LOGIN“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะ มีเรื่องต้องจัดการ คุณพักผ่อนนะครับ”
น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็วฉันยืนนิ่งงัน ปล่อยให้ความเงียบค่อย ๆ แผ่ขยาย ราวกับดึงคำถามนับร้อยขึ้นมาลอยอยู่กลางอากาศ
สายตายังค้างที่ประตูลิฟต์ที่ปิดลง ความคิดวนเวียนไม่รู้จบ… แต่จังหวะเต้นตุบ ๆ ที่ขมับกลับบอกชัดเจนว่าเรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้น และฉันกำลังถูกดึงเข้าสู่เกมอันตรายโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง
***
ไม่กี่นาทีถัดมาเสียงเบรกดังเอี๊ยดที่หน้าอาคาร Stride X
อารัญก้าวลงก่อนที่รถจะหยุดนิ่ง ร่างสูงเคลื่อนตรงไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสูงสุด สถานที่ที่ตั้งเด่นอยู่เหนือทั้งเมืองกระจกใสรอบด้านสูงจรดเพดานเผยให้เห็นวิวเมืองสว่างไสว ราวฉากจากภาพยนตร์ที่จัดฉายเฉพาะเขาเท่านั้น
แสงไฟจากตึกระฟ้าด้านล่างสะท้อนบนผิวกระจกเป็นประกาย ประหนึ่งอัญมณีราคาแพงที่โชว์ถึงอำนาจและสถานะของผู้ครอบครอง
ในห้องหรูหราอันเงียบงัน มีเพียงสามคนที่อยู่ตรงนี้ พื้นที่ซึ่งแทบไม่มีใครเคยได้เหยียบ หากไม่ได้รับอณุญาตินักสืบหน้าเข้มคนหนึ่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กด้วยสายตาเย็นเฉียบ นิ้วของเขาขยับบนแป้นพิมพ์อย่างต่อเนื่อง
ชายอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ มองจอสี่เหลี่ยมนั้นด้วยแววตาคมกริบ เปล่งน้ำเสียงชัดเจนและคมพอจะทำให้ความเงียบแตกกระจาย “มีคนแฮ็กข้อมูลครับ”นักสืบที่นั่งอยู่เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “Quantum X ถูกเจาะระบบ… และคนที่ทำไม่ใช่มือสมัครเล่นแน่นอนครับ”อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงนิ่ง แต่ถ้อยคำเหมือนค้อนทุบ
“แต่ตอนนี้ เรายังสาวไปไม่ถึงครับ ท่านประธาน อารัญ”อารัญปล่อยลมหายใจหนัก ราวกับพยายามกดทับความคิดที่ถาโถมในหัว เพราะทุกความเป็นไปได้กำลังถูกประเมินอย่างรวดเร็ว
เขารู้ดี นี่ไม่ใช่การแฮกธรรมดา มันคือสงครามเงียบกับคนทรยศที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว และผลลัพธ์… อาจลุกลามไกลเกินคาดสายตาอารัญยังคงนิ่งมั่น ราวประกาศให้ทุกคนในห้องรู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… เขาจะลากคนทรยศออกมาให้ได้
“มันคือใคร…”
“ไปสืบมาให้เร็วที่สุด” อารัญเปล่งคำสั่งสุดท้ายของค่ำคืนนี้ พร้อมแววตากร้าว.
***เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงเวลานัดหมาย ข้อความจากแนนซี่เด้งขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่:“บ่าย 3 เจอกันที่มุมเดิม คาเฟ่หรูกลางเมืองนะ”
…
ตอนนี้ฉันก็อยู่ตรงนี้แล้ว ที่เดิมริมกระจก อีก 15 นาทีจะบ่ายสาม สายตาฉันเฝ้ามองประตูทางเข้า หัวใจเต้นแรง เพราะเรื่องเมื่อคืนยังคงค้างอยู่ในหัว และฉันกำลังพยายามต่อจิ๊กซอร์เพื่อเรียงเรื่องราวทั้งหมดไม่กี่อึดใจ รถเบนซ์คันหรูก็ค่อย ๆ ชะลอจอดหน้าร้าน
แนนซี่ก้าวลงจากรถอย่างมั่นใจ แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ราวกับกำลังจะเปิดเผยเรื่องใหญ่บางอย่างฉันกะพริบตา หัวใจก็เร่งจังหวะทันที
เพราะสีหน้าและแววตาของเธอ… ไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน“ลิลิน! ฉันได้เรื่องมาแล้ว”
แนนซี่พูดพลางหันซ้ายขวาเหมือนกลัวคนได้ยิน เธอนั่งลงใกล้ฉัน น้ำเสียงกระซิบแต่น้ำหนักกลับมากพอให้ฉันสะดุ้ง“ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นตัวการปล่อยข่าวลวงนั่นของแก”
ฉันขมวดคิ้วทันที
“ใคร…ล่ะ แนนซี่?”“อเล็กซี่…อดีตคนเคยใกล้ชิดคุณอารัญ แต่ไปไม่ถึงฝั่ง”
ฉันหัวเราะแห้ง ๆ
“แก…หมายความว่าไง แนนซี่?”“หมายความว่า…ยัยคนนี้อาจเคยรู้จักคุณอารัญ
แต่ไม่ได้สนิทชิดใกล้ถึงขั้นเป็นคู่เดต และที่สำคัญ…ตอนนี้แกกำลังเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจของวงการคนที่จะเล่นงานแกจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคมก็เป็นได้”ฉันนิ่งไปสักครู่ แนนซี่โน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูฉัน “ทุกอย่างที่หล่อนทำ…ก็เพื่อเรื่องเดียว ชื่อเสียง และเป็นที่หนึ่งของวงการ ”“โรคจิตชัดๆ”ฉันพึมพำ แนนซี่ลดเสียงลงอีก “แล้ว…มีข่าววงในด้วยว่า…เคยเห็นหล่อนเดตกับหนึ่งในผู้บริหาร Stride X”คำพูดนั้นกระแทกเข้ามาในใจฉันเหมือนก้อนน้ำแข็งเรื่องทั้งหมดเริ่มประกอบเข้าหากัน ความลับ ความทรยศ แรงกดดันจากอดีตถึงปัจจุบัน ทุกอย่างไหลรวมเป็นภาพเดียว…ภาพที่ฉันไม่แน่ใจเลยว่าอยากเผชิญหรือไม่ฉันยกมือเกลี่ยผม พยายามตั้งสติ แต่ริมฝีปากกลับแห้งผากจนพูดไม่ออก แนนซี่โน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดวงตาเธอแน่วแน่จนฉันรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปถึงกระดูก
ระหว่างที่ฉันยังตั้งสติไม่ทัน ประตูคาเฟ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงอุ่นของร้าน ท่วงท่านั้นคุ้นตาเหลือเกิน… จนหัวใจฉันหล่นวูบในเสี้ยววินาทีที่ฉันเห็นใบหน้าด้านข้างของเธอ..ผู้หญิงที่เดินเชิดคอไปยังเคาน์เตอร์ คนที่ฉันไม่อยากพบเจออีกตลอดชีวิต เพราะทุกครั้งที่เจอเธอ มักตามมาด้วยเรื่องไม่ดีชื่อที่แนนซี่เพิ่งเอ่ยถึงยังดังก้องอยู่ในหัวไม่หยุด
ทุกอย่างประสานกันจนเหลือเพียงคำเดียวที่เด่นชัดและแทบหลุดจากริมฝีปาก“อเล็กซี่…”
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดออกมา ใครบางคนก็หันมามองตรงมาที่โต๊ะของเรา
รอยยกมุมปากคล้ายทักทายปรากฏขึ้น… แต่แววตานั้นไม่ใช่ของคนที่บังเอิญผ่านมาแน่นอนหรือว่า…
มีคนกำลังตามฉันมา?บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ
ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว







