Beranda / มาเฟีย / เรื่องของเรา...จะเอายังไง / บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

Share

บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

last update Tanggal publikasi: 2026-04-24 23:09:17

บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

 

“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…” 

เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!

มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที่เรากำลังนั่งกันอยู่นี่หรือไม่

เพราะไวน์หายากพวกนั้นเขาสามารถหยิบมาเปิดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครก่อน

นนทภพเปิดทิ้งเปิดขว้าง เพียงแค่เธอย่นจมูกหรือเม้มปากเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนขวดเพื่อเอาใจเธอทุกอย่าง

ดวงตากลมโตจดจ้องมองข้อแขนที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเลื่อมปักคริสตัล แบบที่บ่งบอกว่าคนใส่เป็นคนไฮแฟชั่นจ๋า และเธอก็หลุดยิ้มก่อนจะมองเสี้ยวหน้าหล่อคมคายของเขา 

“คุณยิ้มอะไร…แอบตลกเสื้อผมเหรอ นี่เขาขายเฉพาะคนที่แบรนด์อยากขายให้นะ มีเงินก็ซื้อไม่ได้”

มินตราส่ายหน้าทันทีทันใด เพราะเธอไม่ได้ตลกกับการแต่งตัวของเขา...เธอไม่ได้คิดแบบนั้น

มินตราเป็นคนอัปเดตแฟชั่นอยู่ตลอด เธอจำได้ทันทีว่าเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวนี้เพิ่งวางขายไปไม่นาน แบรนด์นี้ก็ขายให้เธอเพราะเป็นลูกค้าประจำ

ตอนนั้นเธอก็คิดจะซื้อมาเหมือนกัน และจะซื้อให้ใครล่ะถ้าไม่ใช่คู่หมั้นเก่า แค่คิดภาพเขาใส่ก็ขำไม่ออก คงดูเหมือนคนตัดอ้อยหาปลาไม่มีผิด

ตรงกันข้ามกับคนตรงหน้า เพราะอะไร ๆ มันก็ลงตัวไปหมด เสื้อเชิ้ตตัวนี้ที่อยู่บนตัวของนนทภพกลับดูดีอย่างเหลือเชื่อ

ราวกับว่าเหมือนมันถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

มินตราเป็นคนแต่งตัวเก่ง เธอหลงใหลในความสวยงามและทันสมัย

และใช่...เธอยอมรับว่าการแต่งตัวของนนทภพโดนใจเธอไม่น้อย

แค่หนึ่งอย่างที่เข้ากันได้ บางที...การเริ่มจากคำว่าคนรู้จัก แล้วค่อยขยับไปเป็นเพื่อนก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

“ผมอยากนั่งตรงนี้…กับมิน”

มินตราละสายตาจากนาฬิกาข้อมือราคาแพงของเขาและหันไปมองหน้าคนพูด เธอโคลงศีรษะยิ้มทั้งยังรับแก้วไวน์ที่นนทภพส่งมา ทั้งสายตาและอากัปกิริยาคล้ายจะเลื่อนลอยอยู่ในที

“คุณเป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน?” ปลายนิ้วมือของเธอขีดเขี่ยลงไปบนผิวของแก้วไวน์ทรงสูง 

“ผมดีใจที่คุณถามนะ” เขาหันมายิ้มและเคาะปลายนิ้วลงบนท็อปหินอ่อนของเคาน์เตอร์บาร์

“ทำไมต้องดีใจ ฉันก็แค่ถาม…” มินตราไม่เข้าใจว่าแค่หนึ่งคำถามที่แสนจะธรรมดาของเธอจะทำให้ใครดีใจได้

“แค่คุณถามก็เท่ากับว่าคุณไม่ได้ตัดสินผมจากทุกอย่างที่เห็นและได้ยินมาไง” คำตอบของเขาแน่นอนว่าเหนือความคาดหมายเสมอ ๆ 

“...”

“มินเริ่มแง้มประตูให้กันนิดหนึ่งแล้วใช่ไหม?”

