Masukบนระเบียงสูงเหนือมหานคร
อารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่น ก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม “ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…
วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ด แสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น
ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลง
ทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่ง
แสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิดนักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า
“แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”
สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ
กลุ่มชายชุดดำยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง บารมีเย็นเฉียบแผ่กดทับบรรยากาศ จนไม่มีใครกล้าขยับเสียงเพลงดับวูบลงฉับพลัน
ราวกับมีใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาดวงตาคมกริบของอารัญกวาดมองชายหญิงรอบงานปาร์ตี้สระน้ำ ก่อนเปล่งคำสั่งแข็ง ไร้อารมณ์
“ออกไป”
ไม่มีใครไม่รู้จักเขา
ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลฟอร์ดคำสั่งเดิมถูกย้ำอีกครั้ง หนักแน่นและเด็ดขาดกว่าเดิม
“กูบอกให้ออกไป” เพียงเท่านั้นแหละแขกทั้งหมดสลายตัวในชั่วพริบตา เหลือเพียงความเงียบ ที่อัดแน่นด้วยแรงกดดันคริส ฟอร์ด เดินเซออกมาจากด้านใน มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอว
สีหน้าไม่พอใจ ปนดูแคลนราวกับคนที่ถูกขัดจังหวะความสำราญ“แกคิดจะทำอะไร อารัญ?”
เขาแค่นหัวเราะ “นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของฉัน แกไม่มีสิทธิ์บุกเข้ามา”อารัญไม่ตอบ
เขาโยนภาพถ่ายจากงานกาล่าลงตรงหน้าคริสมองเพียงชั่ววูบ ก่อนหัวเราะเย้ยหยัน วางมันลงอย่างไม่ใยดี
“แล้วจะทำไม?” เขายักไหล่ “ฉันก็เป็นทายาทตระกูลฟอร์ดเหมือนกัน มีสิทธิ์ใช้ทุกอย่างของตระกูลตามที่ฉันต้องการ”แววตาอารัญเย็นลงอีกขั้น
“แกไม่ใช่แค่ใช้” เขาพูดช้า ๆ ราวกับตอกย้ำทุกคำ “แกหักหลังตระกูลฟอร์ด ขายข้อมูลลับให้เจ้าพ่อบ่อน แลกเงิน แลกอำนาจ และแลกด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบคม
“สิทธิ์ของแก
จบตั้งแต่วินาทีที่เอาชีวิตคนมาเป็นราคาแล้ว”คริสชะงักไปเสี้ยววินาที
ก่อนจะตะโกนสวนกลับมา เสียงเริ่มสั่นด้วยโทสะ“แกไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉัน!”
เขากัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำ
ความโกรธปะปนกับบางอย่างที่อัดอั้นมานาน“ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาของพ่อ!”
“ไม่ได้แม้แต่มรดกสักชิ้น!”เสียงของคริสดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับต้องการพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนตรงนั้น
“ทุกอย่างที่ฉันมี
ฉันต้องดิ้นรนเอามาเอง!”เขาหัวเราะสั้น ๆ อย่างขมขื่น
เหมือนคนที่เชื่อมาตลอดว่าความเจ็บปวด คือข้ออ้างที่เพียงพอสำหรับทุกการกระทำอารัญมองเขานิ่งสนิทอย่างไร้ความรู้สึกอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ราวกับกำลังมองคนที่หมดคุณค่าไปแล้ว และเพียงเขาขยับมือเล็กน้อย
ทันใดนั้น ชายร่างใหญ่ถูกลากออกมาจากด้านหลัง ชัย มือสังหารรับจ้าง ผู้รับคำสั่งจากคริส คนเดียวกับที่ขับรถหรูสีดำพุ่งชนลิลินหน้าอาคาร Stride X ในคืนฝนตก
ชัยก้มหน้า
