Masukตอนที่2.นักบาสมหาลัย
"ตาฉันแล้วใช่มั้ย" หญิงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ
"เรื่องของฉัน... ต้องย้อนไปไกลหน่อย สมัยปีหนึ่งนู่น"
"พวกแกจำพี่เคน กัปตันบาสปีสี่ได้ป่าว ที่หล่อๆ รอยสักเต็มแขนอะ" หญิงเริ่มเปิดประเด็น
"จำได้! กรี๊ดดด คนนั้นตัวท็อปมหาลัยเลยนะเว้ย แกไปเสร็จเขาตอนไหนวะ" ณีถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ขณะที่คนอื่นๆ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อรอฟัง จวงกับขิ่นที่ปิ้งหมูอยู่ใกล้ก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“เขากดติมตามฉันและไดเรคมาหา มาแนะนำตัว พอฉันเข้าทีมเชียร์เราก็ชอบสบตากัน หลังจากนั้นก็ข้อความคุยกันทุกคืน จน...”
หญิงกำลังจะหยิบแก้วไวน์แต่เห็นมันหมดแล้ว เลยหยิบกระป๋องเบียร์ข้างๆมากระดกแทน
“จน...?” ต่ายย้ำคำที่หญิงที่ท้ายไว้อีกที
"หลังงานกีฬาเฟรชชี่ไง พวกพี่เขานัดเลี้ยงสายรหัสกันที่ผับหลังมอ แล้วก็ชวนแก๊งลีดเดอร์อย่างพวกเราไปแจมด้วย คืนนั้นฉันดื่มหนักมาก โดนเกมวงเหล้าทำโทษให้ไปอยู่ในห้องล็อกเกอร์หลังร้านกับพี่เคนสองต่อสองสิบนาที" หญิงเล่าด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนเป็นเรื่องขำขัน
แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเล่าให้เพื่อนฟัง...
สิบนาทีบ้าบออะไรล่ะ ความจริงคือฉันตั้งใจเล็งพี่เคนไว้ตั้งแต่ตอนซ้อมลีดแล้ว สายตาที่เรามองกันมันรู้เรื่องตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมด้วยซ้ำ พอประตูห้องล็อกเกอร์แคบๆ ปิดลง ท่าทีนิ่งๆ ของกัปตันบาสก็เปลี่ยนไป เขาดึงฉันเข้าไปประกบปากจูบอย่างดุดัน รสชาติของวอดก้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสไตล์สปอร์ตทำให้อารมณ์ฉันเต้นพล่านไปหมด
"เข้าไปในนั้นก็มืดๆ อับๆ ฉันเมาจนแทบยืนไม่อยู่ พี่เขาก็เลยต้องช่วยพยุงไว้" หญิงเล่าพลางหัวเราะคิกคัก "พี่เคนเขาเป็นสุภาพบุรุษมากนะ แค่กอดประคองฉันไว้เฉยๆ เพื่อรอเวลา"
สุภาพบุรุษเหรอ? หึ... มือใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดนั่นบีบขยำสะโพกฉันจนช้ำไปหมดต่างหาก เขาช้อนตัวฉันขึ้นนั่งบนตู้ล็อกเกอร์เหล็กเย็นเฉียบ จับแยกขาฉันออกกว้างแล้วแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง กระโปรงพลีทสั้นจู๋ของชุดนักศึกษาถูกถลกขึ้นมากองถึงเอว สัมผัสหยาบกร้านของฝ่ามือร้อนๆ ที่ลูบไล้ไปตามต้นขาด้านในทำเอาฉันครางฮือ ลืมความอายไปจนหมดสิ้น
"แต่ก็นั่นแหละ บรรยากาศมันพาไปนิดหน่อย พอพี่เขาหน้าเข้ามาใกล้ ฉันก็เลยเผลอใจจูบตอบไปนิดนึง" หญิงทำนิ้วประกอบว่าแค่นิดเดียวจริงๆ
นิดเดียวที่ไหน... เราจูบกันนัวเนียจนแทบจะกลืนกินกันเข้าไป ลิ้นหนาตวัดกวาดชิมความหวานในปากฉันอย่างตะกละตะกลาม มือของฉันก็ซนไม่แพ้กัน ฉันสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดสีดำของเขา ลูบไล้ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นๆ ที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการเล่นกีฬา มันทั้งดิบ ทั้งเถื่อน และเร้าใจสุดๆ จนฉันอดใจไม่ไหวต้องปลดตะขอกางเกงยีนส์ของเขาออกด้วยมือตัวเอง
"แหม แค่จูบจริงจริ๊งงง" ฝนหรี่ตาจับผิด "ระดับยัยหญิง ดาวมหาลัย เข้าล็อกเกอร์สิบนาทีกับตัวท็อป ไม่มีทางจบแค่จูบหรอกย่ะ เล่าความจริงมาเดี๋ยวนี้!"