ตอนแรกมินตรารู้สึกมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากมายก่อนหน้านี้ แต่พอได้ยินนนทภพพูดแบบนี้เธอก็ไม่อาจแน่ใจแล้วจริง ๆ ว่าเมาไวน์หรือเมาเขากันแน่

“ฉันไม่ได้แง้มประตู…”

“ถ้างั้น…แง้มหน้าต่างก็ยังดี”

พูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง มินตราจึงหันหน้าไปอีกทางและยกแก้วไวน์จรดเรียวปากขึ้นดื่ม เธอเอียงเก้าอี้ไปอีกด้านแน่นอนว่าต้องการหลบหน้าผู้คนที่เข้ามาทักทายนนทภพ 

และด้านหน้าของเธอผนังส่วนหนึ่งของบาร์เครื่องดื่มเป็นกระจก ไม่ว่าเธอจะหันหน้าหรือไม่หันหน้า คนที่ตั้งใจมองก็ต้องเห็นหน้ากันอยู่แล้ว

สำหรับมินตราเธอมาที่นี่ด้วยฐานะลูกค้าไม่ได้มาในฐานะเด็กใคร จะให้เธอมาก้มหน้าก้มหน้าหลบสายตาผู้คนนั่นก็ไม่ใช่นิสัยส่วนตัวของเธอ

“ดื่มแล้วก็กลับโต๊ะเถอะ…”

นนทภพพูดกับคนที่เดินเข้ามาทักด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นไม่ได้แข็งกร้าว

แต่มันกลับนิ่ง...นิ่งจนคนฟังเหมือนโดนสั่งมากกว่าถูกขอ

ไม่มีคำพูดหยอกล้อ ไม่มีการยั่วเย้าแบบที่มินตราเคยเจอกับบรรดาเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักของอดีตคู่หมั้น

แค่คำพูดสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาเงียบลง มินตราเหลือบตามองชายหนุ่มข้างกายโดยไม่ตั้งใจ

คนพวกนั้น…แค่ชนแก้วกับนนทภพแล้วก็ปลีกตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ

มันมีบางอย่างในตัวเขาที่มินตราไม่เคยได้สัมผัสจากผู้ชายคนไหนมาก่อนนั่นคือ...อำนาจ

อำนาจที่ไม่ต้องใช้เสียงดังหรือท่าทีข่มขู่ เพียงแค่แววตาเฉียบคมตวัดมองก็ทำให้คนเหล่านั้นไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้ามองเธอด้วยซ้ำ

ไม่ใช่เพราะกลัวเธอ…แต่เพราะเกรงใจเขา

“อึดอัดหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามเธอหลังจากคนรู้จักคนที่หกที่เข้ามาทักทายเขาจากไปแล้ว

มินตรามองหน้าเขาเพราะเธอไม่รู้ว่าต้องตอบยังไง หากบอกว่าอึดอัดแล้วยังไงต่อ

เธอจึงดื่ม…ยกแก้วขึ้นดื่มทั้งที่ดวงตาของเธอก็ยังคงมองไปที่เขา

“ถ้าอึดอัด และมินอยากดื่มต่อ...ผมมีที่ดี ๆ สะอาด ปลอดภัย…”

มุมปากคนฟังยกขึ้น มินตราอมน้ำองุ่นรสขมเฝื่อนในปากอย่างตั้งใจ เธอยังไม่กลืนมันลงไปเพราะแค่อยากซึมซับรสชาตินั้นเอาไว้ให้นานที่สุด

ไวน์ที่ดื่มวันนี้...มีรสชาติที่ดีจนน่าแปลกใจ

“ไว้ใจได้…” นนทภพย้ำ น้ำเสียงและแววตาเจ้าเล่ห์นั่นไม่ได้ทำให้มินตรารู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่นิด

กลับกัน...มันเหมือนเชื้อเพลิงเล็ก ๆ ที่จุดไฟในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

มินตราวางแก้วในมือลง เปลี่ยนท่าทีมาเท้าคางแล้วจ้องหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมา

“คุณคิดว่าฉันเป็นเด็กอมมือหรือไง...ถึงไม่รู้ว่าผู้ชายที่เปิดบทสนทนาด้วยประโยคแบบนี้ต้องการอะไร?”

