่อนจะนึกออกว่าตนนั้นได้เข้ามาอยู่ในนิยายเรื่อง "ทรราชกินคน"

"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานโอ้ไม่นะทำยังไงดีข้าจะถูกทรราชตัดหัวโยนให้ปลากินหรือไม่"

ยิ่งคิดก็ยิ่งลนลานคิดอะไรไม่ออกจนขบวนม้ามาถึงหน้าตำหนักทรราชผู้โหดร้าย

"ถึงแล้วหรอข้ายังคิดไม่ถึง 10 วินาทีทำไงดี"

"หรือจะแกล้งว่าโดนผีเข้าแล้วให้ทหารลากตัวข้าไปโยนลงบ่อข้างทาง"

"ไม่ๆความคิดนี้สุดโต่งเกินไป" นางสายหัวรัวๆ

" หรือว่าข้าจะแกล้งแต่งหน้าให้ดูขี้เหร่"

ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกโพลงพร้อมกับดีดนิ้วเสียงดังปัง..

"ใช่แล้ววิธีนี้แหละ"

นางเหลือบไปเห็นเครื่องสำอางเก่าๆโบราณแม้ในยุคนี้อาจจะดูหรูหรา แต่ในสายตานางนั้นแค่เครื่องสำอางระดับเกรด c ก็เท่านั้น

อย่างแรกที่นางทำหยิบแป้งเหนียวสีขาวขึ้นมาโบกทั่วใบหน้าให้ขาวเหมือนผีดิบ ก่อนจะเติมคิ้วด้วยถ่านแปรรูปให้หนาขึ้น ทาด้วยสีแต้มปากแดงปากล่างสีแดงปากบนสีชมพู

ตามด้วยอายไลเนอร์คิดค้นขึ้นเองตวัดหางให้ใหญ่เท่าตัวปลิงนี่ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ในเสี้ยววินาทีนั้นแม่บ้านหญิงวัยกลางคนยืนเรียกเชิญนางอย่างอ่อนหวานด้วยท่าทีสุภาพ

" คุณหนูฉู่เยว่หลิงเชิญลงจากรถม้าเจ้าค่ะ"

ฉู่เยว่หลิงรีบดึงผ้าคลุมหน้าลงพร้อมกับทำท่าทีสงบนิ่งเมื่อกำลังลงจากรถมาแม้ว่ามืออีกข้างกำลังสั่นนางก็พยายามเก็บความตื่นเต้นและความหวาดกลัวให้ได้มากที่สุด

"ตามบ่าวมาเจ้าคะ" แม่บ้านเอ่ยพร้อมผายมือต้อนรับก่อนจะเดินนำหน้าไปอย่างช้าๆ

ทันใดนั้นแม่บ้านก็หยุดฝีเท้าตรงหน้าแล้วขยับเข้ามาใกล้ๆเพื่อให้นางจากข้อมือจะได้ไม่เดินสะดุดล้มในที่มืด

"ทะ..ท่านจะพาข้าไปไหนเหตุใดถึงมองไม่เห็นอะไรเลย"

นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"นี่คือห้องเจ้าสาวเจ้าค่ะพระชายาต้องนั่งรอที่เตียงนอน หากเจ้าบ่าวไม่มาเปิดผ้าคลุมหน้าห้ามลุกไปไหนทั้งนั้นเจ้าค่ะ"

แม่บ้านพูดจบนางก็ค่อยๆย่อตัวนั่งลงบนเตียงนอน

" หมดหน้าที่ของข้าแล้วพระชายาข้าขอตัวก่อน"

ฉู่เยว่หลิงพยักหน้าตอบรับ

"ผู้อื่นเขาแต่งงานมีแสงไฟมีดอกไม้และเงินทองมากองอยู่ตรงหน้าส่วนข้าอยู่ในที่มืดเหมือนแต่งงานกับผียังไงก็ไม่รู้"

