Share

บทที่ 4 คนแรกที่จีบ

last update Tanggal publikasi: 2025-12-03 22:04:05

บทที่ 4 คนแรกที่จีบ

 

“คุณไม่ต้องมาอวดเบ่ง... คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไง?”

มินตราตวัดสายตาไม่พอใจมองไปที่นนทภพ แต่เขาแค่ยิ้มกว้าง ก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนไม่รับรู้เลยว่าเธอกำลังโกรธเขามากแค่ไหน

มินตราเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้เธอผิดที่ใช้อารมณ์แบบไม่สนใจอะไรเลย

แต่ตอนนั้นมันเลือดขึ้นหน้า และนิสัยแพ้ไม่เป็นมันทำงานเต็มที่ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปมินตราก็ยังเลือกทำเหมือนเดิม ฉีกหน้าพวกคนศีลธรรมต่ำสองคนนั้น!

“ก็บอกตัวเลขมาสิฉันจะรับผิดชอบ ส่วนคอนเน็กชันถ้าให้พูดกันตามจริง เรื่องของฉันมันไม่ใช่เรื่องของคุณ” 

มินตรากำลังจะบอกว่าต่อให้เธอทำอย่างนั้นที่โชว์รูมนนทภพ คนที่ดูไม่ดีก็คือตัวเธอเองและมันไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยด้วยซ้ำ

“มินก็คิดง่ายเกินไป…” เขายังพูดไม่ทันจบแต่เธอก็หันมากระแทกเสียงใส่

“เราไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมแบบที่คุณจะมาเรียกชื่อเล่นฉันแบบนี้ได้นะ” นนทภพยักไหล่ไม่แยแสแถมยังเสิร์ฟไวน์แดงในขวดของเขาลงแก้วเปล่าของเธอ

“ผมไม่ได้เป็นคนสนิทกับใครง่ายนะ และมินลองคิดดูดี ๆ ว่ามีผมเป็นพันธมิตรมีอะไรให้ต้องเสียหาย” แน่นอนว่าการรู้จักนนทภพคงไม่มีอะไรให้ต้องเสียหายหรอก 

เพราะเขาทั้งหล่อ รวย หน้าที่การงานก็ดี ชาติตระกูลไม่ต้องพูดถึง การได้เป็นคนรู้จักของเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว 

แต่สำหรับมินตรามันติดอยู่อย่างเดียว…ชื่อเสียงในเรื่องผู้หญิงของเขามันโคตรจะต่ำเตี่ยเรี่ยดินมาก 

มินตราจะไม่เป็นของเล่นของใคร! และผู้ชายที่เธอจะไม่เข้าใกล้เลยก็คือผู้ชายแบบนนทภพ!

“การที่คุณมาหว่านล้อมให้ฉันเป็นพันธมิตรกับคุณ เพราะการคบฉันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย…ไม่ใช่เหรอ?”

นนทภพหัวเราะออกมาพร้อมกับยืดกายเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม

“ชอบจริง ๆ คนรู้ทัน…” นนทภพบอกด้วยน้ำเสียงเริงร่า ใบหน้าของเขายังคงยิ้มไม่หุบ

“แค่คุณอ้าปาก…ฉันก็เห็นลิ้นไก่คุณแล้ว” สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความอวดดี 

มุมปากหยักยกขึ้นก่อนจะยื่นแก้วในมือตัวเองมาข้าง ๆ แก้วของเธอ

“แค่มินพูดออกมา ผมก็รู้เหมือนกันว่ามินคิดอะไร…”

ถ้าเธอเป็นคนถือดี นนทภพก็คงไม่ต่างกัน 

“คุณไม่รู้หรอกว่าฉันคิดอะไร…” ปากอวบอิ่มของเธอแสยะยิ้ม และสุดท้ายมินตราก็ยกแก้วไวน์ในมือตัวเองขึ้นดื่ม แต่ไม่ยอมยื่นแก้วตัวเองไปชนกับแก้วที่ยื่นมา

“ก็ลองฟังดูก่อนไหมล่ะ…” เขาพูดแล้วอมยิ้มทั้งยังจิบเครื่องดื่มในแก้วตัวเอง

มินตราไม่ตอบแต่จ้องตาเขา ก่อนที่เธอจะละสายตากลับมาที่แก้วไวน์ตัวเอง 

“อยากฟังไหมครับคนสวย” เสียงหัวเราะของเขากระแทกเข้ามากลางอกของเธอ 

“อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะคุณนนท์ สรุปตัวเลขมาเลยดีกว่าว่าคุณจะเอายังไงกันแน่ มาอ้อร้อใส่กันแบบนี้มันเสียเวลาทั้งคุณและฉัน!” ความเกรี้ยวกราดผุดขึ้นมาบนใบหน้าเนียน

