Masukบทที่ 4 คนแรกที่จีบ
“คุณไม่ต้องมาอวดเบ่ง... คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไง?”
มินตราตวัดสายตาไม่พอใจมองไปที่นนทภพ แต่เขาแค่ยิ้มกว้าง ก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนไม่รับรู้เลยว่าเธอกำลังโกรธเขามากแค่ไหน
มินตราเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้เธอผิดที่ใช้อารมณ์แบบไม่สนใจอะไรเลย
แต่ตอนนั้นมันเลือดขึ้นหน้า และนิสัยแพ้ไม่เป็นมันทำงานเต็มที่ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปมินตราก็ยังเลือกทำเหมือนเดิม ฉีกหน้าพวกคนศีลธรรมต่ำสองคนนั้น!
“ก็บอกตัวเลขมาสิฉันจะรับผิดชอบ ส่วนคอนเน็กชันถ้าให้พูดกันตามจริง เรื่องของฉันมันไม่ใช่เรื่องของคุณ”
มินตรากำลังจะบอกว่าต่อให้เธอทำอย่างนั้นที่โชว์รูมนนทภพ คนที่ดูไม่ดีก็คือตัวเธอเองและมันไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยด้วยซ้ำ
“มินก็คิดง่ายเกินไป…” เขายังพูดไม่ทันจบแต่เธอก็หันมากระแทกเสียงใส่
“เราไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมแบบที่คุณจะมาเรียกชื่อเล่นฉันแบบนี้ได้นะ” นนทภพยักไหล่ไม่แยแสแถมยังเสิร์ฟไวน์แดงในขวดของเขาลงแก้วเปล่าของเธอ
“ผมไม่ได้เป็นคนสนิทกับใครง่ายนะ และมินลองคิดดูดี ๆ ว่ามีผมเป็นพันธมิตรมีอะไรให้ต้องเสียหาย” แน่นอนว่าการรู้จักนนทภพคงไม่มีอะไรให้ต้องเสียหายหรอก
เพราะเขาทั้งหล่อ รวย หน้าที่การงานก็ดี ชาติตระกูลไม่ต้องพูดถึง การได้เป็นคนรู้จักของเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่สำหรับมินตรามันติดอยู่อย่างเดียว…ชื่อเสียงในเรื่องผู้หญิงของเขามันโคตรจะต่ำเตี่ยเรี่ยดินมาก
มินตราจะไม่เป็นของเล่นของใคร! และผู้ชายที่เธอจะไม่เข้าใกล้เลยก็คือผู้ชายแบบนนทภพ!
“การที่คุณมาหว่านล้อมให้ฉันเป็นพันธมิตรกับคุณ เพราะการคบฉันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย…ไม่ใช่เหรอ?”
นนทภพหัวเราะออกมาพร้อมกับยืดกายเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม
“ชอบจริง ๆ คนรู้ทัน…” นนทภพบอกด้วยน้ำเสียงเริงร่า ใบหน้าของเขายังคงยิ้มไม่หุบ
“แค่คุณอ้าปาก…ฉันก็เห็นลิ้นไก่คุณแล้ว” สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความอวดดี
มุมปากหยักยกขึ้นก่อนจะยื่นแก้วในมือตัวเองมาข้าง ๆ แก้วของเธอ
“แค่มินพูดออกมา ผมก็รู้เหมือนกันว่ามินคิดอะไร…”
ถ้าเธอเป็นคนถือดี นนทภพก็คงไม่ต่างกัน
“คุณไม่รู้หรอกว่าฉันคิดอะไร…” ปากอวบอิ่มของเธอแสยะยิ้ม และสุดท้ายมินตราก็ยกแก้วไวน์ในมือตัวเองขึ้นดื่ม แต่ไม่ยอมยื่นแก้วตัวเองไปชนกับแก้วที่ยื่นมา
“ก็ลองฟังดูก่อนไหมล่ะ…” เขาพูดแล้วอมยิ้มทั้งยังจิบเครื่องดื่มในแก้วตัวเอง
มินตราไม่ตอบแต่จ้องตาเขา ก่อนที่เธอจะละสายตากลับมาที่แก้วไวน์ตัวเอง
“อยากฟังไหมครับคนสวย” เสียงหัวเราะของเขากระแทกเข้ามากลางอกของเธอ
“อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะคุณนนท์ สรุปตัวเลขมาเลยดีกว่าว่าคุณจะเอายังไงกันแน่ มาอ้อร้อใส่กันแบบนี้มันเสียเวลาทั้งคุณและฉัน!” ความเกรี้ยวกราดผุดขึ้นมาบนใบหน้าเนียน
“เอะอะคุณก็จะเอาแต่ยอดเงินมาคุยกัน ถามจริง ๆ ว่ามินไม่มีความจริงใจมากกว่านี้ให้ผมแล้วเหรอ? ผมขายของไม่ใช่บาทสองบาทนะครับ แต่กลับปล่อยให้มีบ้านใหญ่บ้านเล็กมาตีกัน คุณคิดว่าความน่าเชื่อถือของผมมันยังเหลืออยู่จริง ๆ เหรอ ได้เงินคุณมาแล้วใครจะมองผมดี?”
