Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-01-05 07:29:10

“หากข้าโดนโจรราคะผู้นั้นพาตัวไป ตระกูลหลันต้องเสื่อมเสีย ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาต่อพี่ใหญ่ในภายภาคหน้า แต่กับชุนเอ๋อร์เองหลังปักปิ่นนางอาจจะไม่ได้คู่หมายที่ดี”

หลันเยี่ยเซียงก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย นางมองตรงไปยังภูเขาสูงที่ล้อมรอบอารามสงบใจ หญิงสาวพลันรู้สึกเศร้าใจ

“ทั้งหมดที่ข้ามี ใบหน้านี้ ผิวกายอันหอมกรุ่นนี้ ล้วนเป็นคำสาปทั้งสิ้น หาไม่เหตุใดข้าจึงเป็นต้นเหตุแห่งความกังวลให้ผู้อื่นถึงเพียงนี้”

หญิงสาวหลับตาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้ท้องฟ้าจะสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอก หากแต่ชีวิตของนางในยามนี้เหตุใดจึงมืดมนยิ่งนัก

“เซียงเอ๋อร์” สุ่ยเซียนเดินมาจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งสาวใช้และผู้เป็นนายรีบปรับอารมณ์ ทั้งสองหันกลับไปก่อนส่งยิ้มพร้อมส่งเสียงสดใส

“แม่รอง เราจะกลับกันแล้วหรือเจ้าคะ”

“คุณชายใหญ่มิใช่รับปากจะพาเจ้าสองพี่น้องไปเที่ยวหรอกหรือ มาเร็วเข้า”

“เจ้าค่ะ” หลันเยี่ยเซียงยิ้มกว้างก่อนเดินตามสุ่ยเซียนออกไป

ความเงียบเข้าครอบคลุมทันทีที่กลุ่มคนจากตระกูลหลันจากไป ร่างสูงของเซวี่ยอวี้กระโดดลงมาจากต้นอู่ถง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยในยามที่มองตามขบวนรถม้า ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวลงเขาไป

เมื่อครู่เขานอนอยู่บนต้นอู่ถงเงียบๆ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังการสนทนา แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อได้ยินหลันเฟิ่งสนทนากับบิดา จากนั้นก็มองเห็นใบหน้าอันงดงามของโฉมสะคราญตระกูลหลัน เจ้าของข่าวลือมากมายที่แม้เขาไม่อยากรู้ แต่ก็ต้องมีเหตุให้ได้ยินในช่วงสองสามวันมานี้ เขาพลันให้ความสนใจขึ้นมา

สตรีผู้นี้ได้รับฉายาโฉมสะคราญอันดับหนึ่ง หาใช่เพียงแค่คำร่ำลือ เพราะทันทีที่เขาได้เห็นใบหน้าของนาง เขายอมรับว่าตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

แม้ใบหน้าของหญิงสาวจะซีดขาวเพราะสิ่งที่ได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นความงดงามหมดจด ยังคงทำให้นางดูน่ามอง โดยเฉพาะในยามที่ดวงตาคู่งามนั้นฉายแววแห่งความทุกข์ทน

มือใหญ่ยกขึ้นลูบคางไปมา ในยามที่สายตายังคงจับจ้องไปยังรถม้าตระกูลหลัน

“คิดขอร้องข้าเช่นนั้นหรือ มาดูกันว่าตระกูลหลันมีสิ่งใดตอบแทน”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเซวี่ยอวี้ปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง จากนั้นร่างสูงก็หมุนกายเดินไปยังด้านหลังอาราม กระทั่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก

รุ่งเช้าวันต่อมาตระกูลหลันได้มีโอกาสต้อนรับแม่สื่อ ซึ่งมาถึงคฤหาสน์พร้อมกันถึงสองคน ข่าวลือเกี่ยวกับโจรราคะ ทำให้คุณชายสองตระกูลฉวยโอกาสนี้ส่งแม่สื่อมาเจรจาเพื่อหมั้นหมาย เพราะหวังว่าตระกูลหลันจะตอบตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงโจรราคะ เพราะทุกคนต่างมั่นใจว่าโจรร้ายต้องเล็งเป้าหมายมายังหลันเยี่ยเซียง