นางบ่นพึมพำ ทั้งเสียวสันหลังและรอบตัวมันช่างอึดอัดเหลือเกิน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
13 Chapters
พิธีสมรสครั้งที่99
"หลบๆ ขบวนกำลังจะมาแล้ว" ชายทหารหนุ่มผู้สวมชุดเกราะตะโกนดังขึ้น ชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มนินทาเริ่มทยอยถ้อยเข้ามาชิดริมถนนก่อนจะหันหน้าไปทางเดียวกัน "นั้น ขบวนเจ้าสาวรึ" "เป็นสตรีจากตระกูลใด ถึงได้โชคร้ายเช่นนี้" "แต่งเข้าไปสุดท้ายก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ดี" "ข้าล่ะสงสารจริงๆไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านไหนจะถูกไปสังเวยอีก" ชาวบ้านบางคนพูดขึ้นสลับกันไปมาแต่อีกใจก็นึกสงสาร ! ทันใดนั้นขบวนรถม้าเจ้าสาวเริ่มเข้ามาใกล้ชาวบ้านทุกคนเริ่มก้มหน้าปิดปากเงียบสนิท รอให้ขบวนผ่านไปแม้ในช่วงเวลานั้นทุกคนต่างหวาดกลัวจนลืมหายใจเต็มปอด แต่มีชาวบ้านคนหนึ่งเขาสงสัยจึงอยากเงยหน้าดูให้เห็นเต็มตา ถึงแม้ว่าจะเห็นแค่ผ้าม่านภายนอกก็ตาม ฟิ้ว..ฟิ้ว (เสียงลม) ผ้าม่านสะบัดออกตามแรงลมประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านผู้นั้นกำลังเงยหน้ามองอย่างช้าๆ "สตรีผู้นั้นตายแล้ว" เขาตกใจจนตาล่อกแล่กอุทานพึมพัมจนผู้คนข้างๆเริ่มเงยหน้ามองตาม เพียงเสี้ยววินาทีผ้าม่านสีแดงก็ถูกปิดลงในชั่วพริบตา ผู้คนที่เงยหน้ามองนั้นต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าตื่นตระหนกให้ทหารนั้นจับได้ จนขบวนเจ้าสาวผ่านพ้นไปพวกเขาจึงถอนหายใจโล่งอกพร้อมกับปาดเห
last updateLast Updated : 2026-08-18
Read more
ผีบรรพบุรุษยังไม่น่ากลัวเท่านาง
กึก..ตึก! เสียงฝีเท้า"ห๊ะ..นั้นๆ เสียงผู้ใดกัน" นางถามสั้นๆ แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงแค่เสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ พรึ่บ..! ไฟสว่างวาบมือหนาค่อยๆดึงผ้าคลุมหน้าลงอย่างรวดเร็ว"ตัวอะไรกัน" จ้าวอี้หรานรีบถอยออกห่างเล็กน้อย พร้อมชักดาบออกมาป้องกันฉวับ! (เสียงชักดาบ)ฉู่เยว่หลิงยกฝ่ามือทั้งสองข้างบังหน้าหลับตาสนิทก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป "อย่า ๆ ข้าเป็นคนนะ" ฉู่เยว่หลิงเอ่ยเสียงสั่น"เจ้าแน่ใจรึ หน้าตาเช่นเจ้าน่ากลัวกว่าผีบรรพบุรุษข้าอีก" ฉวับ ! (เก็บดาบเข้าฝัก)"ไสหัวไปให้พ้น" จ้าวอี้หรานยืนหันหลังเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาไล่นางออกไป"อะไรกัน ท่านจะปล่อยข้าไปจริงหรือ" ฉู่เยว่หลิงขมวดคิ้วสงสัย"หูหนวกหรือไง บอกว่าให้ออกไป" ปัง...เคร้ง! จ้าวอี้หรานโวยวายเหมือนถูกผีเข้าเขาปัดสิ่งของอยู่บนโต๊ะจนแตกกระจาย ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดราวกับถูกบีบคั้น เหมือนกับว่ากำลังกลายเป็นอีกคน"ทะ..ท่านเป็นอะไรไป ข้ากลัวนะ" ฉู่เยว่หลิงลุกขึ้นออกจากเตียงยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อจะจับไหล่เขาเบาๆ "อยากตายรึไง" น้ำเสียงทุ่มใหญ่เอ่ยขึ้นค่อยๆเอียงคอหันมาช้าๆ พร้อมกับแววตาแดงฉานราวกับปีศาจ"อ๊าย..ช่
