Se connecterINTRO
#GOLD CLUB CENTER
“ตรงนั้นผัวเมียตีกันปะวะ?”
“ฉิบหาย! ไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่ไอ้เศรษฐีหน้าใหม่เหรอวะ?”
“เวรละมึง! มาตีกันวันนี้! ไอ้นนท์มึงอย่าเพิ่งช็อก! มึงเรียกตำรวจก่อน!”
ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงในชุดทักซีโดโก้หรูที่กำลังโดนเพื่อนสนิทพูดถึง เขาได้ยินในสิ่งที่เพื่อนพูดแต่ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนใจ มือหนาเพียงแค่ดึงแก้วไวน์แดงออกจากปากและละสายตาจากมุมนั้นที่มีคนมุงอยู่ไปอีกมุมหนึ่งอย่างรู้สึกสนใจ
“อย่ามาชี้หน้าคู่หมั้นฉันแบบนี้! และเรา! ไม่เคยเป็นอะไรกัน!!”
“เรายังไม่ได้เลิกกันนะคุณน็อต…เราไม่เคยเลิกกัน”
“พูดบ้าอะไรวะ! ออกไป! เฮ้ย! ที่นี่มันไม่มีการ์ดเลยหรือไง! มาลากผู้หญิงคนนี้ออกไป!”
“คุณน็อตกล้าทำแบบนี้กับชะเอมได้ยังไง…ฮึกกก”
มินตรามองผู้ชายที่อยู่ในสถานะคู่หมั้นที่กำลังยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าผู้หญิงอีกคนในชุดเดรสตัวหลวม ก่อนจะตวาดตะคอกออกมาเสียงดังลั่นโชว์รูมรถโดยไม่สนใจว่าคนที่ยืนกันอยู่ครึ่งร้อยตรงนี้จะมองพวกเรายังไง
“หุบปาก…ทั้งคู่!”
เสียงของหญิงสาวที่เห็นแค่เพียงแผ่นหลังคนมองก็รู้สึกได้ว่ามันมีพลังงานบางอย่างแผ่กระจายออกมา เธอสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีดำแบรนด์หรู ทับด้วยเบลเซอร์สีขาวตัดกันอย่างมีสไตล์
ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มมัดรวบไว้กลางศีรษะเปิดเปลือยใบหน้าที่ถูกตกแต่งมาอย่างสวยจัด รองเท้าพื้นแดงเหยียบย่ำเดินไปข้างหน้า ปากกาหมึกซึมในมือที่เมื่อครู่กำลังจะใช้เซ็นสมุดเช็กก็ถือค้างไว้แบบนั้น
“คะ คุณมินคะ…” เสียงของเซลล์ผู้หญิงผู้โชคดีกำลังจะขายรถคันหรูที่สนนราคาแปดหลักถึงกับหน้าซีดปากสั่น เพราะคอมมิสชันหลายบาทกำลังจะหลุดลอยไป
“มินใจเย็นก่อนนะ น็อตอธิบายได้ เรื่องนี้น็อตไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆ เรื่องนี้มันอาจจะเป็นฝีมือคนอื่นก็ได้นะ…”
อาจจะเป็นฝีมือคนอื่น มุมปากของมินตรากระตุกยิก ๆ คล้ายจะกลั้นหัวเราะออกมา
เสียงหัวใจในอกเธอเต้นแรงเสียจนแทบได้ยิน ราวกับคำแก้ตัวซ้ำซากนั้นคือมีดอีกเล่มที่เสียบซ้ำเข้าที่เดิม
มินตราก้มมองท่อนแขนของตนเองที่ถูกจับไว้ด้วยมือคู่เดิม มือที่เคยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยราวกับโลกทั้งใบมีที่ให้เธอพักพิง
แต่ตอนนี้เพียงสัมผัสเดียวกลับหนาวเย็นจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ความไว้ใจที่ถูกทำลายจนย่อยยับด้วยความจริงตรงหน้า
ณัฐชัยเป็นแฟนที่เธอคบมาสี่ปี เป็นคู่หมั้นที่อีกสองเดือนจะครบหนึ่งปี
มินตรายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองไปรอบ ๆ สถานที่แห่งนี้ ไม่รู้ว่ามีกี่สิบ… หรืออาจครึ่งร้อยลูกตาที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่
“มินต้องเชื่อน็อตนะ เราคบกันมาตั้งนาน…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขอบตาแดงจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
มินตรากลืนน้ำลายฝืดลงคอพยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ ดวงตาเธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในแววตาคนตรงหน้า
“ไม่ได้เป็นอะไรกับมัน แต่ท้องมันโตขนาดนี้?”
เสียงของเธอราบเรียบแต่ความเย็นชาในแววตากลับเหมือนมีดปลายแหลมกรีดตรงกลางหัวใจ
มินตราปรายตามองไปยังหน้าท้องของผู้หญิงที่มาร้องแรกแหกกระเชออยู่ตรงหน้าเธอ
“มินฟังน็อตนะ...” ณัฐชัยพยายามจับมือของแฟนสาวแน่นไม่ยอมปล่อย
“คุณก็รู้เรื่องของเรามาตลอดไม่ใช่เหรอคุณมิน! คุณรู้ดี! แต่คุณก็ไม่ยอมปล่อยคุณน็อตไป!”
