เข้าสู่ระบบนังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก
ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลย พวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปังให้ปลาบ้างเอาเข้าปากตัวเองบ้าง คนสวยที่สุดของกลุ่มอย่างกู? มองที่ปลาก่อนจะหันหน้าไปทางเพื่อนทางซ้ายที ทางขวาที ที่เหม่อตามๆ กัน "เราอาจจะจนอย่างที่อีเตี้ยมันด่าแต่ความจนมันดีนะเว้ยมันทำให้เราไม่ต้องสวมหน้ากากเข้าหากันไม่ต้องซื้ออะไรอวดกัน แล้วก็ไม่ต้องใช้เงินเปย์ใครให้เขามารักเรา" กูพูดขึ้นกลางวงปลอบใจเดอะแก๊งตัวใหญ่ใจปลาซิวให้หายซึมกระทือ "อืม ..กูก็ว่างั้น การที่พวกเราเด็กทุนมาคบกันนั่นมันก็คัดเพื่อนให้ส่วนหนึ่งแล้ว เราที่เรียนเก่งขนาดนี้หัวไวขนาดนี้และต้องมีความรับผิดชอบช่วยที่บ้านทำงาน กูว่ามันก็เท่ไม่หยอก" ไอ้โมกเริ่มฮึกเหิมจากที่ซึมเป็นส้วมก็แหงนหน้าพูดขึ้น "ใช่มะ... มึงล่ะตะวัน เฟลมั้ยวะ? ที่ต้องมาโดนแซะเรื่องจนเพราะกู" "กูไม่ใช่คนคิดมาก กูมีพวกมึงเป็นเพื่อนพอแล้วเป็นเพื่อนลูกแม่ค้าขนมหวานโคตรดี กินให้เบาหวานขึ้นตาตัดขากันไปข้างก็ไม่ต้องจ่ายตังเยอะเหมือนขนมในมหาลัย แม่มึงก็ชอบให้ฟรีดีจะตาย ส่วนไอ้โมกมันเก่งปฏิบัติกูพึ่งมันได้แน่!" "พวกมึงต้องทำได้แน่ความฝันที่อยากเป็นเจ้าของร้านค้ารถครบวงจร มึงสองตัวเปิดบริษัทได้แน่พวกมึงเก่งจะตายต้องทำได้อยู่แล้ว" "อ้าว..แล้วมึงล่ะ ไมมาเป็นแม่บ้านให้บริษัทพวกกูเหรอตำแหน่งว่างนะปัดกวาดเช็ดถูทำอาหารไรงี้~" "งี้ที่หน้ามึงเหรอกูจะหาผัวรวย ดูปากนทกรนะคะกูต้องจับผัวรวยสักคนในมหาลัยให้ได้ก่อนเรียนจบ กูจะไม่คบคนจนจะเอาที่มันรวยกว่าอีแคระไฮโซนั่นจะให้แฟนกูซื้อขนมปังร้านมันมาให้ปลาสวายที่วัดนี้กิน คอยดู!" "ความฝันเหี้ยไรเนี่ย?" ... ต้องจริงจังมากกว่านี้แล้วเรื่องหาผัวตั้งแต่มีเรื่องกับอีเเคระไฮโซนั่นยังไม่มองหน้ามันเห็นหน้ากันไกลๆ ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง นั่งห่างกันเป็นเมตร เด็กทุนสามคนนั่งหน้าห้องอีตัวดีนั่งไถมือถืออยู่หลังห้อง ไม่มีคำว่ารวมตัว ไม่มีการสมานฉันท์ เป็นอยู่แบบนั้นมาเกือบเดือน แต่คนมันเขม่นกันเกลียดกันไม่ว่าอีกฝ่ายทำอะไรดันเสือกรู้ไปเสียหมด อีเตี้ยอีฟมันคบกับเดือนคณะอยู่ เชิดหน้าชูคอเสียไม่มี ได้ข่าวว่าเขามาจีบก่อนโรแมนติกเวอร์มารับไปส่ง ซื้อดอกกุหลาบให้ทุกวัน นั่งป้อนข้าวป้อนน้ำหัวชนกัน คลั่งรักเวอร์อยากเฟี้ยงรองเท้าใส่หัวสายไหมของมันมาก เหมือนอยากบอกให้โลกรู้ว่าความรักทำให้ผมเป็นสีชมพูได้? แหวะ! สิฮาก! อยู่ในมหาลัยเดินจับมือถือแขนกระหนุงกระหนิงมีชื่อเรียกแทนตัวกันแบบน่ารักๆ น่ารักตรงไหน? "ลิลิธเลิกใช้หางตาเหล่มองอีฟแบบนั้นสักทีเถอะเดี๋ยวตาก็เข๋ปากเบี้ยวเข้าสักวันหันไปมองดีๆ ก็ได้" ตะวันแม่งทักตลอดเรื่องการมองคนด้วยหางตาก็มันมีพี่กิ๊กสุวัจนีเป็นไอดอลนี่หว่าการสื่ออารมณ์ความริษยามันต้องถึงอารมณ์จะได้รู้ว่ากูเกลียดมัน! "อีฟทำไฮไลท์ผมสีชมพูตัดหน้าม้าดูน่ารักขึ้นนะ อย่างว่าแหละนะคนมีความรักมักจะสวยขึ้น" สองเพื่อนซี้ที่ไม่ได้เกลียดคนอื่นตามเพื่อนสนิทเอ่ยชมขึ้นเพราะปกติคุณหนูไฮโซก็ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่แล้ว กริยามารยาทดูเป็นผู้ดีชัดเจนยกเว้นแค่ตอนทะเลาะกับกูเนี่ย.. เมื่อไหร่ที่เราสองคนทะเลาะกันคนรวยก็รวยเถอะไม่ต่างจากหมาน้อยฟัดกันเละบ้านบึ้ม! "ตะวันมึงชมมัน มึงชมมันต่อหน้ากู ฮือออออ" "ลิลิธไม่มีน้ำตานี่เพื่อนไงไม่ต้องแสดง" "กูไม่ได้ว่าที่พวกมึงไม่เกลียดมันเหมือนกูแต่ทำไมต้องชมมันต่อหน้ากูด้วยวะ กูไม่น่ารักตรงไหน สู้มันไม่ได้ตรงไหน!" "มึงลืมโกนหนวดหรือเปล่าพี่ลิลิธ?" คางเรียวถูกมือใหญ่ของเพื่อนจับส่ายไปมาจนคนขี้เหวี่ยงแยกเขี้ยวไล่งับมือเพื่อนตัวโตพัลวัน "ไอ้โมกไอ้หยาบคาย...กูนอย เบื่อคนรวย มันอยากสวยอยากใสก็แค่ไปฉีดผิวนวดหน้าทำทรีตเม้นแดกกลูต้า นั่งจิบชาแดกขนมเค้กสวยๆ ก็ตกผู้ได้แล้วแต่มึงดูกูสิ นั่งกวนขนมตั้งแต่ตีสี่ ห่อขนมตีห้าขายขนมหกโมงแปดเก้าโมงมาโรงเรียน เมียที่สวยและขยันขนาดนี้จะหาได้จากที่ไหน ไอ้พวกตาถั่วเอ้ย แค่หน้ามันไปนิดมือด้านไปหน่อยพูดเสียงดังไปบ้างแค่เนี้ยรับไม่ได้หรือไง.. อะ.. อ้าว ..ไอ้ตะวันไอ้โมกไปไหนกันรอกูด้วย!" สองเพื่อนตัวโต้ดินฉับๆไม่รอเพื่อนตัวเล็กที่ตัดพ้อต่อโชคชะตายาวเหยียดทั้งที่ตนเองเป็นคนหน้าไม่อายที่สุดในกลุ่ม เป็นเคะที่ริษยาเพียงคนคนเดียวคนที่ส่วนสูงเท่ากันคนนนั้นและกำลังริษยามากขึ้นเมื่อถูกทำคะแนนนำหน้าเพราะฝั่งนั้นมีผู้ชายมาติดตรึมแต่ตนเองยังแห้งเหี่ยวทุกวัน ... ..ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"
… ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า
เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ
ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร
"อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร
"ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร
..พึ่งเห็นตอนนี้ตอนที่เดินจะไปตลาดด้วยกันนี่แหละ ไอ้พวกที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลังเรานี่คือใครสิบกว่าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยไปด่าพ่อล่อแม่ใคร แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตากวนตีนสวมเสื้อช็อปอันเลื่องชื่อว่างี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดตีชาวบ้านไปทั่วแล้วแม่งตัวต่อตัวไม่เป็นงานรุมคืองานถนัดไอ้พวกวิทยาลัยอาชีว
ทุกวัน...คือทุกวันจริงๆตั้งแต่เปิดเรียนมาทะเลาะกันทุกวัน แค่ได้กลิ่นไฮโซไกลๆ อยากจิกหัวสีสายไหมของมันมาสวบเข้าปากเคี้ยวให้หมดโทษฐานทำตัวน่าหมั่นไส้คนที่มาทำให้ความไฝ่ฝันเรียนจบไปพร้อมกับการมีผัววิศวะหล่อๆ สักคนเลือนลางเพราะมัวทะเลาะกับมันจนผ่านมาเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่มีเวลาเล็งผู้ชายเพราะจ้องจะเล่น
ประสบการณ์การเปิดเรียนมหาลัยวันแรกของคนอื่นเป็นอย่างไร? เป็นที่น่าจดจำแค่ไหน?ส่วนกูเรื่องราวดีๆ ที่มีกับเพื่อนใหม่วันแรกนั้น..ไปหาอาจารย์ประจำภาคทั้งคู่ไม่ต้องไปรับน้องปรับทัศนคติก่อนเลย โตเป็นนิสิตแล้วยังทำตัวเป็นเด็กเล็กอยู่ได้ เชื่อเค้าเลย! ตัวก็เล็กแค่นี้ก็ยังจะห้าวคันฟันหรือไง!โดนอาจารประจ
พอลุกขึ้นได้ก็สะบัดคอแทบหลุดหันมาหาคู่กรณี...เตี้ยอีตัวที่วิ่งมาล้มทับมันเงยหน้าขึ้นมาเบ้หน้าราวกับเจ็บปวดแสนสาหัสทั้งที่วิ่งมาชนแล้วล้มทับคนอื่นเขามันเตี้ยเตี้ยแบบ..เท่ากันเด๊ะตัวขาวอมชมพูขาวแบบผู้ดี ขาวม๊าก ขาวจนข้อศอกกับตามข้อนิ้วเป็นสีชมพูแม่ง! บ้านผลิตกลูต้าขายเร๊อะ!ผมฟูๆ เหมือนสายไหมขอ






![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
