Masukตึ่กๆๆๆๆๆ ฮิฮิฮิๆๆๆๆๆๆ หุๆๆๆๆๆ โฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ "ดูหมอนั่นดิวิ่งไปหัวเราะไปหน้าตาเขียวๆ บวมๆ ตลกชะมัด" นักศึกษาสองคนที่เดินผ่านมาเห็นคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งโดดดึ๋งๆ ผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะประหลาดท่าทางตลก หน้าตาบวมช้ำทำคนที่เดินผ่านไปมามองตามจนเหลียวหลัง "หมอนั่นเด็กปีหนึ่งที่ไปมีเรื่องกับอาชีวะคู่อริใช่ไหม?" "เออหมอนี่แหละสร้างวีรกรรมตีกับชาวบ้านไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เข้าเรียนวันแรกชื่อไอ้น้องลิลิธ" "ตัวเล็กๆ น่ารักงี้นะ" "เออเล็กแบบนี้แหละแสบนักไอ้คนที่ประกาศเป้าหมายที่มาเรียนวิศวะคือมาหาผัวหล่อรวยไง" "แล้วมันไม่รวยเหรอจะเอาผัวรวยไปทำไม?" "มันไม่รวยแต่เรียนเก่งเด็กทุนไอ้เพื่อนตัวโตสองคนที่เดินกับมันนั่นก็เด็กทุนเรียนเก่งแต่บ้านจนเหมือนกัน" "อ้อ" "มึงถามทำไมวะอดัม อย่าบอกนะว่ามึงชอบของแรร์" "ไม่รู้น้องมันก็น่ารักดี" "เฮ้ย มึงอย่าๆๆๆ มึงก็เห็นว่ามันร้ายมันแสบตัวแม่ตัวมัมขนาดไหน เคะน่ารักๆ เยอะแยะมึงจะมาตกหลุมรักนางร้ายไม่ได้!" "ทำไมวะไม่เหมือนใครดีออก" "จ้า ไม่เหมือนใครเพราะไม่มีใครกล้าเหมือนมันไง ไปเถอะ แดกข้าวกัน" .. บ่ายแก่ๆ ถึงเวลาเลิกคลาสก็ไม่เห็นเสี้ยนหนามตำตีนอย่างอีคุณหนูเตี้ยอีกเลยสงสัยร้องไห้แงๆ กลับบ้านไปฟ้องแม่แน่ๆ อีเพื่อนสองตัวไม่เห็นมันจะสนใจนั่งคุยกันเฉยไม่ออกไปตาม เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรที่เพื่อนหายไป สงสัยจะแวบหายไปกับหนุ่มประจำจนชิน "ลิลิธมึงไปห้องน้ำไม่เห็นน้องเเคระเพื่อนรักมึงเหรอไปนานเป็นชั่วโมง ส้วมเต็มไปแล้วมั้ง" โมกถามขึ้นเมื่อหันไปเจออีตัวคนคุยกันเจี๊ยวจ๊าวโดยไร้เงาหัวหน้าแก๊งนางพญาคนแคระเช่นอีฟ "ใครเพื่อนรักมันไม่ทราบมันไปทางไหนกูจะรู้ไหมรีบวิ่งไปฉี่ปวดฉี่จะแตก" "เหรอ? เพื่อนมันก็ไม่ไปดูเลยเนอะนั่งดูเครื่องสำอางอยู่ได้โบกเข้าไปโบกจนหน้าลอยไปถึงดาวอังคาร" "แกว่าใครโบกเครื่องสำอางหนายิ่งกว่าเทคอนกรีตแปดชั้นห๊ะ พวกฉันน่ะมีปัญญาซื้อโบกแต่คนที่ไม่มีปัญญาซื้อใช้แค่แป้งแคร์กับอุทัยทิพย์ทาปากแต่งหน้าน่ะ อย่าเสนอหน้ามาบอกว่าอะไรดีไม่ดี แล้วก็นะเรื่องอีฟมันจะหายไปนานแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันจะเก็บแต้มผู้ชายย่ะ" สาวประเภทสองที่คบกับอีแคระอีฟเชิดหน้าชูคออวดอ้างความร่ำรวยที่มีพ่อแม่โอนเงินใช้ไม่ขาดมือมันถึงได้พากันประโคมซื้อเครื่องสำอางแบรนด์ดังทุกคอเล็กชั่น ความจริงเครื่องสำอางแพงมันช่วยกลบปิดจุดบกพร่องบนใบหน้าหยาบหนาของพวกมันได้ แต่สิ่งเดียวที่เครื่องสำอางปิดไม่ได้คือนิสัยสถุนขี้เหยียดชอบเหยียบย่ำทับถมคนอื่น ... หลังเลิกเรียน มันก็มีอิจฉาบ้างตามนิสัยมนุษย์เคะผู้สวยแซ่บแต่แล้วไงแป้งแคร์กับอุทัยทิพย์ยังทำให้ผู้ชายหล่อเดินตามต้อยๆ ได้ก็แล้วกันไม่เหมือนไฮโซอย่างอีแคระอีฟที่กว่าจะแต่งหน้าทำผมออกมาเจอผู้ชายได้เป็นชาติ ช้าเป็นเต่าแบบนั้นตามจะคาบมาแดกเสียให้หมด? ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใบหน้าเรียวเล็กก็แสยะยิ้มร้ายระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นทั้งที่ยังไม่มีใครพูดอะไร แม้แต่ตะวันกับโมกเองก็ผงะถอยห่างจากเพื่อนสนิท หรือนี่อาจจะเป็นผลพวงที่โดนไม้ฟาดมาก็เป็นได้ เพื่อนๆ คิดในใจแล้วเดินตามคนตัวเล็กไปห่างๆ เดินโผล่พ้นรั้วมหาลัยได้เพียงสามก้าว รถตู้สีดำที่จอดด้านหน้าก็เปิดออกอย่างเเรง ครืดดดดด ปึ้งงงงงงง!! "ลิลิธแกแกล้งฉัน! " ปากเล็กเคลือบกลอสสีชมพู ผมเผ้าเปียกชื้นชุดนักศึกษาถูกเปลี่ยนเป็นชุดลำลองลายคิตตี้สีชมพูในมือถือเค้กครีมสดข้างละปอนประกาศก้องเต็มหน้ามหาลัยด้วยท่าทางโกรธจัด ไม่ทันได้ตั้งตัวเค้กสีขาวปลิวว่อนในระยะรัศมีไม่ถึงสามเมตร...และ โพล๊ะ!!! โพล่ะ!!! แม่นมาก แปะ แปะ แปะ นักศึกษาที่หยุดยืนดูถึงกับเอ่ยปากชม ปรบมือให้เปาะแปะแก่คนน่ารักประจำแผนกที่เข้าปะทะกันอีกครั้งหลังผ่านวันรับน้องมาได้ไม่ถึงเดือน หน้าที่ยังไม่หายช้ำกับหัวที่ยังปูดโนไม่เว้นแม้แต่เส้นผมสั้นเรียงตัวสวยที่พึ่งหวีมานั่งอ่อยผู้ชายหน้ามหาลัยบัดนี้สภาพเละเป็นโจ๊ก ครีมสดสีขาวหนาเตอะค่อยๆ ไหลลงมาจากใบหน้าไถลลื่นหล่นเละลงมากองรวมกันที่ปลายเท้า ร่างเล็กยังตกใจไม่หายนึกว่าโดนปาระเบิดใส่กระพริบตาปริบๆ แหวกครีมสีขาวออกมามองดูโลก สองหนุ่มตัวโตที่ตามมาทีหลังเห็นคนมุงเต็มหน้าทางเข้าจึงชะเง้อมองดูถึงได้รู้ว่าเพื่อนตัวเองยืนขาวโพลนเหมือนโดนถังสีขาวตกใส่ มือเล็กค่อยๆ ลูบครีมสดหอมกรุ่นเนื้อเนียนนุ่มออกจากหน้า เพราะมันไม่ควรจะมาอยู่บนหน้าสวยๆ ที่พึ่งทาแป้งทาปากมาอวดผู้ชาย แผล่ะ! ครีมเหลวสีขาวเต็มมือถูกสลัดออกจากมือเผยให้เห็นใบหน้าที่แดงขึ้นไม่ใช่เพราะครีมเค้กไม่ใช่เพราะอุทัยทิพย์แต่เป็นเพราะความโกรธที่ทำให้เลือดขึ้นหน้าต่าหาก "มึงทำบ้าอะไรห๊าอีไฮโซแคระ!!" ร่างเล็กถลาเข้าหาคู่อริตลอดการอย่างอีฟทันทีที่ตั้งสติได้ ยังดีที่เพื่อนตัวโตอย่างโมกและตะวันเข้ามาจับแขนข้างละฝั่งรั้งไว้ได้ทันเพราะด้านหลังคุณหนูมีบอดี้การ์ดตัวโตยืนคุมอยู่ถึงสองคนและใครก็รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีเส้นมีสายในมหาลัย ด้วยความที่พึ่งถูกเรียกไปคุยเรื่องต่อยตีคนนอกเมื่อเช้าจึงไม่อยากให้มีเรื่องกันขึ้นอีก คนที่ยืนตาโตสวมบิ๊กอายสีชมพูกับชุดลำลองลายการ์ตูนสีชมพูก็ดูโกรธมากไมแพ้กันปกติถ้าไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันสองคนนี้ก็เชิดหน้าใสไม่องกันอยู่แล้วแต่เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ "ก็อีบ้าเพื่อนนายน่ะสิเอาน้ำถูพื้นมาเทราดฉันในห้องน้ำ สกปรกก็สกปรกเหม็นก็เหม็นกว่าฉันจะอาบน้ำสระผมเอาคราบนั่นออกมันนานเป็นชั่วโมงเลยรู้ไหม นี่ฉันยังปราณีมากแล้วนะที่เอาเค้กแสนแพงของที่ร้านมาปาใส่หัวแกถ้าคราวหลังยังแกล้งฉันอีกจะเอารถดูดส้วมมาราดอึใส่แก อีเตี้ย!" "มึงสิเตี้ยอีเตี้ยอีแคระไฮโซ มึงมีหลักฐานอะไรมาว่ากูทำห๊ะ ได้ข่าวว่าแย่งแฟนชาวบ้านไปทั่วมีคู่อริเต็มเมืองแล้วมั้ง จับมือใครดมไม่ได้แล้วก็มาโทษกู!" "หนอยยังมีหน้ามาแถหน้าด้านๆ คนที่แกเดินผ่านเขาจำคนเตี้ยอันธพาลบ้านจนอย่างแกได้จ้าอย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะโง่นะ" "ใช่มึงไงที่โง่เรียนอะไรก็ไม่รู้เรื่องถามเพื่อนลอกเพื่อนตลอด ไม่สงสัยเลยนะข่าวลือที่ว่าใช้เส้นสายเข้ามาได้น่ะ สวยรวยแต่ไร้สมองผู้ชายถึงเข้ามารุมมาตุ้มไงจ๊ะอีโง่!" "กรอดดด แกสิโง่เอาแต่ใช้กำลังแก้ไขปัญหา ทั้งที่เรียนในที่ดีขนาดนี้ก็ไม่ช่วยขัดเกลาคนจนให้มีมารยาทดีขึ้นไม่รู้ว่ามหาลัยจะให้เด็กทุนมาเรียนทำไมมีแต่คจนไร้มารยาททั้งนั้น" ''อีเตี้ยอีฟ!!" "ลิลิธอย่าไปกันเถอะอาจารย์เดินมาโน่นแล้ว" ตะวันกับโมกหิ้วเพื่อนตัวเล็กออกไปทันที "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!"
ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"
… ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า
เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ
ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร
"อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร
"ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร
..พึ่งเห็นตอนนี้ตอนที่เดินจะไปตลาดด้วยกันนี่แหละ ไอ้พวกที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลังเรานี่คือใครสิบกว่าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยไปด่าพ่อล่อแม่ใคร แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตากวนตีนสวมเสื้อช็อปอันเลื่องชื่อว่างี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดตีชาวบ้านไปทั่วแล้วแม่งตัวต่อตัวไม่เป็นงานรุมคืองานถนัดไอ้พวกวิทยาลัยอาชีว
ทุกวัน...คือทุกวันจริงๆตั้งแต่เปิดเรียนมาทะเลาะกันทุกวัน แค่ได้กลิ่นไฮโซไกลๆ อยากจิกหัวสีสายไหมของมันมาสวบเข้าปากเคี้ยวให้หมดโทษฐานทำตัวน่าหมั่นไส้คนที่มาทำให้ความไฝ่ฝันเรียนจบไปพร้อมกับการมีผัววิศวะหล่อๆ สักคนเลือนลางเพราะมัวทะเลาะกับมันจนผ่านมาเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่มีเวลาเล็งผู้ชายเพราะจ้องจะเล่น
ประสบการณ์การเปิดเรียนมหาลัยวันแรกของคนอื่นเป็นอย่างไร? เป็นที่น่าจดจำแค่ไหน?ส่วนกูเรื่องราวดีๆ ที่มีกับเพื่อนใหม่วันแรกนั้น..ไปหาอาจารย์ประจำภาคทั้งคู่ไม่ต้องไปรับน้องปรับทัศนคติก่อนเลย โตเป็นนิสิตแล้วยังทำตัวเป็นเด็กเล็กอยู่ได้ เชื่อเค้าเลย! ตัวก็เล็กแค่นี้ก็ยังจะห้าวคันฟันหรือไง!โดนอาจารประจ
พอลุกขึ้นได้ก็สะบัดคอแทบหลุดหันมาหาคู่กรณี...เตี้ยอีตัวที่วิ่งมาล้มทับมันเงยหน้าขึ้นมาเบ้หน้าราวกับเจ็บปวดแสนสาหัสทั้งที่วิ่งมาชนแล้วล้มทับคนอื่นเขามันเตี้ยเตี้ยแบบ..เท่ากันเด๊ะตัวขาวอมชมพูขาวแบบผู้ดี ขาวม๊าก ขาวจนข้อศอกกับตามข้อนิ้วเป็นสีชมพูแม่ง! บ้านผลิตกลูต้าขายเร๊อะ!ผมฟูๆ เหมือนสายไหมขอ