ชะเอมพูดทั้งน้ำตานองหน้า มือกุมหน้าท้องอายุหกเดือนแน่น เธอสั่นไปทั้งตัวทั้งจากอารมณ์และความกลัวที่จะสูญเสีย
เธอพยายามแล้วพยายามทุกทางเพื่อรักษาผู้ชายคนนี้ไว้ แต่โชคชะตาก็ไม่เคยเข้าข้างคนอย่างเธอเลย
คนที่น่าสงสารถูกมองข้ามและไม่มีวันได้ยืนตรงจุดเดียวกับผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้...มินตรา!
มินตราไม่แม้แต่จะอยากรับฟังเรื่องน่าขยะแขยงพวกนี้อีก ดวงตาเฉียบคมจ้องอีกฝ่ายนิ่งสนิท
“ก่อนจะพูดอะไรก็ให้คำพูดมันผ่านสมองบ้าง ไม่ใช่ผ่านแต่หว่างขา” รอยยิ้มบางบนใบหน้ามินตราคล้ายดูแคลน
“แค่นี้ยังประจานตัวเองไม่พอเหรอ? หรือเธออยากได้เขามากจริง ๆ ผู้ชายคนนี้น่ะ?”
มินตราเธอพยักหน้าเบา ๆ ไปยังอีกด้าน แทบจะในทันทีการ์ดสองคนก็ก้าวเข้ามากันณัฐชัยออกไปโดยไม่มีคำพูดใด ๆ
มินตราจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี แต่ยอมรับด้วยความสัตย์จริงว่าเธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้เลย
“คุณรู้จักฉัน แต่คุณมันไม่รู้จักระวังตัวเอง…” ชะเอมพูดยังไม่ทันจบเสียงของณัฐชัยก็แทรกขึ้น
“มิน! มินมันไม่ใช่อย่างที่มินคิดนะ!” เพราะสองแขนโดนจับล็อกณัฐชัยพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุม แต่เมื่ออะไรแข็ง ๆ จิ้มลงมาที่เอว ณัฐชัยจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
มินตรามองคนทั้งคู่ในอกของเธอวูบโหวง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังจ้องมองเธอราวกับตัวตลก มือบางกำแน่นจนข้อนิ้วซีด กระบอกตาร้อนผ่าวเหมือนจะระเบิด
ไม่ใช่เพราะเสียใจ... ไม่ใช่เพราะรักเขาเหลือเกิน
แต่มินตราอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!
“ถ้าอยากได้คู่หมั้นฉันมากก็คุกเข่าขอร้องฉันสิ! พูดดัง ๆ ว่าไม่อยากจะลักกินขโมยกินแล้ว อยากจะเป็นคนที่โดนเชิดหน้าชูตาบ้าง คุกเข่าพนมมือนั่งลงและเอาเด็กในท้องเธอมาขอความเห็นใจจากฉัน! แล้วฉันจะยกผู้ชายคนนี้ให้!”
เสียงของมินตราไม่ได้ดัง แต่แน่นอนว่าหลากหลายผู้ใดที่อยู่ที่นี่ล้วนได้ยินอย่างชัดเจน
“มินได้โปรดฟังน็อตอธิบายหน่อยนะ…” ณัฐชัยคิดว่ามันน่าจะหมดหนทางแล้วจริง ๆ เขาก้มหน้าเรียกชื่อแฟนสาวด้วยน้ำเสียงปวดร้าว
“ฉันขอร้อง…คุณมิน คุณก็มีทุกอย่างแล้ว ฉันขอคุณน็อตได้ไหม เห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิดมาได้ไหม ให้เขาได้มีพ่อ...ฉันกราบขอร้องคุณ”
ชะเอมคุกเข่านั่งทับส้นก่อนจะยกมือขึ้นมาพนมกลางอกและกราบลงมาลงบนรองเท้าราคาแพงของมินตราทั้งน้ำตา
มินตรามองภาพนั้นด้วยหัวใจด้านชา มุมปากของเธอกระตุกยิ้มและมองไปยังคู่หมั้นที่กำลังทอดสายตาอาลัยอาวรณ์มาให้
“เด็กควรมีพ่อ…งั้นฉันก็ยกผู้ชายที่เธออยากได้ให้ และก็ไม่ต้องเอามาคืนนะ เพราะอะไรที่ฉันทิ้งแล้ว! ฉันไม่เก็บมาเป็นขยะชีวิต!”
มินตราจ้องหน้าณัฐชัยและพูดประโยคนั้น ก่อนจะถอดแหวนที่สวมไว้บนนิ้วนางข้างซ้ายโยนไปให้หญิงท้องโตแทน
“ถึงมินจะทำแบบนี้น็อตก็ไม่มีวันรับเด็กคนนี้เป็นลูก!! และน็อตจะไม่มีวันปล่อยมินไป!!”
มินตรากำลังจะเดินจากไปแล้วแต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากอดีตคู่หมั้นหมาด ๆ เธอก็เปลี่ยนทิศทางตรงไปอีกด้าน และคว้าแก้วไวน์แดงจากมือผู้ชายคนหนึ่งมาถือไว้และเดินกลับไปสาดน้ำสีเบอร์กันดีใส่ใบหน้าของอดีตคู่หมั้น
“ณัฐชัย...นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
“...”
“เก่งกล้าสามารถถึงขนาดนั้นเลยหรือไง?”
เพล้ง!!
“นายมันก็เป็นได้แค่ไอ้เฮงซวยเท่านั้นแหละ”
มินตราพูดจบก็เขวี้ยงไวน์เปล่าลงกับพื้นจนแตกกระจายกลายเป็นเสี่ยง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง







