Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-01-06 07:34:05

“ได้สิ ศิษย์พี่กวงเองก็เคยอนุญาตแล้ว”

หลายวันก่อนหลิวเย่ากวงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าเขาอาจอยากพาน้องสาวไปเค่อหลี่ เพียงแต่เขาต้องนั่งอ่านตำราต่างๆ ในห้องรับรองด้านนอก แทนการเข้าไปในหอตำราเช่นทุกครั้ง

มองดูใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในเค่อหลี่ของหลันเยี่ยเซียง หลันเฟิ่งพลันยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่เสียใจสักนิดที่ระบายโทสะวันนี้ น้องสาวของเขาคนนี้หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย นางไม่เพียงแต่มีใบหน้างดงามผุดผาด แต่จิตใจของนางเองก็สะอาดบริสุทธิ์ด้วย

เขาและบิดาปกป้องนางมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งให้นางพบกับความสุขสบายไร้กังวล เขาไหนเลยจะคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้

หลันเซียวมองรถม้าที่วิ่งออกไปช้าๆ ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อาจหักใจเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ สุ่ยเซียนเดินเข้ามายืนเคียงข้างผู้เป็นสามี

“ท่านพี่ ท่านว่าเรื่องนี้จะได้ผลหรือ เซียงเอ๋อร์ต้องรู้แน่นอนว่าพวกท่านคิดจะทำอะไร”

“ลองดูก็ไม่เสียหาย คุณชายหลิวเป็นคนดี ลูกเฟิ่งเองก็เห็นว่าเป็นเขาย่อมดีกว่าคุณชายตระกูลมั่งคั่งในเมืองอี๋หยางที่ดีแต่เสเพลไปวันๆ”

หลันเซียวถอนหายใจออกมา เขาเคยพบหลิวเย่ากวงผู้นี้มาก่อน ในใจชื่นชมชายหนุ่มผู้นี้เหมือนกัน เพียงแต่อีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่ใคร่จะสนใจในเรื่องภายนอกเค่อหลี่เท่าไรนัก เรียกได้ว่านอกจากหอตำราแล้ว หลิวเย่ากวงไม่น่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น

แต่ถึงอย่างนั้นหากหลันเยี่ยเซียงและหลิวเย่ากวงจะลงเอยกัน เขาย่อมเห็นว่าเหมาะสมแล้ว

ในขณะเดียวกันนั้นหลันเยี่ยเซียงที่กำลังตื่นเต้น ก็ไม่ได้สังเกตท่าทีของผู้เป็นพี่ชายเลยแม้แต่น้อย นางเอาแต่มองลอดม่านรถม้าออกไปด้านนอก ดวงตาคู่งามทอประกายระยิบระยับ

หญิงสาวจำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไรแล้วที่นางได้เข้าไปยังเค่อหลี่ คิดแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายนั้น เป็นตอนที่นางมากับบิดาเพื่อแวะมารับผู้เป็นพี่ชายกลับคฤหาสน์

ครั้งนั้นได้แต่นั่งรอบนรถม้า ได้เห็นบรรยากาศรอบๆ เพียงเล็กน้อย แต่ครั้งนี้นางจะได้เข้าไปด้านในกับพี่ชาย ซึ่งหายากนักที่นางจะมีโอกาสเช่นนี้อีก

ในยามที่รถม้าวิ่งผ่านประตูด้านหน้าของสำนักศึกษาเค่อหลี่ หลันเยี่ยเซียงเงยหน้าขึ้นมองป้ายอักษรลายพระหัตถ์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันด้วยความยินดี

ตอนที่กำลังจะดึงสายตากลับมานั้น หญิงสาวพลันสบตาคมเข้มคู่หนึ่งที่กำลังจ้องตรงมา บุรุษผู้นั้นสวมชุดดำปักลายสีแดง เขานั่งอยู่บนกำแพงสูง ทั้งยังจดจ้องมายังม่านรถม้าที่หญิงสาวกำลังเปิดแง้มขึ้น

