Beranda / รักโบราณ / เร้นรักสลับดวงชะตา / บทที่ 1 ข้าตายไปนานเพียงนี้

Share

บทที่ 1 ข้าตายไปนานเพียงนี้

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-25 00:25:36

ท่ามกลางความอนธการ [1] ม่านหมอกสีขาวลอยฟุ้งเหนือบรรยากาศ ไม่นานก็เริ่มเลือนรางและก็จางหาย มือเรียวเที่ยวควานไปทั่วทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

“นี่คือที่ใด?”

ท่อนขาผอมเพรียวขยับเดินไปข้างหน้า หญิงสาวยกมือทั้งสองขึ้นมาสำรวจพลางขมวดคิ้วฉงน “นี่ข้า...มองเห็นแล้วหรือ?”

“หนิงเสวี่ยซิน”

เสียงใสกังวานก้อง ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นพลางกวาดสายตาสำรวจโดยรอบ 

“เจ้ากำลังเรียกข้าหรือ ไฉนข้าจึงเห็นแต่เพียงหมอกขาว”

เสียงใสหัวเราะแว่วมาตามสายลม “ใช่ข้าเรียกเจ้า เจ้าก็คือ... หนิงเสวี่ยซิน”

“ข้าหรือ? ข้ามิใช่หนิงเสวี่ยซิน ข้าคือ หลี่เสวี่ยซิน เจ้าจำคนผิดแล้ว ชื่ออาจจะคล้ายแต่สกุลของข้าคือหลี่มิใช่หนิง”

“ไม่ผิด เป็นเจ้า เจ้าก็คือหนิงเสวี่ยซิน”

หลี่เสวี่ยซินขมวดคิ้วแน่น นางไม่เข้าใจว่าผู้มาเยือนต้องการสิ่งใด ไฉนต้องยัดเยียดให้นางเป็นหนิงเสวี่ยซินผู้นั้นให้ได้ หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเล่นละครปาหี่ด้วยการทำตัวดุจเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง [2]  

“เจ้าเอาแต่พูดเพ้อเจ้ออยู่ฝ่ายเดียว เหตุใดจึงไม่ปรากฏกาย”

สิ้นประโยคสตรีร่างระหงพลันสาวเท้าออกมาด้วยรอยยิ้มละไม ใบหน้าของนางจิ้มลิ้มพริ้มเพราแตกต่างจากหลี่เสวี่ยซินที่ยามนี้ทั้งดูสกปรกมอมแมมกระทั่งเรียกได้ว่าอยู่ในสภาพคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง

“เจ้าเป็นใคร?”

หญิงสาวส่งยิ้มตอบด้วยแววตาหวานละมุน “ข้าก็คือเจ้า เจ้าก็คือข้า นับจากนี้เจ้าก็คือ หนิงเสวี่ยซิน”

“หา…นี่เจ้าพูดเรื่องอะไร” หญิงสาวตรงหน้าต้องเลอะเลือนเป็นแน่ ดูท่าจะไม่ยอมเลิกรายัดเยียดตัวตนของหนิงเสวี่ยซินมาให้นาง “สภาพของเจ้ากับข้าต่างกันดุจฟ้ากับเหว อีกอย่างเราจะเป็นคนคนเดียวกันได้อย่างไร”

ฝ่ามือเนียนละเอียดเอื้อมคว้ามือหยาบระคายซึ่งเต็มไปด้วยผดผื่นสีแดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่นึกรังเกียจ หลี่เสวี่ยซินตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสถูกปลายนิ้วอีกฝ่าย มันเย็นยะเยือกราวกับศิลาน้ำแข็ง หลี่เสวี่ยซินหวังชักมือกลับทว่าอีกฝ่ายแข็งขืนไม่ยอมปล่อย ริมฝีปากซีดขาวเผยอออกเล็กน้อยไม่ทันเอ่ยเพื่อคลายความแคลงใจ อยู่ ๆ ก็มีแสงเจิดจ้าทอประกายพุ่งปะทะเข้าดวงตาจนต้องปิดสนิท สติที่ยังหลงเหลือเพียงเสี้ยวพลันดับวูบลงไม่ทันตั้งตัว