"ก็..." หญิงลากเสียงยาว กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ "จูบไปจูบมา มือมันก็เริ่มปัดป่ายไปโดนนู่นโดนนี่บ้างแหละ พวกแกก็รู้วัยรุ่นอะเนอะ มันห้ามใจยาก"
หญิงหยิบเบียร์ขึ้นมากระดกอีกครั้ง
“ซัดกันในนั้นเลยเหรอ?” ฝนอยากรู้เต็มแก่ ไม่รอให้หญิงวางกระป๋องเบียร์
“เปล่า!”
บทส่งท้าย:รอยจำแสงแดดเช้าวันสุดท้ายของทริปสาดส่องลงบนโต๊ะสนามที่มีแก้วและจานวางเกลื่อนไปหมด ไร้ซึ่งร่องรอยความวุ่นวายและเสียงครางระเส่าของคืนที่ผ่านมา จวงเดินออกมาจากรถบ้านขนาดกลาง หัวฟูผมยุ่งเหยิง อ้าปากหาวกว้าง พร้อมเกาหัวแกร่กๆ มะขิ่นเดินตามออกมา หน้าตาดูยังไม่พร้อมจะตื่นเท่าไหร่ พวกเธอทยอยเก็บของบนโต๊ะใส่ถุงดำ พอช่วงสายบรรดาสาวๆ ต่างตื่นมาด้วยความเงียบสงบ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเล่าบนเตียงเมื่อคืน ราวกับมีข้อตกลงที่รู้กันเองว่าความลับเหล่านั้นจะถูกฝังไว้ที่แห่งนี้จวงและมะขิ่นช่วยกันเก็บกวาดกระป๋องเบียร์และเศษซากปาร์ตี้จนสะอาดตา หญิงและต่ายเช็กความเรียบร้อยของห้องพัก ขณะที่ณีและฝนจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับ ทุกคนกลับมาสวมวิญญาณผู้หญิงที่ดูสุภาพ เรียบร้อย และเพียบพร้อมในแบบที่สังคมรู้จักอีกครั้ง“พวกแก ถึงกรุงเทพฯ แล้วก็แยกย้ายเลยเหรอจะกินข้าวกันก่อน” ณีเอ่ยถามเพื่อนๆ ในรถ “โอย…จะอยู่ต่อยังไงไหว ป่านนี้บ้านคงเละหมดแล้ว ต้องกลับไปรบกับเด็กๆ อีก” ต่ายบ่นออกมาเมื่อรู้อนาคตว่าพอกลับถึงกรุงเทพต้องเจอกับอะไรบ้าง“อืม…ฉันก็คิดถึงลูกๆ แล้ว” หญิงเสริมอีกคน “แยกย้ายไปใช้ชีวิต มีโอกาสค่อยนัด
ตอนที่ 22 : หลังรถทัวร์‘อื้อ... พี่ทัช... เดี๋ยวคนเห็น...’ จวงกระซิบเสียงสั่น หันไปมองหน้ารถด้วยความหวาดระแวง แต่ทุกคนยังคงหลับ และกระเป๋ารถก็หลับลึก‘ไม่มีใครสนใจเบาะหลังหรอกน่า...’ พี่ทัชกระซิบกลับ ดึงนิ้วที่เปียกชุ่มออกมา ก่อนจะปลดตะขอและรูดซิปกางเกงยีนของตัวเองลง เผยให้เห็นความแข็งขึงที่ขยายตัวจนคับแน่น เขาจับมือของจวงให้ล้วงเข้าไปกอบกุมความใหญ่โตนั้นไว้ความร้อนผ่าวที่สัมผัสได้ทำเอาจวงขนลุกซู่ เธอขยับตัวขึ้นไปคร่อมบนตักของชายหนุ่มอย่างรู้หน้าที่ กระโปรงทรงสอบร่นขึ้นมากองที่เอว แต่…” จวงอ้าขาไม่ถนัด ต้องให้เขาถอยลงมาหน่อย เขาทำไงรู้มั้ยคะ?” จวงหยุดดื่มเบียร์แล้วถามพวกเจ้านายทั้งนาย “ยังไง” ฝนรีบถามเพราะอยากรู้ จวงที่ใส่กางเกงวอร์มนั่งอยู่บนเก้าอี้แค้มปิ้ง ก็ไหลตัวลงมาเหลือแค่เหนือเอวขึ้นไปที่อยู่บนเก้าอี้ ต่ายที่กำลังกระดกเบียร์ก็สำลักเบียร์พุ่งใส่หน้าฝน แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา “หนูก็บอกพี่ทัชไม่ต้องไหลลงมาขนาดนั้น เขาก็ดันตัวเองกลับขึ้นไป” ทัชจับสะโพกของจวงยึดไว้มั่น ก่อนจะดันแก่นกายใหญ่โตสวนขึ้นมาในรวดเดียว!‘อ๊า!! / ซี้ดดดด... แน่นฉิบหาย!’ จวงเกือบหวีดร้องสุดเสียง แต่โชคดี
