Share

บทที่ 1 Move

last update Tanggal publikasi: 2025-12-03 22:03:14

บทที่ 1 Move

 

“เป็นไงเงียบกริบแบบที่ไม่มีมูลหมามันก็ไม่กล้าขี้ สมกับที่มีเพื่อนทำงานสายข่าวบันเทิงไหมล่ะ?” 

“จะไปค่อนแคะอะไรมันนักหนา หรือจะให้มันเป็นขี้ปากชาวบ้านจนแทรกหน้าลงดินดี?”

“พูดไรก็สงสารเพื่อนหน่อย คนเพิ่งจะโดนคู่หมั้นนอกใจนะ…”

“ถ้าจะมาดูว่าฉันตายหรือยัง คำตอบคือยัง! รู้แล้วก็กลับบ้านไป!”

เสียงแหบแห้งตวาดออกมาเสียงดังลั่นออกมาจากห้องนอน ไม่นานนักร่างบางระหงในชุดนอนซีทรูสีดำสุดเซ็กซี่ก็เดินนวยนาดออกมาพร้อมกับขวดไวน์แดงเปล่าสองขวดในมือ 

“แล้วไหนป้านีบอกว่าให้พวกเรารีบมาดูมันไง ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นจะตายอะไรเลย ก็แค่ตาปูดจนมองไม่เห็นตาดำก็แค่เนี้ย!”

เสียงของเพื่อนสนิทคนที่หนึ่งคือ ยลดา หรือ โยชิ (LGBTQ) นักข่าวสายบันเทิง

“ป้านีก็พูดซะเวอร์เชียว สภาพมันเหมือนคนจะเป็นจะตายตรงไหน ดูดิมันยังเปิดขวดไวน์ไหวอยู่เลย”

เสียงเพื่อนสนิทคนที่สองคือ พิชานันท์ หรือ ลูกพีช ทายาทเจ้าของตลาดขายส่งสินค้า

“ไม่เห็นจะเหมือนคนโดนทิ้งตรงไหน ถ้าสวยขนาดนี้แล้วโดนทิ้งคนที่ทิ้งก็โง่มากแล้ว”

เสียงเพื่อนสนิทคนที่สามคือ เนตรนภา หรือ พราวฟ้า เจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง 

เนตรนภาเป็นคนเดียวที่เรียกรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของคนที่กำลังโยนที่เปิดขวดไวน์ทิ้งไปบนโต๊ะทานข้าว และหันมาสนใจการเทรินไวน์แดงราคาแพงลงในไวน์ทรงสูงใบใหม่ 

“นอกจากพราวฟ้าสุดที่รักของมินแล้ว… มินก็ไม่เห็นว่าเพื่อนคนไหนจะจริงใจได้เท่านี้” มินตราพูดจบก็ยกแก้วไวน์ขึ้นแนบริมฝีปาก

รสขมเปรี้ยวฝาดลิ้นของไวน์ราคาแพงไหลผ่านลำคออย่างช้า ๆ มันขมเสียจนเธอตื่นเต็มตา แต่กลับรู้สึกดีอย่างประหลาด

“แหมมม เพื่อนร้ากกกกก แล้วที่นั่งหัวโด่สองตัวอยู่นี่มันไม่ได้ช่วยอะไรแกเลยหรือไง!”

ยลดาลุกขึ้นเดินมาหาเพื่อนสนิทที่นอกจากเครื่องดื่มในมือและร่างแน่งน้อยที่กำลังสวมกอดกันอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารนั้น พวกมันก็ไม่สนใจอะไร

“ก็นอกจากพราวฟ้าสุดที่รักของฉันแล้ว ก็ไม่มีหมาตัวไหนมันเห็นใครจะพูดเข้ารูหูสักคน พราวฟ้าอยากได้อะไรจ๊ะ ยุโรปสักทริปไหม? ไปชอปให้ฉ่ำ…”