“อาอี้ อาอี้ เจ้าดูนี่สิท่านหญิงขยับตัวแล้ว” เสียงเล็กเปล่งออกมาด้วยท่าทีดีใจระคนตื่นเต้น

ใบหน้าของผู้ถูกเรียกมิได้เปลี่ยนสี ซ้ำยังง่วนเก็บภาชนะน้ำสะอาดที่ถูกใช้แล้วต่อไปด้วยความชินชา “อาเซียวเจ้าเพ้อเจ้อเช่นนี้ทุกวันข้าก็มิเห็นว่าท่านหญิงจะฟื้นเสียที เลิกหลอกให้ข้าดีใจเก้อจะได้หรือไม่”

“แค่ก แค่ก น้ำ…”

มือที่หยิบโน้นจับนี่ชะงัก หลิวอี้หมุนร่างกลับหลังด้วยใจไหวระทึก ส่วนหม่าเซียวทั้งตื่นเต้นและก็ตกใจจนลำคอตีบ 

“คอแห้งจัง” เสียงแหบแห้งยังดังต่อไป 

แปะ แปะ

หลิวอี้ตบหน้าตนเองเพื่อเรียกสติ “โอ๊ย! เจ็บ ข้าไม่ได้ฝันหรือนี่” หญิงสาววางมือจากงานตรงหน้าแล้วถลาเข้าเกาะขอบเตียง “ท่านหญิง! ฮื่อ…สวรรค์ ท่านหญิงฟื้นแล้ว”

เสียงร้องไห้โฮของหลิวอี้ทำให้หม่าเซียวหลุดจากภวังค์ หม่าเซียวสลัดศีรษะจนเส้นผมแตกกระเจิง ครั้นแน่ใจว่าหนนี้ตนมิได้ตาฝาดก็ปรี่เข้ามานั่งแหมะคร่ำครวญอีกคน “ท่านหญิงฟื้นแล้วจริง ๆ ฮื่อ...ขะ...ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ได้ตาฝาด คราวนี้เจ้าเชื่อข้าแล้วหรือยัง”

หลิวอี้พยักหน้าระรัว “อือ อือ”

หลี่เสวี่ยซินไม่รู้ว่าหญิงสาวทั้งสองคนที่เอาแต่ร่ำไห้ดุจสูญเสียญาติมิตรนั้นเป็นผู้ใด สังเกตจากรูปร่างและใบหน้าของพวกนางแล้วยังเด็กทั้งคู่ แต่ยามนี้หลี่เสวี่ยซินรู้สึกคอแห้งผากจนมิอาจไต่ถามอะไรมากไปกว่านี้ นางจึงร้องขอในสิ่งที่ต้องการอีกหน 

“น้ำ…”

สองสาวใช้ได้สติ “ตายจริง อาเซียวเร็วเข้า น้ำ น้ำ ท่านหญิงอยากกินน้ำ”

หม่าเซียวกุลีกุจอหยิบป้านชาข้างหัวเตียงขึ้นมาทันควัน จากนั้นรินชาสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบก่อนยื่นส่งต่อให้กับหลิวอี้

“ท่านหญิงน้ำเจ้าค่ะ”

‘ท่านหญิงรึ พวกนางกำลังเรียกข้าใช่หรือไม่’

หลี่เสวี่ยซินโยนความคลางแคลงทิ้งก่อนชั่วคราว จากนั้นพยายามควบคุมแขนทั้งสอง นางมิอาจรับชาตรงหน้าขึ้นมาดื่มได้ กำลังวังชาหดหายไปหมด 

“ท่านหญิงเพิ่งฟื้นคงยังไม่มีแรง เดี๋ยวบ่าวช่วยป้อนนะเจ้าคะ”

หลี่เสวี่ยซินพยักหน้า สองสาวใช้รุดเข้ามาประคองร่างบอบบางให้นั่งถนัดถนี่ หลิวอี้ส่งถ้วยชาป้อนเข้าปากหญิงสาวด้วยความระมัดระวัง 

หม่าเซียวมองภาพตรงหน้าน้ำตารื้นปริ่ม “อาอี้ เช่นนั้นข้าไปตามฮูหยินกับท่านโหวก่อนนะ”

“ได้ เจ้ารีบไปเถิด”