“เอ๊ะ” หลันเยี่ยเซียงอุทานออกมาพร้อมกับปล่อยม่านรถม้า

หลันเฟิ่งเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “มีอะไรหรือ” เขาเอื้อมมือไปเปิดม่านรถม้า ทั้งยังมองไปข้างหน้า “เจ้าเห็นอะไร”

“มีคนนั่งอยู่บนกำแพงเจ้าค่ะ” นางชะเง้อออกมาอีกครั้ง

หลันเฟิ่งขมวดคิ้วก่อนมองไปรอบๆ กระนั้นบนกำแพงสูงหาได้มีใครอยู่ไม่ “เจ้ามั่นใจหรือ”

“เจ้าค่ะ เขาสวมชุดสีดำ อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่ใหญ่”

“เจ้าขยับออกมานั่งดีๆ”

คนเดียวที่หลันเฟิ่งนึกถึงในยามนี้ก็คือ…โจรราคะ!!!

ชายหนุ่มปิดม่านรถม้าลง กระทั่งมีท่าทีระแวดระวังตัวขึ้นกว่าเดิม ยังดีที่เขาจ้างคนคุ้มกันมาจากสำนักคุ้มภัย พวกเขาปลอมเป็นคนขับรถม้า และยังขี่ม้าตามมาด้วยถึงสามคน ดังนั้นเขาจึงวางใจในระดับหนึ่ง

เข้าไปถึงห้องรับรองด้านหน้าหอตำรา หลันเฟิ่งจึงค่อยวางใจขึ้น เขาให้คนขับรถม้าและคนคุ้มกันรออยู่ด้านนอกประตู จากนั้นเขาก็พาหลันเยี่ยเซียงเข้าไปนั่งด้านใน กระทั่งหลิวเย่ากวงมาถึง

“เซียงเอ๋อร์ นี่ศิษย์พี่กวงที่พี่ใหญ่เคยเล่าให้เจ้าฟัง ศิษย์พี่กวงวันนี้ข้าพาน้องสาวมาด้วย”

หลันเฟิ่งแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน หลิวเย่ากวงมีท่าทีคล้ายนึกไม่ถึง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีท่าทีสุภาพกับหลันเยี่ยเซียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขารู้สึกเห็นใจในตัวนางที่มีข่าวลือมากมายเข้ามาไม่หยุดหย่อน

“แม่นางหลันชอบอ่านตำราเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่”

“ข้าอ่านได้หรือเจ้าคะ”

“ได้สิ ข้าจะไปหยิบให้เอง ที่นี่มีตำรามากมาย แม้มีข้อห้ามมิให้คนนอกเข้าไปในหอตำรา แต่หากแม่นางหลันอยากอ่าน ข้าสามารถนำออกมาให้ท่านอ่านที่นี่ก็ย่อมได้”

หลันเฟิ่งมองเห็นทั้งสองคนคุยกันได้อย่างถูกคอก็โล่งอก ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวออกมาจากห้องเงียบๆ ก่อนจะหันกลับไปมองใบหน้ายิ้มแย้มของน้องสาว ซึ่งกำลังสนทนากับหลิวเย่ากวง

ศิษย์พี่ของเขาคนนี้เขารู้จักมานาน แม้อีกฝ่ายจะหมกมุ่นอยู่แต่กับตำรา แต่ก็นับว่าเป็นบุรุษที่ใช้ได้คนหนึ่ง

หากคิดจะฝากฝังน้องสาวเอาไว้กับหลิวเย่ากวง แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มาจากตระกูลมั่งคั่ง แต่ตระกูลหลันก็ไม่ได้มีสิ่งใดขาดแคลน ดังนั้นแม้หลิวเย่ากวงจะมีแต่ตัว แต่ขอเพียงเป็นคนดีมีคุณธรรม

เท่านี้เขาก็คงมั่นใจว่าน้องสาวจะไม่ถูกรังแกอย่างแน่นอน…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 21