last updateLast Updated : 2026-08-18
Read more
ท่านอ๋องฟื้นแล้ว
น้ำใสๆ ถึงกับคลอเบ้าเต็มหน่วยด้วยความซาบซึ้งใจ แต่ความซาบซึ้งนั้นกำลังจะหลั่งออกมาเต็มที่ในจังหวะนั้นเสียงทหารเฝ้ายามหน้าประตูก็วิ่งพรวดเข้ามาหาแม่บ้านด้วยท่าทีตื่นตระหนก "แย่แล้ว องค์ชายหานอี้หรานพยายามจะเข้ามาให้ได้ ทำอย่างไรดี ทั้งที่ท่านอ๋องก็สั่งไว้แล้วห้ามให้เข้ามาข้ากลัวโดนทำโทษเหลือเกิน" ท่าทีทหารขาสั่นก้าวไม่ออกลมหายใจติดขัดในขณะเอ่ยออกมา "อะไรนะ ตอนนี้ท่านอ๋องรักษาตัวอยู่องค์ชายมาทำอะไรกันแน่" ในขณะที่แม่บ้านกับทหารกำลังสนทนากันด้วยความร้อนใจ ฉู่เยว่หลิงนึกย้อนตัวละครในนิยายหรือองค์ชาย หานอี้หราน 'นี่องค์ชายหานอี้หรานรึ ทำไมแม่บ้านถึงกลัวละ ในนิยายเขาเป็นสุภาพบุรุษพูดจาดีชอบช่วยเหลือคน หรือว่าเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไป' "พระชายา ท่านรีบไปหลบซ่อนในห้องเก็บของก่อนเพคะ" แม่บ้านสะกิดไหล่ในขณะที่นางนั้นกำลังยืนนึกคิด "เหตุใดข้าต้องไปหลบซ่อนด้วย" นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย " พระชายาเชื่อข้าเถิดเพคะ" "ไม่ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าองค์ชายนั้นมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร" นางนั้นเอ๋ยเด็ดขาดไม่ยอมซ่อนตัวทำให้แม่บ้านและทหารถึงกับเขาทรุดลงกับพื้
last updateLast Updated : 2026-08-18
Read more
รับเงินแล้วไปซะ
"องค์ชายเชิญท่านกลับไปเถิดขอรับ" องค์รักษ์กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปัง! เสียงบานประตูเปิดออกจ้าวอี้หรานปรากฏตัวต่อหน้าหานอี้หราน รูปร่างสูงง่าออร่าแรงกดดันจากภายในทำให้ทหารที่ยืนนิ่งอยู่ถึงกับตัวสั่นจากข้างใน ทันใดนั้นจ้าวอี้หรานจึงใช้แรงลมปรานดึงเข้มพิษออกมากจากเหล่าทหาร ก่อนจะหันไปมองน้องชายหานอี้หรานด้วยแววตาเรียบเฉย"เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด" "ข้าแค่เป็นห่วงท่านพี่ กลัวว่าปีศาจในตัวท่านจะกำเริบทำร้ายเจ้าสาวจนตาย ข้านั้นไม่อยากให้ข่าวนี้แพรออกไปกลัวจะทำให้ราษฎรนั้นหวั่นกลัวจนไม่กล้าส่งบุตรสาวเข้าวังมาเป็นนางกำนัล" สิ้นสุดประโยคจ้าวอี้หรานกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เขาพยายามจะระงับโมสะ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่จึงไม่อาจจะซ่อนความโกรธเอาไว้ได้""บังอาจ" ลมหายใจหอบกระชั้นจนอกกระเพื่อมปลายเท้ายกสูงปะทะยอดหน้าฝ่ายตรงข้ามจนกระเด็นไปติดรั้วกำแพง แค่ก..แค่ก เสียงไอสำลักเลือดออกปากหานอี้หรานค่อยๆ พยุงตัวเองยืนขึ้นในระหว่างนั้น จ้าวอี้หรานเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาน้องชายพร้อมกับย่อตัวลงต่ำกดไหล่หานอี้หรานไว้"เจ้ามาเยาะเย้ยข้ารึ" เขากระซิบถามเบาๆที่ข้างหู"ท่านพี่ ข้าแค่เป็
last updateLast Updated : 2026-08-19
Read more
หัวใจเต้นแรง
