Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่16.เขาที่เธอไม่รู้จัก

Share

บทที่16.เขาที่เธอไม่รู้จัก

Penulis: Luna of The Sea
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-28 16:00:49

“เรากลับกันเถอะ แนนซี่”

ฉันลุกพรวดขึ้นพร้อมดึงแขนแนนซี่ออกจากคาเฟ่ เสียงในหัวเต้นเร่าจนแทบระเบิดออกมา

“แกจะรีบไปไหนนัก” แนนซี่เบิกตากว้าง มองฉันด้วยความงง

“ไปเถอะน่า ฉันมีงานด่วนจริง ๆ”

ฉันพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่ฝ่ามือเย็นเฉียบ เหงื่อซึมราวกับถูกไล่ต้อนอยู่ในเงามืด

“แต่สามีฉันยังไม่มารับเลยนะ” แนนซี่ยังลังเล

“ไปเถอะ ข้ามไปฝั่งนู้น เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ให้”

ฉันจับแขนเธอเบา ๆ พาข้ามถนน ใช้ช่วงที่รถยังวิ่งผ่านบังสายตา พอเหยียบถึงฟุตบาท ฉันรีบโบกแท็กซี่ทันทีเหมือนเตรียมไว้แล้ว

ไม่นาน แท็กซี่สีเหลืองก็ชะลอจอด นิ้วเรียวรีบดันแนนซี่ขึ้นรถก่อนที่เธอจะทันถามอะไร

“ไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน! บาย!”

มุมปากฉันยกขึ้นพยายามรักษารอยยิ้ม แต่ข้างในหัวใจหน่วงแน่น ลึก ๆ ฉันไม่อยากให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเข้ามายุ่งกับเรื่องที่ยังไม่แน่ใจว่าปลอดภัย

แล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจ รวบรวมสติที่สั่นคลอน…

เมื่อเงยหน้าขึ้น สายตาก็ชนเข้ากับอเล็กซี่อย่างจัง!

เธอมองฉันตรง ๆ เพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะสบัดหน้าและหมุนตัวขึ้นรถหรูสีดำที่จอดติดเครื่องรออยู่หน้าคาเฟ่

“ยัยโรคจิต…มองฉันทำไมแบบนั้นเนี่ย” ฉันพึมพำด้วยความหงุดหงิด พลางมองตามรถของอเล็กซี่ที่แล่นออกไป 

แล้วหันกลับมาที่หน้าคาเฟ่… ใช่ เขายังอยู่ตรงนั้น ผู้ชายคนเดิมที่เห็นในคาเฟ่

ตอนนี้ เขายืนนิ่ง ดวงตาจ้องมาที่ฉันราวกับเล็งเป้า ความเย็นวาบไหลขึ้นตามกระดูกสันหลังทันที และฉันก็รู้ในวินาทีนั้นว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ฉันสูดลมหายใจลึก พยายามก้าวเดินเหมือนคนปกติ ทั้งที่ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มือเกร็งราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องและไล่ล่า

แต่ยังไม่ทันพ้นปากซอย เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังก้องตามหลัง ชัดเจนทุกก้าว

เขาเดินตามฉันจริง ๆ

ฉันเร่งฝีเท้า เหมือนคนรีบกลับบ้านหลังเลิกงาน แต่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เงาของเขาเข้ามาใกล้ ความกลัวค่อย ๆ แทรกเข้ามาในใจทีละนิด

แล้วจังหวะหนึ่ง… ฉันเห็นโอกาส

รีบหักเลี้ยวเข้าซอกอาคารเก่า มุมมืดแทบไม่มีใครสนใจ

ยืนนิ่ง ให้เหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกำแพง

เขาเดินเลยไปช้า ๆ ก่อนจะหยุด หันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังตามหาอะไร

เขาไม่รู้ว่าฉันหายไปไหน

ไม่รู้ว่าฉันยืนแอบมองอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตร

ฉันแนบหลังกับกำแพงอิฐเย็น สูดลมหายใจลึก ๆ พยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่น

ค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกเมื่อเห็นว่าเขาเดินไปแล้ว

แต่ยังไม่ทันได้โล่งใจ ความสับสนก็พุ่งเข้ามาแทนที่ความกลัวทันที

นี่มันเรื่องอะไรกัน

ลิลิน เธอกำลังเผชิญเรื่องบ้าอะไรกันอยู่

มือเลื่อนลงบนกระเป๋าสะพาย กอดมันไว้แน่น ราวกับเอกสารและภาพถ่ายจากงานล่าสุดจะมีคำตอบให้

และปลายทางเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้ชัดเจน…

Stride X

***

หน้าสำนักงานใหญ่ของ Stride X ตึกระฟ้าสูงตระหง่านที่เคยชัดเจนทุกครั้งที่มองขึ้น วันนี้กลับถูกเมฆดำกลืนจนปลายยอดเลือนหาย ราวกับมันไม่เคยตั้งอยู่ตรงนั้น

ฉันจ้องมันนิ่ง ๆ ทั้งที่ความหนักอึ้งในอกไม่ต่างจากท้องฟ้าหม่นมืด

ก้าวเข้าลิฟต์โดยไม่ลังเล ประตูปิดลงอย่างนุ่มนวล เสียงกลไกแผ่วเบา พร้อมพาฉันไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