    หลันเยี่ยเซียงยืนนิ่งงันอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่งกว่าจะรู้สึกตัว หญิงสาวขมวดคิ้วก่อนหมุนตัววิ่งตามร่างสูงที่เพิ่งเดินออกไปจากห้อง แผ่นหลังโดดเด่นของเซวี่ยอวี้ ซึ่งหยุดอยู่ตรงทางเดินทำให้นางชะงัก ชายหนุ่มเอนกายยืนพิงเสาทางเดิน สายตามองตรงไปยังพุ่มเยี่ยเซียงตรงหน้า“เยี่ยเซียงฮวา” เซวี่ยอวี้พึมพำ “ดูเหมือนการกลบเกลื่อนของบิดาและพี่ชายของเจ้า จะเป็นการกระทำอันรอบคอบยิ่ง” ร่างสูงหมุนตัวกลับมามองหญิงสาวหลันเยี่ยเซียงก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเซวี่ยอวี้ เงยหน้าสานสบสายตาคมที่ยังคงประกายลึกล้ำ “ข้ามองท่านผิดไปจริงๆ หรือ” แววตาของนางปรากฏร่องรอยของความผิดหวัง “ข้านึกว่าท่านเป็นคนดี”เซวี่ยอวี้ยิ้ม “หากมองว่าข้าเป็นคนดี เช่นนั้นเจ้าก็มองข้าผิดไปจริงๆ” เขาเอนตัวลงไปเพื่อให้ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน “เซียงเอ๋อร์ข้าไม่ใช่คนดี ไม่ใช่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”“ท่าน!” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ปากเม้มแน่น ดวงตาฉายแววสับสน “แต่ท่านช่วยข้าไว้”ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “แค่นั้นก็กลายเป็นคนดีในสายตาเจ้าแล้วหรือ เซียงเอ๋อร์เจ้าช่างไร้เดียงสายิ่งนัก”“ท่านบอกไม่ให้ข้าเปรียบท่านกับผู้อื่น แต่การกระทำของท่านต่า

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 20

    ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วทำให้หลันเฟิ่งได้แต่กลัดกลุ้ม เรื่องโจรราคะยังไม่ทันได้จัดการ กลับมีข่าวลือไม่ดีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตระกูลหลันและเซวี่ยอวี้ออกมาแม้พยายามกำชับไม่ให้คนในคฤหาสน์พูดเหลวไหล แต่ถึงอย่างนั้นการปิดบังอีกฝ่ายเอาไว้ ทั้งที่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของเซวี่ยอวี้โดยตรง ย่อมไม่เป็นผลดีหากอีกฝ่ายรู้เรื่องในภายหลัง‘หากอยากได้ความจริงใจจากผู้ใด ย่อมต้องมอบความจริงใจออกไปก่อน’นั่นคือสิ่งที่หลันเฟิ่งยึดถือมาโดยตลอด ดังนั้นหลังจากกลับมาจากที่ว่าการ หลันเฟิ่งจึงเชิญเซวี่ยอวี้มาสนทนากันอย่างเปิดอก เขาได้แต่เดิมพันในใจ และหวังว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจจากไป เพราะรำคาญความยุ่งยากวุ่นวาย “ข่าวลือนั่นว่าอย่างไรบ้าง”เซวี่ยอวี้เอ่ยถามทั้งที่สายตาของเขามองไปยังหน้าต่าง ด้านนอกคือดอกจื่อจิงซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่ง ดังนั้นในสายตาของหลันเฟิ่งจึงคิดว่าชายหนุ่มเพียงมองดอกจื่อจิงเท่านั้นหลันเฟิ่งไหนเลยจะคาดว่าแท้จริงแล้ว เซวี่ยอวี้กำลังเพิ่งสมาธิไปยังความเคลื่อนไหวที่อยู่มุมข้างหน้าต่าง หาใช่ดอกจื่อจิงไม่“ชาวบ้านต่างคิดว่าท่านคือคู่หมายของเซียงเอ๋อร์”“ค

