Share

บทที่30.ระยะห่าง

last update Last Updated: 2026-02-14 17:00:01

หนึ่งเดือนผ่านไป

ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้าง

เขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเอง 

แต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลก 

ชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คน

รองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อ Quantum Prime Flux กระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ

“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”

งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์

เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรม 

อารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อีกเลย ปล่อยให้มันจมดิ่งไปพร้อมอดีต และหลุมศพของใครหลายคน

ท่ามกลางความสำเร็จที่โลกภายนอกกำลังเฉลิมฉลอง

เขากลับยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนระเบียง

ชั้น64ของตึกสูงระฟ้าเหนือมหานคร 

ร่างสูงเพรียวในสูทสีเข้มยืนนิ่ง

สายตาทอดมองขอบฟ้าที่ทอดยาวสุดสายตา

เหมือนมองผ่านทั้งเมืองไปไกลกว่านั้น

“ท่านประธานครับ”

เสียงของวรากรดังขึ้นจากด้านหลัง

สุภาพ แต่ระมัดระวัง

“เราสืบพบแล้วครับ นี่คือที่อยู่ของเธอ”

เขายื่นกระดาษใบเล็กขนาดนามบัตร

บนกระดาษมีข้อมูลสั้น ๆ และภาพถ่ายหนึ่งใบ

“เราแกะรอยจากภาพและบทความที่เธอเขียน เธอเช่าห้องเล็ก ๆ อยู่กลางเมืองครับ”

อารัญรับมันมาอย่างนิ่งขรึม สายตาคมไล่ผ่านข้อมูลทีละบรรทัด ราวกับบันทึกทุกตัวอักษรไว้ในใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน ผมก็จะตามหาเธอให้พบ”

วรากรชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงรายงานต่อ

“ส่วนไคล์… เหมือนจะออกจากประเทศไปแล้ว และคงจะหายไปอีกนานครับ”

อารัญเงยสายตาขึ้น

แววตานิ่งลึกนั้นสบกับวรากร โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด

“จะให้ผมเตรียมรถเลยไหมครับ” วรากรถาม

อารัญหันกลับไปมองเมืองเบื้องล่างอีกครั้ง

แล้วจึงตอบ โดยไม่หันมา

“ไม่ต้อง”

“ผมจะไปหาเธอเอง…”

“ลำพัง”

***

คาเฟ่เล็ก ๆ ใต้ตึกอาคารเก่าย่านกลางกรุง แถวที่ฉันอาศัย ยังคงคึกคักไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว  เสียงเครื่องชงกาแฟกลบเสียงรถจากถนนด้านนอก

ฉันยังคงนั่งอยู่มุมเดิม ก้มดูภาพในกล้อง เลือก ลบ เก็บ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนทุกวัน

จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นและพบว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ตรงข้ามผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเคยเจอในงานหนึ่ง เป็นนักศึกษาฝึกหัดที่เพิ่งเริ่มต้นในสายงานเดียวกัน เราไม่ได้สนิทกันนัก แค่เคยแลกชื่อกันไว้ และทักทายกันตามมารยาท

“ลิลิน โฮชิคาวะ”

เธอเรียกชื่อฉันเต็มยศ น้ำเสียงสดใสราวกับตื่นเต้นที่ได้เจอ ฉันเผลอชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเธอเอนตัวมาข้างหน้าและยิ้มอย่างเป็นกันเอง เกินกว่าความคุ้นเคยที่เรามี

“จำฉันได้ไหม? ฉันแอนนี่ เราเคยเจอกันที่งานอีเวนต์ Stride X”

ฉันเงียบไปชั่วอึดใจ ราวกับกำลังประเมินท่าทีของเธอที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา ตามมารยาท

“จำได้  แอนนี่”

แต่คำพูดถัดมาของเธอ กลับทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

“แต่ก่อนอื่น… ยินดีด้วยนะ ที่เธอได้หมั้นกับอารัญ ฉันอ่านข่าวของเธอเมื่อเดือนก่อน เห็นว่าเขาประกาศกลางร้านอาหารหรูเลยใช่ไหม ดีใจกับเธอจริง ๆ นะ และที่สำคัญ เธอทำให้ผู้หญิงทั้งโลกอิจฉาเลยล่ะ”

ฉันยังไม่ทันตั้งหลัก

เธอก็ยิงคำถามต่อ ราวกับไม่ทันสังเกตสีหน้าของฉัน

“ดีใจนะที่ได้เจอเธอที่นี่… แต่ว่า… อารัญล่ะ?”

