Masukบทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส
“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…”
เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!
มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที่เรากำลังนั่งกันอยู่นี่หรือไม่
เพราะไวน์หายากพวกนั้นเขาสามารถหยิบมาเปิดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครก่อน
นนทภพเปิดทิ้งเปิดขว้าง เพียงแค่เธอย่นจมูกหรือเม้มปากเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนขวดเพื่อเอาใจเธอทุกอย่าง
ดวงตากลมโตจดจ้องมองข้อแขนที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเลื่อมปักคริสตัล แบบที่บ่งบอกว่าคนใส่เป็นคนไฮแฟชั่นจ๋า และเธอก็หลุดยิ้มก่อนจะมองเสี้ยวหน้าหล่อคมคายของเขา
“คุณยิ้มอะไร…แอบตลกเสื้อผมเหรอ นี่เขาขายเฉพาะคนที่แบรนด์อยากขายให้นะ มีเงินก็ซื้อไม่ได้”
มินตราส่ายหน้าทันทีทันใด เพราะเธอไม่ได้ตลกกับการแต่งตัวของเขา...เธอไม่ได้คิดแบบนั้น
มินตราเป็นคนอัปเดตแฟชั่นอยู่ตลอด เธอจำได้ทันทีว่าเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวนี้เพิ่งวางขายไปไม่นาน แบรนด์นี้ก็ขายให้เธอเพราะเป็นลูกค้าประจำ
ตอนนั้นเธอก็คิดจะซื้อมาเหมือนกัน และจะซื้อให้ใครล่ะถ้าไม่ใช่คู่หมั้นเก่า แค่คิดภาพเขาใส่ก็ขำไม่ออก คงดูเหมือนคนตัดอ้อยหาปลาไม่มีผิด
ตรงกันข้ามกับคนตรงหน้า เพราะอะไร ๆ มันก็ลงตัวไปหมด เสื้อเชิ้ตตัวนี้ที่อยู่บนตัวของนนทภพกลับดูดีอย่างเหลือเชื่อ
ราวกับว่าเหมือนมันถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
มินตราเป็นคนแต่งตัวเก่ง เธอหลงใหลในความสวยงามและทันสมัย
และใช่...เธอยอมรับว่าการแต่งตัวของนนทภพโดนใจเธอไม่น้อย
แค่หนึ่งอย่างที่เข้ากันได้ บางที...การเริ่มจากคำว่าคนรู้จัก แล้วค่อยขยับไปเป็นเพื่อนก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก
“ผมอยากนั่งตรงนี้…กับมิน”
มินตราละสายตาจากนาฬิกาข้อมือราคาแพงของเขาและหันไปมองหน้าคนพูด เธอโคลงศีรษะยิ้มทั้งยังรับแก้วไวน์ที่นนทภพส่งมา ทั้งสายตาและอากัปกิริยาคล้ายจะเลื่อนลอยอยู่ในที
“คุณเป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน?” ปลายนิ้วมือของเธอขีดเขี่ยลงไปบนผิวของแก้วไวน์ทรงสูง
“ผมดีใจที่คุณถามนะ” เขาหันมายิ้มและเคาะปลายนิ้วลงบนท็อปหินอ่อนของเคาน์เตอร์บาร์
“ทำไมต้องดีใจ ฉันก็แค่ถาม…” มินตราไม่เข้าใจว่าแค่หนึ่งคำถามที่แสนจะธรรมดาของเธอจะทำให้ใครดีใจได้
“แค่คุณถามก็เท่ากับว่าคุณไม่ได้ตัดสินผมจากทุกอย่างที่เห็นและได้ยินมาไง” คำตอบของเขาแน่นอนว่าเหนือความคาดหมายเสมอ ๆ
“...”
“มินเริ่มแง้มประตูให้กันนิดหนึ่งแล้วใช่ไหม?”