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 19

    มองริมฝีปากอิ่มเรื่อที่แย้มยิ้มอย่างงดงาม ในยามที่พูดถึงเทศกาลชมดอกเหมยของเมืองอี๋หยาง แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของนางก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผิดหวังสองปีมาแล้วที่นางไม่ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวในเทศกาล ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือมากมาย ทำให้นางต้องเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์“หน้าหนาวดอกเหมยที่บานสะพรั่งทั่วทั้งหุบเขาที่ซินเจิ้งต้องงดงามมากแน่นอน”“อยากเห็นหรือไม่”“อยากเห็นสิเจ้าคะ” นางตอบทันที แต่ก็ชะงักและหันขวับไปมองชายหนุ่ม ใบหน้าจริงจังของเขาทำให้นางใจเต้นตึกตัก ครั้งนี้นางมองไม่เห็นแววหยอกเย้าในดวงตาคู่นั้นอีกแล้วทั้งสองสบตากันครู่ใหญ่ ก่อนจะเป็นหลันเยี่ยเซียงเองที่ก้มหน้าหลบสายตาคม “คงไม่มีโอกาสแล้วเจ้าค่ะ”นางแสร้งก้มลงไปหยิบถ้วยชาขึ้นจากนั้นก็ยิ้มเศร้า “เดินทางไปไกลถึงซินเจิ้ง ชั่วชีวิตนี้คงไม่อาจทำได้”เพียงก้าวออกจากคฤหาสน์ นางก็ต้องมีคนล้อมหน้าล้อมหลังวุ่นวาย ทั้งนี้ก็เพราะคนตระกูลหลันกลัวว่านางจะเกิดเรื่อง ซึ่งพวกเขาก็คิดถูก เพราะทุกครั้งที่นางออกจากคฤหาสน์ไป หากไม่พบกับเสียงซุบซิบนินทา นางก็ต้องรับมือกับคุณชายตระกูลต่างๆ ที่พยายามเข้ามาชวนพูดคุยสนทนามองดูใบหน้าเศร้าหมองของหญิงสาว เซวี่ยอ

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 18

    “ยังจะทำเช่นไรได้เล่า จะอย่างไรเราก็หนีไม่พ้นต้องรับมือกับข่าวลือและเสียงซุบซิบนินทาอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณชายฟู่จะลงมือกระทำผิดหรือไม่ เซียงเอ๋อร์เป็นสตรี ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาอยู่แล้ว”“แต่เราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของเซียงเอ๋อร์เสียหายเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”“แล้วจะทำอย่างไรเล่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะห้ามคำซุบซิบนินทาของผู้คน เว้นแต่เซียงเอ๋อร์จะออกเรือน หาไม่เรายังคงต้องรับมือเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น”จบประโยคนั้นทุกคนก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะดูเหมือนหลันเซียวจะพูดถูก นอกเสียจากหลันเยี่ยเซียงแต่งงานกับใครสักคน หาไม่ความงดงามและข่าวลือมากมายของหญิงสาว ก็จะยังสร้างปัญหาเช่นนี้ไม่หยุดไม่หย่อนเงาร่างอรชรขยับออกห่างจากประตูห้องโถง หญิงสาวก้าวออกไปเงียบๆ หลังจากที่ได้ยินบทสนทนาทุกอย่าง นางหมุนตัวตั้งใจจะเดินย้อนกลับไปยังเรือนของตน แต่ร่างสูงที่ยืนพิงเสาทางเดินก็ทำให้นางชะงักหลันเยี่ยเซียงหันไปมองด้านหลัง เมื่อมั่นใจว่าคนในห้องโถงไม่รับรู้ว่านางอยู่ด้านนอก นางก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเซวี่ยอวี้ชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้ว เมื่อนางส่งสัญญาณให้เขาเดินตามไปเงียบๆเมื่อนำเขามายังสวนของคฤหาสน์ หลันเยี่ยเซียงก็มองหาสา

