Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-05-30 23:52:56

เหตุผลที่เราต้องสู้เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่าถึงแม้แม่จะไม่เอ่ยขอ ท้ายที่สุดแล้วในใจลึกๆ มันอยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขาสบายและภูมิใจ

เพราะฉะนั้นเราจึงตายไม่ได้ในขณะเดียวกันเราก็ต้องห้ามตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นตายด้วย เพราะการติดคุกไม่ใช่การไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ ยิ่งฆ่าคนยิ่งอยู่ยาวโปรโมชั่นตลอดชีวิตกันไปเลย

 

"คงไม่เรียกผู้ปกครองใช่ไหม?" ตะวันถามซ้ำท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

ทั้งสงสารทั้งอยากขำแผลพวกเราแต่ละคนมันช่างตลกสิ้นดีหัวปูดหัวโนปากแตกปากเจ่อเหมือนโดนผึ้งรุมต่อย

"มึงกังวลอะไรวะ? ถ้าเมื่อวานมึงไม่สู้มึงก็ตายพวกมันไม่มีสมองวิเคราะห์อะไรมึงก็เห็น" โมกเดินเข้ามาเปิดหน้าม้าเพื่อนแล้วกลั้นขำ

หัวโนกลางหน้าผากสีม่วงเด่นเป็นสง่ามองไปมองมาเหมือนนอแรด?

ปึ่กกก!

โอ้ยย!!

"กูรู้ กูถึงไม่อยากแพ้ไง" ตะวันกลับมาร้ายกาจอีกครั้งเมื่อถูกหัวเราะเยาะยื่นมือมากำต้นแขนใหญ่ของไอ้โมกที่แสร้งว่าไม่เป็นอะไรแต่ไหล่กลับทรุดฮวบทันทีที่ถูกสัมผัส

หน้านิ่งเหยเกร้องโอดโอยโหยหวนทำเอาพี่ตะวันกลับมายิ้มแย้มสะใจ

"เราเป็นนักเลงทุนร่วมสาบานแล้วนะต่อไปนี้มีอะไรต้องบอกกันจะได้ช่วยเหลือกันได้ใช่ไหมลิลิธ?" ไอ้โมกยังทำพูดเท่ทั้งที่เดินแขนห้อยมานั่งลงข้างเพื่อนตัวเล็ก

"เออ.. มึงพูดเลยกูเจ็บกราม "

คนตัวเล็กขยับใบหน้าไปมาโบยให้เพื่อนพูดแต่แอบเห็นด้วยที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มก๊วนเดียวกันเพราะเข้ากันได้ป็นปี่เป็นขลุ่ย

"แม่ตบกูมาแกไม่ชอบให้กูตีกับชาวบ้านกลัวคนอื่นว่าลูกจะเป็นนักเลงเหมือนพ่อที่ตายเพราะไปหาเรื่องผู้มีอิทธิพล" ตะวันอวดรอยมือแดงเรื่อให้เพื่อนตัวเล็กดูแต่ลิลิธเทแป้งแคร์โปะป้ายรอยช้ำให้จนหน้าวอก

 

ขณะนั่งคุยเคร่งเครียดเรื่องจะถูกเชิญผู้ปกครองไหมกับเรื่องที่เกิดเมื่อวาน สีหน้าจริงจังเคร่งเครียดของตะวันทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเพื่อนจอมยิ้มเก่งแค่สร้างเกราะขึ้นมากลบความกดดันที่เป็นอยู่

ความจริงเราก็กลัว ว่าจะไปกระทบกับ สถานภาพในรั้วมหาลัย เพราะครอบเราทั้งสามไม่ได้มีฐานะ ร่ำรวยอะไรขนาดนั้น

และน่าแปลกคนที่เลี้ยงเราส่วนใหญ่เป็น คุณแม่ เราจึงมีความอ่อนโยนมากและเกรงใจคุณแม่มากๆ

ที่ต้องเข้มแข็งก็เพราะว่าเกิดมาเป็นเพศชาย มีความรู้สึกอยากปกป้องผู้หญิงที่รักที่สุดให้ได้

ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีโดยห้ามโอดครวญออกมาเพราะเราคือผู้ชายไง

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงพูดคุยหัวเราะ ดังมาตั้งแต่หน้าประตูห้องเรียน ในขณะที่พวกเราเคร่งเครียดกันอยู่ ปรากฎร่างกลุ่มแก๊งไฮโซเดินเข้ามาในคลาสด้วยใบหน้าระรื่นอวดข้าวของเครื่องสำอางเสื้อผ้าเสียงดังน่ารำคาญ

อีพวกคนรวยไร้สาระไม่ตั้งใจเรียนไม่รู้จักความลำบากวันๆ หาแต่เรื่องใช้เงิน ไม่ต้องพยายามเรียนให้เก่งเพื่อให้พ่อแม่ชื่นใจ กลับได้ในสิ่งที่อยากได้ทุกอย่างโดยไม่พยายาม

กับฝั่งเด็กบ้านจนที่ขยันช่วยงานบ้าน ตั้งใจเรียน ไม่ฟุ่มเฟือยพยายามปากกัดตีนถีบช่วยครอบครัวกลับถูกจ้องจับผิดว่าจะเลวตอนไหน โลกมันช่างโหดร้ายกับคนดีจริงๆ

 

"อุ๊ย? ดูนั่นสิ คนเก่ง แผนกเรา 3 ต่อ12 คงคิดว่าเท่มากมั้ง"

"นั่นน่ะสิคนที่ดีแต่ใช้กำลังสภาพก็ต้องเป็นอย่างที่เห็น แทนที่จะพูดขอโทษดีๆ แบบที่ปัญญาชนคุยกัน ดันเอาหน้า เอาหัว ไปรับมือรับตีนเอง คนแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ ~โง่มะ? ฮ่าๆๆๆๆๆ"

"หน้าตาก็ขี้เหร่อยู่แล้ว ตอนหน้าบวมยิ่งเหมือนอึ่งดูไม่ได้ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ ออกตัวซะแรงแหกโค้งหน้าแหกไปแล้วจ้า~"

"อีพวกหมาไฮโซมึงพูดถึงใคร มึงว่าใครไม่ทราบ แน่จริงมึงก็ลองใส่เสื้อช็อปมหาลันไปเดินหน้า วิทยาลัยมันดูสิ ทำมาเป็นพูดดี!"

"ไม่ได้เอ่ยชื่อสักหน่อยร้อนตัวทำไม?"

 

หึ่ย!! เช๊อะ!!

 

ครืดดด

 

อาจารย์มาๆ

 

อีพวกหมาเตี้ยไฮโซได้ทีก็บูลลี่หน้าตาชาวบ้านยกใหญ่ หน้าตัวเองสวยตายล่ะแทบจะแดกฟิลเลอร์แทนข้าวไปแล้วมั้งหน้าตึงเหมือนพร้อมจะแตกแบบนั้น

แต่งหน้าก็เหมือนการ์ตูนน่ารักตายล่ะ! แหว่ะ!

ท่าทางเด๊ะแด๋จีบปากจีบคอพูดมันหน้าถอดถุงเท้ายัดรูจมูกให้ตายห่าไปเลย คนอะไรทั้งน่ารำคาญทั้งหน้าหมั่นไส้ ถ้าไม่ติดที่มันมีเส้นสายในมหาลัยแล้วละก็จะดักตีให้รู้แล้งรู้รอดเหหมือนกัน

ทำเป็นอวดดี

ก็แค่หมาแคระที่คนเห่อรูปร่างหน้าตาน่ารักกับดูไฮโซเท่านั้นแหละ สู้ฉันก็ไม่ได้สวยแซ่บกว่าตั้งเยอะแน่จริงแก้ผ้ามาอวดกางเกงในกันว่าของใครสวยกว่าแซ่บกว่า!

 

"พวกเธอเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะปวดฉี่น่ะ"

"อื้อ"

อีเตี้ยอีฟเดินดุ๊กดิ๊กซอยขาสั้นเหมือนตุ๊กตาไขลานออกห้องเรียนไป

ด้วยความหมั่นไส้บวกความเลือดร้อนอยากระบายความไม่พอใจออกมาบอกเพื่อนสนิทตัวโตซ้ายขวาว่าจะไปห้องน้ำเหมือนกัน ก่อนจะค่อยๆ ย่องตามหลังอีเตี้ยเข้าห้องน้ำไปติดๆ

 

ปึ้งง

 

อีตัวเล็ก? มึงเสร็จกูแน่วันนี้กูอารมณ์ไม่ดีมาเป็นเหยื่ออารมณ์ให้กูซะดีๆ ฮ่าฮ่าฮ่า

ดวงหน้าน่ารักเบะปากเหลือกตาใส่คนที่พึ่งเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุด มีห้องเดียวที่ปิดไว้

คนตัวเล็กสวมเสื้อช็อปสีแดงค่อยๆ เยื้องย่างมากับถังน้ำถูพื้นของป้าแม่บ้านที่ยังไม่เททิ้ง

 

ตึก.. ตึก ..ตึก ...แกร่กกก

 

ซ่าาาาาาา

กรี๊ดดดดดดดดด

..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 26

    ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 25

    … ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 24

    เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 23

    ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทมี่ 22

    "อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 21

    "ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 11

    เพื่อนสนิทตัวสูงวางแผนทำบริษัทกันจริงจังตั้งแต่กลางเทอมปีหนึ่งคงเพราะอยากเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเร็วๆพวกมันไม่ได้ใหญ่แค่ตัวแต่ความฝันก็ใหญ่มากด้วยแล้วกูล่ะ?ตัวก็เล็กแถมมีความไฝ่ฝันปัญญาอ่อนมากด้วยทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้กูฉลาดและหน้าตาดีในส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบห้าเซ็นด้วยนะไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนสวยหนั

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 10

    นังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลยพวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปัง

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 9

    ตึ่กๆๆๆๆๆฮิฮิฮิๆๆๆๆๆๆหุๆๆๆๆๆโฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"ดูหมอนั่นดิวิ่งไปหัวเราะไปหน้าตาเขียวๆ บวมๆ ตลกชะมัด"นักศึกษาสองคนที่เดินผ่านมาเห็นคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งโดดดึ๋งๆ ผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะประหลาดท่าทางตลก หน้าตาบวมช้ำทำคนที่เดินผ่านไปมามองตามจนเหลียวหลัง"หมอนั่นเด็กปีหนึ่งที่ไปมีเรื่องกับอาชีวะคู่อริ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 7

    "สวัสดีครับคุณแม่"ร่างใหญ่โตในชุดช็อปสีเดียวกับลูกแม่ค้าขนมหวานตรงหน้า ยกมือคู่ใหญ่ขึ้นประนมนอบน้อมทำให้แม่ค้าตัวเล็กรับไหว้ด้วยความงุนงงไม่ทันได้ถามอะไรคนหน้าคุ้นที่คับคล้ายคับคลาว่าจะคลอดมันออกมาเดินแหวกร่างหนาทั้งสองคอหดสั้นก้มหน้าก้มตาหลบหน้าบุพการีแต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาคุณแม่สุดที่รักได้"ห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status