ตอนที่21 : รถทัวร์สู่สวรรค์"รถทัวร์ลงใต้รอบสี่ทุ่ม... พวกคุณๆ น่าจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ความนานในการนั่งรถทัวร์ลงใต้ใช่มั้ยจ๊ะ" จวงเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาคมพราวระยับ "จวงลาคุณณีกับบ้านเพราะแม่จวงเข้าโรงพยาบาล คุณณีให้ลายาวเลยเพราะใกล้วันปีใหม่แล้วด้วย คืนนั้นฝนตกปรอยๆ ผู้โดยสารบนรถไม่เต็มเพราะเป็นรอบสุดท้าย จวงที่นั่งอยู่เบาะหลังสุดฝั่งคนขับคนเดียว เบาะตรงข้ามข้างกันที่ติดกับห้องน้ำไม่มีคนนั่ง คนที่คอยแจกน้ำแจกขนมเลยเอาของไปวาง พอรถออกไปได้สักชั่วโมงคนนั้นเขาใส่เสื้อช็อปวิศวะสีเทา กางเกงยีนขาดเข่า รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทนคล้ำแดดนิดๆ เดินมาเข้าห้องน้ำ" จวงกำลังบรรยายเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ” บนรถทัวร์ที่ค่อนข้างกว้าง มีที่ชาร์จโทรศัพท์ละปรับนอนได้ อย่างหรูเลยนิ” ภาพฉายชัดในหัว พอเริ่มออกจากโซนกรุงเทพ ถนนตอนดึกก็โล่งมาก โชเฟอร์เหยียบคันเร่งมิดไมล์ บัสโฮสสเตทนั่งหลับสัปหงกอยู่ข้างคนขับ ปล่อยให้เบาะหลังกลายเป็นพื้นที่ลับตาคน"จังหวะที่รถหักหลบมอเตอร์ไซค์กะทันหัน... พี่วิศวะคนนั้นแกก็เสียหลัก ปลิวถลาลงมากระแทกกับเบาะที่จวงนั่งอยู่พอดีจ้ะ" จวงเล่าไปก็กัดริมฝีปากตัวเองไป "หน้าแก
ตอนที่ 20 : รสชาติที่คุ้นเคย“เราบดกันไปตั้งแต่ในลิฟต์เลย พอถึงห้องฉันก็ให้เขาไปอาบน้ำก่อน ฉันอยากดื่มต่ออีกหน่อย คือฉันอยากเมาน่ะ เขาชวนฉันให้ไปอาบด้วยกัน ฉันบอกไม่ชอบในห้องน้ำ พอออกมา ฉันสำลักเหล้าแล้วหัวเราะออกมาเลย ฮ่าฮ่า” ต่ายหยุดกระดกเหล้า“ทำไมวะ” ฝนที่สนิทก่ะต่ายที่สุดถามทันที “เขาเดินออกมาแล้วมันชี้ออกมาเลยน่ะ ชี้โด่ออกมาเลย” เท่านั้นแหละ ฮากันทั้งวง “เขารีบไล่ฉันไปอาบน้ำเลยทีเดียว คงจะเขิน พอออกมาฉันก็ขอนั่งดื่มกันอีกสักหน่อย แต่เขาไม่ไหวแล้ว จู่โจมทันทีเลย”‘พี่คิดถึงต่ายเหลือเกิน... คิดถึงทุกอย่างที่เป็นต่าย’ ริมฝีปากหยักกดลงมาจูบลงบนกลีบปากของต่ายอย่างนุ่มนวลในตอนแรก ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนและโหยหาตามอารมณ์ที่อัดอั้นมานับสิบปี