เขาพูดจบก็เอียงศีรษะมองเธอและระบายยิ้มเล็กน้อย
“คุณอย่าใช้คำว่าบ้านใหญ่บ้านเล็กเพราะฉันยังไม่แต่งงาน!” เธอกัดฟันบอกเขา
ตลอดเวลาที่สนทนากันมินตรายอมรับว่ามันมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง นนทภพนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างท่อนขายาวของเขายืดยาวมาถึงเก้าอี้ของเธอ
“ผมก็ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้คบใคร โสดสนิท” เธอเม้มปากแน่นเหนื่อยจะพูดกับเขาแล้ว
มินตรามองท่อนขาที่มาเสียดสีเบียดชนกับขาเรียวของเธอ หญิงสาวขยับเท้าออกห่าง แต่เขาก็ขยับเข้ามาใกล้อย่างไม่ยอมแพ้
“คุณจะโสดหรือไม่โสดก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน” ดวงตาเฉยเมยของเธอทำให้นนทภพรู้สึกสนอกสนใจมากกว่าเดิม
นนทภพยกแขนขึ้นก่อนจะยื่นไปข้างหน้าและจับพนักเก้าอี้ของมินตรา ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม กลิ่นกายหอมสะอาดกรุ่นฟุ้งไปหมดแค่เพียงเขาขยับตัว
“สิ่งที่ผมเสียไปต่อให้มินเอาเงินมากองก็ทดแทนกันไม่ได้หรอก แต่ถ้ามินอยากรับผิดชอบจริง ๆ เราก็มาทำความรู้จักกันดีกว่า”
“มันเกี่ยวอะไรกัน”
“แล้วมินกลัวอะไร คุณตั้งแง่กับผมตั้งแต่แรกเลยนะ”
นนทภพถามเธอ เขายกมือขึ้นเท้าคางและมองหน้าเธอ
“ฉันไม่ได้กลัวคุณค่ะคุณนนทภพ แต่ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้แบบคุณ…พูดตรง ๆ แค่คุยยังไม่อยากจะคุย”
“อ๋อ…ผมรู้ครับว่ามินชอบผู้ชายเซื่อง ๆ ซึม ๆ คนที่จะอยู่ในโอวาทของคุณ คนที่คะขาจ๊ะจ๋าแสดงออกนอบน้อมภายนอกสุภาพอ่อนโยน แต่ลับหลังของคุณ…”
นนทภพพูดทิ้งไว้แค่นั้นและฉีกยิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นพบเจอกับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยโทสะที่เต็มแน่น
เขากำลังแดกดันเธอ!
“คนที่คุณคลุกคลีรู้จักกันมานานหลายปี คุณยังไม่รู้เลยว่าสันดานของคนคนนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนยังไง แต่คุณกล้าที่จะตัดสินผมไปแล้วทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันมากมายเลย พูดคุยกันยังไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ…แบบนี้ผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ”
ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนคนที่รู้สึกน้อยใจแล้วจริง ๆ มินตรามองตาเขากลับไป
ลึก ๆ เธอกำลังรู้สึกโกรธ แต่มันก็ไม่ได้โกรธมากมายที่โดนเขาพูดแทงใจดำ
“แล้วคุณมีดีแค่ไหนที่จะไม่ให้ฉันตัดสินจากสิ่งที่รู้มาล่ะ”
ปากอวบอิ่มบิดยิ้ม นนทภพเลิกคิ้วขึ้นและหัวเราะ
“ไม่ว่าคุณจะรู้อะไรมาจากคนอื่น มันก็เทียบไม่ได้หรอกกับสิ่งที่คุณจะสัมผัสจากผมด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะได้ยินอะไรมานะ ผมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยมั่นใจได้เลย” เธอกัดปากกำก้านแก้วไวน์แน่น
ทุกคำพูดทุกประโยคนนทภพตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าวันนั้นเขาได้ยินที่เธอพูดกับณัฐชัยอดีตคู่หมั้นทั้งหมดทุกคำ!