เสียงของเธอเบาแต่น้ำหนักคำหนักแน่นจนนนทภพมองเสี้ยวหน้านั้นด้วยความสนใจ

เขายิ้มอย่างคนที่รู้ว่าเจอของจริงเข้าให้แล้ว

“ก่อนหน้านี้มินบอกว่าแค่ผมอ้าปาก คุณก็เห็นลิ้นไก่ผมแล้ว ถ้าคิดแบบที่พูดก็คงไม่ใช่ ผมไม่ใช่พวกหลอกมอมไวน์ผู้หญิงและลากขึ้นห้อง ถ้าคุณไม่เล่นด้วย…ผมก็ไม่บังคับ”

นนทภพยืนยันคำพูดของเขาด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่เสียงหัวเราะหยอกเย้ากลับทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งร่าง

“คุณมั่นใจ?” ที่ถามเพราะมินตราเองต่างหากที่ไม่มั่นใจ

“ต้องถามคุณต่างหากว่ามั่นใจหรือเปล่า…ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก และไม่ใช่พวกกะโหลกกะลา ทั้งยังไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยแบบที่คุณเคยเจอ สเตตัสของเราได้แค่ไหนก็แค่นั้น...”

นททภพพูดจบก็ยิ้มและคว่ำปากทั้งยังละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ของมินตราที่ส่องแสงสว่างวาบขึ้นเพราะมีคนส่งข้อความเข้ามา

“ฉันแค่ดื่มไวน์กับคุณ ไม่ได้ตกลงทำสนธิสัญญาจะมีเซ็กซ์กับคุณ” 

เธอเน้นย้ำคำพูดนี้แบบชัดถ้อยชัดคำราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจ

ในเมื่อเขาพูดตรงแล้วทำไมเธอต้องพูดอ้อมด้วย ผู้หญิงผู้ชายสิทธิเท่าเทียม มันไม่ใช่นนทภพคนเดียวที่จะพูดได้ อายุของมินตราก็ไม่ใช่น้อยแล้ว

แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไรต่อโทรศัพท์มือถือของมินตราที่สักครู่มีข้อความเด้งเข้าตอนนี้กลับสั่นครืดเพราะมีคนโทร. เข้ามา

“ไม่รับสายเหรอ?” นนทภพโน้มหน้าเข้ามาใกล้และกระซิบถามเธอเสียงยั่วเย้า

แม้จะเป็นเลขหมายที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่สำหรับเบอร์โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ของเธอน้อยคนนักที่จะรู้…และมินตราก็รู้ว่าใครเป็นคนโทร. เข้ามาในเวลาแบบนี้

“ถ้ามินไม่อยากรับ…ผมรับให้ได้นะ” นนทภพเสนอตัวด้วยแววตาวาววับราวกับกำลังเจอความสนุก

มินตราหันไปมองหน้าเขา และเพราะว่านนทภพเคลื่อนหน้าเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เธอมาก แค่เธอหันเพียงเล็กน้อยปลายจมูกโด่งเล็กก็แทบจะสัมผัสแก้มสาก

“ก็รับสิ…”

“แต่ต้องมีค่าจ้างนะไม่ได้ทำฟรี” 

“เท่าไหร่?”

“หนึ่งคืน…”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ สำรวจลูก NC

    ตอนพิเศษ สำรวจลูก NCผ้าห่มที่ค่อย ๆ ร่นออกจากร่างเปลือยเปล่าตามแรงดึงทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกตัวตื่น แต่เพราะว่านี่ยังคงเช้าเกินไปเกินกว่าที่เธอจะอยากลืมตาตื่น“อื้ออออ” แต่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่มากระทบโดนผิวกายกับมือหนาที่สอดเข้ามาบีบบั้นท้ายอวบอัดของเธอ ก่อนที่บางอย่างจะค่อย ๆ กดและสอดใส่เข้ามาในร่างเธอในที่สุด“อึกกก คะ คุณนนท์” ความใหญ่โตของคนเป็นสามีสอดเข้ามาในโพรงรักอ่อนนุ่มที่พร้อมสำหรับเขาเสมอ“มอร์นิงงับคุณเมียสุดสวย...” ปากหยักจูบลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่ามินตราฝังหน้าไปกับหมอนที่ใช้หนุน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่าออกมาเบา ๆ“ผมจะเบา ๆ ไม่โดนหัวลูกแน่นอนงับ”มินตราในอายุครรภ์หกเดือนเต็ม เธอนอนตะแคงข้างกอดหมอนที่เป็นของเขา นนทภพคุกเข่าคร่อมร่างกันไว้ และค่อย ๆ ขยับเอวสอบส่งใส่ความใหญ่ยาวเข้าไปอย่างไม่เต็มแรงนัก ด้วยกลัวว่าจะรบกวนคนท้องโต“อ๊ะ ๆ ๆ” ถึงแม้คนเป็นสามีจะสาดใส่ความใหญ่โตเข้ามาอย่างเนิบช้า แต่เขาก็เติมเต็มเธอได้เสมอ“มิน อืม...” มือหนาบีบหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก เขาก้มลงไปจูบหน้าท้องที่ยื่นนูนก่อนจะขยับเอวใส่เธอ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   ตอนพิเศษ เคร่งเครียด

    ตอนพิเศษ เคร่งเครียด การรอคอยลูกคนที่สองของบ้านพชรเมธากุลยังไม่เป็นผล แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าหกเดือน ที่นนทภพพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกให้กับครอบครัวเราอย่างสมบูรณ์ในทุกค่ำคืนแต่ความพยายามนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สัมฤทธิ์ผลเสียที! เดิมทีนนทภพก็ไม่ได้เร่งรีบหรือวิตกนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าความกังวลก็เริ่มก่อตัวจนสุดท้ายนนทภพก็เก็บความอายใส่กระเป๋าและแบกหน้าหล่อ ๆ เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเหล่าเพื่อนสนิทโดยเฉพาะธรรม ผู้มีลูกดกเสียจนดูเหมือนกำลังตั้งทีมฟุตบอล!“เดี๋ยวจะมาก็มาเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องเครียดไปหรอก”ธรรมพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองงานตรงหน้า ขณะที่นนทภพเพื่อนสนิทนั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะน่าหนักใจอะไรนัก ก็แค่ยังไม่ถึงจังหวะเวลาเท่านั้น ไม่ใช่ว่านนทภพจะมีปัญหาถึงขนาดจะมีลูกอีกแล้วไม่ได้ เพราะมันก็มีลูกสาวมาแล้วหนึ่งคน“จะไม่ให้กูเครียดได้ไง กูพยายามสุด ๆ แล้วนะ หรือว่าไข่กูจะมีปัญหาวะ?” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไอ้ที่บอกว่าพยายามสุด ๆ คือเขาพยายามทุกคืน ตอกเมียทุกคืนแล้วทำไมลูกยังไม่ติด!“ก็ไปหาหมอกันทั้งคู่แล้วไม่ใช่เหร

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“ครบหนึ่งเดือนแล้ว มินเป็นยังไงบ้าง…”คำถามของคนที่เธอรับนัดดื่มชาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยกัน ไม่ได้แปร่งหูอย่างที่เคยเป็นมา หญิงสาวยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบและรู้สึกว่าวันนี้ชาดีกว่าทุกครั้ง“ดีมากค่ะ”“พ่อรู้ว่ามันจะต้องดีมากแน่ ๆ มินดูมีความสุขมากเลยนะลูก”มินตราหันไปมองหน้าบิดา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสบตาท่าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าการมองกันในครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“คุณพ่อก็ดูมีความสุขนะคะ”“เพราะมินยอมมาดื่มชากับพ่อ…แล้วยังพานีร่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านเราอีกด้วย พ่อดีใจมาก…จริง ๆ”เจ้าสัวสารัชถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่เขาเฝ้ารอวันนี้มานาน...วันที่ลูกสาวจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมกับหลานที่เขาไม่เคยได้เห็นหน้า“คุณย่าเอง…ก็ดีใจมากเหมือนกัน” ดวงตาของชายชราสั่นระริก ขอบตาแดงจัด แม้จะพยายามสะกดกลั้นไว้เพียงแค่น้ำเสียงของลูก…แววตาที่เขาเคยมองหา และหลานสาวตัวน้อยทันทีที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนพัทธ์ เขาก็เฝ้ารอวันที่ได้มาพบกัน มันก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่รอคอยมายาวนานมนพัทธ์คือจุดศูนย์รวมหัวใจของคนในบ้าน เจ้าสัวสารัชถ์ไม่เคยถามให้ลูกสาวต้องเจ็บช้ำ