ต่ายจูบตอบเขาอย่างรุนแรงพอกัน สองมือขยุ้มผมเส้นหนาของเขาแน่น รสชาติของมาร์ตินี่สองลิ้นผสานกันจนทำให้สติสัมปชัญญะเลือนราง เหลือเพียงสัญชาตญาณความต้องการที่พลุ่งพล่านพี่ต้นจัดการชุดคลุมอาบน้ำของต่ายให้เลื่อนลงไปกองที่เอว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นไปวางบนเตียงกว้าง เขาตามลงมาทาบทับ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างที่เขาสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต แต่ตอนนี
ตอนที่ 10.1 : ถ่านที่ยังคุกรุ่น"ถ่านไฟเก่าเหรอ..." ต่ายทวนคำพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหมุนแก้วเบียร์ในมือเล่น สายตาจ้องมองฟองสีขาวที่ค่อยๆ ยุบตัวลง "พวกแกก็รู้ว่าฉันน่ะเป็นพวกยึดติดกับความรู้สึก ถ้าได้รักใครแล้วมันฝังใจลึก เรื่องของฉันมันไม่ได้หวือหวาแบบคุณหนูณี หรือตื่นเต้นแบบยัยฝนหรอกนะ แต่มันเป็นเรื่องของ ‘คนแรก’ ที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่าความรัก... และกามารมณ์"ทุกคนในวงเงียบกริบจ้องมองต่ายเป็นตาเดียว บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความสนุกสนานขี้เล่นมาเป็นความรู้สึกหน่วงๆ แต่ก็น่าค้นหา"เขาชื่อ ‘พี่ต้น’ ... ไม่ใช่พี่ต้นผัวยัยหญิงนะ" ต่ายรีบดักคอเมื่อเห็นหญิงทำท่าจะอ้าปากแซว "พี่ต้นคนนี้เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า เป็นรักแรกและคนแรกของฉัน เราคบกันมานานหลายปีจนเกือบจะได้แต่งงานกัน แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไปเพราะเหตุผลทางครอบครัว หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเป็นสิบปี จนมาเจอพี่เอกนี่ล่ะ"ต่ายถอนหายใจยาว ภาพวันเก่าๆ ย้อนกลับมา "จนกระทั่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว ช่วงที่ฉันทะเลาะกับผัวหนักๆ เรื่องโรงเรียนลูกนั่นแหละ ฉันเครียดจนต้องใช้ช่วงวันหยุดหนีไปพักผ่อนที่โรงแรมริมหาดพัทยาคนเดียว แล้วโลกมัน
ตอนที่ 9. ความลับบนเรือยอชต์ณีหัวเราะหึๆ ในลำคอ ยกแก้วเหล้าที่เหลือติดก้นแก้วขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างามตามฉบับคุณหนูไฮโซ นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองเพื่อนๆ ในวงที่กำลังนั่งล้อมหน้าล้อมหลังรอฟังเรื่องของเธออย่างใจจดใจจ่อ"แอบแซ่บคนใกล้ตัว... ธีมนี้มันเหมือนเกิดมาเพื่อฉันเลยล่ะ" ณีเริ่มเกริ่น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ "พวกแกก็รู้ว่าวงการธุรกิจไฮโซน่ะ ทุกคนใส่หน้ากากเข้าหากันทั้งนั้น แต่ภายใต้หน้ากากพวกนั้น... ศีลธรรมมันก็แค่คำพูดสวยหรู เรื่องของฉันที่เล่าไปเมื่อวาน เรื่องมื่อสี่เดือนที่แล้วที่มีอะไรกับศิน...