ไม่คาดหลันเฟิ่งกลับเป็นฝ่ายปฏิเสธออกมาเสียงแข็ง หลังจากที่แม่สื่อทั้งสองเผลอพูดเรื่องนี้ออกมาโดยไม่ตั้งใจ เพราะหวังจะบีบให้ตระกูลหลันรีบแต่งหลันเยี่ยเซียงออกไป

เขาถึงกับเอ่ยปากส่งแขกออกไปทันที โดยไม่ให้โอกาสทั้งสองได้ขออภัยใดๆ

การที่หลันเฟิ่งโกรธกระทั่งไม่อาจรักษามารยาทเช่นนี้ บางคนเห็นว่าแม่สื่อทั้งสองคนทำไม่ถูก บางคนประหลาดใจ เพราะไม่เคยมีใครเห็นหรือได้ยินว่าหลันเฟิ่งคุณชายใหญ่ตระกูลหลัน เสียมารยาทต่อแขกที่มาเยือนคฤหาสน์เช่นนี้มาก่อน

แต่ที่แน่ๆ คือข่าวลือใหม่ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว

“พี่ใหญ่” หลันเยี่ยเซียงเดินเข้าไปหาผู้เป็นพี่ชายด้วยใบหน้าเป็นกังวล “เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

นางเอ่ยถามขึ้นหลังจากได้ยินมาว่าเขาโกรธกระทั่งไล่แม่สื่อจากสองตระกูลกลับไป กระทั่งคนในคฤหาสน์หลายคนเองก็เห็นว่าสมควรแล้วที่ชายหนุ่มจะโกรธ

“เซียงเอ๋อร์มานั่งสิ นั่งข้างๆ พี่ใหญ่”

มองเห็นใบหน้าของผู้เป็นน้องสาว หลันเฟิ่งพลันใจเย็นลงมาก เมื่อครู่เพราะกำลังโกรธ เขาจึงแยกตัวออกมา ก่อนมานั่งลงในสวนหน้าเรือนเพื่อสงบสติอารมณ์

“ได้ข่าวว่าท่านโกรธมาก ถึงกับไล่คนออกจากคฤหาสน์ น้อยครั้งนักที่ท่านจะโกรธเช่นนี้ พวกนางทำอะไรหรือเจ้าคะ”

หลันเฟิ่งรินชาส่งให้หญิงสาว ก่อนจะรินให้ตัวเอง เขายังไม่ได้ดื่มเพียงจ้องถ้วยชาที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ ก่อนยิ้มบางพร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะของนาง

“ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกังวล หน้าที่ปกป้องเจ้ากับชุนเอ๋อร์ อย่างไรพี่ใหญ่ก็จะทำให้ดีที่สุด” เขาปลอบนางเสียงนุ่ม “ก่อนท่านแม่สิ้นใจพี่ใหญ่รับปากนางเอาไว้ และจะทำตามที่พูด”

“แต่ว่า…” นางขมวดคิ้ว

“เซียงเอ๋อร์ เรามีกันเพียงสามคน เจ้ากับชุนเอ๋อร์เป็นสตรี เรื่องความสุขชั่วชีวิตของพวกเจ้า พี่ใหญ่ไม่อาจปล่อยผ่านและไม่อาจกระทำการมักง่าย การที่เจ้ายังไม่ได้ออกเรือนเช่นนี้ เจ้าโทษพี่ใหญ่หรือไม่”

“ข้าจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ”

นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่กับท่านพ่อรักและหวังดีต่อข้ากับชุนเอ๋อร์ยิ่งกว่าสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้นเพราะข้าพี่ใหญ่จึงไม่ได้ไปสอบ” นางก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