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 17

    “ครั้งนี้ตระกูลหลันเป็นหนี้น้ำใจของท่านอย่างใหญ่หลวง ข้าในฐานะหัวหน้าตระกูลหลันต้องขอบคุณท่านมาก”เซวี่ยอวี้เพียงยิ้มไม่ได้ตอบคำ เขามองสองพ่อลูกตระกูลหลันด้วยดวงตาเรียบเฉย บทสนทนาของตนและหลันเฟิ่งก่อนหน้านี้ เขายังคงไม่เอ่ยถึง เนื่องจากเขาเองก็ยังไม่ได้ตอบรับแต่การที่เขาไม่ปฏิเสธ หลันเฟิ่งเองก็คงคิดว่าเขาตอบรับไปแล้วกว่าครึ่งแม้หลันเฟิ่งแสดงออกชัดเจนว่ายอมรับเขา แต่เขายังคงอยากให้คนที่กล้ายื่นข้อเสนอให้เป็นหลันเยี่ยเซียงมากกว่า ดังนั้นเขาจึงไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมา“ลูกเฟิ่ง”หลันเซียวเรียกบุตรชายคนโตเอาไว้ หลังจากที่จัดหาห้องพักรับรองให้แขกผู้มาเยือน ในใจรู้สึกกังวลยิ่งนักกับเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นแม้จะได้รับการยืนยันจากจ้าวเสิ่นและหวังชิง สองปราชญ์อาวุโสซึ่งเป็นอาจารย์สำนักศึกษาเค่อหลี่ว่าเซวี่ยอวี้เป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรม อีกทั้งนิสัยใจคอยังไม่เลวแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้เรื่องของอีกฝ่ายน้อยมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย“จะอย่างไรเสียเขาก็นับว่าเป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรมคนหนึ่ง หากเซียงเอ๋อร์แต่งให้คนเช่นนี้ได้ อย่างน้อยเราก็วางใจได้ว่าเขาสามารถปกป้องคุ้มครองนางได้ ข

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 16

    เจ้าวายุพาเซวี่ยอวี้และหลันเยี่ยเซียง พุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางความมืดและความเงียบงันยามค่ำคืนของเมืองอี๋หยาง สองข้างทางที่ไร้ผู้คน เนื่องจากเป็นเวลาเลยยามโฉ่ว[1]ไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อใกล้ถึงคฤหาสน์ตระกูลหลัน ยามซึ่งทำหน้าที่บอกเวลากลับสามารถมองเห็นคนทั้งสองอย่างชัดเจนหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลัน พ่อบ้านซึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้วรีบออกมาต้อนรับ เขารีบให้คนเข้าไปดูแลม้าของเซวี่ยอวี้ ก่อนจะเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านในด้วยท่าทีสุภาพหลันเยี่ยเซียงซึ่งยังคงอยู่ในชุดคลุมมิดชิด เดินนำเข้าไปด้านใน หลังจากที่ได้ยินว่าทั้งบิดา มารดา และน้องสาวยังคงรอคอยนางด้วยความห่วงใย ทั้งสามปรี่เข้ามาปลอบโยนหญิงสาว จากนั้นก็กล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางเอาไว้เซวี่ยอวี้แนะนำตัวเองอย่างอ่อนน้อม จากนั้นยังไม่ทันได้สนทนาพาทีกัน หลันเฟิ่งและท่านเจ้าเมืองก็กลับมาถึง“ได้ยินว่าท่านประมือกับโจรราคะผู้นั้นที่หน้าประตูเมือง” หลันเฟิ่งเอ่ยถามทันทีที่เห็นเซวี่ยอวี้“ใช่”“ขอบคุณท่านเหลือเกิน หากไม่ได้ท่านวันนี้ตระกูลหลันของเราคงแย่”“เกรงใจไปแล้ว” เซวี่ยอวี้เอ่ยเสียงนุ่ม“คนของข้าที่เฝ้ายามหน้าประตูเมือง เห็นใบหน้าของโจร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status