Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-05-30 23:52:33

"สวัสดีครับคุณแม่"

ร่างใหญ่โตในชุดช็อปสีเดียวกับลูกแม่ค้าขนมหวานตรงหน้า ยกมือคู่ใหญ่ขึ้นประนมนอบน้อมทำให้แม่ค้าตัวเล็กรับไหว้ด้วยความงุนงง

ไม่ทันได้ถามอะไรคนหน้าคุ้นที่คับคล้ายคับคลาว่าจะคลอดมันออกมาเดินแหวกร่างหนาทั้งสองคอหดสั้นก้มหน้าก้มตาหลบหน้าบุพการีแต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาคุณแม่สุดที่รักได้

"หน้ามึงไปโดนอะไรมาไอ้ลิธ!''

นั่นเสียงหรือทรโข่ง? ดังจนหน้าสั่นผมปลิวที่เห็นหัวปูดหน้าช้ำของลูกชายปรี่เข้ามาเปิดหน้าเปิดตาใบหน้าเล็กยกใหญ่

เมื่อมารดาแตะเนื้อแตะตัวร่างเล็กสะดุ้งเฮือกขึ้นพึ่งรู้ว่าเจ็บระบมทั้งร่างเพียงนี้ เห็นแม่เเล้วอยากสำออยขึ้นมาทันที

โดนพวกอันธพาลจับเหวี่ยงไปมาไม่ออมแรงดีที่ไม่ล้มให้โดนรุมกระทืบไม่อย่างนั้นอาจจะเดินกลับไม่ได้เป็นแน่

"ก็ไอ้พวกเด็กอาชีวะหน้าตลาดน่ะสิแม่จู่ๆ ก็โผล่มาล้อมมาหาเรื่องพวกหนู ดีนะมีเพื่อนที่มหาลัยเดินมาด้วยเนี่ยไอ้ตะวันโน่นไอ้โมก"

หน้ายายติ๋มปากตลาดเปลี่ยนสีเป็นแดงแป๊ดกำมือสองข้างตัวสั่นงันงกจนต้องรีบใช้เสียงที่แปดเข้าอ้อนทำเสียงเล็กเสียงน้อยอ้อนวอนขอความเห็นใจ

แม่ไม่ชอบให้ใช้ความรุนแรง ไม่อยากให้เป็นนักเลงถึงชอบที่ลูกมีนิสันนุ่มนิ่มอ้อนแอ้นผิดกับพ่อที่อยากให้ลูกสู้คน เคยเอ่ยปากให้ลองไปชกมวยด้วยแต่ไม่ชอบก็เลยไม่ไป

ปกติแม่ไม่ใช่คนดุ แค่ด่าตามเรื่องตามราวแต่สีหน้าแม่แย่มากที่เห็นใบหน้าที่ลูกชายสุดหวงเป็นแผลบวมปูดคิ้วโก่งที่วาดเลียนแบบนางอัปสรพลันขมวดมุ่นกลายร่างเป็นนางยักษ์ในเรื่องพระอภัยมณีชนิดที่ข้ามมิติกันไปเลย

"ไอ้ลิธ!!"

...ก็ไม่มีอะไรมากแค่ตลาดแตก ด่ากระจุย ด่ากระจาย ด่าต่อหน้าเพื่อนด้วยไม่ด่าเพื่อนสักคำ

อายคนเดินผ่านไปผ่านมาม้าก ด่าเสร็จไล่ให้ช่วยเก็บร้าน โดนยกก๊วน โดนตีมายังต้องมานั่งเก็บขนมกลับบ้าน

อนาถจังพ่ออันธพาลใหญ่

ยายติ๋มบ่นลูกชายแต่ก็แอบเหล่เพื่อนลูกไปด้วย บ่นเขาแต่ก็เอาขนมใส่ถุงให้เพื่อนกลับไปกินบ้าน แถมเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งถึงบ้านเพราะกลัวจะไปเจอไอ้พวกบ้านั่นกลางทางอีก ยายติ๋มก็เป็นแบบนี้แหละปากร้ายแต่ใจดี

...

เช้าวันต่อมา

พวกเรามาเรียนกันตามปกติไม่มีใครหายไป ไอ้ตะวันยังเป็นคนหล่อคนเดิมเพิ่มเติมคือที่หน้ามีรอยแดงคล้ายรอยฝ่ามือพิฆาตที่เมื่อวานไม่ยักเห็น

กับไอ้โมกที่บนหัวมีผ้าก็อตแปะหัวหน้านิ่งเหมือนไม่ได้โดนตี ผมแหว่งไปเล็กน้อยดูท่าจะโดนเย็บมา

และกูที่หัวไม่แตกแต่โนหน้าบวมฉึ่งเหมือนฉีดฟิลเลอร์เกินอัตรา

ข่าวตีกับคู่อริดังกระฉ่อนแต่สภาพหลังการโดนรุมไม่ได้หล่อเท่ไร้ร่องรอยเหมือนในหนังในละครที่แค่มุมปากมุมคิ้วแตกนิดๆ หน่อยๆ เพราะโดนจริงไม่ใช้ตัวแสดง ทั้งหมัดเท้าเข่าศอกไม้หน้าสามอีกต่างหาก

..รอดมาได้ก็บุญ

ความจริงอยากจะกรี๊ดใส่หน้าแม่งแล้วถอดเสื้อช็อปควักเสื้อชั้นในมาปิดปากปิดจมูกพวกมันซะ แต่สภาพกูหลังเลิกเรียนคงไม่ได้สวยแซ่บพอให้พวกมันพิศวาส

หมัดไม้ใส่ไม่ยั้งไม่สนใจว่ากูจะเตี้ยจะบางแค่ไหนสงสัยยึดหลักความเท่าเทียมเรื่องเพศ? ตุ๊ดเเต๋วเคะเมะแม่งเตะไม่เลี้ยง

ความจริงแล้วกูไวมากกูว่ากูวิ่งหนีพ้นเพราะที่นี่ถิ่นกูแต่เป็นนางเอกไงก็เลยต้องใจถึงพึงได้แดกตีนร่วมสาบานกับเพื่อนไป

เผื่อมันจะช่วยทำงานส่งอาจารย์...

ถึงหน้าจะเยินแต่เดินเข้ามหาลัยแล้วดูเท่ผู้คนฮือฮาที่กูคนเตี้ยเดินนำหน้าอีสองเสาไฟเดินขนาบตามหลัง ดูยิ่งใหญ่สุดๆ เหมือนไปกู้ชาติมาแม้ขาจะเดินกระเผลกก็ตาม

แม่ง..ไม่ได้โดนกระทืบแค่ตกบันได

กากชะมัดทำไมต้องเกิดมาเตี้ยด้วยก้าวพลาดหัวทิ่มดีนะหัวไม่แตก

ดูนั่นๆๆๆ สิในคลิปที่เจ้าของบ้านแถวนั้นปล่อยออกมาสิบสองคนรุมสามคนโคตรเจ๋งเลยอยู่แค่ปีหนึงยังเก๋าขนาดนี้ยอมใจเลย

คนเตี้ยที่เดินนำหน้านั่นเขาว่าพบอาจารย์ประจำภาคตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียนเรื่องตีกันด้วยนะ

ท่าทางแด๊ะแด๋แบบนั้นก็ดูน่ากลัวเหมือนนะ

"คนพูดถึงเราเพียบเลย มันมีผลต่อการเรียนของเราไหม?"

ตะวันพูดขึ้นท่าทางเหนื่อยอ่อนกว่าปกติทั้งที่เป็นคนยิ้มง่ายขี้เล่นกว่าใคร

รอยฝ่ามือที่แก้มซ้ายของมันคงเป็นเหตุผลที่มันเงียบไป ส่วนไอ้โมกมันก็ยังกวนหน้านิ่งเหมือนเดิม

"เรื่องนอกมหาลัยเขาคงไม่เข้ามายุ่งอย่างมากก็แค่เรียกไปตักเตือน เด็กทุนมักได้อย่างเสียอย่างแบบนี้ถ้าโดนเตือนครบสามครั้งก็ถูกเชิญออก"

พวกเพื่อนดูจริงจังกับชีวิตที่ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่มากขึ้นแต่สำหรับกูขอนั่งส่องหนุ่มๆ อยู่ข้างหน้าต่างก่อนนะผู้ชายอีกคณะงานดีมาก

อนาคตใครก็ต้องห่วงเป็นธรรมดากูก็เหมือนกันภาวนาให้มีผัวรวยเร็วๆ จะได้สบาย...

เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน!

แต่ก่อนจะชนคนอื่นอยากชนอีเตี้ยที่นั่งขำหน้าบวมๆ ของกูหน่อยได้ไหม เสียงหัวเราะกวนตีนดีจริงๆ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 26

    ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 25

    … ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 24

    เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 23

    ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทมี่ 22

    "อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 21

    "ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 11

    เพื่อนสนิทตัวสูงวางแผนทำบริษัทกันจริงจังตั้งแต่กลางเทอมปีหนึ่งคงเพราะอยากเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเร็วๆพวกมันไม่ได้ใหญ่แค่ตัวแต่ความฝันก็ใหญ่มากด้วยแล้วกูล่ะ?ตัวก็เล็กแถมมีความไฝ่ฝันปัญญาอ่อนมากด้วยทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้กูฉลาดและหน้าตาดีในส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบห้าเซ็นด้วยนะไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนสวยหนั

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 10

    นังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลยพวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปัง

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 9

    ตึ่กๆๆๆๆๆฮิฮิฮิๆๆๆๆๆๆหุๆๆๆๆๆโฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"ดูหมอนั่นดิวิ่งไปหัวเราะไปหน้าตาเขียวๆ บวมๆ ตลกชะมัด"นักศึกษาสองคนที่เดินผ่านมาเห็นคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งโดดดึ๋งๆ ผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะประหลาดท่าทางตลก หน้าตาบวมช้ำทำคนที่เดินผ่านไปมามองตามจนเหลียวหลัง"หมอนั่นเด็กปีหนึ่งที่ไปมีเรื่องกับอาชีวะคู่อริ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 8

    เหตุผลที่เราต้องสู้เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่าถึงแม้แม่จะไม่เอ่ยขอ ท้ายที่สุดแล้วในใจลึกๆ มันอยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขาสบายและภูมิใจเพราะฉะนั้นเราจึงตายไม่ได้ในขณะเดียวกันเราก็ต้องห้ามตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นตายด้วย เพราะการติดคุกไม่ใช่การไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ ยิ่งฆ่าคนยิ่งอยู่ยาวโปรโมชั่นตลอดชีวิตกันไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status