Share

บทที่ 2

Author: เหรินเจียน
ทุกภาพติดป้ายราคาชัดเจน ภาพที่แพงที่สุดเขียนไว้เด่นหราว่า 'ห้าตำลึงเงิน'

มือที่กำกระดาษภาพวาดสั่นสะท้านจนหมดสภาพ ขอบกระดาษอันแหลมคมบาดปลายนิ้วนาง เลือดเม็ดโตซึมออกมา ผสมกับสายฝนและน้ำตาบนใบหน้า หยดติ๋ง ๆ ลงบนภาพวาดอันอุจาดตาเหล่านั้น

"ฮูหยิน ท่านจะซื้อหรือไม่ หากไม่ซื้อก็อย่าทำพัง" พ่อค้าเอื้อมมือมาแย่งคืนด้วยความหงุดหงิด

ฉินจิ่นเซ่อรีบปล่อยมือราวกับถูกของร้อนลวก กระดาษภาพวาดร่วงปลิวลงบนพื้น ถูกสายฝนซัดจนเปียกชุ่ม รอยหมึกพร่าเลือน หน้าคนบนภาพค่อย ๆ พร่าเลือนไป

นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเดินออกมาตั้งแต่เมื่อใด

จำได้เพียงว่าทางขากลับนางเดินเร็วมาก ถึงขั้นกล่าวได้ว่าโงนเงนสะดุดล้ม

เมื่อก่อนนางไม่เคยเดินเช่นนี้ มารดาเคยพร่ำสอนนับครั้งไม่ถ้วน กุลสตรีผู้สง่างามต้องมีกิริยาสำรวม ยามเดินต้องพลิ้วไหวราวดุจลมพัดกิ่งหลิว แผ่วเบาไร้สุ้มเสียง

ทว่าในยามนี้ นางไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว

หัวใจคล้ายถูกมือมืดมองไม่เห็นบีบเค้นอย่างรุนแรง เจ็บปวดทรมานจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาแห่งความสิ้นหวังพรั่งพรูปนเปกับสายฝน ไหลลงมาอย่างเงียบเชียบ เช็ดเท่าไรก็ไม่แห้งเสียที

เมื่อก่อนนางคิดเพียงว่าฮั่วสิงเช่อเป็นขุนศึก ไม่รู้จักความอ่อนโยน คำพูดหยาบโลนเหล่านั้น การตักตวงครอบครองอย่างไม่รู้กาลเทศะเหล่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะนิสัยที่ป่าเถื่อนของเขา

นางถึงขั้นเคยหาเหตุผลแทนเขา ว่าเขาประจำอยู่ชายแดนนานเกินไป รอบกายมีแต่บุรุษหยาบกระด้าง จะไปเข้าใจวิธีปฏิบัติตัวดี ๆ ต่อภรรยาเสียที่ไหนกัน

แต่ที่แท้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นการแก้แค้นทั้งนั้น

แก้แค้นที่นางเข้ามาแย่งตำแหน่งหญิงคนรักของเขา

แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวนางทำผิดอะไรกันแน่?!

นางเองก็เป็นสตรีที่แต่งงานเข้ามาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม หวังว่าจะได้รับความรักและความเอ็นดูจากสามีเช่นกัน

ตลอดสามปีมานี้ นางกตัญญูต่อแม่สามี จัดการงานบ้านงานเรือน ดูแลจวนแม่ทัพทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยามเขาออกรบ นางก็จุดธูปขอพรทุกวัน เฝ้ามองไปยังทิศทางของชายแดนทุกคืน เฝ้ารอให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย

แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ เขากลับมองนางเป็นเพียงของเล่นที่สามารถเหยียบย่ำได้ตามใจชอบ

แม้กระทั่งร่างกายของนาง ก็ยังกลายเป็นของเล่นสร้างความบันเทิงให้ผู้อื่น!

ฝนยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ฉินจิ่นเซ่อวิ่งไปวิ่งมา กลับพบว่าตนเองยืนอยู่หน้าประตูศาลบรรพชนตระกูลฮั่ว

ในศาลบรรพชนไฟสลัว ป้ายวิญญาณตั้งเรียงรายเป็นแถว ดูขรึมขลังน่าเกรงขาม

นางแต่งงานเข้ามาสามปี คารวะเช้าเย็น ตามเทศกาลก็นำธูปมาจุดเคารพ ไม่เคยบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

นางคิดว่าตนเองเป็นคนตระกูลฮั่วแล้ว คิดว่าขอเพียงทำให้ดี ย่อมต้องมีสักวันที่บุรุษผู้นั้นจะหันมาเหลียวแลได้

แต่ที่แท้ ตั้งแต่ต้นจนจบ นางเป็นเพียงแค่เรื่องน่าขบขันเรื่องหนึ่ง!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ควรจะจบลงเสียที!

นางสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ก้าวเข้าไปด้วยขาที่สั่นเทิ้ม และประกาศว่าขอพบผู้อาวุโสประจำตระกูล

นไม่ช้า ชายชราที่ทั้งผมทั้งเคราขาวโพลนก็เดินออกมา เขาคือท่านอาสาม ผู้มีลำดับศักดิ์สูงที่สุดในตระกูลฮั่ว

"จิ่นเซ่อ เจ้ากำลังทำอะไรของเจ้า"

ฉินจิ่นเซ่อย่อกายคารวะเขา ท่วงท่ายังสง่างามตามระเบียบที่ตระกูลฉินพร่ำสอนมา ต่อให้ยามนี้นางจะซมซานเหมือนเพิ่งงมขึ้นมาจากโคลนตม แต่กิริยาการย่อกายคารวะนั้นก็ไม่มีจุดให้ติเลย

"ท่านอาสาม วันนี้จิ่นเซ่อมาที่นี่ มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องเจ้าค่ะ" นางยืดตัวขึ้น สบตากับชายชรา แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "จิ่นเซ่อขอถอนตัวเองออกจากการเป็นภรรยา ขอหย่าขาดกับฮั่วสิงเช่อเจ้าค่ะ"

ในศาลบรรพชนเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ท่านอาสามจ้องมองนางอยู่ครู่ใหญ่ คิ้วสีขาวโพลนขมวดมุ่น "เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังพูดสิ่งใดอยู่ กฎหมายแห่งแผ่นดินเรา หากหญิงใดปรารถนาจะขอหย่า ต้องฝ่าด่านหอคอยเก้าชั้นให้ได้ แล้วหอคอยเก้าชั้นนั่นเป็นสถานที่แบบใด เจ้ารู้ชัดแล้วหรือ"

ฉินจิ่นเซ่อย่อมรู้ชัด

นับตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์นี้ แทบไม่มีสตรีคนใดเอ่ยปากขอหย่าก่อนเลย ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เป็นเพราะไม่กล้า ด่านหอคอยเก้าชั้นนั้นก็คือโซ่ตรวนพันธนาการที่ราชสำนักใช้ปิดปากสตรี

ในหอคอยมีเก้าชั้น ทุกชั้นล้วนเป็นการลงทัณฑ์อันทารุณ ทั้งการเฆี่ยนด้วยแส้ การหนีบนิ้ว นาบด้วยเหล็กร้อน ใช้โซ่ตรวนเจาะทะลุกระดูกไหปลาร้า...ทวีความรุนแรงขึ้นทีละชั้น ยิ่งชั้นสูงขึ้นยิ่งโหดเหี้ยม

คนที่ก้าวเข้าไป อย่างแรกคือรอดชีวิตออกมา พร้อมหนังสือหย่าหนึ่งฉบับ และตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลสามีโดยสิ้นเชิง หรือไม่ก็ต้องตายอยู่ข้างใน ศพที่ถูกแบกออกมาเลือดเนื้อปนกันเละเทะ

ก่อตั้งแคว้นมาร้อยกว่าปี สตรีที่ฝ่าด่านหอคอยเก้าชั้นสำเร็จมีจำนวนไม่เกินนิ้วมือข้างเดียว

"จิ่นเซ่อทราบดีเจ้าค่ะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

คิ้วของท่านอาสามยิ่งขมวดแน่นขึ้น "รู้แล้วเจ้ายังกล้าฝ่าอีกหรือ ข้างในนั้นไม่ใช่ของเด็กเล่นนะ เจ้าเป็นเพียงสตรีบอบบาง..."

"ท่านอาสามเจ้าค่ะ" ฉินจิ่นเซ่อเอ่ยขัดเขา น้ำเสียงยังคงเรียบนิ่ง ทว่าภายใต้ความเรียบนิ่งนั้น กลับเป็นความตายด้านอันลึกล้ำไร้ที่สิ้นสุด "จิ่นเซ่อตั้งใจแน่วแน่แล้วเจ้าค่ะ! โปรดช่วยให้สมปรารถนาด้วย!"

ท่านอาสามมองดูดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นของนาง แล้วนิ่งเงียบไปนานมาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาในที่สุด

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันที่สิบห้าของเดือนนี้ เจ้าจงมาที่ศาลบรรพชน ทางตระกูลจะเปิดหอคอยให้เจ้า"

"ขอบคุณท่านอาสามเจ้าค่ะ" ฉินจิ่นเซ่อย่อกายคารวะอีกครั้ง

นางหันกายก้าวเข้าไปในม่านฝนทีละก้าว

ด้านหลัง บ่าวชราอดถามเสียงต่ำไม่ได้ "ท่านอาสาม ฮูหยินน้อยได้รับความอยุติธรรมใหญ่หลวงเพียงใดกัน ถึงขั้นต้อง..."

"อย่าถามอีกเลย" ท่านอาสามโบกมือ มองดูแผ่นหลังอันซูบผอมที่ค่อย ๆ ถูกสายฝนกลืนหายไป "ถามมากไป ก็มีแต่จะซ้ำมีดลงบนหัวใจนางอีกแผล"

ฉินจิ่นเซ่อไม่รู้ว่าตนเองเดินกลับมาถึงเรือนได้อย่างไร

ยามปี้เถาผลักประตูเรือนเข้ามา แล้วเห็นสภาพของนาง ก็ตกใจจนส่งเสียงกรีดร้อง "คุณหนู! เหตุใดท่านถึงตากฝนจนเปียกปอนเช่นนี้! เร็วเข้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้าเจ้าค่ะ!"

ปี้เถาเป็นสาวใช้ติดตามตอนแต่งงาน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ผูกพันกันแตกต่างจากคนอื่น นางลนลานช่วยเช็ดผมให้แห้ง เปลี่ยนชุดแห้งให้ แล้วก็เติมน้ำร้อนใส่กระเป๋าน้ำร้อนซุกไว้ในผ้านวมให้ด้วย

ฉินจิ่นเซ่อนอนลง ในหัวรู้สึกหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่ว ลำคอเจ็บระบมจนกลืนน้ำลายไม่ลง ร่องกระดูกปวดรวดร้าวเป็นระยะ

คืนนั้น ฉินจิ่นเซ่อไข้ขึ้นสูงจนรู้สึกมืดฟ้ามัวดิน

นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับย่างอยู่บนกองไฟ แล้วก็เหมือนถูกโยนลงไปในบ่อน้ำแข็ง เดี๋ยวก็ร้อนจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว เดี๋ยวก็หนาวจนฟันสั่นกระทบกัน

ในสมองสับสนมึนงง ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านราวกับโคมลอย คืนวันแต่งงานเขาเรียกน้ำสิบกว่ารอบ นางคุกเข่าในคอกม้าจนเข่าเขียวช้ำ เขาฉุดนางลงนั่งบนตักต่อหน้าแขกเหรื่อเต็มโถงในงานเลี้ยง ภาพวาดพวกนั้น ภาพวาดที่ถูกผู้ชายทั้งเมืองมองดูพวกนั้น...

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและแตกกระจาย สุดท้ายก็กลายเป็นสีแดงฉาน

ระหว่างที่สะลึมสะลือ นางรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังแก้ถอดชุดของนางออก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status