"บังอาจ!" ปัง (เสียงทุบโต๊ะ) เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนผายไหล่กว้างและยืดตัวให้เต็มความสูงเพื่อขยายเงาร่างให้ดูน่าเกรงขาม ค่อย ๆ ขยับเท้าก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังจนมุม "ทะ..ท่าน จะทำอะไร" นางเอ่ยเสียงสั่นก้าวถอยหลังชนฝากำแพงจนไร้ทางหนี "ไม่เคยมีสตรีผู้ใดกล้าพูดกับข้าเช่นนี้เจ้าเป็นคนแรก" เขากระซิบเบาๆพร้อมกับสายร้อนแผ่ว บีบตาให้แคบลงเรากับกำลังข่มขวัญอีกฝ่ายให้เกรงกลัว หัวใจฉู่เยว่หลิงเต้นหนักและแรงจนรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกกำลังจะทะลุออกมาข้างนอก 'ทำไงดีหัวใจเต้นแรงเหลือเกิน' ฉู่เยว่หลิงหลับตาลงให้สนิทพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง "ข้าพูดผิดตรงไหนหรือเจ้าคะ ตอนนี้ข้าเป็นภรรยาของท่านท่านก็คือสามีของข้าหรือว่าท่านพี่จะให้ข้าออกไปเร่ร่อนข้างนอกเป็นหม้ายผัวทิ้ง " "ให้ชาวบ้านนินทาว่าท่านนั้นฆ่าภรรยาที่แต่งเข้ามาทุกครั้งอย่างนั้นหรือ สู้เก็บข้าไว้ข้างกายจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีหญิงอื่นใดมาทุกข์ทรมานให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน" นางเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำแววตาคมกล้า ไร้ความลังเล จ้าวอี้หรานชะงักไปชั่วครู่ราวกลับถูกบางอย่างอุดลำคอไว้
last updateLast Updated : 2026-08-20
Read more
การปรากฏตัวของทรราช
"ท่านเชื่อใจข้าเถิด ข้ามีประโยชน์ต่อท่านแน่นอน" นางก้าวเข้าไปใกล้ชิดตัวสามี มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับต้นแขนหนาแล้วออกแรงเขย่าเบาๆ พลางช้อนสายตาขึ้นมองด้วยความเว้าวอน "ให้ข้าไปด้วยคนนะ" จ้าวอี้หรานจ้องมองลึกลงไปในแววตาเว้าวอนก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างยอมจำนน "ก็ได้..." เขาเอ่ยเสียงแข็งเขาทนแรงอ้อนวอนไม่ไหว เขาจึงแกล้งทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินเร่งสะบัดนำหน้าตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ เมื่อเห็นแผ่นหลังหนาเดินเร่งนำหน้าไป ใบหน้าจิ้มลิ้มก็จุดรอยยิ้มกว้างด้วยความสมหวัง นางรีบสาวเท้าวิ่งวิ่งกระย่องกระแย่งตามไปพลางส่งเสียงใสตะโกนไล่หลัง "รอข้าด้วย ท่านสามี!"ณ หน้าท้องพระโรงรถม้าหยุดชะงักที่หน้าประตูบานใหญ่ ณ ท้องพระโรง เหล่าขุนนางชั้นสูงชั้นกลางและผู้อาวุโสมากมายกำลังรวมตัวและถกเถียงกันเรื่องนี้อย่างไม่ขาดสายในขณะนั้นประตูรถม้าด้านหน้าค่อย ๆ แง้มเปิดออกเหล่าขุนนางต่างหันมามองยังหน้าประตูด้วยความสงสัยจากที่ซุบซิบนินทาและเคร่งเครียดพวกเขาเริ่มค่อยๆเดินเข้ามายังหน้าประตูด้านนอกขุนนางคนแรกที่เห็นถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านและอีกด้านหลังที่กำลังยืนอึ้งงันอยู่อย่างนั้น"นั่
last updateLast Updated : 2026-08-21
Read more
การปะลองดุเดือด