“เอะอะคุณก็จะเอาแต่ยอดเงินมาคุยกัน ถามจริง ๆ ว่ามินไม่มีความจริงใจมากกว่านี้ให้ผมแล้วเหรอ? ผมขายของไม่ใช่บาทสองบาทนะครับ แต่กลับปล่อยให้มีบ้านใหญ่บ้านเล็กมาตีกัน คุณคิดว่าความน่าเชื่อถือของผมมันยังเหลืออยู่จริง ๆ เหรอ ได้เงินคุณมาแล้วใครจะมองผมดี?”

เขาพูดจบก็เอียงศีรษะมองเธอและระบายยิ้มเล็กน้อย 

“คุณอย่าใช้คำว่าบ้านใหญ่บ้านเล็กเพราะฉันยังไม่แต่งงาน!” เธอกัดฟันบอกเขา 

ตลอดเวลาที่สนทนากันมินตรายอมรับว่ามันมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง นนทภพนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างท่อนขายาวของเขายืดยาวมาถึงเก้าอี้ของเธอ 

“ผมก็ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้คบใคร โสดสนิท” เธอเม้มปากแน่นเหนื่อยจะพูดกับเขาแล้ว

มินตรามองท่อนขาที่มาเสียดสีเบียดชนกับขาเรียวของเธอ หญิงสาวขยับเท้าออกห่าง แต่เขาก็ขยับเข้ามาใกล้อย่างไม่ยอมแพ้

“คุณจะโสดหรือไม่โสดก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน” ดวงตาเฉยเมยของเธอทำให้นนทภพรู้สึกสนอกสนใจมากกว่าเดิม

นนทภพยกแขนขึ้นก่อนจะยื่นไปข้างหน้าและจับพนักเก้าอี้ของมินตรา ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม กลิ่นกายหอมสะอาดกรุ่นฟุ้งไปหมดแค่เพียงเขาขยับตัว

“สิ่งที่ผมเสียไปต่อให้มินเอาเงินมากองก็ทดแทนกันไม่ได้หรอก แต่ถ้ามินอยากรับผิดชอบจริง ๆ เราก็มาทำความรู้จักกันดีกว่า” 

“มันเกี่ยวอะไรกัน” 

“แล้วมินกลัวอะไร คุณตั้งแง่กับผมตั้งแต่แรกเลยนะ”

นนทภพถามเธอ เขายกมือขึ้นเท้าคางและมองหน้าเธอ

“ฉันไม่ได้กลัวคุณค่ะคุณนนทภพ แต่ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้แบบคุณ…พูดตรง ๆ แค่คุยยังไม่อยากจะคุย”

“อ๋อ…ผมรู้ครับว่ามินชอบผู้ชายเซื่อง ๆ ซึม ๆ คนที่จะอยู่ในโอวาทของคุณ คนที่คะขาจ๊ะจ๋าแสดงออกนอบน้อมภายนอกสุภาพอ่อนโยน แต่ลับหลังของคุณ…”

นนทภพพูดทิ้งไว้แค่นั้นและฉีกยิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นพบเจอกับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยโทสะที่เต็มแน่น 

เขากำลังแดกดันเธอ!

“คนที่คุณคลุกคลีรู้จักกันมานานหลายปี คุณยังไม่รู้เลยว่าสันดานของคนคนนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนยังไง แต่คุณกล้าที่จะตัดสินผมไปแล้วทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันมากมายเลย พูดคุยกันยังไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ…แบบนี้ผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ” 

ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนคนที่รู้สึกน้อยใจแล้วจริง ๆ มินตรามองตาเขากลับไป 

ลึก ๆ เธอกำลังรู้สึกโกรธ แต่มันก็ไม่ได้โกรธมากมายที่โดนเขาพูดแทงใจดำ

“แล้วคุณมีดีแค่ไหนที่จะไม่ให้ฉันตัดสินจากสิ่งที่รู้มาล่ะ”

ปากอวบอิ่มบิดยิ้ม นนทภพเลิกคิ้วขึ้นและหัวเราะ 

“ไม่ว่าคุณจะรู้อะไรมาจากคนอื่น มันก็เทียบไม่ได้หรอกกับสิ่งที่คุณจะสัมผัสจากผมด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะได้ยินอะไรมานะ ผมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยมั่นใจได้เลย” เธอกัดปากกำก้านแก้วไวน์แน่น

ทุกคำพูดทุกประโยคนนทภพตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าวันนั้นเขาได้ยินที่เธอพูดกับณัฐชัยอดีตคู่หมั้นทั้งหมดทุกคำ!