สายตาจับจ้องตัวเลขที่วิ่งผ่านทีละชั้น…จนกระทั่งถึง 40

ติ๊ง

ประตูเลื่อนเปิดช้า ๆ  เสียงรองเท้าหนังหนักดังใกล้ ๆ

ตึก…ตึก…

ชายสูงโปร่งในสูทหรูสีเข้มก้าวเข้ามา ใบหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกริบทำให้อากาศเย็นในลิฟต์เหมือนอุ่นขึ้นทันที เขาแต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายรองเท้า ทุกอย่างราคาสูงลิ่ว สะท้อนฐานะและรสนิยม

เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาหรูสะท้อนแสงระยิบระยับ รุ่นที่มีไม่กี่คนในประเทศได้สัมผัส

ด้านหลังเขา ชายตัวใหญ่สวมแว่นดำยืนท่าทางนิ่งสนิท ไร้อารมณ์เหมือนหุ่นที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เฝ้าเพียงอย่างเดียว

ประตูลิฟต์ปิดลง ความเงียบแผ่ซ่าน ลมหายใจของฉันติดขัดเล็กน้อย ไหล่ตึงขึ้นจนต้องขยับไปชิดผนัง คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาไถอย่างลวก ๆ ทั้งที่ในหัวกำลังพยายามนึกว่าผู้ชายคนนี้เคยเจอที่ไหน

ภาพความทรงจำผุดขึ้นทีละนิด… เสียงในใจก็เอ่ยชัดเจน

ใช่ เขาคือหนึ่งในคนที่ฉันเคยเห็นจริง ๆ

หนึ่งในชายคนนั้น…ที่ฉันเคยเผลอถ่ายติดเฟรมระหว่างงานกาล่าหลังเวที  ตอนเขาหันมามองด้วยสายตาแข็งกร้าว ฉันสะดุ้งและรีบถอยหลบ

ติ๊ง

ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนเปิดอีกครั้ง

เสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะก้าวออก เขาหันมามองฉันด้วยแววตาเยือกเย็น

หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบระเบิด

มือสั่นเล็กน้อย สายตาพล่านเบลอ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตผ่านร่าง

ประตูลิฟต์ปิดลง เส้นทางยังพาฉันไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ …จนกระทั่งถึงชั้นบนสุด

ติ๊ง

ฉันผ่อนลมหายใจยาวก่อนก้าวออกจากลิฟต์

สายตากวาดหาวรากร เลขาหนุ่มที่มักประจำอยู่หน้าห้องประธานอารัญ

“หายไปไหนนะ…” ฉันพึมพำ พลางมองซ้ายขวา แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา

เมื่อเดินเข้าใกล้ประตูห้องประธาน ฉันสังเกตว่ามันแง้มไว้

ความคิดแวบหนึ่งสะกิดให้ฉันชะโงกมองเข้าไป.. ตามสัญชาติญาณ

อารัญกำลังยื่นซองบางอย่างให้ชายในสูทสีเข้มอีกคน สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาเฉียบขาด  ไม่ต้องเอ่ยคำสั่งใด ๆ ก็ทำให้ใคร ๆ เข้าใจทันที

สายตาของเขาสบเข้ากับฉันเต็ม ๆ เพียงวินาทีเดียว แต่พอสัมผัสเหมือนถูกอ่านทะลุทุกความคิด

หัวใจเต้นรัว ภาพรอบตัวเบลอวูบเหมือนถูกช็อตซ้ำ ความสงสัยพุ่งเข้ามาพร้อมกันจนทั้งร่างเหมือนถูกสตั๊นอยู่กับที่

“คุณลิลินครับ”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันสะดุ้ง เผลอหันขวับ

วรากรยืนอยู่ตรงนั้น ถือถาดชาด้วยสีหน้าปกติ

“คุณมีนัดกับท่านประธานอารัญเหรอครับ?”

“อ๋อ… เปล่าค่ะ” ฉันรีบตอบ ยังตั้งตัวไม่ทัน

“ฉันเอาภาพกับบทความจากงานอีเว้นต์ครั้งก่อนมาให้คุณตรวจสอบค่ะ” ฉันรีบดึงแฟ้มจากกระเป๋าแล้วยื่นให้

วรากรรับไปอย่างสุภาพ พลางพยักหน้าเล็กน้อย

“ฉันขอตัวนะคะ” พูดพลางก้าวถอย ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าลิฟต์โดยไม่เหลียวหลัง

 ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนปิดลง ราวกับฉากสุดท้ายของละครเรื่องหนึ่ง

ละครที่ฉันไม่แน่ใจเลยว่ามันคือความจริง หรือเพียงภาพลวงตาที่ใครสักคนสร้างขึ้น

บนผิวสะท้อนสีเงินของประตูลิฟต์

ฉันเห็นเพียงตัวเองยืนอยู่ พร้อมคำถามนับร้อย

และภาพสายตาเย็นชาของอารัญยังติดอยู่ในหัว

เขาช่วยฉันจริง ๆ …

หรือทั้งหมดคือเกมที่เขาปูไว้ตั้งแต่แรก?

เกมที่ฉันไม่ควรย่างเท้าเข้าไป

แต่ตอนนี้กลับถลำลึกจนหาทางออกไม่เจอ

อารัญ… คุณเป็นใครกันแน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status