เสียงรับสารภาพถูกบันทึกไว้ครบถ้วน ทุกคำ ทุกชื่อ ทุกการโอนเงินอารัญเอ่ยเสียงเรียบ
นิ่งจนแทบไร้อารมณ์“แกจะถูกจับ… ในข้อหาฆาตกรรม”
ใบหน้าของคริสซีดลงเป็นครั้งแรก
เขาถอยหลังครึ่งก้าว ก่อนจะตะโกนออกมาอย่างลนลาน“แกไม่มีหลักฐาน! ”
อารัญเงยหน้าขึ้น สบตาเขาตรง ๆ
น้ำเสียงต่ำ ชัด“หลักฐานการโอนเงิน
หลักฐานการแฮกและเจาะระบบ แผนการทั้งหมด รวมถึงคำสารภาพของมือสังหาร”เขาเว้นจังหวะสั้น ๆ
ราวกับปิดเกม“ทุกอย่างอยู่ในมือของตำรวจแล้ว”
ยังไม่ทันที่ความเงียบจะจางหาย
เสียงเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ทอีกลำก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา ก่อนจะเทียบท่าหน้าวิลล่าเจ้าหน้าที่พิเศษกรูกันเข้ามาล้อมตัวคริส ฟอร์ด
กุญแจมือกระทบข้อมือเขาในเสี้ยววินาที “ฉันไม่ผิด!”คริสตะโกนลั่น ดิ้นรนสุดแรง
เสียงแตกพร่าไปกับความตื่นตระหนก“ฉันต้องการทนาย
ฉันจะไปสู้ในชั้นศาล!”เขาเงยหน้าขึ้น ตะโกนใส่อารัญราวกับเกาะเส้นสุดท้ายไว้
“ฉันเป็นพี่ชายแก
เป็นทายาทตระกูลฟอร์ด!”เสียงตะโกนของคริส ฟอร์ด
ยังดังก้องอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน แค่ไม่ทันข้ามคืน ก็ถูกกลบด้วยพาดหัวข่าวตัวโตจากทุกสำนักคริส ฟอร์ด ถูกจับกุมเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมของอเล็กซี่ พร้อมการตรวจพบเส้นทางการเงินที่ไม่โปร่งใส และข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการขายข้อมูลลับของบริษัท Stride X
ข่าวดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการธุรกิจอย่างรวดเร็ว
ภาพวิลล่าหรู และภาพชายในผ้าขนหนู ถูกนำออกเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ปรานีฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงหัวมุมถนน
มือคนช้อนในถ้วยกาแฟไปมา สายตาก้มมองหนังสือพิมพ์ในมือใช่… ทุกอย่างเหมือนจะจบลงแล้ว
แต่หัวใจกลับยังไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็นอารัญจัดการคริส ฟอร์ด โดยไม่ต้องป่าวประกาศ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเพียงเงียบ สืบเสาะ เก็บข้อมูล จนกระทั่งถึงวันปิดเกมโทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้นมา
“ลิลิน ฉันเอง แนนซี่”
“แกเห็นข่าวหรือยัง?”“อืม”
ฉันตอบสั้น ๆ“ไม่คิดเลยนะ… ประธานอารัญจะมีไม้เด็ด
ถึงขั้นจัดการคนในตระกูลเดียวกัน”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะเอ่ยต่อ
“แล้วแกจะกลับไปอยู่คอนโดของพ่อไหม?”ฉันนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ
“ยังก่อน… ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ ห่างจากเรื่องดราม่าพวกนี้สักพัก”“เข้าใจนะ ถ้ามีอะไร โทรหาฉันได้เสมอ”
แนนซี่รีบพูดต่อ เหมือนกลบความอึดอัด “ฉันกำลังจะไปทานอาหารฝรั่งเศสแล้ว”“บาย”
สายตัดลง
ฉันวางโทรศัพท์ข้างถ้วยกาแฟที่เริ่มเย็นชืด ก่อนจะหันกลับไปมองข่าวอีกครั้ง บางอย่างถูกปิดเกมไปแล้ว
แต่บางอย่าง… ในหัวใจ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้
เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “
หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว
เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่
หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ
บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ
ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด







