Mag-log inบทที่ 2 เจ้าของไวน์
“NGO CLUB TWO ไนท์คลับเลาจน์สถานบันเทิงครบวงจรที่ติด 10 คลับที่ดีที่สุดในกรุงเทพที่จะพาคุณปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง…”
มินตราเหลือบดวงตาภายใต้แว่นสีชามองไปยังกำแพงด้านข้างที่มีเสียงโฆษณาดังออกมาทั้งที่ไม่มีลำโพงปรากฏอยู่สักตัว
นั่นหมายถึงการออกแบบที่ทันสมัยและที่นี่ตั้งแต่รถเลี้ยวเข้ามาในอาคารแห่งนี้ก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราและส่วนตัว ดูน่าค้นหาแบบมีมิติลี้ลับ
“เป็นไง ที่นี่โอเคอย่างที่ฉันบอกเลยไหม?”
เจ้าของเมมเบอร์หกหลักสวมกอดลำแขนเธอและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรื่นเริงเป็นพิเศษ
“ก็ดี…” มินตราตอบกลับเสียงเบาและเดินสาวเท้าบนรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วเปิดหน้าตามบริกรในชุดสูทสุดดูดีนั่นไป
“แค่ก็ดีเหรอ…วันนี้ที่นี่มีงาน เสียดายที่แกไม่แต่งตัว”
ยลดากระซิบกระซาบและชายตาแลมองไปตามทางเดินที่พวกเราสี่คนกำลังเดินเข้าไป
ความเป็นส่วนตัวที่นี่เรียกว่าชั้นนำ แต่เมื่อเข้าไปโซนด้านในแล้วนั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง
“แกจะว่าฉันไม่สวยเหรอ?” มินตราถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก เพราะตอนนี้ความสนใจของเธอกลับจดจ่ออยู่กับสถานที่แห่งนี้มากกว่า
ทางเดินที่พวกเขากำลังเดินผ่านดูเหมือนประตูสู่โลกใบใหม่ โลกที่เงียบสงัดจนแทบไม่ได้ยินเสียงเพลงจากภายใน
ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าข้างในคือคลับ อาจไม่มีใครเชื่อเลยว่าที่นี่จะเป็นสถานที่แบบนี้
“ใครมันจะไปกล้าว่าน้องมินคนสวยของแม่คะ คิดดูสิขนาดหนูใส่กางเกงยีนปอน ๆ กับเสื้อแขนกุดธรรมดา ผมก็มัดรวบสวมหมวกแก๊ปและใส่แว่นตาสีชาแบบนี้ มีตรงไหนบ้างไม่ดูดี แค่นี้ก็ดูสวยดูรวยมากละค่ะ”
“กางเกงปอน ๆ ของมันตัวละกี่หมื่นเหอะ” พิชานันท์เดินนำไปกับเนตรนภาแล้วก็ยังไม่วายจะหันมาแขวะเพื่อน
“มินแต่งตัวแบบไหนก็สวย แต่พราวว่ากางเกงตัวนี้มันเหมือนเปื้อนสนิม…”
เนตรนภาเป็นคนค่อนข้างเนี้ยบ เธอไม่ค่อยปลื้มอะไรที่มันเลอะเทอะจึงพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจแฟชั่นของเพื่อนสนิท
“โอ๊ย! นังพราว! ไอ้พีชตีปากมันสิ!” พิชานันท์ก็ยิ้มแทนที่จะทำอย่างที่ยลดาว่าเพราะตัวเธอเองก็คิดแบบนั้น
มินตราบอกจะมาหาผัวใหม่แต่ดูมันแต่งตัวเหมือนแค่หาที่กินเหล้ามากกว่า
มินตราหลุดหัวเราะก่อนจะกางแขนออกและเนตรนภาก็วิ่งมาโอบเอวเธอและกระแซะร่างสูงของยลดาให้หลุดออกจากวงโคจร
“คุณโยชิสวัสดีครับ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
เสียงทุ้มของใครสักคนดังขึ้นจากด้านหลัง ในขณะที่พวกเรากำลังลังเลว่าจะขึ้นไปดื่มสังสรรค์กันในห้อง VIP ที่จองไว้ หรือจะอยู่ด้านล่างเพื่อสนุกกันที่หน้าเวทีกันก่อน