“คุณกำลังจีบฉัน...แบบไหนกันแน่!” เธอหมุนเก้าอี้หันมาหาเขา ต่อให้ท่อนขาของเราเสียดสีจนถึงขั้นจะซ้อนกันแล้ว

มินตราก็ไม่ได้สนใจช่องว่างระหว่างชายหญิงอีก

“จีบก็คือจีบ มันต้องมีแบบไหน ผมเป็นคนตรง เป็นคนแบบเดียวกับคุณ...คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจีบนะมิน”

นนทภพเม้มปากอมยิ้ม ดวงตาของเขาพร่างพราวจนเธอแสบตาไปหมด!

“ฉันต้องดีใจไหม ต้องดีใจขนาดไหน!” เธอแสยะยิ้มร้ายใส่กันก่อนจะวางแก้วไวน์ในมือไว้ข้างแก้วของเขา

“มินไม่ต้องดีใจหรอก แต่ถ้ามินโอเค...ผมจะดีใจมาก”

นนทภพเทรินไวน์แดงขวดของเขาให้กับเธอ 

“คุณจะดีใจได้นานแค่ไหน…ฉันก็ไม่สนใจหรอก”

การที่มินตราไม่สนใจนั่นเท่ากับว่าเธอสนใจในสิ่งที่เขาพูดแล้วหรือเปล่า

“ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะใจดีนานแค่ไหนก็อยู่ที่ว่ามินดีกับผมแค่ไหน แค่อนุญาตให้จีบจะติดไม่ติดก็ไม่ว่ากัน ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้ชวนตี” 

เรามองตากันและมินตราก็ยอมที่จะยกแก้วในมือตัวเองชนกับแก้วในมือของนนทภพ...แบบนี้นั่นเท่ากับว่าเธอตกลงแล้วหรือเปล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ สำรวจลูก NC

    ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ เคร่งเครียด

    ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 51 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด

    บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 49 วิธีการ  

    บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 3 คนที่ช่วย OR คนที่แฉ (เจอหน้า)

    บทที่ 3 คนที่ช่วย OR คนที่แฉ (เจอหน้า)หลังจากยลดาปลีกตัวไปแล้วมินตราก็วางขวดไวน์ในมือลงเพราะมีแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงเบอร์กันดีจากซอมเมอลิเยร์มาเสิร์ฟเพื่อเรียกความสนใจ“คุณมินลองดื่มดูครับผมแนะนำเป็นตัวนี้ แต่ถ้าคุณมินอยากเปิดขวดพวกนี้ต้องรอนายครับ เดี๋ยวคุยธุระเสร็จจะลงมา”มินตรายิ้มกดใบหน้าล

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

    บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…” เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 2 เจ้าของไวน์

    บทที่ 2 เจ้าของไวน์“NGO CLUB TWO ไนท์คลับเลาจน์สถานบันเทิงครบวงจรที่ติด 10 คลับที่ดีที่สุดในกรุงเทพที่จะพาคุณปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง…”มินตราเหลือบดวงตาภายใต้แว่นสีชามองไปยังกำแพงด้านข้างที่มีเสียงโฆษณาดังออกมาทั้งที่ไม่มีลำโพงปรากฏอยู่สักตัว นั่นหมายถึงการออกแบบที่ทันสมัยและที่นี่ตั้งแต่รถเลี้ยวเข้

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 1 Move

    บทที่ 1 Move“เป็นไงเงียบกริบแบบที่ไม่มีมูลหมามันก็ไม่กล้าขี้ สมกับที่มีเพื่อนทำงานสายข่าวบันเทิงไหมล่ะ?” “จะไปค่อนแคะอะไรมันนักหนา หรือจะให้มันเป็นขี้ปากชาวบ้านจนแทรกหน้าลงดินดี?”“พูดไรก็สงสารเพื่อนหน่อย คนเพิ่งจะโดนคู่หมั้นนอกใจนะ…”“ถ้าจะมาดูว่าฉันตายหรือยัง คำตอบคือยัง! รู้แล้วก็กลับบ้านไป!”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status