Share

เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์
เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์
Author: เหรินเจียน

บทที่ 1

Author: เหรินเจียน
"อื้อ..." ฉินจิ่นเซ่อเกร็งไปทั้งร่าง ตกใจจนเสียงสั่น "ท่านแม่ทัพ! ที่นี่...คนเยอะขนาดนี้..."

"คนเยอะสิดี" เขาขบกัดติ่งหูนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกรุ้มกริ่ม "ให้ทุกคนได้รู้กัน ว่าข้ารักถนอมเจ้าเพียงใด"

แม้จะมีโต๊ะอาหารและชายกระโปรงคอยบดบัง แต่หากมีใครสักคนเดินเข้ามาใกล้ ก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

ฉินจิ่นเซ่ออับอายจนหน้าแดงไปหมด น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา นางเอ่ยอ้อนวอนเสียงเบา "ท่านแม่ทัพ...กลับไปค่อยทำได้หรือไม่ จะกี่ครั้ง...ข้าก็ยอมให้ท่าน..."

ฮั่วสิงเช่อยกจอกสุราขึ้นจิบคำหนึ่งอย่างไม่ไยดี แต่กลับไม่หยุดเคลื่อนไหว ทั้งยังออกแรงหนักกว่าเดิม "เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าทำเช่นนี้เร้าใจกว่า ข้าจากไปนานขนาดนี้ เจ้าคงจะอยากจนทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ หญิงแพศยา จะเสแสร้งอะไรกัน"

ฉินจิ่นเซ่อเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างไร้เสียง

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ใช่ว่าเขาจะไม่เคยนึกคึกคะนองอยากทำเรื่องอย่างว่าต่อหน้าธารกำนัล แต่สำหรับความใจกล้าบ้าบิ่นในวันนี้ ทำเอานางกลัวแทบสิ้นสติจริง ๆ

นางเป็นบุตรีฮูหยินเอกที่ตระกูลฉินอบรมสั่งสอนมาอย่างพิถีพิถัน ถูกปลูกฝังให้ทำตัวเรียบร้อยเหมาะสมมาตั้งแต่เด็ก หากมีใครมาพบว่านางทำเรื่องเช่นนี้ในงานเลี้ยง นางยอมตายเสียยังดีกว่า

ขณะกำลังพูดคุย ก็มีคนถือจอกสุราเดินเข้ามาหา เจ้าตัวยิ้มแย้มพลางเอ่ยถาม "เหตุใดฮูหยินท่านแม่ทัพถึงนั่งอยู่บนตักท่านแม่ทัพเล่า ไม่สบายหรือเปล่า"

ฉินจิ่นเซ่อตกใจจนตัวแข็งทื่อ พยายามหดตัวซุกเข้าหาอ้อมอกของฮั่วสิงเช่อสุดชีวิต ซุกหน้าเข้ามาในอกเขา พร้อมส่งสายตาวิงวอนเงียบ ๆ

ฮั่วสิงเช่อกอดนางแน่นขึ้น ตอบผู้มาเยือนด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด "ฮูหยินไม่ค่อยสบาย ข้าเลยช่วยดูแลนางหน่อย"

คนผู้นั้นยิ้มพลางเอ่ย "ท่านแม่ทัพกับฮูหยินรักใคร่ผูกพันกันดีจริง ๆ " จากนั้นก็หันตัวเดินกลับไปยังที่นั่งของตน

ทันทีที่คนผู้นั้นเดินจากไป การกระทำของฮั่วสิงเช่อก็ยิ่งบ้าระห่ำ

ฉินจิ่นเซ่อซบหน้าอยู่กับอกเขา น้ำตาร่วงลงบนสาบเสื้อของเขาหยดแล้วหยดเล่า แต่กลับไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่แอะเดียว

นางกลัวว่าจะดึงดูดสายตาจากคนอื่น กลัวว่าจะมีใครมาเห็นสภาพของนางในตอนนี้

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เขาถึงอิ่มเอมแล้วผลักนางออก จัดแจงเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ"ไปจัดการตัวเองเสีย"