“สวัสดีค่ะคุณอั๋น เราไม่เจอกันนานจริง ๆ ค่ะ”
ฝ่ามือขาวสะอาดยื่นออกมาตรงหน้ายลดา และเธอก็ไม่รอช้ารีบจับมือทักทายกลับอย่างเป็นมิตรเกินเบอร์ทันที
“ยินดีต้อนรับครับ คุณพราวฟ้า คุณพีช และคุณ…”
ผู้จัดการคลับเอ่ยทักทายผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนหันหลังอยู่หน้าบาร์ แต่เธอไม่ได้สนใจคำทักทายของเขา
เพราะสายตากำลังจับจ้องไปที่เครื่องดื่มที่ซอมเมอลิเยร์ประจำคลับกำลังแนะนำให้เธอ
“นั่งข้างล่างก่อนนะ พวกแกไปกันเลย ฉันขออยู่ตรงนี้ก่อนแป๊บ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นตัดบทเพื่อนที่ตั้งนานแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะนั่งดื่มกันที่ไหน
เธอจึงเลือกที่จะปล่อยให้เพื่อนสนิทไปสนุกกันก่อน
“งั้นนั่งข้างล่างก่อนดีกว่าค่ะ” ยลดาพูดพร้อมส่งสายตาแพรวพราวไปยังคุณอั๋น
“คุณอั๋นพอจะหาที่ส่วนตัว ๆ ให้โยหน่อยได้ไหมคะ? วันนี้มีงานคนก็เยอะเหลือเกิน”
เธอพูดไปพร้อมกับเก็บเส้นผมทัดใบหูอย่างเกรงใจแต่เรื่องจริงใครบ้างจะไม่รู้จักยลดาเพราะไม่ว่าจะทุกแพลตฟอร์มในสังคมออนไลน์และหน้าทีวี ยลดาคนนี้คือหนึ่งในผู้มีอิทธิพล
ผู้จัดการร้านเข้าใจทั้งภาษากายและความหมายในประโยคจึงยิ้มรับตอบกลับอย่างยินดี
“ได้ครับ เชิญทางนี้…”
ยลดายิ้มกว้างก่อนจะเบนหน้าไปหาเพื่อนสนิททั้งสองให้เดินตามผู้จัดการร้านไปก่อน ส่วนตัวเธอนั้นหมุนตัวกลับมาหาเพื่อนสนิท
“คุณอั๋นเขาเป็นผู้จัดการร้านที่นี่ เมื่อกี้แกเสียมารยาท…”
มินตรายิ้มเล็ก ๆ ส่งไปให้เพื่อนก่อนจะปรายสายตากลับมาบนเคาน์เตอร์บาร์ข้างหน้า
“เขาเป็นผัวแกเหรอ?”
“อีบ้าก็พูดไป!”
“สาบานให้ฟ้าผ่าตรงนี้ว่าแกไม่ได้อยากจะกินเขา”
ยลดาได้ยินก็จิ๊ปากอย่างนึกมันเขี้ยว จึงกระเถิบเข้าไปใกล้คนที่รู้ทันไปหมดทุกอย่าง
มินตราเอียงหน้าไปมองหน้าอกอวบอิ่มของเพื่อนที่เพิ่งจะอัปไซซ์มาใหม่ ก่อนที่เธอจะเอาศอกถูสัมผัสเบา ๆ
“ก็นิ่มดีนะ สมกับที่เจ็บตัว” ยลดาเริ่มหงุดหงิดแย่งขวดไวน์ในมือเพื่อนสนิทและเอาไปวางไม่ไกลนัก
“ไอ้อยากกินเขาฉันก็อยากกินเขา! แต่นี่! ฉันพาแกมาหาผู้ใหม่นะแกมาสนใจอะไรกับไอ้ไวน์พวกนี้เนี่ย ไปกับฉันตรงนู้นผู้ชายบานเลยไป!”
ยลดากัดฟันพูดกับมินตราจริงจังแบบสุด ๆ แต่มินตรากลับถอดแว่นสีชาวางไว้บนเคาน์เตอร์แทน
มินตราเป็นพวกหน้าบางและเธอในสภาพตอนนี้ก็ไม่พร้อมจะเจอใคร แต่ในเมื่อเพื่อนเลือกที่นี่เธอก็เชื่อใจเพื่อน
นั่นคือเธอก็ไว้ใจยลดาถึงขนาดถอดแว่นที่สวมใส่ออกเพราะต้องการเป็นตัวเอง
“แกรู้ไหมว่าไอ้ไวน์พวกนี้ที่แกบอก ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ที่นี่มีให้ฉันกิน…”
“แกกำลังจะบอกว่าไอ้ไวน์แดงพวกนี้น่าสนใจกว่าผู้ชายที่ฉันกำลังจะแนะนำให้แกรู้จักงั้นเหรอ?”
“นั่นเท่ากับแกดิวผู้ชายไว้ให้ฉันแล้วงั้นสิ?” ยลดาถอนหายใจคว่ำปาก เพราะเบื่อคนรู้ทัน!