“เด็กโง่” หลันเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“การสอบของพี่ใหญ่นั้นยังมีโอกาสหลายครั้ง แต่เจ้าออกเรือนไปได้เพียงครั้งเดียว ท่านพ่อเองก็มีความเห็นไม่ต่าง อย่ากังวลเกินไปพี่ใหญ่ค่อยไปสอบหลังจากเจ้าออกเรือน ดีหรือไม่”

นั่นเป็นคำปลอบใจนางรู้ เรื่องการออกเรือนไหนเลยจะกะเกณฑ์ได้โดยง่าย ไหนจะเรื่องโจรราคะที่ทำให้ทุกคนในคฤหาสน์กำลังตกอยู่ในบรรยากาศตึงเครียดนั่นอีก

“พรุ่งนี้อยากไปเที่ยวเค่อหลี่กับพี่ใหญ่หรือไม่”

หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ “ไปได้หรือเจ้าคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 43 จบ

    “ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านยายเป็นอย่างดี ท่านไปพักผ่อนนะเจ้าคะ” หลันเยี่ยเซียงส่งสายตาบอกเสี่ยวฝานให้พยุงท่านยายฟางกลับไปยังเรือนพัก“นางพูดจาเหลวไหล” หลิวอิ่นเซียนเอ่ยเสียงสั่นไม่ยอมรับ“ฮูหยินหลิว” เซวี่ยอวี้เอ่ยเสียงเย็น “ข้ายืนอยู่ด้วยตอนที่ท่านโยนหยกนั่นลงบนพื้น ท่านประกาศต่อหน้าคนมากมายที่เข้าไปมุงดูหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิว ตัดขาดความสัมพันธ์เพราะเคหาสน์ชมฟ้ากำลังจะล้มละลาย”ยิ่งพูดหลิวอิ่นเซียนก็ยิ่งหน้าซีด“แม่นมฟางที่ตาบอดเพราะถูกพิษไปขอร้องตระกูลหลิว แต่ที่พวกท่านทำก็คือจับนางโยนออกมาอย่างไร้ความปรานี หยกนั่นท่านเองที่เป็นคนทุบทำลาย ตอนนี้ตระกูลหลิวกำลังตกอยู่ในภาวะกำลังล้มละลาย พวกท่านกลับคิดจะมาทวงสัญญา ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าขันไปหน่อยหรือ”เสียนอวี้แค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง “ตอนนี้เคหาสน์ชมฟ้าขาดเพียงสาวใช้ หากนางเด็กนั่นอยากเข้ามาย่อมได้” นางเดินเข้าไปยังสองป้าหลานตระกูลหลิว“ตามธรรมเนียมเคหาสน์ชมฟ้าตอนนี้ หากจะเข้ามาย่อมต้องมอบส่วนใดส่วนหนึ่งให้ข้าก่อน คงเคยได้ยินข่าวลือกระมัง ผู้ที่จะเข้ามาย่อมต้องสูญเสียอวัยวะเพื่อแลกเปลี่ยน”บรรยากาศเย็นเยือกครอบคลุมไปทั่วห้องโถงเค