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 51 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 51 ปรับความเข้าใจหลังจากปรับความเข้าใจกันนนทภพก็ยอมไปหาหมอเพื่อทำแผลกับเธอที่โรงพยาบาล และก็มาปรับความเข้าใจกับแอรอนด้วย ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันแอรอนกับยลดาจึงขอตัวกลับกรุงเทพฯ เพราะอยากจะอยู่กันสองคนเนื่องจากอีกสองวันแอรอนก็มีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว คราวนี้วิลลาที่เช่าไว้ก็เหลือแค่มินตรา นีร่า ป้านี และพี่เลี้ยงลูกอีกสองคน ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มียลดากับแอรอนวิลลาหลังนี้ก็ดูใหญ่เกินไปจริง ๆ แต่ไม่ต้องเหงานานเพราะพิชานันท์และเนตรนภาตามมาสมทบพร้อมกับยศชัยที่อาสาไปรับสองสาวมาด้วย ตอนนี้สองวิลลาเริ่มมารวมตัวกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ กับเสียงกระโดดน้ำของพวกผู้ใหญ่ทำให้บ้านทั้งหลังคึกคักเป็นอย่างมากธรรศธีรากับธีราธรรศดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี มนพัทธ์เรียกว่าติดพวกพี่แจ แต่ที่ติดกว่าพวกพี่ก็เห็นจะเป็นพ่อของเธอนนทภพแสดงตัวกับเด็กหญิงตอนแรกลูกก็ยังงง ๆ เพราะไม่เคยมีพ่อมาก่อน ถึงจะมีแอรอนแต่ก็ไม่ได้เรียกแอรอนว่าพ่อ แม่อย่างเธอจึงต้องอธิบายว่าพ่อคืออะไร มนพัทธ์เหมือนจะเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่งแต่สักพักก็ยอมเข้าใกล้นนทภพและหลังจากนั้นก็ไม่ยอมห่างกันอีกเด็กหญิงเป่าแผลให้

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด

    บทที่ 50 ไม่มีใครไม่เจ็บปวด“ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้…”มินตราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่ได้รู้จากศรุตาเมื่อช่วงบ่ายจะทำให้เธอมายืนอยู่ในห้องนี้และมองภาพของชายคนหนึ่งคนที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจเธอเสมอ...นนทภพกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพน่าเวทนาเขายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังหัวใจของเธอบีบรัดจนแน่น มินตราค่อย ๆ เดินไปหยุดที่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งถือถุงยาจากโรงพยาบาลเธอหยิบยาขึ้นมาดูพลิกฉลากอ่านด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ“คุณป่วย…เพราะเลิกกับฉันเหรอ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาแผ่ว หัวใจของเธอเต้นแรง รัวถี่ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้รับจะเจ็บแค่ไหนถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ถ้านี่คือผลของการที่เธอเดินจากเขาไปอย่างไร้เยื่อใย และทำให้นนทภพต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอดมินตราควรจะทำอย่างไร...เธอไม่รู้สึกสะใจอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม…เธอกลับเจ็บเจ็บจนเหมือนอะไรบางอย่างกำลังฉีกกลางอกศรุตาบอกมินตราว่าตั้งแต่ที่เธอกับนนทภพเลิกกันไปเขาต้องไปพบจิตแพทย์ทุกเดือน…เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับสามครั้ง…ที่เขาเทกยานอนหลับเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด“ผม