“ก็ไม่ได้ดิวใครไว้ คือฉันก็ไม่ยุ่งอยู่แล้วเรื่องส่วนตัว แกจะเลือกจะคุยจะคบจะนงจะนาบอะไรกับใคร ฉันก็แค่ลงรูปใน Close Friend และบอกว่าอยู่ที่นี่”
“Close Friend ของแกก็คือ Public ทั้งประเทศแล้วไหม?”
มินตราหันไปคว้าขวดไวน์ใกล้มือตรงหน้าและเธอก็ดื่มด่ำกับมันอีกครั้ง
“สรุปว่าจะนั่งตรงนี้ก่อนใช่ไหม?” ยลดาเห็นดวงตาที่ยังคงบวมอยู่ของมินตราและก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้
ดวงตาของเพื่อนที่มันยังคงบวมอยู่เล็กน้อยจากการร้องไห้อย่างหนัก ยลดาจึงเลือกที่จะตามใจมินตรา
“งั้นแกก็อยู่ตรงนี้กับไอ้ไวน์แดงที่แกสนใจไป…”
“ฉันไม่ได้สนใจไวน์แดง”
“แล้วแกสนใจอะไร?”
“สนใจเจ้าของไวน์แดง”
“...???”
“คนแนะนำไวน์บอกว่าไวน์นี่เป็นของเจ้าของร้าน…เขาไม่ขายให้ใคร ถ้าเขาไม่ถูกใจ”
“ถามจริง?”
“ก็แค่คุย…เรื่องไวน์”
“แกรู้ไหมเจ้าของร้านเป็นใคร?”
“จะเป็นใครฉันก็ไม่ได้สนใจ...”
มินตราพูดจบก็ยิ้มให้เพื่อนสนิทและล้วงมือหยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมาทาปาก
ส่วนยลดาเห็นท่าทีของเพื่อนแล้วรู้สึกขนลุกแทน
“เขาเป็นเสือนะนังมินแกอย่าหาเรื่อง…”
“งั้นก็ดีเพราะฉันชอบเลี้ยงหมา”
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 48 คนนอกคนนอก? และคนนอกอย่างนนทภพก็หยัดกายลุกขึ้นเนื่องจากไม่ชอบให้ใครมายืนค้ำศีรษะ เขาหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง นนทภพตาขุ่นมองผู้ชายที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมินตราด้วยการประคองให้เธอลุกขึ้นและใช้ท่อนแขนสวมกอดเอวบางให้มายืนเคียงข้างกันเพิ่งรู้ว่าแอรอนพูดไทยได้ชัดมาก และคงไม่ใช่แค
บทที่ 46 กลับมา...โรงงาน CHI RA PHA BRAND ที่ฮ่องกงเปิดขึ้นหลังจากที่มินตราย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกงกับว่าที่สามีได้หนึ่งปี ไม่นานนักนนทภพก็ได้รับการ์ดเชิญงานแต่งงานของมินตรากับแอรอนเธอส่งการ์ดเชิญมาให้เขาจริงตามที่มินตราเคยบอกไว้ คอนเซปต์ของเธอยังคงเดิมชัดเจนใครทำให้เธอเจ็บ…เธอก็จะทำให้เจ็บยิ่งกว่าผ
บทที่ 42 นิภาลัยปัญหาในครอบครัวนิภาลัยเริ่มต้นมาจากครอบครัวของสามีไม่ได้ชอบเธอ มันจึงเกิดการระหองระแหงของตัวสามีและเธอมาเรื่อย ๆคนที่เกิดในตระกูลที่ต่างกัน การใช้ชีวิตก็ต่างกัน ไม่ว่าอะไรเขาก็เชื่อแม่ทั้งหมด ไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไรสำหรับสามีนิภาลัยเขาค่อนข้างจะแคร์ครอบครัวมาก เธอแทบจะเป็นอันดั
บทที่ 40 พ่อของลูก?“เป็นอะไรไอ้นนท์หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ได้กูรำคาญ”ตั้งแต่ลงเครื่องมาถึงกรุงเทพฯ นนทภพก็ดูลุกลี้ลุกลนจนผู้ร่วมทางอย่างธรรมจำต้องเอ่ยถามด้วยความรู้สึกเวียนหัวนนทภพวุ่นวายจนดูเหมือนจะมากกว่าลูกแฝดวัยสองขวบของธรรมและศรุตาด้วยซ้ำ“นั่นสิคะ ตั้งแต่ลงเครื่องมาก็หมุนไม่หยุด เอาธรรศมานี่ไห