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 42

    “หมายความว่าอย่างไร พี่เซวี่ยหมั้นหมายกับข้า แล้วเหตุใดแต่งผู้อื่นเข้ามา!” หลิวหลี่เชี่ยนเสียงดังขึ้นมา สายตากวาดมองหลันเยี่ยเซียงด้วยความไม่พอใจ รูปลักษณ์ของหลันเยี่ยเซียง ทำให้นางเม้มปากอย่างอิจฉาริษยาไม่ปิดบังแม้แต่น้อยหลันเยี่ยเซียงกะพริบตามองแขกทั้งสอง ก่อนเหลือบไปมองผู้ติดตามที่มีจำนวนไม่น้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่น กระทั่งมองเห็นว่าเสี่ยวฝานและเสี่ยวหนิวไปตามท่านลุงลิ่วและพี่ชิงอวี้เข้ามาสมทบบัดนี้คนของเคหาสน์ชมฟ้า จะขาดก็เพียงแค่เซวี่ยอวี้ เสียนอวี้ และท่านยายฟางที่ตาบอดเท่านั้น แต่ให้หลันเยี่ยเซียงมองอย่างไร ผู้ติดตามของหลิวอิ่นเซียนที่แม้จะมีมากกว่า แต่นางมองออกว่าย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุคคลทั้งหมดข้างกายนาง“จับโยนออกไปเลยดีหรือไม่” จื่ออวี้เสนอ “ทั้งหมดเลย”“ท่านใจเย็นๆ ให้ข้าสอบถามจุดประสงค์และที่มาของคู่หมายของสามีก่อน ข้าไม่เคยได้ยินว่าเขามีคู่หมาย” หลันเยี่ยเซียงกระซิบตอบ ก่อนหันไปมองหลิวหลี่เชี่ยนที่จ้องนางเขม็ง“แม่นางน้อย ที่เจ้าบอกว่าเป็นคู่หมายของสามีนั้น เจ้าหมายถึงเจ้าเคหาสน์คนปัจจุบันหรือ”“ย่อมต้องเป็นเขา ข้าก็คือคู่หมายของพี่เซวี่ย บิดามารดาของเขาหมั้นหมายข้ากับเ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 41

    ชาวเมืองซินเจิ้งไม่มีผู้ใดไม่รู้จักเคหาสน์ชมฟ้า ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าบ้านคนปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งจะรื้อคดีลอบวางยาพิษคนตระกูลเฉินทั้งตระกูลให้ตายตกตามกันไปจนสิ้นในคืนเดียวคุณชายตระกูลเฉินรอดมาได้อย่างไรไม่มีใครรู้ รู้เพียงแต่ว่าผู้คนที่อยู่ในเคหาสน์ชมฟ้านั้น ล้วนแล้วแต่ประหลาดทั้งสิ้น หากไม่เป็นใบ้ ก็มือขาด ขาขาด ไม่เช่นนั้นก็ตาบอดข่าวลือที่ผู้คนต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้หุบเขาไป๋หลง ย่อมหนีไม่พ้นเสียนอวี้ จ้าวยุทธภพคนปัจจุบันที่เป็นมารดาบุญธรรมของคุณชายเฉินผู้นั้นนางไม่เพียงแต่มอบชีวิตใหม่ให้เขา แต่ยังเรียกเขาว่า ‘เซวี่ยอวี้’หุบเขาไป๋หลงในวันวานนั้น เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ เพราะเจ้าบ้านคนก่อนเป็นคหบดีที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อโอบอ้อมอารี ผิดกับเซวี่ยอวี้ที่ปิดตายบริเวณโดยรอบ ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปได้โดยง่ายแต่ถึงอย่างนั้นการที่คนเพียงไม่กี่คน สามารถดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของเคหาสน์ชมฟ้าได้ กลับบ่งบอกถึงความร้ายกาจของเซวี่ยอวี้เป็นอย่างดีหลันเยี่ยเซียงซึ่งสวมหมวกคลุมผ้าโปร่ง นั่งฟังคำร่ำลือต่างๆ เกี่ยวกับเคหาสน์ชมฟ้าด้วยความงุนงง นางกระซิบถามจื่ออวี้ด้วยความประหล

