Masukเขาเป็นบุรุษจืดจาง ไร้ความโดดเด่น แต่นางก็เห็นเขาได้อย่างชัดเจน หวังเพียงคนผู้นี้มอบครอบครัวเล็กๆ อยู่อย่างสมถะ มีชีวิตหลังแต่งงานที่เงียบสงบเรียบง่ายและปลอดภัยก็พอ แต่ทว่า... ชีวิตสงบสุขเรียบง่ายที่ใฝ่หา เหตุใดช่างยากเย็นนัก อา...แต่ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดนางก็ได้รู้ ชีวิตที่ยุ่งเหยิงอันตรายเช่นนี้ล่ะ ช่างมีสีสันดีนักแล
Lihat lebih banyakหลังจากนั้นเพียงสามวัน ข่าวหนึ่งก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ข่าวนั้นก็คือองค์ชายหกคิดก่อการกบฏโดยการลักลอบซ่องสุมกำลังนักรบเดนตาย ค้าอาวุธเถื่อน ยักยอกเงินพระคลัง ใส่ร้ายป้ายสีองค์ชายสามทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีหลักฐานแน่นหนาองค์ชายหกถูกยึดทรัพย์ริบบรรดาศักดิ์ถูกปลดจากราชวงศ์กลายเป็นสามัญชน เว่ยซุนเองก็ถูกตัดสินโทษ ฐานสมรู้ร่วมคิดกับองค์ชายหกโดยการยึดทรัพย์และเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองถ่านหิน ห้ามกลับเมืองหลวงเมื่อผู้นำตระกูลถูกสำเร็จโทษ คนอื่นในตระกูลย่อมติดร่างแหไปด้วยกัน ทั้งเด็กและคนชราในสกุลเว่ย แม้ไม่ถูกเนรเทศแต่ก็ไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอนอีกแล้ว ทุกคนล้วนสิ้นเนื้อประดาตัว จำต้องเร่ร่อนไปตายเอาดาบหน้า เว่ยซินหยูยามนี้จึงมิอาจจ้างคนไปทำร้ายใครได้อีกต่อไปเรือนเยี่ยเฟิงไป๋เล่อชิงนั่งมองสามีตาปริบๆ “ฝีมือท่านพี่?”อู๋หมิงที่กำลังกินอาหารฝีมือภรรยาเพียงตอบรับเสียงอืมในลำคอไป๋เล่อชิงร้องอ้อ เหมือนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ อู๋หมิงลงมือเฉียบขาด ฉลาดหลักแหลมปานนี้เชียว น่ากลัวเกินไปหรือไม่?จังหวะนั้นเจาจวิ้นวิ่งผลุบเข้ามาหลบหลังอู๋หมิง “อาหมิง ช่วยด้วย อาโยวโมโหข้าใหญ่แล้ว”“อันใดอีก?” ชายห
จังหวะนั้น เจาจวิ้นก็สะลึมสะลือได้สติ เขาไอแค่กๆ ร้องหาเสียงแหบแห้ง “อาโยว อย่าทิ้งข้าไป อาโยว”คนถูกเรียกรีบจับมือเขาเอาไว้”“ข้าอยู่นี่ ข้าไม่ไปไหนแล้วทั้งนั้น”“อาโยว อาโยว” เจาจวิ้นคล้ายคนละเมอกึ่งหลับกึ่งตื่นแต่ก็เรียกหาโจวเจินไม่ขาดปากอู๋หมิงจึงว่า “อาโยว เจ้าดูแลอาหนิงแล้วกัน”โจวเจินปาดน้ำตาพลางกดคางหงึกๆ “ท่านไม่บอก ข้าก็จะดูแลเขาเองอยู่แล้วล่ะ ท่านไม่ต้องห่วง”“อืม ดี”ครั้นมองสหายอย่างละเอียดก็พบความจริงหนึ่ง ซึ่งรู้กันเพียงเขากับอีกฝ่าย ความจริงนั้นก็คือมีคำว่า ‘มารยาบุรุษ’ แปะหน้าผากเจาจวิ้นตัวเบ้อเริ่มมุมปากอู๋หมิงกระตุกเล็กน้อยเขารู้ดีว่าหลิวหนิงมิใช่บุรุษอ่อนหัดไร้ฝีมือปานนั้น คงจงใจใช้แผนแสร้งเจ็บตัวเรียกร้องความสนใจมากกว่าชายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ภรรยา “ชิงชิงไปเถอะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะไปตามท่านหมอมาดูพี่หนิงพอดี”อู๋หมิงกระแอม “ไม่ต้อง” ว่าแล้วก็รีบรวบเอวนางพาหายวับไปอีกห้องหนึ่งอย่างเร็ว “อยู่กับข้าห้องนี้ดีกว่า คิดถึงจะแย่”“อ๊ะ ท่านพี่” ร้อนแรงจริงเชียวจวนสกุลเว่ย“เจ้าว่าอย่างไรนะ” เว่ยซินหยูถามเสียงเกรี้ยวกราด “นังหลิวหนิงนั่นเป็นบุรุษรึ?”“ขอรับ”“หมายความว่าข
เว่ยซินหยูเอนกายพิงพนักเก้าอี้ในท่วงท่าสบาย เอ่ยเสียงเรียบเรื่อยต่อเนื่องว่า “ใช่ ไม่ต้องฆ่านังนั่นแล้ว ข้าไม่อยากเสี่ยงถูกเป็นผู้ต้องสงสัยถูกทางการตามล่าข้อหาฆ่าคน ชุดสืบสวนพวกนั้นเก่งกาจนัก หนีไม่พ้นแน่ แต่หากฉุดคร่าย่ำยีสตรีย่อมทำได้”ประกายตาของเว่ยซินหยูสว่างวาบดุจไฟอีกครา “แค่บอกว่าสตรีสมยอม แค่นี้ทางการก็ไม่ตามจับเข้าคุก ส่วนสตรีที่ถูกย่ำยี...หึหึ” ย่อมไม่มีทางกลับมาสู้หน้าผู้คนได้อีกตลอดชีวิต เรียกได้ว่าตายทั้งเป็น หากยังต้องกลับมาอยู่ต่อหน้าสามีมิสู้ฆ่าตัวตายหนีหน้าสามีไปเสียดีกว่า แบบนี้ไยมิใช่ดีกว่าส่งคนไปฆ่านังนั่นจนเสี่ยงถูกสืบสาวถึงสกุลเว่ยหญิงสาวหัวเราะเย็นเยียบอย่างชั่วร้าย“ไปจัดการตามนี้ นังนั่นอยู่ริมชายป่าตะวันตก”“ขอรับ”ชายป่าฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงเป็นสถานที่ที่โจวเจินชอบมากที่สุดกลางป่าพนาไพรที่ร้างผู้คนแห่งนี้มีทะเลสาบมรกตเหมือนเกาะส่วนตัวซึ่งเจาจวิ้นเคยพานางมายลยามนี้หญิงสาวจึงกำลังนั่งเหม่ออยู่บนผาหินชันเหนือธาราสีครามจริงๆ เจาจวิ้นเบิกตากว้างเมื่อเห็นนางอยู่ในระยะสายตาที่ไกลลิบ ทำท่าวิ่งไปหาอย่างลิงโลด ทว่าจู่ๆ กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์ถึงสี่คนกรูเข้ามาล้อม
สองชั่วยามต่อมาเจาจวิ้นสะลึมสะลือฟื้นคืนสติ คนแรกที่มองหาคือโจวเจิน แต่ทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าจิ้มลิ้มของไป๋เล่อชิง“ท่านพี่อาหนิง ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”“อือ อาโยวเล่า?”