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 49 วิธีการ  

    บทที่ 49 วิธีการผ่านไปหนึ่งวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องนนทภพไม่ออกมาจากห้องเลย ศรุตาไปเคาะประตูตั้งหลายรอบคนในห้องก็บอกเพียงแค่ว่าอยากพักผ่อนศรุตาจึงให้ลูกแฝดหลานรักของลุงไปเรียก นนทภพก็ไม่เปิดทั้งยังโทร. มาหาสามีเธอว่าให้ห้ามลูก เพราะคนเป็นลุงไม่อยากให้หลานเห็นสภาพตัวเองในตอนนี้ศรุตาได้แต่กลัดกลุ้มผุดลุกผุดนั่งเพราะไม่รู้จะทำยังไง นนทภพเจ็บหนักน่าดู แผลก็ไม่ได้ทำ ยาสักเม็ดก็ไม่ได้กิน“คุณธรรมต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตาว่าเราควรหาวิธี!” “แล้วตาจะให้ฉันทำอะไร?”ทั้งที่เธอเครียดมากแต่สามีของเธอดันตรงข้ามเธอเสียหมดทั้งที่นั่นก็เพื่อนรักของเขาไม่ใช่เหรอ!“อ้าว! คุณธรรมนั่นเพื่อนรักคุณนะคะ!” “อืม แต่ตาจะให้ฉันทำอะไร ฉันจะไปทำอะไรได้ ฉันไม่ได้สนิทสนมกับมินตรา…” ธรรมจับปลายผมของเธอเล่นก่อนจะยกมาเขี่ยปลายจมูกตัวเองด้วยความเคยชินศรุตาทำท่าครุ่นคิดและสักพักก็คิดอะไรดี ๆ ออก“เออถ้าพูดถึงความสนิท ตาก็สนิทกับคุณมินนิดหนึ่งนะ งั้นเดี๋ยวเครื่องปั่นมานะคะสุดหล่ออออ” สองแขนของเธอที่โอบรอบลำตัวหนาของสามีคลายออก “เครื่องปั่นอะไรของเธอ?” ธรรมขมวดคิ้วถามคนที่ผุดลุกขึ้นทั้งที่กำลัง

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 19 ปลุก NC

    บทที่ 19 ปลุก NCนนทภพไม่ได้รู้สึกสดชื่นแบบนี้มานานแล้ว แบบที่ลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อคืนก็ดื่มหนักแต่ไม่ได้รู้สึกแฮงก์แต่อย่างใดปกติเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่วันนี้กลับรู้สึกอยากนอนตื่นสายจึงโทร. ลางานกับเลขาหนึ่งวัน ให้เลขารับลูกค้าแทนไปก่อน“แม้แต่นอน...เสียงหายใจยังเงียบกริบ” เขานอนตะแคงมองคนที่

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 11 ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้อยากรับ

    บทที่ 11 ค่าตอบแทน ที่ไม่ได้อยากรับเพราะเสียงพึมพำที่ดังออกมาจากประตูห้องนอนทำให้คนที่แค่จะแวะมาดูว่าคนในห้องที่บอกว่าให้เขารอสักพักเพราะตนเองจะอาบน้ำ แต่ความจริงนี่มันเกือบจะหนึ่งชั่วโมงแล้วที่มินตราใช้เวลาอยู่ภายในห้องนั้นนนทภพไม่เคยรอใครนานขนาดนี้...แม้กระทั่งแม่ของเขา“มินว่าจะเข้าไปค่ะ”“...

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 10 เหมือนยังว่า...

    บทที่ 10 เหมือนยังว่า...“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบมและคงไม่ต้อง

  • เรื่องของเรา...จะเอายังไง   บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้

    บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้บนชั้นบนสุดของตึกมหานครภายในห้องนอนสไตล์โมเดิร์นลักเชอรีที่ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสีเดียวไม่มีสีอื่นใดแซม ไม่เว้นแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน พรมเช็ดเท้า หรือของใช้อื่น ๆ ทั้งห้องเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนสะอาดลอยกรุ่นไปหมด เครื่องฟอกอากาศที่มีตั้งอยู่สองตัวแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status