แชร์

บทที่ 1.ในเงา

ผู้เขียน: Luna of The Sea
last update วันที่เผยแพร่: 2025-11-01 15:00:53

🌟 หนึ่งสัปดาห์ก่อน

คาเฟ่หรูกลางใจเมือง เสียงกาแฟบดกับเครื่องชงดังคลอเบา ๆ

“ลิลิน แกไม่หางานประจำทำบ้างล่ะ งานฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน่นอนนะ”

แนนซี่ เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายของฉัน นั่งหลังตรงอยู่ตรงข้าม นิ้วเรียวยาวเล็บสีแดงเด่นยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะวางถ้วยลง แล้วขยี้คำพูดต่อด้วยน้ำเสียงกวน ๆ

“หรือไม่ก็…หาผู้ชายรวย ๆ สักคนดูสิ”

ฉันเลิกคิ้ว ตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา

“ไม่ตลกนะ แนนซี่”

“โอ๊ย ฉันพูดเล่นน่า… อย่าทำหน้าเหมือนเพิ่งเติมโบท็อกมาสิ”

แนนซี่ยื่นมือมาสัมผัสมือฉัน สายตาเต็มไปด้วยความเข้าใจ

“ฉันช่วยแกได้อยู่แล้ว”

จากนั้น เธอล้วงเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู แล้วเลื่อนเงินก้อนนั้นมาตรงหน้าฉัน

“รับไปเถอะ คิดซะว่าฉันให้ยืม”

ฉันถอนหายใจยาว มองแววตาเพื่อนสนิทที่เหมือนกำลังบอกว่า

ไม่ต้องเกรงใจ’ ก่อนหลุบตาต่ำ..  แต่ทันทีที่นึกถึงหน้าแม่ ความดื้อดึงทั้งหมดก็ละลายไป

สุดท้าย…ฉันยอมรับเงินก้อนนั้นไว้ แม้ในใจยังเต็มไปด้วยความลังเล

แนนซี่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันตั้งแต่สมัยมัธยมปลายหลังจากเรียนจบ เราก็แยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง

เธอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และเมื่อจบมหาวิทยาลัย ก็แต่งงานกับชายหนุ่มที่ครอบครัวจัดหาให้..ชายผู้มีฐานะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี

“เนี่ย…จะมีงานสำคัญระดับประเทศงานหนึ่ง บริษัทชื่อดัง”

แนนซี่พูดด้วยแววตาเป็นประกาย

“เธอลองส่งโปรไฟล์เข้าไปสิ

ฉันจะส่งข้อมูลให้ทางแชตนะ”

แนนซี่ย้ำชัด พลางยกมือเขย่าแขนฉันเบา ๆ อย่างตื่นเต้น

เหมือนนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่น่าลุ้นในตอนนี้

“แล้วก็เสนอโปรไฟล์ของเธอไปเลย ลิลิน!”

ฉันพยักหน้า ยกยิ้มอ่อน เพราะในใจแอบรู้สึก อบอุ่นและขอบคุณเพื่อนคนนี้ ที่ยังอยู่ข้างฉันเสมอ แม้เส้นทางชีวิตจะต่างกัน และบางที…นี่อาจเป็น โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตฉันได้จริง ๆก็ได้

ปี๊บ! ปี๊บ!

“เดี๋ยวเจอกันอีกนะ มาตรงเวลาพอดี”

แนนซี่หันไปมองรถเบนซ์หรูที่จอดติดเครื่องรออยู่หน้าร้าน

“ไว้เจอกันนะ ลิลิน” เธอพูดด้วยรอยยิ้มพลางยืดตัวขึ้น

“ได้สิ แล้วเจอกัน ” ดวงตาฉันมองตามร่างที่เดินอย่างมั่นใจออกจากร้านหายไปกับรถหรูที่เคลื่อนออก

เสียงประตูร้านปิดเบา ๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นกับความเงียบที่ค่อย ๆ กลืนเข้ามาบนโต๊ะ

ฉันนั่งนิ่ง สูดกลิ่นอโรมาของกาแฟเข้าลึก พยายามปรับลมหายใจให้คงที่ แล้วจู่ ๆ  ประกายบางอย่างก็แวบขึ้นในหัว แรงผลักดันบางอย่างพลุ่งขึ้นทันที

ฉันคว้ากระเป๋าไว้แน่น

ใช่  นี่แหละ ลิลิน... ถ้าไม่ลองตอนนี้ แล้วจะเมื่อไหร่กัน?