เหล่าขุนนางหน้าซีดเผือกด้วยความกลัว ทันทีที่สิ้นคำท้าอันโอหังของหัวหน้ากบฏฝ่าบาทยังคงนิ่งสงบ พระองค์ไม่แสดงอาการหวั่นไหว แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาลองดี ดวงตาคู่คมทอดมองลงไปยังหัวหน้ากบฏแดนใต้ตรง ๆ ก่อนจะแค่นยิ้มออกมาเบา ๆ"คิดจะใช้บทกลอนมาข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ" น้ำเสียงเสียงแหบพร่าแต่เฉียบขาด"ถ้าข้าไม่รับคำท้าของพวกเจ้าในวันนี้ คงถูกคนทั้งแผ่นดินดูแคลนว่าราชสำนักไร้คนดีมีปัญญา"ฝ่าบาทค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่างาม รังมสีอำนาจแผ่กระจายจนสะกดให้ทุกคนในท้องพระโรงเงียบกริบ"ข้ารับคำท้า! ร่ายกลอนบทแรกของเจ้าออกมาได้เลย" หัวหน้ากบฏแสยะยิ้มกวาดสายตามองไปรอบท้องพระโรง ก่อนจะเปล่งน้ำเสียงทุ้มต่ำร่ายกลอนบทแรกออกมาทันที"อินทรีเฒ่าปีกหักพึ่งบัลลังก์หมดสิ้นพลังยังทะนงองอาจโลหิตหลั่งท่วมปฐพีพินาศถึงคราเปลี่ยนราชาครองแผ่นดิน"สิ้นเสียงร่ายกลอน บรรยากาศในโถงหลวงก็ดิ่งกลับสู่ความเงียบงันขุนนางหลายคนถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะเนื้อความในบทกลอนนั้นจงใจเปรียบเปรยฝ่าบาทเป็นอินทรีเฒ่าที่หมดสิ้นอำนาจ และประกาศเจตนาชิงบัลลังก์อย่างโจ่งแจ้งโดยไม่เกรงกลัวอาญาหัวหน้ากบฏเลิกคิ้วมองตรงไปยังฝ่าบาท แววตาเร่
last updateLast Updated : 2026-08-24
Read more
ตะลึงในความสามารถ
"ยังมีผู้ใดคิดออกหรือไม่" ฝ่าบาทเอ่ยขึ้นถามเหล่านักปราชญ์พร้อมกับเหล่าขุนนางชั้นสูงฉู่เยว่หลิงที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างจ้าวอี้หรานมานาน มองบทกลอนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย“ข้าตอบได้”ทุกสายตาในท้องพระโรงหันมามองนางพร้อมกัน แม้แต่จ้าวอี้หรานยังหันกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจฉู่เยว่หลิงสูดลมหายใจเข้า ก่อนเอ่ยคำตอบออกมาอย่างมั่นใจ“หิมะละลายได้ แม้โลหิตยังฝังอยู่ใต้ดินจันทร์ส่องเห็นเพียงเงา แต่หาอ่านใจคนได้ไม่สายน้ำย้อนคืนไม่ได้ ก็เหมือนกาลเวลาที่ไม่อาจหวน ส่วนชะตา...จะถูกเขียนด้วยสิ่งใด ขึ้นอยู่กับมือของผู้ถือพู่กัน”จ้าวอี้หรานมองนางด้วยแววตาตกตะลึง ส่วนหัวหน้ากบฏเองถึงกับนิ่งไปฉู่เยว่หลิงเพียงยกคิ้วเล็กน้อย“คำตอบของข้า...ถูกหรือไม่?”หัวหน้ากบฏนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับไม่คิดว่านางจะตอบได้จริง ๆก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ“น่าสนใจ...”เขามองฉู่เยว่หลิงอย่างพิจารณา แววตาเปลี่ยนจากดูแคลนเป็นระแวดระวัง“เจ้าตีความบทกลอนของข้าได้อย่างไร?”ฉู่เยว่หลิงยักไหล่เล็กน้อย“ก็แค่คิดว่าความหมายมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เจ้าพยายามทำให้เป็น”จ้าวอี้หรานหันมามองนางทันที สตรีที่เคยมองว่านางไร้ประ
last updateLast Updated : 2026-08-24
Read more
เหตุใดถึงมีแผลเต็มไปหมด