ตอนแรกมินตรารู้สึกมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากมายก่อนหน้านี้ แต่พอได้ยินนนทภพพูดแบบนี้เธอก็ไม่อาจแน่ใจแล้วจริง ๆ ว่าเมาไวน์หรือเมาเขากันแน่
“ฉันไม่ได้แง้มประตู…”
“ถ้างั้น…แง้มหน้าต่างก็ยังดี”
พูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง มินตราจึงหันหน้าไปอีกทางและยกแก้วไวน์จรดเรียวปากขึ้นดื่ม เธอเอียงเก้าอี้ไปอีกด้านแน่นอนว่าต้องการหลบหน้าผู้คนที่เข้ามาทักทายนนทภพ
และด้านหน้าของเธอผนังส่วนหนึ่งของบาร์เครื่องดื่มเป็นกระจก ไม่ว่าเธอจะหันหน้าหรือไม่หันหน้า คนที่ตั้งใจมองก็ต้องเห็นหน้ากันอยู่แล้ว
สำหรับมินตราเธอมาที่นี่ด้วยฐานะลูกค้าไม่ได้มาในฐานะเด็กใคร จะให้เธอมาก้มหน้าก้มหน้าหลบสายตาผู้คนนั่นก็ไม่ใช่นิสัยส่วนตัวของเธอ
“ดื่มแล้วก็กลับโต๊ะเถอะ…”
นนทภพพูดกับคนที่เดินเข้ามาทักด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นไม่ได้แข็งกร้าว
แต่มันกลับนิ่ง...นิ่งจนคนฟังเหมือนโดนสั่งมากกว่าถูกขอ
ไม่มีคำพูดหยอกล้อ ไม่มีการยั่วเย้าแบบที่มินตราเคยเจอกับบรรดาเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักของอดีตคู่หมั้น
แค่คำพูดสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาเงียบลง มินตราเหลือบตามองชายหนุ่มข้างกายโดยไม่ตั้งใจ
คนพวกนั้น…แค่ชนแก้วกับนนทภพแล้วก็ปลีกตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ
มันมีบางอย่างในตัวเขาที่มินตราไม่เคยได้สัมผัสจากผู้ชายคนไหนมาก่อนนั่นคือ...อำนาจ
อำนาจที่ไม่ต้องใช้เสียงดังหรือท่าทีข่มขู่ เพียงแค่แววตาเฉียบคมตวัดมองก็ทำให้คนเหล่านั้นไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้ามองเธอด้วยซ้ำ
ไม่ใช่เพราะกลัวเธอ…แต่เพราะเกรงใจเขา
“อึดอัดหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามเธอหลังจากคนรู้จักคนที่หกที่เข้ามาทักทายเขาจากไปแล้ว
มินตรามองหน้าเขาเพราะเธอไม่รู้ว่าต้องตอบยังไง หากบอกว่าอึดอัดแล้วยังไงต่อ
เธอจึงดื่ม…ยกแก้วขึ้นดื่มทั้งที่ดวงตาของเธอก็ยังคงมองไปที่เขา
“ถ้าอึดอัด และมินอยากดื่มต่อ...ผมมีที่ดี ๆ สะอาด ปลอดภัย…”
มุมปากคนฟังยกขึ้น มินตราอมน้ำองุ่นรสขมเฝื่อนในปากอย่างตั้งใจ เธอยังไม่กลืนมันลงไปเพราะแค่อยากซึมซับรสชาตินั้นเอาไว้ให้นานที่สุด
ไวน์ที่ดื่มวันนี้...มีรสชาติที่ดีจนน่าแปลกใจ
“ไว้ใจได้…” นนทภพย้ำ น้ำเสียงและแววตาเจ้าเล่ห์นั่นไม่ได้ทำให้มินตรารู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่นิด
กลับกัน...มันเหมือนเชื้อเพลิงเล็ก ๆ ที่จุดไฟในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
มินตราวางแก้วในมือลง เปลี่ยนท่าทีมาเท้าคางแล้วจ้องหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมา
“คุณคิดว่าฉันเป็นเด็กอมมือหรือไง...ถึงไม่รู้ว่าผู้ชายที่เปิดบทสนทนาด้วยประโยคแบบนี้ต้องการอะไร?”
เสียงของเธอเบาแต่น้ำหนักคำหนักแน่นจนนนทภพมองเสี้ยวหน้านั้นด้วยความสนใจ
เขายิ้มอย่างคนที่รู้ว่าเจอของจริงเข้าให้แล้ว
“ก่อนหน้านี้มินบอกว่าแค่ผมอ้าปาก คุณก็เห็นลิ้นไก่ผมแล้ว ถ้าคิดแบบที่พูดก็คงไม่ใช่ ผมไม่ใช่พวกหลอกมอมไวน์ผู้หญิงและลากขึ้นห้อง ถ้าคุณไม่เล่นด้วย…ผมก็ไม่บังคับ”
นนทภพยืนยันคำพูดของเขาด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่เสียงหัวเราะหยอกเย้ากลับทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งร่าง
“คุณมั่นใจ?” ที่ถามเพราะมินตราเองต่างหากที่ไม่มั่นใจ
“ต้องถามคุณต่างหากว่ามั่นใจหรือเปล่า…ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก และไม่ใช่พวกกะโหลกกะลา ทั้งยังไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยแบบที่คุณเคยเจอ สเตตัสของเราได้แค่ไหนก็แค่นั้น...”
