Share

บทที่ 11

last update publish date: 2026-05-30 23:54:19

เพื่อนสนิทตัวสูงวางแผนทำบริษัทกันจริงจังตั้งแต่กลางเทอมปีหนึ่งคงเพราะอยากเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเร็วๆพวกมันไม่ได้ใหญ่แค่ตัวแต่ความฝันก็ใหญ่มากด้วย

แล้วกูล่ะ?

ตัวก็เล็กแถมมีความไฝ่ฝันปัญญาอ่อนมากด้วย

ทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้กูฉลาดและหน้าตาดีในส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบห้าเซ็นด้วยนะไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนสวยหนักใจนะคะ

 

ความฝันของกู...สักวันจะมีเทพบุตรค้นหาเพชรในสลัมแบบกูเจอแล้วคุกเข่าขอกูเป็นแฟนอัญเชิญไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถราคาหลายสิบล้าน จูงมือไปแนะนำกับคุณหญิงแม่ว่านี่คือคนที่ลูกรัก หมั้นหมาย แต่งงานมีลูก? มีหมา มีแมว มีคนใช้รายล้อมรอบตัวนั่งชี้นิ้วสั่งสวยๆ ช็อปปิ้ง เที่ยวต่างประเทศตลอดแต่...

 

ไอ้ที่บอกจะหาผัวรวยยังหาวิธีทำให้ผู้ชายรวยมาสนใจไม่ได้ ผ่านมาเเรมเดือนจนอีแคระไฮโซเปลี่ยนคู่ควงมาเกือบสิบคน

ก็ยังหาคนรวยไม่ได้หรือว่าเพราะตามดูอีเตี้ยจนไม่มีเวลาสนใจใคร?

 จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดนานนับเดือนที่ตามแกล้งมัน แล้วดันสนุกที่มันตอบโต้ มันไม่ใช้พรรคพวกทั้งที่รวยกว่ามาก

สู้แบบเท่าเทียม กล้าเผชิญหน้าหนึ่งต่อหนึ่ง

เป็นคนรวยที่ทำให้รู้สึกว่าการต่อสู้เสมอภาคที่สุดเท่าที่เคยเจอมา...ไม่นับรวมผู้ชายที่ติดมันเป็นพรวนนะ

จะว่าไปก็แทบไม่รู้เรื่องของผู้ชายรวยที่เล็งไว้เลยรู้แค่ชื่อกับคณะ

แต่กับอีแคระอีฟ..

รู้ไปถึงตับไตใส้พุง รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่ากล้องซีซีทีวี วันนี้ทำสีผมทำเล็บลายอะไรสะพายกระเป๋าแบนรด์อะไรสีอะไร มันชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไรเพราะแกล้งมันบ่อย แม้แต่เรื่องน้ำหนักส่วนสูงที่เพิ่มก็เสือกรู้ ...ทำไมวะ?

 

"ลิลิธ.. ลิลิธ"

"เออ ว่าไง?"

"เดี๋ยวนี้เหม่อไม่ออกตามล่าผัวรวยแล้วเหรอ?"

"ขี้เกียจอ้ะไม่รู้ทำไม"

"ขี้เกียจหาผัวแต่ยังขยันแกล้งอีฟอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเลยนะถ้ามากกว่านี้นี่คิดว่าสต็อกเกอร์แล้ว"

"นั่นสิมองจังมองตลอดไม่ว่าตอนไหนก็เห็นนั่งมองแต่อีฟ เขาน่ารักขึ้นนะ"

"กูบอกว่าอย่าชมมันต่อหน้ากูไงพวกมึงนี่!"

"อีฟรวยนะ รวยมากด้วย ถ้ามีแฟนรวยมันจะดีขนาดไหนนะ~"

"ได้แดกขนมเค้กฟรีตลอดปีตลอดชาติไงมึงอยากกินขนมเค้กเหรอตะวันไปจีบมันเลยไหมไอ้กบฎ!"

'เปล่า..แต่อยากกินเหมือนกันนะเราไปลองกันมะ?"

"มึงคิดว่าขนมแบรนด์มันชิ้นละเท่าไหร่ไม่ใช่ขนมไหว้ศาลของแม่กูนะที่ขายแพคละยี่สิบ ขนมชิ้นเล็กของมันอันละร้อยกว่าขนมเค้กแบบปอนราคาพันอัพ อยากแดกไหมละ?"

"เนี่ยรู้ดีอีกแล้วทำไมรู้เรื่องของคู่อริละเอียดขนาดนี้เนี่ย"

"ก็กูเปิดดูในโทรศัพท์เนี่ยจะไม่รู้ได้ยังไง"

"โห่ว~ ขี้โกง เห้ยอีฟมาแล้วๆๆ"

 

ครืดดด~

 

"อีฟ หวัดดีว้นนี้ก็น่ารักอีกแล้วนะ^^"

ตะวันทักเพื่อนร่วมคลาสด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเสียงสดใส

ไม่ทันหันไปมองแต่เพราะเพื่อนและอีเตี้ยสองฝ่ายเงียบไปจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงพยายามปรายหางตามองโดยที่ไม่หันหน้าไป

หน้าตะวันเหวอกับภาพบางอย่างมันเงียบอ้าปากค้างทำให้ยิ่งอยากรู้มากขึ้นจนต้องหันไปมองตัวต้นเหตุที่ทำให้คนระริกระรี้อย่างตะวันชะงักปากหวานๆ ของมันได้

 

แหมะ แหมะ แหมะ

 

อีเหี้ย!

ไม่รู้ว่าตาโตได้ขนาดไหนแต่ตกใจมากจนเบิกโพรงไม่ต่างจากไอ้ตะวันส่วนไอ้โมกหันไปมองแล้วหันหน้ากลับเพราะมันไม่ชอบเห็น.. คนร้องไห้

ใช่อีเตี้ยอีฟมันร้องไห้

ดวงตากลมโตของมันเคลือบด้วยหยาดน้ำคลอหน่วย น้ำใสๆ อาบแก้มเป็นทางยาวหยดลงพื้น

ในมือถือโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าตลอดเวลาเเต่ไม่รับสายไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรแต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นมันในมุมแบบนี้

ทั้งที่ควรจะหัวเราะเยาะเย้ย เอ่ยคำเจ็บแสบด่าว่ามันโง่เหมือนทุกครั้งที่มันเรียนไม่รู้เรื่องแล้วทำหน้าตาตลกแต่นี่ไม่น่าจะใช่เรื่องเรียน

ถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นเรื่องบรรดาคนคุยไฮโซของมันที่มีมากมายหลายคนนั่นแหละ เหมือนมันจะเหม่อจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพวกเรามานั่งก่อนหน้าแล้วพอหันมาเห็นเราเท่านั้นแหละมันก็รีบลุกออกไปทันที

ครืดดดด

ตึ่กๆๆๆๆ

 

"เป็นไรวะร้องไห้ตาบวมเลย"

ตะวันมันมองตามจนสุดสายตาสีหน้าฉงนสงสัยไม่หายกับสภาพคู่อริของเพื่อน และที่แปลกใจไปกว่านั้นคือเพื่อนแสนปากจัดและแค้นฝังหุ่นคนเมื่อครู่นั่งนิ่งคิ้วขมวดไม่เอ่ยคำร้ายกาจอกมาเช่นทุกครั้ง

พรึ่บบ..

 

''กู.. กูปวด อึเดี๋ยวมานะ"

ตึ่กๆๆๆๆ

 

เพื่อนนักศึกษาเริ่มทยอยเข้ามาในชั้นแต่เพื่อนตัวเล็กกลับขอตัวออกไปยิ่งทำสองหนุ่มตัวโตหันมามองหน้าเลิกคิ้วใส่กันอย่างไม่เข้าใจ

 

ลิลิธ : อีแคระไฮโซมันเป็นอะไรร้อยวันพันปีเห็นแต่ความมั่นหน้าและความขี้วีนพร้อมจะหยุมหัวกันตลอดเวลา ภาพคนตัวเล็กสองคนหันมาสบตากันในสภาพที่อีกฝ่ายหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายภาพนั้นตราตรึงในความรู้สึกไม่สามารถเอาออกไปจากหัวได้

ในใจมีแต่คำถามว่าทำไม?

มันร้องไห้ทำไม?

ใครทำให้มันร้องไห้?

ใครกล้าทำมันร้องไห้?

มันต้องเป็นตนสิที่ทำมันร้องไห้งอแงพร้อมกับอ้อนวอนขอให้อย่ารังแกมัน

...ไม่พอใจ

ไม่รู้ทำไมถึงไม่พอใจได้ถึงเพียงนี้ ขี้เสือกจัง?ต้องตามมาเพื่อหาคำตอบว่านอกจากตนแล้วยังมีใครที่แกล้งมันให้ร้องไห้ได้อีก

..

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 26

    ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 25

    … ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 24

    เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 23

    ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทมี่ 22

    "อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 21

    "ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 10

    นังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลยพวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปัง

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 9

    ตึ่กๆๆๆๆๆฮิฮิฮิๆๆๆๆๆๆหุๆๆๆๆๆโฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"ดูหมอนั่นดิวิ่งไปหัวเราะไปหน้าตาเขียวๆ บวมๆ ตลกชะมัด"นักศึกษาสองคนที่เดินผ่านมาเห็นคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งโดดดึ๋งๆ ผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะประหลาดท่าทางตลก หน้าตาบวมช้ำทำคนที่เดินผ่านไปมามองตามจนเหลียวหลัง"หมอนั่นเด็กปีหนึ่งที่ไปมีเรื่องกับอาชีวะคู่อริ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 8

    เหตุผลที่เราต้องสู้เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่าถึงแม้แม่จะไม่เอ่ยขอ ท้ายที่สุดแล้วในใจลึกๆ มันอยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขาสบายและภูมิใจเพราะฉะนั้นเราจึงตายไม่ได้ในขณะเดียวกันเราก็ต้องห้ามตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นตายด้วย เพราะการติดคุกไม่ใช่การไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ ยิ่งฆ่าคนยิ่งอยู่ยาวโปรโมชั่นตลอดชีวิตกันไป

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 7

    "สวัสดีครับคุณแม่"ร่างใหญ่โตในชุดช็อปสีเดียวกับลูกแม่ค้าขนมหวานตรงหน้า ยกมือคู่ใหญ่ขึ้นประนมนอบน้อมทำให้แม่ค้าตัวเล็กรับไหว้ด้วยความงุนงงไม่ทันได้ถามอะไรคนหน้าคุ้นที่คับคล้ายคับคลาว่าจะคลอดมันออกมาเดินแหวกร่างหนาทั้งสองคอหดสั้นก้มหน้าก้มตาหลบหน้าบุพการีแต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาคุณแม่สุดที่รักได้"ห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status