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 40

    “เซียงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว”หญิงสาวลืมตาขึ้นสบตาคม “ข้าไม่กลัว”นางกระซิบบอกซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากเซวี่ยอวี้ ชายหนุ่มจุมพิตริมฝีปากเย้ายวน พร้อมกับสัมผัสผิวเนียนละเอียดใต้ร่าง จุมพิตรุกเร้าพัวพันกระทั่งเปลี่ยนเป็นล้ำลึกอกอิ่มนุ่มหยุ่นถูกมือใหญ่สอดเข้าไปกอบกุม หลันเยี่ยเซียงใบหน้าแดงก่ำ กระนั้นความเขินอายไหนเลยจะมีมากกว่าความรู้สึกวูบวาบ ทุกครั้งที่มือใหญ่ของเซวี่ยอวี้ลูบไล้ไปทุกอณูร่างกระทั่งริมฝีปากเร่าร้อนครอบครองความอ่อนไหวที่ปลายยอดปทุมสีอ่อน หลันเยี่ยเซียงบิดกายอย่างร้อนรุ่ม แอ่นกายเข้าหาริมฝีปากที่รุกเร้าพัวพันไม่ยอมผ่อนปรน ราวกับสัมผัสของเขายังไม่ลึกล้ำพอ กลิ่นอายของร่างแกร่งมอมเมาให้นางหวามไหว จุมพิตอ่อนโยนระคนเร่าร้อน ล่อหลอกให้นางเปิดรับเขามากขึ้นเซวี่ยอวี้ส่งเสียงครางออกมาด้วยความพึงพอใจ ความอ่อนนุ่มเย้ายวนของหลันเยี่ยเซียง ทำให้เขากายแกร่งของเขารวดร้าวด้วยความต้องการ เขาพยายามให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพื่อให้หญิงสาวได้มีโอกาสปรับตัว แต่กลิ่นหอมบนเรือนกายเนียนละเอียด กลับปลุกสัญชาตญาณของบุรุษเพศในกายให้ตื่นเพริศในยามที่ทุกอย่างมาจนถึงจุดที่ไม่อาจต้านทาน เขาพลั้งเ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 39

    ในวันส่งมอบสินสอดสตรีมากมายที่รอเย้ยหยันหลันเยี่ยเซียง เนื่องจากพวกนางต่างก็คิดว่าชาวยุทธ์ในยุทธภพ ไหนเลยจะมีฐานะมั่งคั่งดังเช่นตระกูลใหญ่ๆกระนั้นรถม้าสามคันซึ่งขนสินสอดไปยังตระกูลหลัน รวมไปถึงของขวัญจากทั่วทุกสารทิศที่ต่างก็เป็นของมีค่าหายาก กลับทำให้พวกนางทั้งหลายได้แต่อิจฉาริษยาคราก่อนเห็นการแต่งกายธรรมดาของเซวี่ยอวี้ ซึ่งไปเข้าร่วมการตัดสิน ทุกคนต่างก็ดูแคลนชายหนุ่มทั้งสิ้น ไหนเลยจะคิดว่าเขาจะร่ำรวยมั่งคั่งถึงเพียงนี้“อย่ามองข้าเช่นนั้น ท่านแม่บุญธรรมเป็นคนจัดการข้าไม่เกี่ยว” จื่ออวี้มองใบหน้าหลันเยี่ยเซียงด้วยความเห็นใจนางเองแม้รู้สึกว่าสินสอดเหล่านี้มากเกินไปอยู่บ้าง หากแต่เมื่อคิดถึงข่าวลือเสียหายมากมายเกี่ยวกับหลันเยี่ยเซียง การกระทำราวกับตบหน้าผู้คนเช่นนี้นับว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ“สิ้นเปลืองเปล่าๆ” หลันเยี่ยเซียงรู้สึกไม่สบายใจ“ศิษย์พี่ยังไม่ว่าอะไร เจ้าก็ทำใจให้สบายเถิด” จื่ออวี้ปลอบโยนกระทั่งถึงวันแต่งงานเซวี่ยอวี้แต่งกายด้วยชุดสีแดง นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังของเจ้าวายุ นำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวออกจากตระกูลหลัน ตรงไปยังสำนักศึกษาเค่อหลี่พิธีการต่างๆ เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 38