ไป๋เล่อชิงชี้ไปทางประตูเรือน “นางเก็บข้าวของออกไปแล้วเจ้าค่ะ”“ห๊า” ไป๋เล่อชิงกล่าวอีกว่า “ข้าตามไปก็ถูกไล่กลับมา ท่าทางอาโยวโกรธมากทีเดียว ไม่เคยเห็นนางโมโหปานนี้” เฮ้อ ไม่น่าเชื่อว่าพี่อาหนิงจะเป็นสามีเก่าผู้ชั่วช้าของอาโยว เจาจวิ้นปวดหัวจี๊ดขึ้นสมอง รีบผุดลุกขึ้น“อ๊ะ ท่านพี่อาหนิงจะไปไหนหรือเจ้าคะ”“ข้าจะออกไปตามอาโยว ชิงชิงน้อยอยู่รออู๋หมิงที่นี่ ห้ามออกไปที่ใดตามลำพังนะ”จบคำก็ถลันออกไปจากเรือนอย่างไม่เหลียวหลัง ทว่าสักพักพลันวิ่งกลับมา “ลืมถาม ชิงชิงน้อย อาโยวไปทางไหน”“ไปทางฝั่งตะวันตกของเมืองเจ้าค่ะ”“ขอบใจมาก “เจาจวิ้นถลันตัววิ่งหายไปอีกคราครั้งนี้ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่เค่อเดียวจวนสกุลเว่ย เว่ยซินหยูผู้ไม่เคยลดละการเอาชนะหลิวหนิงด้วยวิธีการชั่วร้ายหมายให้อีกฝ่ายหายไปกำลังตบโต๊ะดังปังเอ่ยเสียงดังอย่างโมโห“นักฆ่าไม่รับงานของข้าแล้วเรอะ”บ่าวชายผู้ถึงตอบ “ขอรับ พวกมันบอกว่าคราก่อนเจ็บหนักหลายคนยังไม่พร้อมล
หลังจากสะสางปัญหาและปรับความเข้าใจระหว่างสามีภรรยา ทุกสิ่งรอบกายก็เป็นใจไปหมด แม้แต่ผักกาดยังหวานกรอบปานนั้นไป๋เล่อชิงย่อมรู้ดีว่าอู๋หมิงชอบกินอะไร นางใส่ใจทำอาหารเต็มที่ ปรุงสุดฝีมือ สามีจึงได้ลิ้มชิมรสมือที่คิดถึงโหยหามานานจากสตรีผู้เป็นภรรยาเสียที“ท่านพี่ ผัดผักจานนี้ข้าปลูกเองกับมือเลยเจ้าค่ะ
“ว่าอย่างไร” เขาถามย้ำแต่ไป๋เล่อชิงยังนิ่งอยู่ นางกำลังทำตัวไม่ถูกนี่นา เมื่อก่อนเคยได้พูดคุยกับเขายาวๆ แบบนี้ที่ใด มีแค่กลางวันร่วมมื้ออาหารห้ามพูด กลางคืนร่วมเตียงไม่คุย ระหว่างวันก็ทำงานนู่นนี่นั่นแทบไม่พบหน้า “ชิงชิง...” อู๋หมิงเรียก“หืม”“เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้า”“ท่านพี่ ข้าอยากกอดท่านเช่นนี
เจาจวิ้นยักคิ้วหลิ่วตา “ข้าเองก็เข้าใจท่านมิใช่รึ? แค่มองตาก็รู้ใจว่าท่านกำลังจะทำอะไร”สามีภรรยาจะเผยความจริงเคลียร์ใจกันล่ะซิ! หึหึ!“ว่าแต่ให้นางอยู่ด้วยนะ ข้าคร้านคอยห้ามนางไม่ให้กีดกันท่านกับภรรยา เหนื่อยเหลือเกิน” นางในที่นี้ เจาจวิ้นย่อมหมายถึงโจวเจิน อู๋หมิงร้องอืมในลำคอเจาจวิ้นยังไม่ทัน
ในห้องของโจวเจินบนเตียงยามนี้หญิงสาวกำลังเปลือยกายท่อนบนนอนคว่ำหน้าให้ใครอีกคนทาน้ำมันขี้ผึ้งแล้วนวดๆ“อา...พี่หนิง นวดเก่งมาก ข้ารู้สึกสบายตัวยิ่ง” เหมือนเข้าร้านนวดในยุคสมัยที่จากมาเลยเชียวคนถูกชมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก ใจเต้นระส่ำ เพราะสัดส่วนกำยำตรงท้องน้อยกำลังครัดเคร่งอย่างมาก ได้ลูบไล้เนื