ฉินจิ่นเซ่อขาสั่นพั่บ ๆ ขณะลุกยืนขึ้น นางไม่กล้าสบตาผู้ใด ได้แต่ก้มหน้าก้มตากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากตรงนั้น

นางหาห้องปีกที่ไม่มีคนอยู่ เปลี่ยนชุดกระโปรงที่เปรอะเปื้อนออก ในที่สุดน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว

นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำเรื่องหยาบโลนเช่นนี้ต่อหน้าธารกำนัลจริง ๆ ต่อให้เป็นนางคณิกาต่ำต้อยที่สุดในเมืองฉางอาน ก็ไม่เคยต้องมาถูกหยามเกียรติถึงเพียงนี้

นางนึกถึงช่วงเวลาก่อนแต่งงาน มารดากุมมือนางพลางกำชับ "จิ่นเซ่อ แม่ทัพฮั่วเป็นบุรุษห้าวหาญชาตินักรบ เจ้าแต่งออกไปแล้ว ต้องคอยปรนนิบัติสามีให้ดี รีบสืบสกุลให้ตระกูลฮั่วเร็ว ๆ นะ"

นางแต่งงานเข้ามาด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง หลงคิดไปว่าขอเพียงตนเองสุภาพอ่อนโยนและรู้จักวางตัว ก็คงจะทำลายหัวใจอันเย็นชาของเขาได้อยู่แล้ว

แต่ผ่านไปสามปีแล้ว สิ่งที่นางได้รับ มีเพียงความอัปยศและน้ำตาที่เวียนวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน

ไม่ง่ายเลยกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ นางเดินกลับไปยังโถงจัดงานเลี้ยง แต่กลับพบว่าเหล่าแขกเหรื่อแยกย้ายกันไปหมดแล้ว และฮั่วสิงเช่อก็ไม่รู้หายไปไหนแล้วเช่นกัน

ฉินจิ่นเซ่อทำได้เพียงเดินออกจากประตูวังไปตามลำพัง

ด้านนอกไม่รู้ว่าฝนเริ่มตกลงมาตั้งแต่เมื่อใด นางเปียกโชกไปทั้งร่าง ยามลมฤดูใบไม้ร่วงอันเย็นยะเยือกโชยผ่าน ก็ทำเอานางหนาวจนสั่นสะท้าน

นางใช้เวลาเดินร่วมครึ่งค่อนชั่วยามกว่าจะกลับมาถึงจวนแม่ทัพ ขณะกำลังจะเดินกลับเรือนของตนเอง พอผ่านหน้าเรือนของแม่สามี ก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ข้างใน

ตามจริงนางไม่ควรแอบฟัง นางปฏิบัติตนตามธรรมเนียมมาตลอดยี่สิบกว่าปี ไม่เคยทำเรื่องเช่นการแอบฟังความลับคนอื่น แต่แม่สามีกลับเอ่ยถึงชื่อของนาง

"ในงานเลี้ยงวันนี้ อาเช่อรังแกนางต่อหน้าผู้คนอีกแล้วหรือ" นั่นคือเสียงของแม่สามี

"ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ" แม่นมถอนหายใจ "บ่าวได้ยินมาว่า ท่านแม่ทัพดึงตัวฮูหยินขึ้นไปนั่งบนตัก กลางวันแสก ๆ แล้วก็...เฮ้อ ตอนฮูหยินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ตาแดงช้ำไปหมดเลยเจ้าค่ะ"

"ข้าผิดเอง" แม่สามีถอนหายใจยาว "นึกถึงตอนนั้น ในใจของอาเช่อมีเพียงแม่นางมู่หลานซี แต่นางดันหน้าตาเหมือนอนุภรรยานอกบ้านของนายท่าน ข้าเห็นหน้าทีไรก็สะอิดสะเอียน ยืนกรานไม่ยอมให้นางแต่งเข้าบ้าน ต่อมาข้าประสบอันตรายในวัด ได้จิ่นเซ่อช่วยชีวิตไว้ ข้าเลยเอาชีวิตตัวเองมาขู่ บังคับให้อาเช่อแต่งงานกับนาง เขาข่มความโกรธไว้ในใจ ไม่รู้จะปลดปล่อยทางไหน สุดท้ายก็ได้แต่เอามาลงที่จิ่นเซ่อ!"

"ฮูหยินใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ" แม่นมรีบปลอบ "ยามนี้ท่านแม่ทัพก็แต่งงานกับฮูหยินน้อยแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ แม่นางมู่ผู้นั้นไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็คงไม่มีปัญญามาก่อเรื่องก่อราวอะไรได้อีกแล้ว"

"แต่เขาไม่ยินยอมน่ะสิ" เสียงของแม่สามีเบาลง แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างลึกซึ้ง "เขาไม่ยอมรับ จึงเอาแต่ทรมานจิ่นเซ่อ เจ้าคิดว่าเขาแค่พูดจาหยาบโลนสกปรกอย่างนั้นหรือ เขายังให้คนแอบวาดภาพตอนพวกเขาเริงรักกัน เอาไปให้พวกสหายเลวทรามพวกนั้นเวียนกันดู ทั้งยังเอาไปวางขายในตลาดอีก! ผู้ชายทั้งเมือง เกรงว่าคงไม่มีใครไม่เคยเห็นลูกสะใภ้ของข้า...ข้าเป็นคนทำลายชีวิตนางเองแท้ ๆ เลย"

บึ้ม

ฉินจิ่นเซ่อรู้สึกราวกับมีบางสิ่งระเบิดขึ้นมาในหัว

นางยืนอยู่ใต้เฉลียง หยาดน้ำฝนเย็นชืดไหลหยดลงมาจากปลายเส้นผม แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บอีกแล้ว เลือดทั่วร่างคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที แม้กระทั่งหัวใจก็ยังหยุดเต้น

วาดภาพไว้?

ให้พวกสหายดู?

เอาไปวางขายในตลาด?

ผู้ชายทั้งเมือง...ต่างเคยเห็นนางหมดแล้วหรือ?

นางพลันงอตัว ยึดเสาเฉลียงอันเย็นเฉียบไว้ ในกระเพาะบิดเกร็งจนปั่นป่วน แต่กลับไม่มีสิ่งใดอาเจียนออกมา มีเพียงน้ำย่อยเปรี้ยว ๆ ที่ขย้อนขึ้นมาจนสำลักเข้าจมูก ทั้งขมทั้งเปรี้ยว

นางไม่ยอมเชื่อ หันกายวิ่งออกไปราวกับคนคลั่ง โซเซพุ่งตัวออกจากจวนแม่ทัพ โดยไม่สนกิริยามารยาทกุลสตรีใด ๆ อีกต่อไปแล้ว

ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว บนถนนสายยาวมีผู้คนสัญจรเบาบาง มีเพียงพ่อค้าแม่ค้าไม่กี่คนที่กำลังเก็บแผงค้าขายอยู่ใต้แสงโคมไฟสี่เหลี่ยมสีส้มสลัว

นางถลันตัวเข้าไปที่แผงขายของโชห่วยแห่งหนึ่ง มืออันสั่นเทาคว้าเอาม้วนภาพกี่ม้วนที่วางซ้อนกันอยู่อย่างส่งเดชขึ้นมา แล้วกระชากเปิดออกอย่างแรง

ภาพม้วนแรก เป็นภาพนางกับฮั่วสิงเช่อในห้องหนังสือ นางนอนคว่ำหน้าอยู่กับโต๊ะ ชายกระโปรงถกไปกองไว้ที่เอว ส่วนเขาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง วาดได้ละเอียดลออยิ่งนัก แม้กระทั่งหยดน้ำตาตรงหางตาของนางก็ยังเห็นได้อย่างชัดเจน

ภาพม้วนที่สอง เป็นภาพในคอกม้า นางคุกเข่าอยู่บนกองฟาง เขาบีบเอวนางไว้ นางเอียงหน้าหนี สีหน้าเผยความอับอายและเจ็บปวดทรมาน

ภาพม้วนที่สาม เป็นภาพในวันนี้ เกิดขึ้นในงานเลี้ยงฉลอง นางนั่งอยู่บนตักของเขา ซุกหน้าเข้าในอกเขา โดยภาพใต้ชายกระโปรงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นเป็นพิเศษ วาดได้ละเอียดสมจริงยิ่งนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status