หัวหน้ากบฏจ้องมองฉู่เยว่หลิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แววตามั่นใจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันตา มันตระหนักได้ทันทีว่าการจะคว่ำราชสำนักในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีสตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาขวางทางมันแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว"วันนี้ข้าเพียงแค่มาหยั่งเชิงดูเท่านั้น"สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มขุนนางรอบห้องโถง ก่อนจะตวัดกลับมาหยุดที่ฉู่เยว่หลิงอีกครั้ง"ถือว่าคราวนี้พวกเจ้าดวงดีที่ผ่านมันไปได้"ท่ามกลางสายตาระแวดระวังและไม่ไว้วางใจของทุกคน หัวหน้ากบฏกลับยกยิ้มเย็น"แต่จำใส่หัวเอาไว้... คราวหน้าข้าจะไม่มาพร้อมกับบทกลอนอีกแล้ว"หัวหน้ากบฏหมุนตัวหันหลังกลับ พลางทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นจนคนฟังขนลุกซู่"ถึงเวลานั้น หวังว่าพวกเจ้าจะเตรียมตัวรับมือข้าให้ดีก็แล้วกัน"สิ้นประโยคร่างกายกำยำสะบัดชายเสื้อคลุมก่อนเดินจากไปอย่างผ่าเผย ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอันอึดอัดตึงเครียด และสายตาของทุกคนในท้องพระโรงที่ยังคงจับจ้องไปยังบานประตูที่ว่างเปล่าเมื่อร่างของพวกกบฏลับสายตาไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเงียบกริบก็พลันแตกตื่น เหล่าขุนนางต่างหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั
last updateLast Updated : 2026-08-26
Read more
หนึ่งแท่งก็เพียงพอแล้ว
สายตาเฉียบคมของฉู่เยว่หลิงตวัดไปเห็นท่าทางของหานอี้หรานเข้าพอดี ในฐานะอดีตนักสืบจากโลกอนาคต นางคุ้นเคยกับการจับสังเกตพฤติกรรมผู้คนเป็นอย่างดีแววตาริษยาและมือที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อของเขาจึงไม่อาจรอดพ้นสายตานางไปได้ สัญชาตญาณนักสืบของนางร้องเตือนทันทีว่า...ชายผู้นี้ไม่ได้ห่วงอาการของพี่ชายแม้แต่น้อย แต่กำลังเคียดแค้นที่ตนถูกแย่งความรักไปต่างหากฉู่เยว่หลิงลอบเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ นางตระหนักได้ทันทีว่า ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่กบฏแดงใต้ที่เพิ่งจากไป แต่เป็นน้องชายต่างสายเลือดที่ยืนอยู่เบื้องหลังนี่เองฝ่าบาทมองบาดแผลของพระโอรสด้วยความร้อนรน ก่อนหันไปสั่งขันทีคนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"รีบไปสั่งการ ให้พลิกแผ่นดินตามหาหมอหลวงที่เก่งที่สุด หรือแม้แต่หมอเทวดาจากที่ใดก็ได้มารักษาจ้าวอี้หรานโดยเร็วที่สุด ใครสามารถรักษาแผลและถอนพิษให้ลูกข้าได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!"พระองค์หันกลับมามองโอรสคนโตด้วยแววตาห่วงใย เวลานี้ไม่เหลือท่าทีของจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์อีกแล้ว เหลือเพียงหัวอกของคนเป็นพ่อ...ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกชายให้พ้นจากความทรมานเมื่อได้ยินคำว่า "ตบรางวัลอย่างงาม"
last updateLast Updated : 2026-08-27
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status