หลี่เสวี่ยซินมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา จากนั้นจึงย้ายกลับมาจ้องหลิวอี้ต่อ “พวกเจ้าเป็นใคร แล้วที่นี่คือที่ไหนหรือ”

คำถามแรกของหลี่เสวี่ยซินทำเอาหลิวอี้ตะลึงงันตัวแข็ง “ทะ…ท่านหญิง นี่ท่านความจำเสื่อมหรือเจ้าคะ ฮื่อ ตายแล้ว ตายแล้ว ทำอย่างไรดี ท่านหญิงจำสิ่งใดไม่ได้เลย”

คิ้วสวยเคลื่อนเข้าหากันแทบผูกเป็นปม หลี่เสวี่ยซินควานหาความทรงจำในโซนสมอง แต่แล้วก็ต้องตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี เมื่อหางตาของนางเผลอไปเห็นเงาสะท้อนบนคันฉ่องบานใหญ่ หญิงสาวหันขวับตามสัญชาตญาณ “นั่นข้าหรือ จริงสิ ดวงตาข้า…ดวงตาของข้ามองเห็นแล้ว” 

หลี่เสวี่ยซินเอียงหน้าซ้ายขวาประหนึ่งคนเสียสติ ไม่ว่านางจะเอนตัวไปทางใดเงาหญิงสาวที่สะท้อนบนกระจกบานนั้นก็ทำท่าเช่นนางไม่มีผิดเพี้ยน “นาง! นี่ข้าเข้ามาอยู่ในร่างของนางอย่างนั้นหรือ!?”

หลิวอี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางจ้องท่าทางแปลกประหลาดของผู้เป็นนายด้วยแววตาสุดฉงน “ท่านหญิง ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ หรือว่าท่านหลับไปนานก็เลย ฮึก…เลยจำอะไรไม่ได้แล้วหรือเจ้าคะ ฮื่อ...”

หลี่เสวี่ยซินได้สติเมื่อได้ยินเสียงคร่ำครวญของหลิวอี้ นางลังเลพักหนึ่งมือที่ไร้เรี่ยวแรงก็เกิดขยับ หญิงสาววางมือลงบนบ่าอีกฝ่ายพลางตบเปาะแปะเพื่อปลอบประโลมให้ใจสงบ “ไม่ต้องร้อง เช่นนั้นข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่”

หลิวอี้กลืนก้อนสะอื้นลงคอพลางยกมือเช็ดคราบน้ำตาของตนลวก ๆ “ได้แน่นอนเจ้าค่ะ ท่านหญิงอยากทราบเรื่องใดหรือเจ้าคะ”

“คือว่า…ข้าคงมิได้ชื่อว่า หนิงเสวี่ยซินกระมัง”

หลิวอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มทั้งน้ำตา ราวกับว่าแสงสว่างได้ผุดขึ้นมาที่ตรงหน้า หญิงสาวพยักหน้าจนผมแตกกระเจิง “เจ้าค่ะ ท่านหญิงนามว่าหนิงเสวี่ยซิน บุตรสาวเพียงคนเดียวของหนิงโหว”

หลี่เสวี่ยซินตกใจจนจิตแทบหลุด มือเรียวลอบหยิกตัวเองไปหนึ่งครั้ง ใบหน้าของนางถึงกับบิดเบี้ยว หนิงเสวี่ยซินที่ว่าไม่ใช่ชื่อที่นางเพิ่งถูกยัดเยียดจากในความฝันหรอกหรือ รูปร่างและใบหน้าที่เผยอยู่ตำตาบ่งบอกชัดเจนว่าคนที่เรียกนางในความฝันนั้นก็คือหนิงเสวี่ยซินเจ้าของร่างนี้ไม่ผิดแน่ 

แล้วหนิงเสวี่ยซินตัวจริงไปอยู่ที่ใด?