นททภพพูดจบก็ยิ้มและคว่ำปากทั้งยังละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ของมินตราที่ส่องแสงสว่างวาบขึ้นเพราะมีคนส่งข้อความเข้ามา
“ฉันแค่ดื่มไวน์กับคุณ ไม่ได้ตกลงทำสนธิสัญญาจะมีเซ็กซ์กับคุณ”
เธอเน้นย้ำคำพูดนี้แบบชัดถ้อยชัดคำราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจ
ในเมื่อเขาพูดตรงแล้วทำไมเธอต้องพูดอ้อมด้วย ผู้หญิงผู้ชายสิทธิเท่าเทียม มันไม่ใช่นนทภพคนเดียวที่จะพูดได้ อายุของมินตราก็ไม่ใช่น้อยแล้ว
แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไรต่อโทรศัพท์มือถือของมินตราที่สักครู่มีข้อความเด้งเข้าตอนนี้กลับสั่นครืดเพราะมีคนโทร. เข้ามา
“ไม่รับสายเหรอ?” นนทภพโน้มหน้าเข้ามาใกล้และกระซิบถามเธอเสียงยั่วเย้า
แม้จะเป็นเลขหมายที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่สำหรับเบอร์โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ของเธอน้อยคนนักที่จะรู้…และมินตราก็รู้ว่าใครเป็นคนโทร. เข้ามาในเวลาแบบนี้
“ถ้ามินไม่อยากรับ…ผมรับให้ได้นะ” นนทภพเสนอตัวด้วยแววตาวาววับราวกับกำลังเจอความสนุก
มินตราหันไปมองหน้าเขา และเพราะว่านนทภพเคลื่อนหน้าเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เธอมาก แค่เธอหันเพียงเล็กน้อยปลายจมูกโด่งเล็กก็แทบจะสัมผัสแก้มสาก
“ก็รับสิ…”
“แต่ต้องมีค่าจ้างนะไม่ได้ทำฟรี”
“เท่าไหร่?”
“หนึ่งคืน…”
ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ
ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร
บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ
บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้
บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม
บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง
บทที่ 19 ปลุก NCนนทภพไม่ได้รู้สึกสดชื่นแบบนี้มานานแล้ว แบบที่ลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อคืนก็ดื่มหนักแต่ไม่ได้รู้สึกแฮงก์แต่อย่างใดปกติเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่วันนี้กลับรู้สึกอยากนอนตื่นสายจึงโทร. ลางานกับเลขาหนึ่งวัน ให้เลขารับลูกค้าแทนไปก่อน“แม้แต่นอน...เสียงหายใจยังเงียบกริบ” เขานอนตะแคงมองคนที่
บทที่ 11 ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้อยากรับเพราะเสียงพึมพำที่ดังออกมาจากประตูห้องนอนทำให้คนที่แค่จะแวะมาดูว่าคนในห้องที่บอกว่าให้เขารอสักพักเพราะตนเองจะอาบน้ำ แต่ความจริงนี่มันเกือบจะหนึ่งชั่วโมงแล้วที่มินตราใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นนนทภพไม่เคยรอใครนานขนาดนี้...แม้กระทั่งแม่ของเขา“มินว่าจะเข้าไปค่ะ”“...
บทที่ 10 เหมือนยังว่า...“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบมและคงไม่ต้อง
บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้บนชั้นบนสุดของตึกมหานครภายในห้องนอนสไตล์โมเดิร์นลักเชอรีที่ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสีเดียวไม่มีสีอื่นใดแซม ไม่เว้นแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน พรมเช็ดเท้า หรือของใช้อื่น ๆ ทั้งห้องเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนสะอาดลอยกรุ่นไปหมด เครื่องฟอกอากาศที่มีตั้งอยู่สองตัวแ