จากนั้นเขาก็โทรบ้าง ส่งข้อความบ้าง ขอเจอตลอด ซึ่งฉันก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ฉันไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความ จนกระทั่งรำคาญขั้นสุด จนบล็อกเบอร์ไปเลย“โห ใจเด็ดว่ะ แกอดใจได้ยังไง” ฝนถาม“วันนั้นฉันเมามาก พลาดครั้งเดียวก็พอแล้ว ฉันกับพี่เคนก็ยังเหมือนเดิม แม้ไม่เหมือนวัยรุ่น แต่ก็ไม่ขาดเคยขัดสนอะไรขนาดนั้น แต่อีกเดือนต่อมา พี่เคนดีใจมากดีลงานใหญ่ได้ แถมลูกค้าซัพพอร์ตโคตรดี แกได้งานรีโนเวทห้องอาหารในโรงแรมห้าดาวที่ภูเก็ต แล้วลูกค้าซัพพอร์ตที่พักกับตั๋วเครื่องบินวันบินไปดูสถา
ตอนที่2.2 ในห้องล็อกกอร์ “เปล่า ยังไม่ใช่ตอนนั้น เสียงนาฬิกามันดังเตือนก่อน เราต้องรีบกลับออกไป เพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย จนงานเลิกทุกคนแยกย้าย เขาก็ข้อความมา ว่ารออยู่ในห้องล็อคเกอร์ ฉันก็ปลีกตัวไปหาเขา” หญิงกระดกเบียร์ที่ถือยู่อีกครั้งก่อนวางลง“อีนี่มันร้าย...” ณีบอกพร้อมยกบียร์ชนกับฝนและต่าย“พอเข้
ตอน 3.1 หมอนวดสาวกับคุณอาข้างห้อง"เรื่องของฉันเหรอ... ต้องเริ่มจาก 'คุณอาข้างห้อง' สุดหล่อที่ชอบมาขอให้นวดแก้อาการปวดเมื่อย" ฝนเริ่มเล่าพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม มือเรียวที่คุ้นเคยกับการนวดเฟ้นยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบเบาๆ"คุณอาภพ แกเป็นพ่อหม้ายวัยสี่สิบปลายๆ ที่ดูแลตัวเองดีมาก กล้ามแน่นเปรี๊ยะยิ่งกว่า
ตอนที่1.1 พยาบาลสาวกับคนไข้vip.“เออ...เป็นไอเดียวที่ดี แก่ๆ กันหมดแล้ว คุยเรื่องตอนสาวๆ ให้กระชุ่มกระชวยหน่อย”หญิงเห็นด้วยกับความคิดของณี“จะว่าไป เมื่อก่อนพวกเราก็คุยกันทุกเรื่อง แต่เรื่องพวกนี้ยังไม่เคยเล่าเลย” ต่ายเสริมอีกคน จวงกับขิ่นย่างหมูกระทะมาเสิร์ฟให้ได้ยินพวกเจ้านายคุยกันเรื่องใต้สะดือก
นิยายเรื่องครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นบทนำบนรถตู้ MPV สุดหรูที่เบาะหนังปรับเอนได้ราวกับชั้นเฟิสต์คลาส หกสาวบนนั้นกำลังคึกคะนองเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ทั้งที่จริงแล้ว 'ณี' 'หญิง' 'ฝน' และ 'ต่าย' สี่สาวที่เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่มัธยม ปัจจุบันอายุย่างเข้าเลขสี่ มีครอบครัวกันหมดแล้วณี ไฮโซสาวท