หลี่เสวี่ยซินเก็บสีหน้ากลับ เพื่อจะล้วงข้อมูลให้มากที่สุดนางจำต้องผลักเรือตามน้ำ “แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นกับข้าหรือ”

หลิวอี้เบะปาก น้ำตาของนางทำท่าจะเอ่อออกมาอีกหน หลี่เสวี่ยซินเห็นบรรยากาศไม่สู้ดีจึงคลี่ยิ้มหวานเพื่อใช้ปลอบขวัญให้แก่อีกฝ่าย มิเช่นนั้นวันนี้ทั้งวันก็คงพูดกันไม่รู้ความ “อาอี้เจ้าไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง ข้าก็แค่หลับนานเสียหน่อยความทรงจำเลยเลือนรางไปบ้าง”

หลิวอี้ตาโตเมื่อได้ยินหลี่เสวี่ยซินนั้นเรียกชื่อตน ม่านน้ำตาวาวระยับถูกปาดทิ้งทันควัน สีหน้าพลิกกลับเป็นยิ้มจนตาปิด “จริงหรือเจ้าคะ”

หลี่เสวี่ยซินขบขัน “ข้าต้องจำได้อยู่แล้ว เช่นนั้นเจ้าช่วยบอกข้าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า”

หลิวอี้พยักหน้ารัวเร็ว “เจ้าค่ะ” จากนั้นนางก็เริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้น 

ไม่แปลกใจที่หลี่เสวี่ยซินถูกเรียกว่าท่านหญิง เพราะสถานะเจ้าของร่างนี้ก็คือบุตรีหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวแห่งจวนหนิงโหว แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังต้องเกรงใจ หนิงเสวี่ยซินนางเป็นคนร่างกายอ่อนแอ อยู่มาวันหนึ่งได้ป่วยกะทันหันจนทำให้หลับใหลเป็นเวลานาน 

“หนึ่งปี! นี่นาง ไม่สิ นี่ข้าหลับไปหนึ่งปีเต็ม ๆ เลยรึ”

หลิวอี้สลด “เจ้าค่ะ ครบหนึ่งปีแล้วเจ้าค่ะ”

“ว่าแต่นี่รัชศกที่เท่าใดหรือ”

“รัชศกหย่งหนิงปีที่สี่สิบสี่เจ้าค่ะ”

หลี่เสวี่ยซินตัวแข็งค้างประหนึ่งดินปั้นไม้แกะสลัก ประกายบางอย่างฉายวาบเข้าสู่ดวงตา ความทรงจำเจ้าของร่างกำลังหลั่งไหลเข้ามาดุจสายน้ำหลาก

“โอ๊ย! ปวดหัว ปวดหัวจัง”

หลิวอี้ตระหนกตื่น ถลาเข้ารับร่างบอบบางที่เอาแต่ทุบศีรษะของตนราวกับจะทำให้กะโหลกนั้นแหลกละเอียด “ท่านหญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

หลี่เสวี่ยซินปวดสมองเจียนจะระเบิด ใบหน้าของนางขาวซีดลงอีกครั้ง “ข้า…นี่ตัวข้าตายไปนานเพียงนี้เชียวหรือ”

ผลัวะ

ประตูบานหนาถูกผลักออก บุรุษหน้าวสันต์ร่างสูงโปร่งสาวเท้าเข้ามาพร้อมสีหน้าเป็นกังวล “ซินซินเจ้าฟื้นแล้วหรือ”

ร่างสูงหย่อนกายขนาบข้างหญิงสาว “นางเป็นอะไร?” 

หลิวอี้ตาแดงก่ำ “อยู่ดี ๆ ท่านหญิงก็ปวดหัวเจ้าค่ะ” 

หลี่เสวี่ยซินผลักอกกว้างออกห่างด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มชะงัก “เจ้าเป็นอะไร จำพี่ไม่ได้แล้วหรือ”

หลิวอี้หน้าถอดสี “คุณชายฮั่ว อย่าถือสาท่านหญิงเลยนะเจ้าคะ ดูเหมือนท่านหญิงอาจความจำเสื่อมเจ้าค่ะ”

“ความจำเสื่อมรึ?” เขาหันมองหลี่เสวี่ยซินอีกครั้ง คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “ซินซิน เจ้าจำพี่ไม่ได้แล้วหรือ” 

หลี่เสวี่ยซินสลัดศีรษะเพื่อขับไล่ภาพซ้อนตรงหน้า เปลือกตาบางหรี่ลงจนแคบ “ฮั่ว...เหวิน...หลง ท่านเองหรือ”

เชิงอรรถ

^อนธการ หมายถึง ความมืด, ความมัว, ความมืดมิด, ความเขลา, หรือเวลาค่ำ

^เทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง  การกระทำที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ เหมือนมังกรที่โผล่มาให้เห็นแค่หัว แต่หางหายไป ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันจะไปทางไหน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   ตอนพิเศษ บททดสอบจากแพรสีชาด

    สองข้างทางของถนนสายหลักในเมืองหลวง เนืองแน่นไปด้วยบรรดาผู้คนที่มายืนรอชมขบวนมงคลแห่แหนอย่างเอิกเกริก เสียงบรรเลงเพลงกระหึ่มดังสะท้านทั้งแยกซ้ายขวา“ขบวนขันหมากยิ่งใหญ่เพียงนี้เชียวหรือ แต่เหตุใดจึงมีถึงสองขบวนเล่า”“เจ้าไม่รู้หรือ นี่เป็นสมรสพระราชทานเชียวนะ”“สมรสพระราชทาน? ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เหตุใดต้องแยกเป็นสองขบวน”“เจ้านี่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย ขบวนหนึ่งเป็นของใต้เท้าฮั่ว ส่วนอีกขบวนก็เป็นของแม่ทัพจูเชว่อย่างไรเล่า”“หา…พวกเขากำลังจะแต่งฮูหยินคนเดียวกันรึ”ป๊าบ!เสียงฝ่ามือตบศีรษะสหายดังลั่น อีกฝ่ายถึงขั้นลูบหัวตนป้อย ๆ“เจ้าโง่ มีสตรีใดแต่งบุรุษพร้อมกันถึงสองคนได้ ใต้เท้าฮั่วแต่งกับบุตรีท่านเจ้าเมืองตงหยาง ส่วนแม่ทัพจูเชว่แต่งกับบุตรีหนิงโหว ได้ยินมาว่าพวกเขาต่างสร้างผลงานโดดเด่นทั้งคู่ เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ทัพจูเชว่ออกทำสงครามจนศัตรูปราชัย ส่วนใต้เท้าฮั่วใช้สติปัญญาช่วยไขคดีร่วมกับหนิงโหวเรื่องค้าเกลือเถื่อน และคดีโรคระบาดเมื่อปีก่อน ฝ่าบาทก็เลยประทานสมรสให้กับพวกเขา งานแต่งครั้งนี้วังหลวงเป็นเถ้าแก่จัดงานทั้งหมดอีกด้วย

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   บทที่ 56 มิตรภาพที่มากกว่ารู้จัก (จบ)

    หลี่เสวี่ยซินหันไปยังต้นเสียงก็พบเข้ากับบุรุษองอาจนั่งอยู่บนหลังอาชาตัวสูง“ท่านมาได้อย่างไร”“ข้ามารับเจ้า ไปกันเถิด” ชายหนุ่มลดมือของตนลงมาหลี่เสวี่ยซินยิ้มไปจนถึงดวงตา นางวางมือลงบนฝ่ามือกว้าง ลั่วเทียนเฉินดึงเบา ๆ ร่างระหงก็ถลาขึ้นไปนั่งอยู่ด้านหน้าของเขา อ้อมแขนแกร่งกอดเอวคอดไว้แน่น จากนั้นจึงควบม้าทะยานจากไป“เป็นอย่างไรบ้าง”หลี่เสวี่ยซินทิ้งกายพิงอยู่บนอกแกร่ง “เป็นเช่นนี้ดีแล้ว ข้าหวังเพียงท่านพ่อจะปล่อยวางอดีตแล้วก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง”ลั่วเทียนเฉินจุมพิตไรผมอันหอมกรุ่น “แน่นอน ท่านพ่อของเจ้าจะต้องเข้าใจ”หลี่เสวี่ยซินพยักหน้า เปลือกตาบางหลับพริ้มซึมซับความอบอุ่นจากร่างของเขา“ท่านช่วยข้าหนึ่งเรื่องได้หรือไม่”“ต่อให้บุกไฟฝ่าทะเลเพลิงข้าก็ทำให้เจ้าได้ทุกสิ่ง”หลี่เสวี่ยซินขบขัน “ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้าก็แค่อยากให้ท่านส่งข่าวให้กับคนผู้หนึ่งได้หรือไม่”คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “เจ้าอยากส่งข่าวไปหาใคร”“โม่หลานซิ่น”ม้าที่กำลังโผทะยานชะงักฝีเท้าลงเดี๋ยวนั้น อ้อมแขนชายหน

