Home / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่2 .แสงแรกของเมือง

Share

บทที่2 .แสงแรกของเมือง

last update publish date: 2025-11-02 04:34:09

ฉันลืมตาขึ้นก่อนฟ้าสาง..

เสียงเอะอะโวยวายจากซอยด้านล่างดังทะลุขึ้นมาถึงชั้นสองของคอนโด แสงนีออนจากป้ายโฆษณาริมทางด่วนลอดผ่านม่านขาวบางพาดแถบแสงลงบนผ้าห่มอย่างแผ่วเบา

ฉันพลิกตัว ลุกขึ้นไปยืนที่หน้าต่าง

มือค่อย ๆ เลื่อนม่าน เปิดบานเกร็ดกระจกออก

ทอดมองเบื้องล่างคือภาพชีวิตในตรอกแคบกลางกรุง

หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีดำเดินอย่างอ่อนแรงผ่านหน้าร้านสะดวกซื้อ  ไม่ไกลกัน ชายไร้บ้านนอนขดอยู่บนพื้น มีสุนัขตัวหนึ่งเฝ้าอยู่ข้างกาย

แสงนีออนจากป้ายริมถนนสะท้อนบนใบหน้าของหญิงอีกคนในชุดวาบวาม เธอยืนพิงเสาไฟอย่างเงียบงัน  เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

บางอย่าง...ที่อาจไม่มีวันมาถึง

ประกายในหัวเริ่มก่อรูปเป็นภาพชัดเจน

ฉันเอื้อมมือคว้ากล้องคู่ใจ

ปลายนิ้วแตะเนื้อโลหะเย็นเฉียบ สัมผัสคุ้นเคยที่ปลุกให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกับลมหายใจ

ยกกล้องขึ้นแนบตา

ผ่านกรอบชัตเตอร์ โลกทั้งใบหดเหลือเพียงภาพตรงหน้า

หญิงสาวในชุดดำยืนพิงเสาไฟ

แสงนีออนสีชมพูทอดแถบแสงอ่อนบนไหล่เปลือยของเธอ

ชายเร่ร่อนใต้ผ้าห่มเก่าขาดขยับตัวเล็กน้อย ร่างสั่นสะท้านกับอากาศเย็นใกล้รุ่ง ไอร้อนจากฝาท่อค่อย ๆ ลอยขึ้นเป็นหมอกบาง

ตัดผ่านขอบเลนส์อย่างช้า...งามดั่งเฟรมภาพโมเดิร์น

ฉันหมุนเลนส์… ซูมลึกเข้าไปใน ‘ความจริง’ ตรงหน้า

ความจริงที่ใครหลายคนเลือกจะหลับตาหนี

ปลายนิ้วแตะชัตเตอร์

แชะ!

เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมขณะที่ภาพถูกตรึงไว้ในเฟรม ภาพที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ความเหน็บหนาว และอารมณ์ของเมืองที่ไม่เคยหลับ..

และในจังหวะที่ฉันเลื่อนกล้องลง…

ตึ้ง!  ตึ้ง!  ตึ้ง!

เสียงทัพพีกระทบหม้อ  กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูก  สัญชาติญาณบอกได้ทันที แม่กำลังทำกับข้าว ฉันรีบวางกล้องลงบนโต๊ะข้างกาย แล้วตรงไปยังโซนครัว

แม่ยืนอยู่หน้าเตา มืออีกข้างกุมหลังที่เริ่มงอเอาไว้

ฉันก้าวยาวรีบเข้าไปประคอง

 “แม่คะ… ไม่ต้องตื่นมาทำอาหารแต่เช้านะ เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ”

ไอร้อนจากหม้อข้าวต้มหมูสับลอยคลุ้ง ฉันรีบคว้าทัพพีในมือแม่วางลงบนโต๊ะแล้วพยุงร่างที่เริ่มงอของท่านไปนั่งบนโซฟาเดี่ยวสีซีดในโซนห้องนั่งเล่น

ฉันทรุดตัวนั่งลงที่พื้น เอาหัวแนบกับต้นขาอุ่น ๆ ของแม่

เงยหน้าขึ้นมองแววตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยรอยย่นของเวลา

แต่ในดวงตาคู่นั้น… ยังอบอุ่นเหมือนเดิม

มือเหี่ยวย่นลูบหัวฉันเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มบางบนริมฝีปาก

“แม่รู้แล้วจ้ะ… แม่สบายดี อย่ากังวลไปเลยลูก

เวลาไม่เคยรอใคร… แต่แม่ก็อยากอยู่กับหนูให้นานที่สุดเหมือนกันนะ

แม่คือแสงสว่างยามเช้าของฉัน ฉันอยากดูแลแม่ให้ดีที่สุด

“แม่รอตรงนี้นะคะ เดี๋ยวหนูยกข้าวต้มมาเสิร์ฟให้เองจ้ะ”

..

หลังจากจัดการให้แม่ได้พักผ่อน ฉันรีบเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดใส่กระเป๋า  เสียงซิปดัง แกร๊ก เบา ๆ ในห้องที่เงียบ

มือจับลูกบิดประตู หมุนเปิดออกช้า ๆ

ฉันค่อย ๆ ย่องก้าวไปตามโถงทางเดินก่อนรุ่งอรุณ

แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับป้ายหน้าลิฟต์

‘ลิฟต์เสีย’

ฉันถอนหายใจ พลางพึมพำเบา ๆ

“โอ้ย... อีกแล้วเหรอ”

ไม่มีเวลาให้คิดมาก ฉันรีบวิ่งขึ้นบันไดมุ่งหน้าสู่ดาดฟ้า

หัวใจเต้นแรง... ต้องให้ทันแสงแรกของเมือง

เมื่อแสงทองเริ่มละเลียด แผ่ประกายผ่านยอดตึก

ฉันหยุดหายใจ สูดลมเข้าลึก… นับหนึ่ง…สอง…สาม…ถึงสิบ

ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงัด เหลือเพียงเงาและแสงสาด

แชะ!

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพอดีกับแสงทองปลั่งที่แตะขอบตึก

ภาพนั้นถูกตรึงไว้.. โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งอยู่ในเฟรม

***

ยามสายของวันเดียวกัน แดดอ่อนสาดผ่านกระจกบานสูงของห้องประชุมบนตึกสำนักงานใหญ่

ผนังกระจกทั้งสี่ด้านเผยวิวเมืองกว้าง แม่น้ำผืนยาวตัดผ่าน ท้องถนนและทางด่วนรถเคลื่อนเป็นสาย เหมือนมดตัวเล็ก ๆ บนผืนผ้าใบเมือง

บรรยากาศในห้องจริงจังและคมชัด ทุกสายตาจับจ้องไปที่จอภาพขนาดใหญ่ด้านหน้า

หัวข้อประชุม: งานกาล่าของบริษัท Stride X International Co., Ltd. งานจะเริ่มพรุ่งนี้

ชายหนุ่มมาดเข้ม สุขุมนิ่งสง่า ใบหน้าคมสันราวกับพระเจ้าปั้นแต่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่งสะท้อนแสงเช้า เขานั่งอยู่หัวโต๊ะ สายตาคมเฉียบกวาดมองรอบห้อง

รับฟังทุกคำพูดอย่างมีสติและพินิจพิเคราะห์ทุกรายละเอียด

อารัญ ฟอร์ด (Alan ford) ชายหนุ่มวัยสามสิบสาม ผู้เป็นทั้งทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐี และประธานบริษัทผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์กีฬาระดับโลก ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลไปสู่แวดวงแฟชั่นระดับไฮเอนด์ ด้วยวิสัยทัศน์เฉียบคม และไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใครเขาไม่ใช่แค่ผู้บริหารหนุ่มแต่เขายังเป็นประธานบริษัท ผู้ซึ่งทุกคู่ตาต่างสะกดอยู่กับเขา ทั้งน่าเกรงขาม… และยากจะละสายตา

การประชุมดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อารัญฟังทุกคำพูดด้วยสายตาแหลมคม ภายใต้ท่าทีสงบเยือกเย็น

เมื่อถึงช่วงสรุป เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงและหนักแน่น

“ทุกประเด็นเรียบร้อยตามแผนงาน ขอบคุณทุกท่านสำหรับความร่วมมือ วันนี้เราจบประชุมเพียงเท่านี้ครับ”

ผู้ร่วมประชุมค่อย ๆ เก็บเอกสารและลุกขึ้นจากที่นั่ง

บางคนแลกสายตาแวบหนึ่งก่อนก้าวออกจากห้อง

แต่สายตาคมกริบของอารัญยังคงติดตามทุกความเคลื่อนไหว

ทันใดนั้น เลขาส่วนตัวเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูเขา

“เจ้านายครับ… ช่างภาพชื่อดังจากอิตาลียกเลิกที่จะบินมาทำงาน ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพกะทันหันครับ”

อารัญนิ่งไปชั่วครู่ ราวกับกำลังประมวลบางอย่างในหัว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ แต่ชัดเจน

“ช่างภาพคนไทยก็ได้ครับ”

เลขาชายชะงักไปเล็กน้อย ละล่ำละลักตอบ

“ผม… ผมลองเปิดดูแล้วครับ โปรไฟล์ส่งมาเยอะมาก ภาพสวยทุกคน… ผมคัดไม่ถูกเลยครับ”

อารัญใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“ส่งภาพตัวอย่างของแต่ละคนมาให้ผม… ผมจะเลือกเอง”

“ครับ” เลขาหนุ่มในสูทเข้มขานรับ

เขาถอยหลังหนึ่งก้าว ก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วหมุนตัวออกจากห้อง

ความสงบกลับคืนสู่ห้องกว้าง

อารัญยืดตัวขึ้นช้า ๆ

สายตาทอดมองวิวเมืองอันกว้างไกล

แสงอุ่นสาดกระทบผืนน้ำแม่น้ำทอดยาว

เงาสะท้อนระยิบระยับ ราวกับทั้งเมืองกำลังส่องประกายเหนือจินตนาการ

***

แดดบ่ายวันนี้ร้อนอบอ้าว… มะพร้าวอ่อนสักลูกก็ดีนะ

ฉันเดินวนไปมารอบถนนพระนคร กล้อง Leica M6 แขวนอยู่ที่คอ สายตาสะดุดเข้ากับหญิงชราขายมะพร้าวน้ำหอมใกล้ ๆ

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวสดลอยมาตามลม ใบหน้าเธออ่อนโยน ต่างกับร่างกายที่อ่อนล้า

เสียงสับมีดอีโต้กระทบเปลือกมะพร้าวดัง แกร๊ก… แกร๊ก… เป็นจังหวะเรียบง่าย

ความคิดผุดขึ้นในหัวฉันทันใด

“คุณยายคะ ขอถ่ายรูปสักใบได้ไหมคะ”

“ได้สิจ๊ะ แม่หนูคนสวย”

ใช่… ฉันต้องการภาพนั้น

หญิงชราถือมีด เจาะมะพร้าวด้วยรอยยิ้ม น้ำมะพร้าวฉ่ำ ๆ ไหลออกมาเป็นเส้นบาง ๆ ทันที ภาพนั้นกลายเป็นเฟรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับฉัน

มะพร้าวที่เหลือน้อยนิด ฉันก็เหมาเรียบ

“เปิดให้หนูลูกหนึ่ง ที่เหลือเจาะใส่ถุงกลับบ้านค่ะ จะเอาไปฝากแม่ค่ะ”

ฉันถือมะพร้าว เอาปากดูดน้ำหวานเย็น ๆ หวานฉ่ำชื่นใจ

สายตาลอยขึ้นมองยอดปรางค์สูงเด่น ท่ามกลางแสงแดดบ่าย

ลมร้อนพัดผ่านถนน พัดกลิ่นฝุ่นและใบมะขามแห้งปะปนมา

เสียงรถราเบา ๆ เป็นฉากหลัง เสริมความสงบและความงดงามของภาพตรงหน้า

พลัน… ติ้ง… ติ้ง… ติ้ง…

ตามสัญชาตญาณ ฉันล้วงมือถือจากกระเป๋า นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอ แล้วแนบหูทันที

“ฮัลโหล… สวัสดีค่ะ”

น้ำเสียงปลายสายชัดเจนและเป็นทางการ

“สวัสดีครับ คุณลิลินใช่ไหมครับ? ผมมาจากบริษัท Stride X

เราต้องการคุณสำหรับงานพิเศษ… ระดับประเทศ

รายละเอียดส่งให้ทางอีเมลนะครับ รบกวนยืนยันกลับด้วย”

“รับทราบค่ะ ขอบคุณค่ะ”

หัวใจฉันเต้นแรงเกินควบคุม รีบวางลูกมะพร้าวลง

เหมือนพระเจ้าตอบรับคำอธิษฐาน… หรืออาจเป็นโชคชะตา หรือความมุ่งมั่นของฉันเองก็เป็นได้

 ฉันรีบเปิดกล่องอีเมล ข้อความปรากฏชัดเจน:

“งานถ่ายภาพงาน Gala StrideX พรุ่งนี้เที่ยง ติดต่อด่วน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status