تسجيل الدخولบทที่ 3 คนที่ช่วย OR คนที่แฉ (เจอหน้า)
หลังจากยลดาปลีกตัวไปแล้วมินตราก็วางขวดไวน์ในมือลงเพราะมีแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงเบอร์กันดีจากซอมเมอลิเยร์มาเสิร์ฟเพื่อเรียกความสนใจ
“คุณมินลองดื่มดูครับผมแนะนำเป็นตัวนี้ แต่ถ้าคุณมินอยากเปิดขวดพวกนี้ต้องรอนายครับ เดี๋ยวคุยธุระเสร็จจะลงมา”
มินตรายิ้มกดใบหน้าลงก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้บาร์ตัวสูง
“ที่จริงฉันก็แค่ยืมชื่อเจ้านายคุณบอกปัดเพื่อนเฉย ๆ ค่ะ”
มินตราพูดจบก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม ก่อนจะอมยิ้มและเลิกคิ้วใส่อีกฝ่ายที่ทำหน้าอึ้งใส่เธอ
“ผมคิดว่าคุณมินอยากจะเจอนายผมซะอีก…”
“ไม่ค่ะ มินไม่ได้อยากรู้จักใครเพิ่มและขอเวลาส่วนตัว”
มินตราใช้นิ้วมือดันขวดไวน์ตรงหน้าที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้แสดงออกว่าหลงใหลมันนักหนา แต่เมื่อหมดประโยชน์ก็ดันมันหลบทางไป และเธอก็หันมาสนใจเครื่องดื่มที่ตนเองเป็นคนสั่ง
แม้มันเป็นสิ่งที่หายาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้มินตราจะต้องหลงใหลไปกับมันขนาดนั้น…ก็แค่เครื่องดื่ม
หญิงสาวอมยิ้มให้กับสิ่งที่ตนเองกำลังทำ โดยไม่รู้เลยว่าหลังกล้องวงจรปิดที่อยู่เหนือศีรษะเธอนั้นมีใครบางคนก็นั่งอมยิ้มอยู่เช่นกัน
มินตราใช้เวลาอยู่หน้าบาร์ตั้งแต่มาถึงที่นี่จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง จากที่นั่งหลังตรงก็เปลี่ยนไปนั่งห้อยปลายเท้าข้างหนึ่งด้วยท่าทีสบายขึ้น
จะว่าเป็นเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดที่มีปริมาณมากเกิน ดื่มที่บ้านมากับเพื่อนก็ไม่ใช่น้อยแล้วไหนจะที่ดื่มอยู่ตอนนี้อีก
เธอก็ไม่ใช่คนดื่มเก่งกาจอะไร ดื่มได้ก็อ้วกเป็น
“พักก่อนค่ะ”
เมื่อปริมาณเครื่องดื่มในแก้วลดลงจนเกือบหมดซอมเมอลิเยร์คนเดิมก็ยังคงทำหน้าที่บริการกันเป็นอย่างดี มันดีเสียจนสิ่งที่ดื่มเข้าไปเอ่อล้นตีขึ้นมาจนมินตราต้องร้องขอพัก
“คุณมินจะรับอาหารหน่อยไหมครับ”
มินตรารู้สึกว่านี่ก็เป็นคำถามที่ดี สองวันมานี้เธอกินอะไรไม่ค่อยลง นอกจากดื่มของมึนเมาก็ไม่ค่อยมีอาหารตกถึงท้องเลย
“เอาอะไรทานเล่น ไม่มัน ไม่ทอดมาอย่างหนึ่งก็ได้ค่ะ”
เธอก็นั่งมานานและดื่มไปค่อนข้างเยอะ คิดว่าหาอะไรมารองท้องหน่อยก็น่าจะดี
“เอาเหมือนเดิม”
และเก้าอี้ด้านข้างก็มีคนมานั่งหลังจากที่ว่างมาตั้งแต่เธอเข้ามา มินตราไม่ได้สนใจว่าจะมีลูกค้าคนใหม่จะเข้ามาสั่งเครื่องดื่มเหมือนเดิมหรือไม่เหมือนเดิมยังไง
แต่จนเมื่อปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดที่ลอยกรุ่นออกมาจากร่างกายกำยำของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งบนเก้าอี้บาร์ที่ถัดจากเธอ
มินตราเม้มปากและอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง ก่อนจะหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็วเพราะเป็นเขาที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธอด้วยแววตาราบเรียบ มุมปากหยักยกโค้งขึ้นนิดหนึ่ง มินตรากะพริบตาก่อนจะเบนหน้ากลับมาพร้อมกับเผลอกำก้านแก้วไวน์ในมือ
“ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่... มาดื่มแก้เหงาเหรอครับ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจนราวกับกระซิบข้างหู
ผู้ชายตัวสูงผิวขาว โครงหน้าคมชัดทุกองศา ใบหน้าเรียวเล็ก คิ้วเข้ม ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ปลายจมูกโด่งรับกับปากหยักที่ยังคงยิ้มอย่างรู้ดี
มินตราจดจำคนคนนี้ได้เป็นอย่างดี
เขาแสดงออกชัดเจนว่าจำเธอได้...