“คุณกำลังจีบฉัน...แบบไหนกันแน่!” เธอหมุนเก้าอี้หันมาหาเขา ต่อให้ท่อนขาของเราเสียดสีจนถึงขั้นจะซ้อนกันแล้ว
มินตราก็ไม่ได้สนใจช่องว่างระหว่างชายหญิงอีก
“จีบก็คือจีบ มันต้องมีแบบไหน ผมเป็นคนตรง เป็นคนแบบเดียวกับคุณ...คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจีบนะมิน”
นนทภพเม้มปากอมยิ้ม ดวงตาของเขาพร่างพราวจนเธอแสบตาไปหมด!
“ฉันต้องดีใจไหม ต้องดีใจขนาดไหน!” เธอแสยะยิ้มร้ายใส่กันก่อนจะวางแก้วไวน์ในมือไว้ข้างแก้วของเขา
“มินไม่ต้องดีใจหรอก แต่ถ้ามินโอเค...ผมจะดีใจมาก”
นนทภพเทรินไวน์แดงขวดของเขาให้กับเธอ
“คุณจะดีใจได้นานแค่ไหน…ฉันก็ไม่สนใจหรอก”
การที่มินตราไม่สนใจนั่นเท่ากับว่าเธอสนใจในสิ่งที่เขาพูดแล้วหรือเปล่า
“ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะใจดีนานแค่ไหนก็อยู่ที่ว่ามินดีกับผมแค่ไหน แค่อนุญาตให้จีบจะติดไม่ติดก็ไม่ว่ากัน ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้ชวนตี”
เรามองตากันและมินตราก็ยอมที่จะยกแก้วในมือตัวเองชนกับแก้วในมือของนนทภพ...แบบนี้นั่นเท่ากับว่าเธอตกลงแล้วหรือเปล่า
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 3 คนที่ช่วย OR คนที่แฉ (เจอหน้า)หลังจากยลดาปลีกตัวไปแล้วมินตราก็วางขวดไวน์ในมือลงเพราะมีแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงเบอร์กันดีจากซอมเมอลิเยร์มาเสิร์ฟเพื่อเรียกความสนใจ“คุณมินลองดื่มดูครับผมแนะนำเป็นตัวนี้ แต่ถ้าคุณมินอยากเปิดขวดพวกนี้ต้องรอนายครับ เดี๋ยวคุยธุระเสร็จจะลงมา”มินตรายิ้มกดใบหน้าล
บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…” เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที
บทที่ 2 เจ้าของไวน์“NGO CLUB TWO ไนท์คลับเลาจน์สถานบันเทิงครบวงจรที่ติด 10 คลับที่ดีที่สุดในกรุงเทพที่จะพาคุณปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง…”มินตราเหลือบดวงตาภายใต้แว่นสีชามองไปยังกำแพงด้านข้างที่มีเสียงโฆษณาดังออกมาทั้งที่ไม่มีลำโพงปรากฏอยู่สักตัว นั่นหมายถึงการออกแบบที่ทันสมัยและที่นี่ตั้งแต่รถเลี้ยวเข้
บทที่ 1 Move“เป็นไงเงียบกริบแบบที่ไม่มีมูลหมามันก็ไม่กล้าขี้ สมกับที่มีเพื่อนทำงานสายข่าวบันเทิงไหมล่ะ?” “จะไปค่อนแคะอะไรมันนักหนา หรือจะให้มันเป็นขี้ปากชาวบ้านจนแทรกหน้าลงดินดี?”“พูดไรก็สงสารเพื่อนหน่อย คนเพิ่งจะโดนคู่หมั้นนอกใจนะ…”“ถ้าจะมาดูว่าฉันตายหรือยัง คำตอบคือยัง! รู้แล้วก็กลับบ้านไป!”