มือเรียวบางขาวใสนุ่มนิ่มจับลงมาบนปลายคางของเพื่อนสนิทอย่างเอ็นดู 

พราวฟ้ายิ้มกว้างซุกหน้าลงบนหน้าอกอวบอิ่มไร้บราเซียร์ของเจ้าของเสียงพูด และแลบลิ้นไปทางเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่เธอ

ยังไม่ทันจบคำพูดของเจ้าของเพนต์เฮาส์สุดหรู สองคนที่พูดจากระทบกระเทียบเธอเมื่อสักครู่ก็วิ่งปรี่เข้ามาหา พิชานันท์คว้าแขนซ้าย ยลดาคว้าแขนขวา

“ยัยมิน! แกอย่ามาทรยศหักหลังฉันนะโว้ยยย ฉันกับไอ้พีชได้หลับได้นอนกันซะที่ไหนนั่งหาข่าวปิดรูให้แกเนี่ย!”

มินตราช้อนสายตาขึ้นมาสบตายลดาและยักคิ้วให้ทีหนึ่งแทนคำต่อล้อต่อเถียง

“น้องมินของชิชิ อย่าลืมนะคะว่าทุกครั้งที่มีข่าวคาว ๆ ของหนู ใครมันเป็นคนล้างคนเช็ดให้หนูคะลูก!” ก็ยลดาคนนี้นี่ไง! 

“ใช่! ถ้าแกคิดจะให้หนึ่งไม่ให้สองก็ต้องคิดดี ๆ นะ เพราะเวลามีไรฉันรู้ก่อนใครเพื่อนและส่งไปบอกให้ไอ้ชิมันดักข่าว ถ้าแกจะไปหวังให้คนบางคน…มันส่งข่าวเด็ดให้แก กว่าจะเยื้องย่างแต่ละก้าวก็เป็นสลอธนู่น! ถ้าไม่ได้ฉันชีวิตแกหาไม่ไปแล้วละน้องมินคนสวย!”

พิชานันท์พูดแล้วก็เอาหน้าอกอวบอิ่มดันกระแทกต้นแขนเล็กของคนบางคนนั่นก็คือเนตรนภา

“พีชก็พูดเกิน พราวก็แค่ทำไรช้าเฉย ๆ ไม่ได้เยื้องย่างเป็นตัวสลอธสักหน่อย พราวมีสิบนิ้วนะและพราวก็กินเร็ว เรื่องอื่นพราวช้าเพราะพราวต้องทำงาน และไม่ได้ส่วยได้ร่ำได้รวยเป็นเศรษฐีนีว่างงานเหมือนคนไม่มีไรทำอย่างพีชนิ…” 

คนบางคนที่ดูภายนอกเหมือนจะใสซื่อ แต่อย่าให้ได้พูดกัดออกมาเชียว เพราะคำหวานที่ว่าน้ำผึ้งพิษดี ๆ นี่เอง

“นี่มันหลอกด่าฉันปะวะ…” พิชานันท์เริ่มไม่ค่อยมั่นใจเพราะมีคำว่าสวยว่าร่ำรวยว่าเศรษฐีนีซึ่งก็คือตัวเธอเอง

“มันหลอกด่าแกไอ้พีช ไม่ต้องคิดเยอะ ตบมันเลย!”

ยลดาถอนหายใจและบอกคนที่ไม่ว่าจะโดนหลอกด่ากี่รอบก็ไม่เคยทันยัยตัวดีสักรอบ

“พราวไม่ได้หลอก พราวแค่อธิบาย มินช่วยพูดหน่อย พราวไม่ได้ว่าพีชนะ” หน้าตาใสซื่อที่อิงแอบแนบซบทำเอามินตราหลุดหัวเราะ

“เลิกตีกันได้ละ…ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง”

คำตอบเรียบ ๆ ของเพื่อนสนิททำให้สามคนที่มาที่นี่ด้วยความห่วงใยหายห่วงกว่าเดิม 

“พราวรู้ว่ามินสวย รวย เก่ง... ที่ตาปูดก็เพราะยุงกัด”

เนตรนภาพูดพลางกอดมินตราแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนจะกอดเธอไว้ให้แน่นที่สุดในวันที่เธอแทบจะล้ม

“ยังจะแวะมากัดฉันอีกนะ” เธอพูดเบา ๆ ก่อนจะหันไปสบตาเพื่อนทั้งสาม แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณจนพูดอะไรไม่ออก

มินตรายืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนรักทั้งสามคน แขนซ้ายของเธอถูกพิชานันท์รวบไปกอด ส่วนแขนขวาก็ยลดา

ส่วนตรงกลางก็คือท่อนแขนเรียวเล็กของยัยนุ่มนิ่มอย่างเนตรนภาที่กอดเธอไว้อีกชั้นแน่นหนา

แรงกอดจากทั้งสามคนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าตอนยังไม่เกิดเรื่องเธออาจรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก

แต่ตอนนี้... ไม่เลย เธอกลับรู้สึกอุ่นขึ้น อุ่นจนความเหน็บหนาวเมื่อครู่ละลายหายไป ราวกับมันไม่เคยมีอยู่จริง

“มินตราของฉันเก่งอยู่ละ วันนี้เราจัดกันไปหนึ่งเมาไม่เลิกราาาาาา” พิชานันท์ผละออกไปก่อนจะวิ่งไปหยิบแก้วไวน์แดงที่แขวน ๆ ไว้บนตู้ 

“พราวจะเมากับมินนะ…” คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์วันนี้กลับร้องดื่มเป็นเพื่อนกัน

“วันนี้วันดีจริง ๆ เราเปิดหัวกันที่นี่ก่อนพอเรากรึ่มกันปุ๊บเราก็ออกล่ากันปั๊บ” ความคิดของยลดาเรียกความสนใจจากคนที่ร้องไห้ตาปูดตาบวมมาทั้งคืนได้ดีทีเดียว

“มองหน้าทำไม? ยังไงแกก็ต้องไป แกรู้ไหมว่าพอแกโสดปุ๊บสายโทรศัพท์ฉันแทบไหม้เพื่อนเอ๊ย!” มินตราไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ยลดาพูดเพราะเธอเพิ่งจะโสดได้ไม่กี่วันเอง

“ไปเถอะ ๆ มีร้านนึงไอ้โยมันไปเปิดเมมไว้ละ ที่เคยเล่าให้ฟังไง แกจะเอาแบบไหนมีให้แกเลือกหมดและไพรเวตสุด ๆ ทั้งลิฟต์ ทั้งที่จอดรถ ต่อให้เมาอ้วกเละเทะข่าวไม่รั่วแน่นอน”

มินตรามองหน้าพิชานันท์เพราะเธอรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่ามันจะมีสถานที่แบบนั้นด้วย

“จริงเหรอพราว?” และเครื่องยืนยันความจริงของมินตราก็พยักหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าคนถามเป็นคนหัวเราะออกมาเอง

“พวกแกพาพราวไปเสียคนละเหรอ?”

“เปล่า พราวไม่ได้ไปเสียคน พราวไปขับรถกลับอะ เพราะโยกะพีชชอบกลับกะเด็กในร้าน ไปกะผู้ชายทิ้งเพื่อน...”

“โอ๊ยยย นังพราว! แกนี่มันรู้อะไรไม่ได้จริง ๆ ขายฉันหมด คืองี้ไม่ได้ทิ้ง แต่มันติดพันไง”

“อย่าเพิ่งเล่า! ไปบอกมันหมดก็ไม่เซอร์ไพรส์! ให้ไปเจอเองจะได้รู้ว่าเป็นไง เอามาดิ! ไอ้มินชน ๆ ๆ”

มินตรามองเพื่อนทั้งสามผลัดกันค่อนแคะแดกดันกันไปมาภาพตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกเหมือนช่วงเวลาดี ๆ ในอดีตได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง

สี่ปีที่เธอห่างหายจากความปั่นป่วนแสนอบอุ่นแบบนี้

ก็เพราะมีใครบางคนแทรกเข้ามาในชีวิต

เธอกับเพื่อนสนิทคุยกันเพียงแค่ข้อความและโทรศัพท์ เจอหน้ากันก็นานทีปีหน

ส่วนหนึ่งก็เพราะเพื่อนทั้งสามไม่มีใครถูกชะตากับอดีตคู่หมั้นของเธอเลยสักคน

ตั้งแต่มีเขา...ชีวิตของเธอก็เรียบเกินไปนอกจากทำงาน ก็แค่เป็นคู่หมั้นที่ดี ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีทริป ไม่มีคืนเมาแหลก

ชีวิตเหมือนถูกปิดล็อกอยู่กับความรู้สึกทุ่มเทที่เธอเรียกมันว่าความรัก

แต่ตอนนี้...เธอก็กลับมายืนอยู่ตรงนี้ระหว่างคนที่รักเธอจริง ๆ แล้ว มินตราสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ แล้วอมยิ้มมุมปาก

ปฏิญาณกับตัวเองไว้ทันทีว่า…เธอจะตั้งใจหาผัวใหม่ให้ดีกว่าไอ้เฮงซวยณัฐชัยให้ได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ สำรวจลูก NC

    ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ เคร่งเครียด

    ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 51 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด

    บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 49 วิธีการ  

    บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 48 คนนอก  

    บทที่ 48 คนนอกคนนอก? และคนนอกอย่างนนทภพก็หยัดกายลุกขึ้นเนื่องจากไม่ชอบให้ใครมายืนค้ำศีรษะ เขาหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง นนทภพตาขุ่นมองผู้ชายที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมินตราด้วยการประคองให้เธอลุกขึ้นและใช้ท่อนแขนสวมกอดเอวบางให้มายืนเคียงข้างกันเพิ่งรู้ว่าแอรอนพูดไทยได้ชัดมาก และคงไม่ใช่แค

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 46 กลับมา...

    บทที่ 46 กลับมา...โรงงาน CHI RA PHA BRAND ที่ฮ่องกงเปิดขึ้นหลังจากที่มินตราย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกงกับว่าที่สามีได้หนึ่งปี ไม่นานนักนนทภพก็ได้รับการ์ดเชิญงานแต่งงานของมินตรากับแอรอนเธอส่งการ์ดเชิญมาให้เขาจริงตามที่มินตราเคยบอกไว้ คอนเซปต์ของเธอยังคงเดิมชัดเจนใครทำให้เธอเจ็บ…เธอก็จะทำให้เจ็บยิ่งกว่าผ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 42 นิภาลัย  

    บทที่ 42 นิภาลัยปัญหาในครอบครัวนิภาลัยเริ่มต้นมาจากครอบครัวของสามีไม่ได้ชอบเธอ มันจึงเกิดการระหองระแหงของตัวสามีและเธอมาเรื่อย ๆคนที่เกิดในตระกูลที่ต่างกัน การใช้ชีวิตก็ต่างกัน ไม่ว่าอะไรเขาก็เชื่อแม่ทั้งหมด ไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไรสำหรับสามีนิภาลัยเขาค่อนข้างจะแคร์ครอบครัวมาก เธอแทบจะเป็นอันดั

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 40 พ่อของลูก?

    บทที่ 40 พ่อของลูก?“เป็นอะไรไอ้นนท์หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ได้กูรำคาญ”ตั้งแต่ลงเครื่องมาถึงกรุงเทพฯ นนทภพก็ดูลุกลี้ลุกลนจนผู้ร่วมทางอย่างธรรมจำต้องเอ่ยถามด้วยความรู้สึกเวียนหัวนนทภพวุ่นวายจนดูเหมือนจะมากกว่าลูกแฝดวัยสองขวบของธรรมและศรุตาด้วยซ้ำ“นั่นสิคะ ตั้งแต่ลงเครื่องมาก็หมุนไม่หยุด เอาธรรศมานี่ไห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status