Share

บทที่ 3

Author: เหรินเจียน
ฉินจิ่นเซ่อพยายามฝืนลืมตาขึ้น มองเห็นใบหน้าราง ๆ ของฮั่วสิงเช่อ

"ท่านแม่ทัพ..." นางเอ่ยปากอย่างยากลำบาก เสียงแหบพร่าราวกับเครื่องสูบลมพัง ๆ "วันนี้ข้า...ไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ"

นางไม่ได้เสแสร้ง แต่ทุกข์ทรมานจริง ๆ

ร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วน ศีรษะมึนตึบคล้ายถูกยัดด้วยก้อนสำลี แม้แต่แรงจะยกมือยังไม่มี นางถึงขั้นรู้สึกว่า ตัวเองอาจจะต้องมาตายอยู่บนเตียงนี้แล้วจริง ๆ

แต่ฮั่วสิงเช่อกลับทำหูทวนลม สอดมือเข้าไปในสาบเสื้อของนาง เป่าลมหายใจอันร้อนผ่าวรดข้างหูนาง

"ตัวร้อนสิดี ยิ่งไวต่อสัมผัส ให้สามีดูหน่อยซิ ว่าเจ้าจะร่านราคะขึ้นหรือไม่"

ฉินจิ่นเซ่อหลับตาลง น้ำตาไหลเงียบ ๆ

นางอยากจะถามเขาเหลือเกิน ว่าเห็นนางเป็นตัวอะไรกันแน่

เป็นภรรยา หรือเป็นสิ่งของที่ไร้ค่ายิ่งกว่านางคณิกา!

คำพูดจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก แต่กลับเอ่ยถามไม่ออกสักคำ เพราะนางรู้คำตอบมานานแล้ว

นางหลับตาแน่น กำลังจะยอมจำนนอย่างสิ้นหวัง แต่ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก็ดังมาจากนอกประตู "ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ..."

องครักษ์ผลักประตูเข้ามา รีบก้าวไปข้างกายเขา แล้วเอียงตัวกระซิบข้างหูสองสามคำ

ฉินจิ่นเซ่อฟังไม่ถนัดว่าองครักษ์พูดอะไร แต่นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สีหน้าของฮั่วสิงเช่อเปลี่ยนไปฉับพลัน

นั่นคือสีหน้าที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่ความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียมบนสนามรบ ไม่ใช่ความเย็นชาหรือเหยียดหยามยามเผชิญหน้านาง แต่กลับเป็น...ความหวาดกลัว

เขาถึงขั้นไม่มีเวลาจัดแจงชุดของตนเอง ลุกพรวดขึ้นจากเตียง แล้วเดินก้าวยาวพุ่งตัวออกไป

นางมองตามทิศทางที่เขาหายลับไปอย่างเหม่อลอย ผ่านไปครูใหญ่กว่าสติจะคืนกลับมา

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้คนอย่างฮั่วสิงเช่อกลัวได้ถึงเพียงนี้?

นางฝืนสังขารที่ร้อนฉ่าจนร่างแทบพัง ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก คว้าเสื้อคลุมด้านข้างมาสวม แล้วเดินโซเซตามออกไป

ภายในลานเรือนสว่างไสวไปด้วยแสงจากโคมไฟ

ฮั่วสิงเช่อกอดสตรีผู้หนึ่งที่เลือดเลอะเต็มตัวไว้ในอ้อมอก กำลังก้าวพรวด ๆ บุกเข้ามาข้างใน สตรีผู้นั้นซบหน้าลงกับอกเขา มองไม่เห็นเค้าหน้า เห็นเพียงข้อมือขาวซีดจนเกือบใสท่อนหนึ่งตกห้อยลงมาอย่างโรยแรง

"หมอประจำจวน! ตามหมอประจำจวนมาเร็ว!" เสียงของฮั่วสิงเช่อแทบจะเหมือนตะโกนแหกปาก แหบพร่าจนฟังไม่ได้ความ

หมอประจำจวนวิ่งโซซัดโซเซออกมา พอเห็นสตรีผู้นั้นเต็มไปด้วยเลือด สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที "เร็ว เข้า รีบอุ้มเข้าไปข้างใน!"

ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ใต้เฉลียง มองดูฮั่วสิงเช่อประคองนางในอ้อมอกวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม

ท่าทางเบามือราวกับกำลังอุ้มเครื่องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าสองมือคู่นั้น เมื่อครู่นี้ยังกระชากฉีกเสื้อผ้าของนางอย่างทารุณอยู่เลย

หมอประจำจวนตรวจชีพจร แล้วตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ท่านแม่ทัพ แม่นางมู่บาดเจ็บถึงเส้นเลือดหัวใจ เสียเลือดมากเกินไป ยาธรรมดาคง...เว้นเสียแต่ว่าจะหาเลือดหัวใจของผู้ที่มีหยางบริสุทธิ์มาเป็นตัวนำยา ถึงจะพอช่วยยื้อชีวิตไว้ได้สักเฮือกหนึ่ง"

"ข้าเอง" ฮั่วสิงเช่อตอบโดยไม่หยุดคิด "เอาเลือดข้าไป"

"ท่านแม่ทัพ!" องครักษ์และหมอประจำจวนคุกเข่าพร้อมกัน "ไม่ได้เด็ดขาด การเจาะเลือดหัวใจอันตรายยิ่งนัก หากเกิด..."

"อย่าพูดให้มากความ" ฮั่วสิงเช่อปลดสาบเสื้อ เผยแผงอกแกร่งฉกรรจ์ สายตากวาดมองทุกคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น "หากนางตาย ข้าอยู่ต่อไปจะมีความหมายอะไร!"

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ชั่วขณะนั้นก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากคัดค้านอีกเลย

ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงหน้าประตู ได้แต่มองมีดสั้นทิ่มแทงลงไปที่อกของเขาตาปริบ ๆ

เลือดค่อยๆ ไหลซึมออกจากแผ่นอก หยดลงในชามหยก ในไม่ช้า สีหน้าของเขาก็ขาวซีดลงอย่างที่ตาเนื้อสังเกตได้ เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผาก แต่ดวงตาคู่ยังจ้องมองคนที่อยู่บนเตียง ไม่วอกแวกไปไหนเลยแม้แต่เสี้ยววินาที

"พอแล้ว ๆ ขอรับท่านแม่ทัพ" หมอประจำจวนลนลานเก็บมีดสั้น นำเลือดหัวใจผสมกับยาสมุนไพร ป้อนเข้าปากมู่หลานซีอย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง คนบนเตียงก็กระแอมไอออกมาคำหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ

"อาเช่อ..." แพขนตาของมู่หลานซีสั่นระริก นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยประกายน้ำตาฉ่ำวาวราวกับลำธารในสารทฤดู ยามได้เห็นฮั่วสิงเช่อ หยาดน้ำตาก็ไหลพรากลงมาอย่างไร้สุ้มเสียง

"เหตุใดท่านถึงได้โง่เช่นนี้..." นิ้วมืออันสั่นเทาของนางยกขึ้น แตะลงบนแผ่นอกที่ยังมีเลือดซึมออกมา เอ่ยถามเสียงสะอื้นจนแทบฟังไม่ชัด "เจ็บหรือไม่"

ฮั่วสิงเช่อกุมมือของนางไว้ นำมาจูบเบา ๆ ตรงริมฝีปาก ท่าทางนั้นอ่อนโยนราวกับลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านกลีบดอกไม้ แตกต่างจากกิริยาเย็นชาหยาบคายในยามปกติราวกับเป็นคนละคน

"ไม่เจ็บ" เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบต่ำแหบพร่า แฝงไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ฉินจิ่นเซ่อไม่เคยได้ยินมาก่อน "อย่าร้องไห้เลย พอเจ้าร้องไห้ ตรงนี้มันเจ็บ"

เขาดึงมือของนางมาวางทาบไว้บนแผ่นอกของตัวเอง

มู่หลานซีคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา ในที่สุดใบหน้าอันขาวซีดก็เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

ฮั่วสิงเช่อนั่งยอง ๆ ข้างเตียงอยู่อย่างนั้น เขากุมมือนางไว้ จ้องมองนางนิ่ง ๆ คล้ายกับว่าบนโลกใบนี้ไม่มีผู้อื่นหรือเรื่องอื่นใดที่คู่ควรให้เขาเจียดสายตาไปมองอีกแล้ว

ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่นอกประตู ขณะมองดูภาพเหตุการณ์นี้ นางรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว

เป็นสามีภรรยากันมาสามปี สิ่งที่เขาให้นางมีเพียงความหยาบคายและความอัปยศ นางบอกกับตัวเองเสมอว่าเขาเป็นขุนศึก ไม่เข้าใจความอ่อนโยนอันซับซ้อนพวกนั้น

ที่แท้เขาก็เข้าใจ เขาแค่ไม่ยินยอมที่จะมอบมันให้นางเท่านั้นเอง

นางหันตัวก้าวเดินกลับไป ย่างก้าวไม่มั่นคง แทบจะล้มลงไปกองหลายต่อหลายครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status