คำพูดนั้นไม่ได้แฝงการเย้ยหยัน หรือเจตนาร้าย

มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นของคนที่ยังไม่เข้าใจ

ว่าเส้นบาง ๆ ควรหยุดอยู่ตรงไหน

เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะถามต่อแทบจะในทันที

“ว่าแต่มานั่งทำอะไรตรงนี้ คนเดียวเหรอ?”

มันมากเกินไปแล้ว

ไม่ใช่เพราะคำถามรุนแรงแต่เพราะมันไม่ควรถูกถาม

ความอึดอัดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ฉันเก็บกล้องลงในกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ

“ขอโทษนะ ฉันขอตัวก่อน พอดีมีงานต่อ”

ฉันเดินออกจากคาเฟ่ พร้อมความหงุดหงิดที่ยังค้างอยู่ในอก

ไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอเพียงอย่างเดียว

แต่เพราะการถูกรบกวนพื้นที่เล็ก ๆ

พื้นที่ที่ฉันพยายามรักษาเอาไว้ เพื่อหายใจ

ฉันก้มหน้าเดินไปตามฟุตบาท มองแสงส้มจากโคมไฟที่ค่อย ๆ ติดขึ้นทีละดวงบนพื้นทางเดิน

ปล่อยให้เสียงเมืองกลืนความคิดของตัวเอง ความเร่งรีบของผู้คนและรถที่เคลื่อนผ่านไม่ขาดสาย

ทำให้ฉันไม่ทันสังเกตอะไรตรงหน้า

จนกระทั่งร่างของฉันชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

แรงกระแทกทำให้กระเป๋ากล้องหลุดจากมือ ฉันรีบก้มลงเก็บอย่างตกใจ พลางเอ่ยขอโทษลนลาน

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ”

ในจังหวะเดียวกันนั้น ร่างสูงตรงหน้าก็ย่อตัวลง มือของเขาเอื้อมมาพร้อมเก็บของตกบนพื้น  ปลายนิ้วสัมผัสหลังมือฉันโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันนิ่งค้างไป ความคุ้นเคยบางอย่างสะกิดหัวใจ

และเมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเราสบกัน

โลกทั้งใบเหมือนเงียบลงไปชั่วขณะ

เสียงหนึ่งดังขึ้นในความทรงจำของฉัน

อารัญ

ฉันรีบลุกขึ้น ก้าวยาวออกห่างอย่างไม่รู้ตัว

“หยุดก่อน ลิลิน ฟังผมก่อน”

ฉันไม่หันกลับไป ยังคงเร่งฝีเท้าเดินต่อไปตามฟุตบาท

ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงเขาที่เรียกอยู่ด้านหลัง

แต่เสียงก้าวเท้ายาว ๆ นั้นกลับตามมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

“ลิลิน”

เขาเรียกชื่อฉันอีกครั้ง  น้ำเสียงต่ำ และใกล้กว่าเดิม

ฉันกัดฟันแน่น เร่งฝีเท้าโดยไม่ยอมชะลอ

จนกระทั่งเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้เบา ๆ

ไม่แรงพอจะบังคับ

แต่หนักพอจะหยุดฉันไว้ได้

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณ”

เขาพูดช้า ๆ ราวกับเลือกทุกคำอย่างระมัดระวัง

“ผมแค่… ต้องการปกป้องคุณ”

เขาเว้นจังหวะ

ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังกว่าเดิม

“ทั้งชีวิต”

ฉันไม่รู้ว่าควรเชื่อหรือไม่ แต่หัวใจของฉัน…ไม่อาจเมินเฉยต่อประโยคนั้นได้ ร่างกายชาวาบไปชั่วลมหายใจหนึ่ง

ก่อนที่ฉันจะดึงมือกลับ แล้วแตะคีย์การ์ด เปิดประตูเข้าไป

บานประตูปิดลง และจากอีกฟากหนึ่ง เสียงตะโกนของเขาก็ดังตามมา

“ผมจะยืนรออยู่ตรงนี้

จนกว่าคุณจะยอมฟังผม” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status