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   บทที่ 55 คำฝากฝังจากบุตรสาว (2)

    หลี่เจิงเวยลังเล เรือนของเขาหลังเล็กคับแคบ หนำซ้ำเขาเองก็เพิ่งพรวนดินเพื่อปลูกพืชผัก ทำให้ทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นสาบ“ที่เรือนของข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะ เพราะทั้งแคบและสกปรก หากท่านหญิงมีธุระช่วยรอก่อนได้หรือไม่ แล้วไปคุยกันที่โรงน้ำชา”หลี่เสวี่ยซินส่ายหน้า “ไม่จำเป็น จะแคบหรือสกปรกข้าก็อยู่ได้ ข้างนอกอากาศร้อนแดดแรง ท่านพอจะให้ข้าเข้าไปอาศัยร่มด้านในได้หรือไม่”หลี่เจิงเวยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่เคยต้องรับผู้สูงศักดิ์เช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกประหม่าถาโถมเข้ามา ทว่าเมื่อเขาจ้องตาของสตรีรุ่นลูกตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จิตใจสับสน แววตาของนางเหมือนบุตรสาวของเขาไม่มีผิด“หากท่านหญิงไม่รังเกียจ เชิญด้านในขอรับ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลี่เสวี่ยซินเดินตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวเก่า แม้สภาพโทรมลงไปมากทว่ากลับดูสะอาดทีเดียว ราวกับว่าที่ตรงนี้ถูกเช็ดถูอยู่เสมอ แม้อยู่ท่ามกลางพื้นที่ฝุ่นจับโดยง่ายหญิงสาวหย่อนร่างลงนั่งอย่างคุ้นเคย หลี่เจิงเวยถึงกับตกตะลึงไปพักหนึ่ง เมื่อครู่ดวงตาของเขาราวกับเห็นภาพของบุตรสาวซ้อนทับเข้ามา“ท่านนายกองหลี่นั่งลงเถิด ยืนเช่น

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   บทที่ 55 คำฝากฝังจากบุตรสาว (1)

    เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น หนิงถงไท่วางมือจากม้วนไม้ไผ่ตรงหน้า“ผู้ใด”“ข้าเองเจ้าค่ะท่านพ่อ”“ซินซินเองหรือ เข้ามาสิ”ขาเสลาขยับเดินเข้าไปในห้อง ไม่นานก็มาหยุดลงที่ตรงหน้าอีกฝ่าย“นั่งสิ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลี่เสวี่ยซินวางถาดขนมและน้ำชาลงบนโต๊ะ พลางจัดแจงและยื่นให้กับเขา“ช่วงนี้งานยุ่งมากหรือเจ้าคะ เห็นท่านพ่อออกไปแต่เช้ากลับมาก็ค่ำมืดทุกวัน”หนิงถงไท่ยิ้ม “ก็นิดหน่อย แต่ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ว่าแต่วันนี้เจ้ามาพบพ่อได้มีเรื่องใดหรือ คงมิได้มาส่งขนมรินน้ำชาเพียงอย่างเดียวกระมัง”หลี่เสวี่ยซินยิ้มตอบ “ยังเป็นท่านพ่อที่รู้ใจลูกที่สุด”“เช่นนั้นเจ้าก็ว่าเรื่องของเจ้ามาเถิด”ในเมื่อโอกาสมาถึงหลี่เสวี่ยซินก็ไม่อยากประวิงเวลา “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าอยากถามท่านเรื่องโรคระบาดเมื่อปีก่อน”คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อย “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”“ก็จากสหายของข้าเจ้าค่ะ ตอนนั้นลูกได้ยินมาว่าท่านพ่อสั่งให้เผาคนติดเชื้อหรือเจ้าคะ”หนิงถงไท่ถอนหายใจ เขาหยิบชาตรงหน้าขึ้นจิบ “เจ้าเชื่อจริงหรือว่า

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   บทที่ 54 บทเรียนเริ่มต้นชีวิตใหม่ (2)