ฉันควบเวสป้าสีขาว ลัดเลาะผ่านการจราจรแน่นขนัดกลางกรุง เสียงแตร เสียงเครื่องยนต์ เสียงชีวิตของเมืองหลวงดังระงมรอบตัว

แต่ในหัวฉัน มีเพียงจุดหมายเดียว

ไม่นานนัก ฉันก็มาถึงหน้าสำนักงาน ‘Bangkok Insight’

ป้ายโลหะสีเงินสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ดูสง่าท่ามกลางตึกสูงรอบด้าน

ประตูกระจกใสสะท้อนเงาผู้คนที่เดินผ่านไปมา

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินปูทาง ผสานกับเสียงรถรา...

เป็นจังหวะของเมือง ที่ไม่เคยหยุดเต้น

หน้าสำนักงานเต็มไปด้วย ความเร่งรีบและความเป็นมืออาชีพ

นักข่าวและผู้ช่วยถือแฟ้มและสมุดบันทึกเดินเข้าออก

ฉันยืนอยู่ตรงนั้น สะพายกระเป๋าที่ข้างในมีทั้งแฟ้มบทความและกล้อง Leica M6  สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวผ่านประตูกระจกใส  ติดต่อแลกบัตรตามขั้นตอน แล้วนั่งรออยู่หน้าห้อง บก. … เหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา แต่ถึงอย่างนั้น  ความตื่นเต้นก็ยังแทรกเข้ามา  หัวใจเต้นแรงราวกับกำลังจะกดชัตเตอร์

เพื่อถ่าย ช็อตสำคัญที่สุดในชีวิต

“สวัสดีค่ะ ดิฉันลิลิน มานำเสนอคอลัมน์บทความและภาพถ่ายค่ะ” 

บก.หญิงสูงวัยเงยหน้าขึ้นมองฉันผ่านกรอบแว่น ใบหน้าสงบนิ่งจนยากจะเดาอารมณ์

เธอพลิกแฟ้มในมืออย่างช้า ๆ  นิ้วที่เต็มไปด้วยร่องรอยของเวลาแตะผ่านภาพถ่ายทีละใบ

ภาพเหล่านั้น… คือช็อตเล็ก ๆ ของชีวิตกลางเมือง

ผู้คนธรรมดา แสงไฟริมถนน ความเหงาที่แอบซ่อนในรอยยิ้ม

บทความของฉันบอกเล่าเรื่องราวเดียวกัน ด้วยถ้อยคำเรียบง่าย

แต่ฉันใส่หัวใจทั้งหมดลงไปในทุกบรรทัดนั้น

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“น่าสนใจ... แต่เราต้องพิจารณาอีกที”

คำตอบนั้นสั้น แต่หนักแน่นพอจะสะกิดหัวใจฉันให้กระตุก

ความตื่นเต้นที่มีเริ่มเจือด้วยความผิดหวัง  แต่ฉันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

“ฉันยังเขียนได้ดีกว่านี้ค่ะ ขอให้ฉันเสนออีกครั้งได้ไหม?”

ฉันพูดรวดเดียว ราวกับกลัวว่าความกล้าจะหลุดหายไปพร้อมกับลมหายใจ

บก.เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบเรียบ ๆ

“เธอลองเสนอมาอีกละกัน ตอนนี้มีบทความจากนักข่าวช่างภาพหลายคน ฉันต้องคัด”

เสียงเธอนุ่มแต่ชัดเจน “แล้วฉันจะติดต่อกลับไป”

ฉันนิ่ง  อ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง

ฝืนยิ้มแห้ง ๆออกมา แล้วเดินออกมาอย่างเงียบงัน

แต่ในขณะที่ก้าวออกจากห้อง… สายตาฉันปรายมองหญิงอีกคนที่เดินสวนเข้ามา เธอสูงเพรียว แต่งตัวเรียบหรู ผมดำยาวเป็นลอนสวยราวกับจัดทรงมาอย่างตั้งใจ ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมส่องประกาย มีออร่าแบบมืออาชีพชัดเจน

ดูจากการแต่งตัวแล้ว… สายงานเดียวกัน คลับคล้ายคลับคลาว่า หล่อนนั้น ชื่อดังซะด้วย

ทันทีที่พ้นขอบประตูกระจก

ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่และลมร้อนของเมืองหลวง

เสียงฉันหลุดออกมาแผ่วเบา ราวสายลมที่ถูกตึกสูงบดบัง

“เฮ้อ… ลิลิน…”

“ฉันควรทำยังไงต่อไปดี…?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status