Masukแสงสะท้อนวิบวับจากกิ๊บติดผมในห้องมืด ยังดูไม่แวววาวเท่าดวงตาสีเข้มดำขลับที่ทอแสงประกายร้อนแรงแห่งอารมณ์ปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งมองดวงตาคมคู่นั้น โลกทั้งโลกก็คล้ายหยุดหมุน ถ้าในยามปกติเธอคงได้อายม้วนต้วนกันบ้าง แต่ในเวลานี้ยิ่งเขาปรารถนาเธอเท่าไร ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับก็ดูจะแผดแสงร้อนแรงไม่ต่างกันทั้งที่มันออกจะดูหวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น "พะ...พี่คีนขา..." "หือ...""พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือคะ" วงแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอหนา ของคนที่ประกบทับคร่อมเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาหวานที่ทอดมองยังไม่เท่าน้ำเสียงหวานกระเส่าที่เอ่ยถาม ริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ทำคีรินทร์ถึงกับทำเสียงอยู่ในลำคอเบาๆ เมื่อเสียงห้ามนั้นมันดูเหมือนเชิญชวนเสียมากกว่า คีรินทร์ประทับริมฝีปากลงอย่างแผ่วเบา แต่คนใต้ร่างกลับสนองรับอย่างดูดดื่ม เมื่อเธอร้อนแรงเขาเองก็ไม่อาจเฉยชาอีกต่อไปได้ ริมฝีปากอิ่มที่ถูกบดจูบอย่างหนักหน่วงดูจะบวมเจ่ออย่างไม่ต้องสงสัย และคนด้านบนก็ดูท่าจะไม่ยอมผ่อนแรงให้ง่ายๆ กลีบปากอิ่มที่ถูกดูดเม้ม ลิ้นเล็กก็ยิ่งถูกกวาดต้อนดูดดุน เสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ ทำให้คีรินทร์ยอมถอนปากออกช้าๆ ในขณะที่เธอต้องรีบโ
"ว่ามาค่ะ จะยังไง" พอขึ้นมานั่งบนรถได้ เธอก็เปิดคำถามเสียงเข้มใส่เขาทันที "เรื่องข้าวสวยน่ะ ไม่ใช่อย่างที่เอมเข้าใจ" "หนูเห็นค่ะ ไม่ใช่เข้าใจ และที่สำคัญพี่คีนโกหกหนู" "พี่แค่ไม่อยากให้เอมไม่สบายใจ คิดว่ากลับมาก็จะเล่าให้ฟัง" "อาจจะไม่เล่าก็ได้" "ยังไงก็ต้องเล่า เพราะไม่ได้มีแต่เอมที่เห็น ตอนอยู่ที่มอก็มีหลายคนเห็นพี่กับข้าวสวย" ฟังมาถึงตรงนี้เธอก็ทำเสียงขึ้นจมูกทันที "พี่ก็ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้เอมเข้าใจผิดเหมือนกัน ยังไงพี่ก็ต้องบอกดีกว่าให้เอมไปรู้จากปากคนอื่น" "ก็ถ้าพี่คีนจะกลับไปคบกับพี่ข้าวสวย ก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องพูดอ้อมไปอ้อมมาหรอกค่ะ เหตุผลอะไรไม่ต้องมีก็ได้ แค่บอกว่าจะเลิกก็พอ" "พี่ไม่ได้จะเลิกกับเอม แล้วก็ไม่ได้จะกลับไปคบกับข้าวสวยด้วย" "แล้วไง" "คืองี้...พี่เจอเขาขับรถชนต้นไม้อยู่ในมอ ตอนที่พี่กำลังจะออกไปรับเอม" "ก็เลยต้องไปยืนปลอบขวัญกันอยู่ที่ลานจอดรถ แล้วบอกอยู่มอกับพี่ฟร้องค์" "แล้วเอมได้เดินไปดูไหม ว่าไอ้ฟร้องค์ก็อยู่ในรถพี่" นอกจากเสียงจะขึ้นจมูกอีกรอบ เธอยังเบือนหน้าหนีไปมองกระจกข้างๆ คล้ายกับวิวในมหาวิทยาลัยตอนมืดมันน่าสนใจว่าคนข้างๆ "พ่
"น้องครับ" เขาก็ไม่แน่ใจว่าน้องคนนี้อยู่ปีไหนกันแน่ "เอ่อ...ค่ะ...พี่คีน" แต่เมื่อเสียงทักทายบ่งบอกว่ารู้จักเขา "น้องรู้จักชะเอมไหม" "รู้จักค่ะ เรียนอยู่ห้องเดียวกัน" "แล้วรู้ไหมว่าชะเอมพักอยู่ห้องไหน" "รู้ค่ะ ตึกที่ห้าชั้นสองห้องริมนี่ค่ะ ถ้าข้ามถนนไปมองที่ฝั่งโน้นก็จะเห็นห้องพอดีค่ะ" "จริงหรือ งั้นพี่รบกวนอะไรหน่อยได้ไหม" "ค่ะ" "น้องช่วยไปบอกเอมให้พี่หน่อย ว่าพี่รออยู่หน้ารั้ว พอดีพี่ติดต่อเอมไม่ได้น่ะ" "อ๋อ...ได้ค่ะ" คีรินทร์มองดูรุ่นน้องเดินเข้าไปภายในรั้วแล้ว เขาเองก็รีบข้ามถนนไปอีกฟากในมุมที่จะเห็นห้องเธอได้ชัดกว่านี้ และเมื่อข้ามมาถึงมันก็ชัดอย่างที่ว่า และมองเห็นรุ่นน้องที่กำลังเดินขึ้นไปถึงชั้นสอง เมื่อคนห้องริมเปิดประตูห้องออกมา หัวใจที่มืดมิดก็ราวกับถูกเปิดให้แสงแห่งความหวังเล็ดลอดเข้ามาได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นประตูห้องบานนั้นก็ปิดลง เขายืนรออย่างใจจดจ่อ คาดเดาไม่ได้สักนิดว่าเธอกำลังกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าเพื่อที่จะออกมาหาเขา หรือเธอแค่ปิดประตูเพราะไม่อยากรับรู้ว่าเขายังรออยู่ตรงนี้ ผ่านไปห้านาที คีรินทร์แน่ใจว่าเธอคงไม่ออกมาแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดจะกลับไปง่า
เธอไม่ได้แม้จะเดินเข้าไปภายในอาคาร พอรถมินนี่เคลื่อนไปได้นิดจนเกือบพ้นสายตา เธอก็เดินกลับออกมาทางเก่า เรียกรถแท็กซี่กลับไปที่หอในมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนได้ดีกว่าที่นี่ จะไปอยู่กับมินนี่ก็จะเป็นการรบกวน เพื่อนคนอื่นก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นที่จะไปขออาศัยนอนและให้เหตุผลได้ ห้องเล็กๆ พอได้ซุกหัวนอนได้ และเธอก็อยู่มาได้อย่างดีตลอด แม้วันนี้จะมีฝุ่นขึ้นมาบ้าง เพราะหลายอาทิตย์ที่เธอไม่ได้เข้ามาดูแล ความเศร้าโศกเสียใจถูกระบายลงที่ไม้กวาด ไม้ถูพื้น และจบลงที่แปรงล้างห้องน้ำ ครึ่งชั่วโมงกว่าที่น้ำตาเธอจะแห้งเหือด แต่ได้หยาดเหงื่อชื้นใบหน้ามาแทนที่ และตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ความทุกข์ที่ลืมไปชั่วขณะก็กลับชัดขึ้นอีกครั้ง เธอปิดเครื่องเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร โยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและกลับออกมาด้วยชุดนอนลายการ์ตูนชุดเก่า แต่ตอนที่หัวถึงหมอน เธอถึงเพิ่งรู้ว่าความเสียใจมันยังไม่ได้หลุดหายไปไหนเลย มันยังอยู่ ยังรู้สึก ยังหนักอึ้งอยู่ในหัวใจ น้ำตาที่คิดว่ามันแห้งเหือดไหลนองขึ้นมาอีกครั้ง และเพียงไม่กี่นาทีต่อจากนั้น หมอนใบใหญ่ที่เธอหนุนหัวก็เปียกครา
และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน บัญชีโซเชียลที่เธอตั้งค่าความเป็นส่วนตัวก็ได้รับการติดต่อมาจากผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อยากจะติดต่อให้เธอทดลองใช้และรีวิว "หนูรีวิวให้ได้ค่ะ แต่ว่าคนติดตามหนูไม่มีนะคะ มีแต่เพื่อนๆ แค่นั้นเองค่ะ" เธอจึงได้รับคำแนะนำให้เปิดบัญชีเป็นสาธารณะ และทางร้านจะเป็นคนโพสต์คลิปให้ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ให้เธอเริ่มทำคลิปเอง เธอปรึกษาเรื่องนี้กับมินนี่ แน่นอนเพื่อนเธอรีบให้เธอตอบรับข้อเสนอ และตั้งตนราวกับเป็นผู้จัดการดาราเบอร์ต้น ส่วนอีกคนได้แต่ทำหน้าตึงๆ "แล้วเอมจะทนได้ไหมล่ะ ที่จะมีชาวเน็ตมาใส่ใจชีวิตตัวเองเพิ่มมากขึ้น" "หนูก็จะแค่โพสต์เรื่องงาน กับเรื่องทั่วๆ ไป ไม่ได้เอาชีวิตตัวเองมาตีแผ่สักหน่อยนี่คะ แล้วมันก็ได้ตังค์ตั้งเยอะแน่ะ" เขารู้ว่าเธอไม่ค่อยสะดวกใจที่จะใช้เงินเขามากนัก "ก็ลองดู" คลิปแรกที่ทำขึ้นง่ายๆ ถูกโพสต์ออกไป เพียงแค่วันเดียวก็มีผู้ติดตามเธอมากขึ้นอีกหลายสิบคน ต่อจากนี้เธอก็คงต้องรอดูว่าจะเป็นไปอย่างไร ถ้าสุดท้ายมันจะไม่รอดอย่างน้อยก็ยังได้ลงมือทำ เลิกเรียนในช่วงเย็นของวันนี้ เธอจึงได้นัดคุยกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ว่า โดยมีผู้จัดการส่วนตัวมินนี่ค