    “ที่นี่คือ…”“นี่เป็นเรือนที่ข้าซื้อเอาไว้ เดิมทีข้าคิดจะพาเจ้าแยกเรือนหลังกลับมาจากต่างเมือง แต่แล้ว…”หลี่เสวี่ยซินยิ้ม “ข้าก็มาแล้วไม่ใช่หรือ”ลั่วเทียนเฉินกุมมือของนางไว้แน่น “เช่นนั้นก็ใช้เรือนนี้เป็นเรือนหอของเราดีหรือไม่ บังเอิญว่าข้าเองก็ซื้อเรือนนี้ไว้ไม่ห่างจากจวนหนิงโหวด้วย”“เจ้าค่ะ”ฝนด้านนอกเริ่มบางลง กระนั้นท้องฟ้าพลันอาบย้อมด้วยสีดำสนิทดุจน้ำหมึกไปแล้วโคมไฟในห้องถูกจุดขึ้นจนส่องสว่าง จวนแห่งนี้มีผู้ดูแลอยู่สองคน พวกเขาเป็นคู่สามีภรรยาวัยกลางคนท่าทางใจดีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“นายท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ”“เจ้าไปเตรียมอาหารที เสร็จแล้วไม่ต้องมาตามนะ ไว้ข้าจะออกไปเอง”“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”เสียงฝีเท้าเคลื่อนห่างจากบานประตูสงัดลงอีกครั้ง ลั่วเทียนเฉินกลับมาสนใจหญิงสาวตรงหน้าต่อหลี่เสวี่ยซินถูกจ้องมากเข้าก็เริ่มขัดเขิน นางสาดน้ำในอ่างเพื่อหยอกล้อเขา “มองอะไรของท่าน”ลั่วเทียนเฉินรวบมือทั้งสองไว้มั่น เขารั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามาสวมกอด “ข้าคิดถึงเจ้า”ปลายนิ้วเรียวช้อนปล

  • เร้นรักสลับดวงชะตา   บทที่ 54 บทเรียนเริ่มต้นชีวิตใหม่ (1)

    เพราะหลี่เสวี่ยซินอ่อนเพลียทั้งร่างกายและจิตใจนางจึงผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของลั่วเทียนเฉิน หลังจากส่งนางกลับจวนเรียบร้อยชายหนุ่มจึงเร่งไปพบลั่วเหมิงต่อ“เฉินเอ๋อร์ กลับมาแล้วหรือลูก วันนี้แม่หาอาเหยาทั้งวันแต่ไม่พบนางเลย ไม่รู้เด็กคนนี้หายตัวไปที่ใด เจ้าเห็นนางบ้างหรือไม่”ลั่วเทียนเฉินพยักหน้า“แล้วเหตุใดไม่พานางกลับมาด้วย ดูสิวันทั้งวันแม่ทำงานบ้านคนเดียวจนเมื่อยล้าไปหมด เจ้าเองก็มีเงินทองมากมายก่ายกองแล้ว เหตุใดจึงไม่จ้างบ่าวไพร่เพิ่มเสียหน่อย”ลั่วเทียนเฉินนั่งฟังเงียบ ๆ สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ หลังจิบชาจนคอโล่งชายหนุ่มจึงกล่าว “ข้ากำลังจะออกเรือน”ลั่วเหมิงยิ้ม “ก็ดีแล้วนี่ลูก แม่รู้ว่าเจ้าจะออกเรือนแล้ว อีกหน่อยท่านหญิงก็ต้องมาอยู่ที่นี่ สินเดิมของนางต้องมากมายจนนับไม่ไหว เช่นนั้นเราก็ต้องเตรียมต้อนรับนางให้ดี อ้อ…แล้วหนังสือหย่านั่นเจ้าอย่าลืมไปลงนามเสีย เหตุใดจะต้องยึดติดกับคนที่ตายไปแล้วให้ได้”ลั่วเทียนเฉินกำถ้วยชาจนเส้นโลหิตบนหลังมือปูดโปน เขาตวัดตามองเข้ม “เรื่องนี้ท่านไม่ต้องมายุ่ง อีกอย่างข้าจะแต่งออก ไม่ใช่แต่งสะใภ้เข้าบ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status