    “เมื่อคืนข้าบอกเซียงเอ๋อร์เกี่ยวกับจุดประสงค์ของจอมยุทธ์เซวี่ย นางต้องการพบเขาสักครั้งก่อนให้คำตอบขอรับ ตอนนี้แม่นางจื่ออวี้พานางไปที่เค่อหลี่แล้ว”หลันเซียวพยักหน้า “แม้พวกเขาจะดูประหลาดไปสักหน่อย แต่อาจเพราะเราไม่คุ้นเคยกับชาวยุทธ์ มีเพียงจอมยุทธ์เซวี่ยกระมังที่สามารถปกป้องคุ้มครองเซียงเอ๋อร์ได้ อีกทั้งเซียงเอ๋อร์เองก็มีท่าทีว่าจะชอบพอเขาเช่นกัน”“ลูกเองก็คิดเช่นนั้น” หลันเฟิ่งเห็นด้วยศาลาแปดเหลี่ยมหน้าหอตำราในยามนี้ หลันเยี่ยเซียงกำลังนั่งอย่างสงบเสงี่ยม นางเหม่อมองกำแพงสูงของสำนักเค่อหลี่ จากนั้นก็นึกถึงวันที่นางนั่งรถม้าเข้ามากระทั่งได้พบกับเซวี่ยอวี้เป็นครั้งแรกวันนั้นนางเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นโจรราคะ ทว่าวันนี้นางกำลังจะได้พบเขาในฐานะที่แตกต่างไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง“รอนานหรือไม่”ร่างสูงก้าวเข้ามานั่งลงยังฝั่งตรงข้ามนาง มือใหญ่คว้ากาน้ำชาขึ้นรินลงไปในถ้วยที่วางคว่ำอยู่ ท่วงท่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความสงบเยือกเย็น ทำให้หลันเยี่ยเซียงเหม่อลอย“พี่ใหญ่บอกข้าว่าท่านให้ข้าเป็นผู้เลือก”“ใช่” เขาไม่ปฏิเสธ“เช่นนั้นข้าขอถามท่านได้หรือไม่”“ถามมาสิ ข้ายินดีตอบเจ้าทุกข้อ”“ทุกข้อจริงห

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 11

    กว่าชั่วยามที่ไล่ตามมาในที่สุดบุรุษในชุดสีดำก็หยุดลงที่ชายป่านอกเมือง กระท่อมหยาบๆ หลังหนึ่งปรากฏให้เห็น นี่ออกจะดูไม่เหมือนข่าวลือที่ว่าโจรราคะก่อเหตุเพียงลำพังเลยแม้แต่น้อยเซวี่ยอวี้มองเห็นคนเหล่านั้นช่วยกันอุ้มถุงกระสอบใบใหญ่วางลง กระทั่งเร่งแกะปากถุงออกด้วยมือไม้สั่นเทา เขาก้าวเข้าไปช้าๆ อย่าง

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 9

    “ได้สิ ศิษย์พี่กวงเองก็เคยอนุญาตแล้ว”หลายวันก่อนหลิวเย่ากวงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าเขาอาจอยากพาน้องสาวไปเค่อหลี่ เพียงแต่เขาต้องนั่งอ่านตำราต่างๆ ในห้องรับรองด้านนอก แทนการเข้าไปในหอตำราเช่นทุกครั้งมองดูใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในเค่อหลี่ของหลันเยี่ยเซียง หลันเฟิ่งพลันยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่เสียใจสั

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 7

    รุ่งเช้าวันถัดมาหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุนก็ให้รู้สึกประหลาดใจยิ่ง หลันเฟิ่งไม่เพียงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามสบาย แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเดินทางไปยังเค่อหลี่เช่นทุกครั้งเช่นกันกับหลันเซียวและสุ่ยเซียนที่เดินออกมายังห้องโถงของคฤหาสน์“พี่ใหญ่วันนี้ท่านไปไปเค่อหลี่หรือเจ้าคะ”หลันอิ๋งชุนวิ่งเข้าไปกอ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 6

    ในยามที่กำลังจะเดินสวนทางกันนั้น หลันเฟิ่งกลับทำท่าทางราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหมุนกายและส่งเสียงเรียกเซวี่ยอวี้“จอมยุทธ์เซวี่ย”“มีอะไรหรือ” เซวี่ยอวี้หันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม“คือ…” หลันเฟิ่งมีท่าทีลังเล “ท่านจะยังรั้งอยู่ที่เมืองอี๋หยางนานอีกนานหรือไม่ขอรับ คือ…” หลันเฟิ่งอึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status