มินนี่เท้าเอวพลางแกล้งทำหน้างอ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร เสียงทักทายของกลุ่มสาวๆ ที่เดินออกมาจากหน้าตึกก็ร้องทักขึ้นทำเธอเกือบตกใจ "ชะเอม...ว้าว...สวยเว่อร์ เริ่ดมาก...มันต้องแบบนี้สิ" "เออสวยอ่ะ" "ไปทำผมร้านไหนมาอ่ะ เข้ากับหน้าเอมเลย" คำถามหลายคำถามเธอแทบจะตอบไม่ทัน ยังดีที่ได้มินนี่ช่วยตอบให้หลายคำถาม "ว่าแต่ไม่ยอมบอกเลยนะ ว่าคบกับพี่คีนเนี่ย" และยิ่งเป็นคำถามถึงคนข้างๆ ที่ถูกดันจนต้องไปยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง ก็ทำเธอหน้าแดงเรื่อหาคำตอบให้ไม่ได้ "เลิกแซวเอมมันได้แล้ว ดูหน้าแดงไปถึงหูแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกัน ขอไปกินข้าวก่อน" "เคๆ เดี๋ยวขึ้นห้องไปถามใหม่ ร้านนี้ทำผมสวยจริงอ่ะ" "จ้า" มินนี่จัดการแยกสาวๆ ออกจากเพื่อนได้แล้ว ก็รีบรั้งแขนให้เธอเดินไปที่โรงอาหาร โดยมีคนตัวสูงที่ยังเดินตามไม่ห่าง พอเข้ามาถึงโรงอาหารแม้จะเป็นช่วงเช้าคนไม่มากนัก แต่หลายสายตาก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว ไม่แน่ใจว่าเพราะหนุ่มฮอตที่เดินมาข้างๆ หรือเพราะบางคนก็เกือบจำเธอไม่ได้กันแน่ "ใช่แฟนใหม่พี่คีนที่ว่าไม่สวยนั่นหรือเปล่าน่ะ" "คนนี้จริงหรือ ไหนว่าไม่สวยไง อย่างกับดารา" เสียงนินทาระยะเผาขนในวันนี้ กลับทำ
แต่พอเสียงที่เขาพลิกหน้ากระดาษอีกครั้ง เธอถึงเห็นว่าเป็นหนังสือเรียนของตัวเอง เขาละสายตาจากเธอก้มมองหนังสือตรงหน้า และคงสนใจลายมือกับข้อความที่เธอจดโน้ตต่างๆ เอาไว้มากกว่า "ดูท่าจะเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องจริงด้วย" เธอเม้มปากแน่น แค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวมันวัดกันไม่ได้สักหน่อย เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ขนาดน
และตอนที่เขาเดินผ่านโต๊ะเธอไป อดไม่ได้ที่เธอจะชำเลืองสายตามองตามคนตัวสูงที่ไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านกาแฟ เธอไม่กล้ามองตอนที่เขาเดินกลับมาพร้อมแก้วกาแฟในมือสองแก้ว แต่รู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่ "เดี๋ยวหนูเอาชามไปเก็บก่อน" เธอหันไปบอกพี่กวินแล้วก็รีบลุกออกจากโต๊ะ ตอนที่ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปสาย
ชะเอมลงจากรถแท็กซี่ได้ก็รีบวิ่งเข้าหอทันที เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาที เธอรอดผ่านประตูเข้ามาอย่างเฉียดฉิว เก็บคำพูดของเขากลับมาคิด กระทั่งก่อนนอนก็ยังพลิกตัวไปมากว่าจะหลับลงได้ หรือแม้แต่คาบเรียนในเช้าวันนี้ เรื่องที่เขาพูดไว้ก็ยังค้างคาอยู่ในหัว จนถึงคาบสุดท้ายก่อนพักเที่ยง วันนี้อาจารย์ปล
"เอมไปรอที่ซุ้มก่อนนะ เดี๋ยวเราไปซื้อผลไม้แล้วเดี๋ยวตามไป" เดินออกมาจากโรงอาหารได้เพียงนิด มินนี่ก็แยกตัวไปซื้อผลไม้ที่ซุ้มข้างโรงอาหาร ปล่อยให้เธอเดินไปจองซุ้มข้างตึกคณะก่อน เมื่อมาถึงเธอก็เปิดโทรศัพท์ไถฟีดเล่นอย่างไร้จุดหมาย แต่เมื่อสายตาไปสะดุดกับเครื่องประดับบนศีรษะของดาราท่านหนึ่ง เธอก็รีบ