แล้วเธอจะต้องแสดงออกว่าจำเขาได้ด้วยหรือเปล่า...
“มินตรา วงศ์ยศวรรศวาณิชย์ เจ้าของเช็คเงินสดห้าล้านที่ผมส่งคืนกลับไป”
เขาเปิดประเด็นขึ้นมาอย่างไม่รออะไร และเก้าอี้ตัวข้างหมุนมาเผชิญหน้า แม้เธอจะไม่ได้หันไปก็รู้ว่าเขา…กำลังมองเธออยู่
มินตราจิกเล็บนิ้วโป้งที่ทาเคลือบด้วยสีเจลอย่างดีลงไปกับก้านแก้วไวน์
“หรือมันน้อยไปคุณถึงส่งคืน?”
ในเมื่อเขากล้าเผชิญหน้าแล้ว ทำไมเธอจะต้องหลบด้วย
มินตราหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่หมุนหันไปประจันหน้ากับชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธอด้วยความสนใจอย่างไม่ปิดบัง ราวกับต้องการเจาะลึกเข้าไปถึงทุกอณูในตัวเธอ
มุมปากหยักค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
ชายหนุ่มมั่นใจมากว่ามินตราจะต้องจำเขาได้ และจะจำได้จนไม่มีวันลืม
“บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้”
รอยยิ้มกว้างของเขาพร้อมกับแก้วไวน์ที่ยื่นมาชนกับแก้วไวน์ของเธออย่างถือวิสาสะ มินตราแอบกัดกระพุ้งแก้มตัวเอง
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเงินมันจะซื้อทุกอย่างไม่ได้ คุณต้องการเท่าไหร่กับความเสียหายในวันนั้น”
เธอจ้องตาเขาและถามกลับไปด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก แต่สิ่งที่เขาทำคือยิ้มราวกับว่าคำถามของเธอเป็นเรื่องที่ทำให้เขายิ้มได้
รอยยิ้มของเขาก็ยังคงเป็นแบบวันนั้นที่เราเจอกันครั้งแรก…หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เมื่อเขาแค่เพียงขยับขาปลายเท้าก็ถึงพื้นแล้ว
ความสูงของผู้ชายตรงหน้าเขาสูงกว่าเธอเป็นสิบเซนติเมตร เขาขยับขาลุกขึ้นและดึงเก้าอี้ตัวที่ขวางกั้นเราออกไปก่อนจะมานั่งแทนที่
“คุณคิดว่าเงินห้าล้านของคุณมีค่ามากขนาดไหน?”
เขาถามกลับก่อนจะดึงแก้วไวน์ในมือเธอไป…แบบที่เธอทำกับเขาในวันนั้น
“คุณคิดจะแฉฉันเหรอ วิธีการของคุณก็คือจะเอากล้องวงจรปิดในโชว์รูมของคุณไปขายนักข่าวใช่ไหม”
ทั้งใบหน้าและแววตาของเธอดุดันจนคนที่คุยด้วยหลุดหัวเราะออกมา
“ผมจะทำแบบนั้นให้คุณเกลียดผมทำไม ผมรู้ว่ามินเป็นคนหน้าบาง…และก็เป็นผมเองที่ช่วยเพื่อนมินปิดข่าวอีกแรงด้วย”
คำตอบของเขายิ่งทำให้คนที่สะสมความเครียดมาตลอดหลายวันกำมือแน่น มินตราเชิดใบหน้าขึ้นอย่างถือดี
“มินรู้ไหมว่าเรื่องราวในวันนั้นที่คุณทำ มันทำผมเสียหายไปเท่าไหร่”
“เท่าไหร่ฉันก็มีปัญญาจ่ายคุณก็แค่บอกตัวเลขมาไม่ต้องเล่นลิ้น” คนฟังทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ
ในอกของเขาชุ่มชื้นไปหมด ความเหนื่อยล้าจากการทำงานในวันนี้หายเป็นปลิดทิ้ง
“ผมรู้ว่าคุณมีฐานะ แต่ผมก็ไม่ใช่คนไม่มีเงินนะ ห้าล้านของคุณเทียบไม่ได้เลยกับยอดขายวันนั้นของผม แก้วไวน์แตกกระจาย น้ำไวน์ที่กระเด็นหกเลอะ แม้คุณจะจากไปพร้อมกับชัยชนะและความสะใจ แต่งานของผมไปต่อไม่ได้”
“...”
“คุณรู้ไหมว่าผมต้องสะสมคอนเน็กชันเท่าไหร่ ลูกค้าบินมาจากต่างประเทศเพื่องานนี้กี่สิบคน คุณคิดว่าถ้ารอบหน้าผมจัดงานอีกจะมีใครกล้ามาไหม…เพราะฉะนั้นเงินของคุณมันไม่มีค่าเลยสำหรับผม”
คำพูดของเขาเหมือนกับน้ำเย็น ๆ สาดเข้ามาที่ใบหน้าเธอ
น้ำเสียงของเขาจริงจังมากขึ้น และมันก็ทำให้มินตราอึดอัดจนเหมือนจะหายใจไม่ออก
ใช่…วันนั้นเธอชนะและสะใจโดยไม่ได้คิดว่าคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
“แล้วคุณต้องการอะไร ปากคุณบอกไม่แฉทั้งยังช่วยฉันแต่สิ่งที่คุณทำอยู่ไม่ใช่การบีบบังคับกันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ!”
ไม่ใช่ว่ามินตราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร เธอส่งเช็คเงินสดแสดงความรับผิดชอบไปให้แล้วแต่เขาไม่รับ
ทั้งยังกลับส่งเช็คคืนมา พร้อมกับส่งทนายมาเจรจาให้เธอไปพบเพื่อเคลียร์เรื่องนี้กัน
แต่ยังไม่ได้นัดวันอะไรเลย...แล้วเราก็มาเจอกันที่นี่ คืนนี้!
“ถ้ามินพูดแบบนี้ก็น่าจะรู้ว่าผมต้องการอะไรจากคุณ”
ลำคอของมินตราแห้งผาก เธอหันไปมองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะคุกรุ่นมือก็กำแน่น
“ฉันไม่รู้!”
“อยากให้ผมพูดกับคุณตรงนี้จริง ๆ เหรอว่านนทภพ พชรเมธากุล ต้องการความรับผิดชอบในเรื่องนั้นจากคุณยังไง?”
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 19 ปลุก NCนนทภพไม่ได้รู้สึกสดชื่นแบบนี้มานานแล้ว แบบที่ลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อคืนก็ดื่มหนักแต่ไม่ได้รู้สึกแฮงก์แต่อย่างใดปกติเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่วันนี้กลับรู้สึกอยากนอนตื่นสายจึงโทร. ลางานกับเลขาหนึ่งวัน ให้เลขารับลูกค้าแทนไปก่อน“แม้แต่นอน...เสียงหายใจยังเงียบกริบ” เขานอนตะแคงมองคนที่
บทที่ 11 ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้อยากรับเพราะเสียงพึมพำที่ดังออกมาจากประตูห้องนอนทำให้คนที่แค่จะแวะมาดูว่าคนในห้องที่บอกว่าให้เขารอสักพักเพราะตนเองจะอาบน้ำ แต่ความจริงนี่มันเกือบจะหนึ่งชั่วโมงแล้วที่มินตราใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นนนทภพไม่เคยรอใครนานขนาดนี้...แม้กระทั่งแม่ของเขา“มินว่าจะเข้าไปค่ะ”“...
บทที่ 10 เหมือนยังว่า...“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบมและคงไม่ต้อง
บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้บนชั้นบนสุดของตึกมหานครภายในห้องนอนสไตล์โมเดิร์นลักเชอรีที่ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสีเดียวไม่มีสีอื่นใดแซม ไม่เว้นแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน พรมเช็ดเท้า หรือของใช้อื่น ๆ ทั้งห้องเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนสะอาดลอยกรุ่นไปหมด เครื่องฟอกอากาศที่มีตั้งอยู่สองตัวแ




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


