Share

บทที่ 6

Author: เหรินเจียน
ยามที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉินจิ่นเซ่อนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง บาดแผลตรงทรวงอกถูกพันผ้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยามหายใจยังคงปวดระบมอย่างหนัก

ปี้เทาคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ร้องไห้จนตาบวมช้ำเหมือนลูกมันฮ่อ "คุณหนู...ในที่สุดท่านก็ตื่นเสียที..."

ฉินจิ่นเซ่ออ้าปากพะงาบ เสียงแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "เขาอยู่ไหน"

น้ำตาของปี้เถาไหลพรากหนักยิ่งกว่าเดิม "ท่านแม่ทัพคอยอยู่ข้าง ๆ แม่นางมู่เจ้าค่ะ แม่นางมู่ตกใจขวัญผวา ท่านแม่ทัพเฝ้านางตั้งแต่เมื่อคืน ต้มน้ำแกงปลอบขวัญให้นางเอง แล้วคอยป้อนให้นางทีละช้อน..."

"พอได้แล้ว" ฉินจิ่นเซ่อเอ่ยขัดนาง

ปี้เถาเอามืออุดปาก น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างไร้เสียง "คุณหนู ท่านลำบากยิ่งนัก..."

ฉินจิ่นเซ่อเหม่อมองเพดานม่านเตียง น้ำตานางไหลจนแห้งเหือดไปนานแล้ว

ในช่วงหลายวันต่อมา ฮั่วสิงเช่อกก็ไม่เคยมาหาเลยสักครั้งเดียว

ฉินจิ่นเซ่อเยียวยาบาดแผลอยู่เพียงลำพัง ยามเจ็บปวดตรงทรวงอกรุนแรงก็นอนนิ่งไม่ขยับ พอทุเลาลงบ้างก็นั่งเก็บสัมภาระต่อ

ในคืนของวันที่เจ็ด จู่ ๆ ฮั่วสิงเช่อก็เดินทางมาหา

ฉินจิ่นเซ่อกำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ตรงหัวเตียง พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้น มองเห็นเขาผลักประตูเข้ามา

เขาดื่มสุรามา บนกายมีกลิ่นสุราจาง ๆ ดวงตาคู่นั้นดูพร่ามัวเล็กน้อยภายใต้แสงเทียนสลัว

เขาไม่ได้ถามว่าบาดแผลของนางหายดีหรือยัง ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดวันนั้นถึงจับนางไปรับกีบเท้าม้าแทนมู่หลานซี หรือแม้แต่ไม่เคยเอ่ยถามเลยว่าหลายวันที่ผ่านมานี้นางทนผ่านมันมาได้อย่างไร

เขาเพียงยืนอยู่หน้าเตียง มองดูนางจากมุมสูง แล้วจากนั้นก็เริ่มปลดสายรัดเอว

นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อขยุ้มเกร็งขึ้นมาอย่างฉับพลัน หน้าหนังสือถูกยับย่นเป็นรอยลึก

"ท่านแม่ทัพ" นางเอ่ยปาก "หลายวันมานี้ ท่านไม่เคยมาเหลียวแลข้าเลย บัดนี้มาหา ก็เพียงเพื่อเรื่องนี้เท่านั้นหรือเจ้าคะ"

การกระทำของฮั่วสิงเช่อชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ

"แล้วจะให้ทำอะไรเล่า" เขาขว้างสายรัดเอวที่ปลดออกไปข้าง ๆ อย่างไม่แยแส แล้วโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งยันอยู่ข้างกายของนาง ทอดเงาร่างของตนเองปกคลุมตัวนางเอาไว้ "ทำไม เล่า พอไม่ได้แตะต้องเจ้าหลายวัน เจ้าก็ไม่อยากแล้วหรือ ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อน เจ้ามันกระเหี้ยนกระหือรือมากไม่ใช่หรืออย่างไร"

ฉินจิ่นเซ่อรู้สึกคล้ายกับถูกใครบางคนใช้มีดกรีดหัวใจอย่างทารุณ

"ท่านแม่ทัพจำเป็นต้องใช้คำพูดหยาบคายเช่นนี้มาหยามเกียรติข้าด้วยหรือ" นางมองดูเขา ดวงตาแห้งจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด "ข้าเป็นภรรยาของท่าน กับภรรยาแล้ว ท่านควรจะทะนุถนอมและให้เกียรติสิเจ้าคะ"

ฮั่วสิงเช่อไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา

ในรอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งการเยาะเย้ย ไร้หารเหยียดหยาม หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ

แต่นางเข้าใจดี เขากำลังบอกนางว่า นางไม่ใช่ภรรยาที่เขาปรารถนา และไม่เคยเป็นมาตั้งแต่แรกแล้ว

ฮั่วสิงเช่อโน้มตัวลงมา ริมฝีปากแนบลงบนลำคอของนาง พร้อมด้วยแรงบีบบังคับอันไม่อาจปฏิเสธได้

ในตอนนี้เอง ประตูก็พลันถูกผลักเปิดออก

มู่หลานซียืนอยู่ตรงหน้าประตู สายตาย้ายจากสาบเสื้อที่เปิดกว้างครึ่งหนึ่งของฮั่วสิงเช่อ ไปยังสายรัดเอวที่หลุดอยู่บนพื้น ขอบตาค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นมาทีละน้อย

"ขอ...ขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะพวกท่านเจ้าค่ะ" นางก้มหน้าลง เอ่ยเสียงสะอื้น แล้วหันตัวทำท่าจะเดินออกไป

ฮั่วสิงเช่อยืดตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ก้าวพรวด ๆ ตามไปจับข้อมือของนางไว้ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันที

"ไม่ได้ขัดจังหวะเลย

หลานซี มีเรื่องอะไรงั้นหรือ"

มู่หลานซีก้มหน้า พลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา "คืนนี้ในเมืองมีงานเทศกาลโคมไฟ ข้านึกว่า...หากพวกท่านไม่ยุ่งจนเกินไป จะช่วยพาข้าไปเที่ยวชมหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ"

"ไม่ยุ่งเลย" ฮั่วสิงเช่อแทบจะไม่ลังเล "ข้าจะพาเจ้าไปเอง"

เขาหันกลับมามองฉินจิ่นเซ่อแวบหนึ่ง น้ำเสียงกลับมาแฝงการออกคำสั่งที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ "เจ้าก็ไปด้วย"

ฉินจิ่นเซ่อถูกเขาลากมาที่งานเทศกาลโคมไฟ

แสงโคมไฟสว่างไสวเต็มถนน เสียงผู้คนคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ ฮั่วสิงเช่อคอยอยู่เคียงข้างมู่หลานซีตลอดเวลา คอยกันผู้คนอันแออัดให้ คอยซื้อถังหูลู่ให้นาง คอยถือโคมไฟให้นางเพื่ออธิษฐาน

ส่วนนางเป็นราวกับมนุษย์ล่องหน เดินตามหลังพวกเขาสองคน มองดูพวกเขาเดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางแสงโคมไฟ

"ท่านแม่ทัพ ข้าอยากได้โคมไฟกระต่ายดวงนั้นเจ้าค่ะ!" มู่หลานซีชี้ไปที่โคมไฟที่แขวนอยู่บนที่สูง พลางยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

"รอประเดี๋ยว" ฮั่วสิงเช่อแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน ปีนขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงนั่งร้านแขวนโคมไฟ

ฉินจิ่นเซ่อและมู่หลานซียืนรออยู่ด้านนอกฝูงชน

มู่หลานซีพลันเอียงหน้ามา นางมองดูฉินจิ่นเซ่อ แล้วยกมุมปากยิ้มอย่างมีเลนศนัย "พี่หญิง ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดเขาถึงได้ยอมฟังคำพูดของข้าขนาดนี้

"เพราะข้าเคยบอกว่า ข้าชอบมองดูเขาทำทุกอย่างเพื่อข้าโดยไม่สนสิ่งใด เขาก็เลยยอมทำทุกอย่างเพื่อข้าจริง ๆ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของเขาก็ตาม"

"ข้ารู้" น้ำเสียงของฉินจิ่นเซ่อเรียบเฉยยิ่ง

"ท่านรู้ก็ดีแล้ว" มู่หลานซียิ้มบาง ๆ "ดังนั้น ท่านก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ท่านแย่งชิงสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเองไป ก็สมควรที่จะต้องชดใช้"

ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองนาง กำลังจะเอ่ยปากพูดบางสิ่ง ก็พลันได้ยินเสียงร้องตกใจดังมาจากด้านหลัง

นางหันหน้ากลับไป มองเห็นร่างของมู่หลานซีหงายหลัง พลิกตัวตกออกจากราวสะพาน ดิ่งลงสู่ทะเลสาบที่เย็นเฉียบ

"หลานซี!"

ฮั่วสิงเช่อกระโดดลงมาจากนั่งร้าน ก้าวพรวด ๆ พุ่งไปยังริมทะเลสาบ ช้อนตัวมู่หลานซีขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว

มู่หลานซีเปียกโชกไปทั้งตัว นอนไออยู่ริมฝั่ง ไอไปไอมาก็ร้องไห้ ขดร่างกายที่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมอกของฮั่วสิงเช่อ

"อาเช่อ...ขอโทษนะ...เมื่อครู่พี่หญิงเคืองที่ข้าไปขัดจังหวะความสุขของพวกท่าน นางก็เลยผลักข้าลงมา...ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางโกรธนะ..."

"ฉินจิ่นเซ่อ!"

ฮั่วสิงเช่อพลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นอัดแน่นด้วยไอสังหาร บัดนี้แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยน่ากลัว จ้องมองฉินจิ่นเซ่อที่อยู่ริมฝั่งอย่างอาฆาต

"เจ้ามันช่างใจคออำมหิตเหมือนอสรพิษ!" เขาตะคอก น้ำเสียงเย็นชาดั่งมีดเคลือบน้ำแข็ง "หลานซีมีสิ่งใดไม่ดีต่อเจ้าหรือ ต่อให้นางจะเข้ามาขัดจังหวะเจ้ากับข้า เจ้าก็ไม่อาจลงมือทำร้ายคนอย่างอำมหิตเช่นนี้ได้!"

"ข้าไม่ได้ทำ!" ฉินจิ่นเซ่อหนาวสะท้านไปทั้งตัว พยายามจะอธิบาย "นางเป็นคนกระโดดลงไปเอง ข้าไม่ได้..."

"ยังกล้าปากแข็งอีกหรือ!" ฮั่วสิงเช่อโมโหจนหัวเราะประชด ในดวงตาฉายแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

"ในเมื่อเจ้าร่านนัก เช่นนั้นข้าจะสนองความปรารถนาให้เจ้าเอง!"

เขาโบกมืออย่างรุนแรง ตะโกนเสียงดังลั่น "เด็ก ๆ! ถอดเสื้อผ้านังหญิงแพศยานี่ออกให้หมด แล้วโยนเข้าไปในรังขอทานข้างหน้า! ให้นางได้ลิ้มรสชาติการถูกผู้คนมองดูราวกับเดรัจฉานเสียบ้าง!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 18

    ฮั่วสิงเช่อยืนอยู่หน้าประตู ฟังเสียงนางร้องไห้อยู่ข้างใน นางกดเสียงไว้ต่ำเบามาก ราวกับไม่อยากให้เขาได้ยินเขาทอดกายพิงประตู ทั้งตัวมีแต่เลือด ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ย้อมเสื้อผ้าจนชุ่มโชกไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยนึกถึงคำพูดของเสิ่นเจา "พอคนจากไปแล้ว นึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"ยามนั้นเขาไม่เชื่อ มาบัดนี้เขาเชื่อแล้ว แต่มันก็ไม่ทัน ทุกอย่างไม่ทันการณ์อีกต่อไปแล้วเขานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืนยามฟ้าสาง ประตูก็เปิดออกฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงประตู ในมือถือห่อผ้าไว้ห่อหนึ่ง"ข้าจะไปแล้ว" นางเอ่ย น้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก ดวงตาบวมเป่ง แต่นางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว"จะไปที่ใด" ฮั่วสิงเช่อลุกพรวดขึ้นทันที ขาชาจนโซเซอยู่ครู่หนึ่ง บาดแผลตรงไหล่และหน้าอกฉีกขาดพร้อมกัน เลือดทะลักออกมาอีกครั้ง แต่เขากลับไม่สนใจ"ไม่รู้" นางสั่นศีรษะ "ไปในที่ที่ท่านจะตามหาไม่เจอ""เจ้า...""ฮั่วสิงเช่อ" นางพูดตัดบท จ้องเข้าไปในตาของเขา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการได้แต่งงานกับท่าน สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า มีเพี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 17

    ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา นางนิ่งเงียบไปนานมาก"ท่านกลับไปเถิด" นางปิดประตู "ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านหรอก"ฮั่วสิงเช่อยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีกหนึ่งวันเต็ม ๆวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้าเขามายืนอยู่หน้าประตูทุกวัน แต่ไม่พูดไม่จา ไม่เคาะประตู ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นยามนางออกไปซื้อกับข้าว เขาก็เดินตามหลังไป เว้นระยะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล คอยช่วยบังผู้คนบนท้องถนนให้พ้นจากตัวนางพอนางหันกลับไปมอง เขาก็หยุดก้าวเท้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดวันที่หก ในที่สุดฉินจิ่นเซ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่" นางยืนอยู่ตรงประตู ขอบตาแดงก่ำ "ท่านทำเช่นนี้มีความหมายหรือ""ไม่มีความหมายหรอก" ฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง เอ่ยเสียงแหบพร่า "แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากเจ้าไม่ให้อภัยข้า ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมายเช่นกัน"นิ้วมือของฉินจิ่นเซ่อพลันกำแน่น"ท่านเอาชีวิตมาข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ" นางเสียงสั่น"ไม่ได้ขู่" ฮั่วสิงเช่อเดินเข้าหานางทีละก้าว สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ "มันคือความจริง ทั้งชีวิตข้า เรื่องที่ผิดพลาดที่สุด ก็คือการผลักไสเจ้าออกไป ข้านึกเสียใจแล้ว ข้าเสียใจแทบตาย แต่เสี

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 16

    ประตูเปิดออก ฉินจิ่นเซ่อยืนอยู่ตรงธรณีประตู สวมชุดผ้าป่านที่สีซีดจางจนเกือบขาว เกล้าผมปักปิ่นไม้ เรียบง่ายจนบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวชั่วพริบตาที่เห็นเขา สีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยไม่ใช่ความตกใจ ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบเฉยเมยราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"ท่านมาทำอะไร" นางถามเสียงเรียบฮั่วสิงเช่อจ้องมองนาง ในคอราวกับมีก้อนสำลีจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก"ข้า..." เขาเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เหมือนเดิม "ข้ามารับเจ้ากลับไป"ฉินจิ่นเซ่อจ้องมองเขา จู่ ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนจางเบาบางราวกับสายลม เพียงถูกลมพัดก็ปลิวหายไป "กลับไป?"นางทวนคำอีกครั้ง "กลับไปที่ใด""กลับจวนแม่ทัพ กลับบ้าน" ฮั่วสิงเช่อก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน "ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ข้า...""ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน" ฉินจิ่นเซ่อพูดตัดบท "เป็นฝีมือของมู่หลานซี ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว""เจ้า...เจ้ารู้แล้วหรือ" ฮั่วสิงเช่ออึ้งไป"มีคนมาบอกข้าแล้ว" นางพิงวงกบประตู น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ "บอกว่ามู่หลานซีถูกจับ

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 15

    ฮั่วสิงเช่อตัวสั่นไปทั้งร่าง ราวกับถูกใครบางคนเอามีดแทงเข้าที่หน้าอกเขานึกถึงคืนนั้น วันที่นางคุกเข่าลงกับพื้น คว้าขากางเกงของเขาไว้แล้ววิงวอน "ได้โปรดเถิด อย่าทำกับข้าเช่นนี้เลย""เจ้าเป็นสตรีของข้า พวกมันไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก" เขาตอบ เขาแกะนิ้วมือของนางออกแล้วเขาก็เดินจากไปเขาทิ้งสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไว้ท่ามกลางฝูงขอทาน เขาเป็นคนผลักนางลงสู่นรกด้วยมือของเขาเองฮั่วสิงเช่อหันขวับ ชกหมัดเข้าใส่กำแพงจนอิฐแตก ข้อนิ้วแตกจนเลือดเนื้อปนกันเหวอะหวะ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย"ใครก็ได้!" เขาร้องตะโกนจนเสียงแหบ "จับตัวมู่หลานซีไปขังไว้ในคุกใต้ดิน! ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ขอทานทั่วทั้งเมืองหลวง มีเท่าไรก็จับมาให้หมด! ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกย่ำยีดูบ้าง! ให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น!"องครักษ์พุ่งเข้ามาจับตัวมู่หลานซีลากออกไปนางถูกลากไปพลางหัวเราะไปพลาง หัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮั่วสิงเช่อ ท่านไม่มีวันหานางเจอหรอก นางไม่ต้องการท่านแล้ว แม้ต้องตายนางก็ไม่ยอมพบท่านอีก นึกเสียใจไปเถอะ! จงเสียใจไปตลอดชีวิตเลย!"เสียงหัวเราะค่อย ๆ ไกลออกไป เสียงเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในความม

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 14

    คนขับรถม้าชราตกใจจนตัวสั่น "ท่าน...ท่านแม่ทัพ สตรีคนใดหรือขอรับ""คนที่ออกจากประตูเมืองทิศใต้ คนที่มีบาดแผลเต็มตัวคนนั้น"ตาเฒ่าขับรถม้าตาเป็นประกาย "อ้อ ท่านหมายถึงฮูหยินท่านนั้นสินะ ข้าพานางไปส่งที่ท่าเรือ นางนั่งเรือออกไปแล้ว""นั่งเรือ? เรือไปที่ใด""มุ่งหน้าไปทางใต้ขอรับ ส่วนจะไปที่ใดนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฮูหยินท่านนั้นบอกว่าเรือลำไหนก็ได้ ขอแค่ล่องไปทางใต้ก็พอ"ฮั่วสิงเช่อปล่อยมือจากตาเฒ่าขับรถม้า กระโดดพลิกตัวขึ้นควบม้า วิ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันทีเขาเร่งควบม้าเต็มกำลัง วิ่งไปสองชั่วยามกว่าจะถึงท่าเรือ ผู้คนบนท่าเรือเดินขวักไขว่ เรือจอดเรียงราย เขาไล่ถามทีละลำ ถามไปสิบกว่าลำ ในที่สุดก็มีคนจำนางได้"เจ้าหมายถึงแม่นางที่มีแผลเต็มตัวคนนั้นน่ะหรือ หน้าตางดงามทีเดียว แต่ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว" คนขับเรืออัดกล้องยาสูบ "นางนั่งอยู่บนเรือสองวัน ไปลงเรือที่ชิงเจียงผู่ ถามว่าจะไปที่ใดนางก็ไม่ตอบ ถามว่ามีครอบครัวหรือไม่นางก็บอกว่าไม่มี น่าสงสารจริง ๆ"ฮั่วสิงเช่อรีบเดินทางไปยังชิงเจียงผู่ต่อพอไปถึงชิงเจียงผู่ ก็มีคนบอกอีกว่านางเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางลงใต้ไปแล้

  • เยือนโลกโลกีย์ ถามทางกลับสวรรค์   บทที่ 13

    เสิ่นเจามองเขา แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกที่อยู่ให้รู้ฮั่วสิงเช่อหันตัวเดินออกไปทันที ฝีเท้าทั้งร้อนรนทั้งเร่งรีบ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคุ้มคลั่งที่วัดร้างทางทิศตะวันออกของเมือง ขอทานสามสี่คนกำลังล้อมวงดื่มสุราอยู่รอบกองไฟยามเห็นฮั่วสิงเช่อบุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว ประกายคมดาบก็ตวัดผ่านไปเสียแล้วยามที่คนแรกล้มล้มลง คนอื่น ๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องวิ่งหนีตายฮั่วสิงเช่อลงดาบทีละคน ทุกแผลลึกถึงกระดูก เลือดกระเด็นสาดเต็มใบหน้าเขา"ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!" เขากระชากผมของขอทานคนสุดท้าย แล้วกดร่างลงกับพื้น "ใครสั่งให้พวกเจ้าแตะต้องนาง?!"ขอทานตกใจจนปัสสาวะราดใส่กางเกง ร้องไห้สะอื้นวิงวอนขอชีวิต "ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! มีคนให้เงินเรามา สั่งให้พวกเราย่ำยีนาง! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากทำเอง! มีคนบงการขอรับ!""ใคร?!""ไม่...ไม่ทราบขอรับ...เป็นสตรีผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้า มอบเงินห้าร้อยตำลึง บอก...บอกว่าท่านแม่ทัพไม่ต้องการสตรีผู้นั้นแล้ว จะให้พวกพี่น้องเล่นสนุกอย่างไรก็ได้...ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ..."คมดาบตวัดผ่านลำคอ เสียงพลันเงียบลงฮั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status