Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่3.คำเชิญในเงาไฟ

Share

บทที่3.คำเชิญในเงาไฟ

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-11-02 16:00:25

เที่ยงตรงเป๊ะตามนัด

ฉันในสูทเข้ารูปสีเข้มแนบลำตัว กางเกงขายาวรีดกลีบคม รองเท้าหนังสีดำขัดจนเงาวับ  ทุกอย่างดูเรียบร้อย สมบูรณ์แบบในแบบมืออาชีพ

ทว่าในอกกลับเต็มไปด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ แผ่วเบาราวระลอกคลื่นใต้น้ำ ซึ่งฉันพยายามซ่อนมันไว้หลังดวงตากลมโตที่ไม่สั่นไหว

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นิ้วแตะกระเป๋ากล้องคาดลำตัว  พลังใจค่อย ๆ แทรกซึมขึ้นมาพร้อมลมหายใจ กับความเชื่อมั่นที่เอ่อล้นในอก

เบื้องหน้า คือโรงแรมสูงระฟ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา กระจกใสสะท้อนแสงเที่ยงวันระยิบระยับเหมือนแผ่นฟิล์มต้องแดด

ประตูหมุนค่อย ๆ เปิดรับผู้มาเยือน

ฉันก้าวเข้าไปด้วยความมั่นใจ ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกลิ่นกาแฟลอยคลุ้งในโถงหินอ่อนใต้แสงคริสตัลที่ระย้าส่องพร่างเหนือศีรษะ

ป้าย “Gala – StrideX International Co., Ltd.” ตั้งเด่นอยู่บริเวณจุดคัดกรอง ตัวอักษรเรียบหรูสะท้อนแสงไฟในโถงกว้าง

เจ้าหน้าที่ในสูทเข้มเงยหน้าจากแท็บเล็ตขึ้นมามอง

“คุณคือช่างภาพของงานวันนี้ใช่ไหมครับ?”

น้ำเสียงเรียบ สุภาพ แต่แฝงความระวังอยู่ในที

ฉันพยักหน้า แล้วยื่นบัตรให้ตรวจ

“ค่ะ... ลิลิน โฮชิคาวะ”

เขามองรายชื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“เจอแล้วครับ คุณลิลิน… งานจัดที่ชั้นห้าสิบ ลิฟต์ฝั่งซ้ายมือครับ”

เขายื่นบัตรแขวนคืนมาพร้อมคำเตือนเสียงเคร่ง

“อย่าเข้าใกล้โซน VIP นะครับ แขกผู้บริหารเริ่มทยอยขึ้นไปแล้ว”

“รับทราบค่ะ” ฉันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

จากนั้นก้าวไปยังลิฟต์กระจกใส ตามท่าทางเชิญของพนักงาน

ภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงกลไกเหล็กขยับอย่างนุ่มนวล ตัวเลขบนแผงไฟค่อย ๆ เพิ่มขึ้น  12… 24… 37…

หัวใจฉันเต้นตามจังหวะตัวเลขที่ไต่สูงขึ้น

50  ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก ลมอุ่นจากภายนอกพัดมาปะทะใบหน้า กลิ่นหอมของดอกไม้สดปนเสียงเครื่องเสียงที่กำลังทดสอบแผ่ว ๆ ลอยเข้ามา

เบื้องหน้า คือโลกอีกใบ  รูฟท็อปหรูริมแม่น้ำ ที่กำลังจะกลายเป็นเวทีของวันนี้  และฉัน… คือสายตาที่จะเก็บมันไว้ทั้งหมด

เวลาผ่านไปไม่นาน ฉันเดินสำรวจพื้นที่งาน หามุมแสงและฉาก พลางกวาดสายตาไปรอบบริเวณ

ก้าวออกไปยังโซนชมวิว ลมเย็นบนตึกสูงพัดผ่าน ผมฉันพลิ้วตามแรงลม

พลัน สายตาสะดุด  ชายคนหนึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโซน

เขาเด่นสง่า ราวกับรูปสลักที่เกิดจากแสงแดด เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาสะท้อนแสงจนแทบแสบตา เส้นผมสีเข้มพลิ้วตามลมอย่างแผ่วเบา

เขาดูสงบนิ่งแต่ทรงพลัง จนเวลารอบตัวเหมือนชะลอลง

หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล นิ้วเรียวยกกล้องขึ้นแนบตาโดยสัญชาตญาณ  โลกทั้งใบเหลือเพียงเขากับแสง

เพียงเสี้ยววินาที... เขาเอียงหน้าเล็กน้อย มุมแสงตกกระทบพอดี

นิ้วเรียวของฉันกดชัตเตอร์

แชะ!

เสียงเดียวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ภาพนั้นถูกตรึงไว้ในเฟรม

ฉันมองผ่านกรอบสี่เหลี่ยมเล็กบนมือ มันสะท้อนบางสิ่งในชาย คนนั้น  อิสระ  ความกว้างไกล ความสุข แม้กระทั่งความโดดเดี่ยว

แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง ทาบสะท้อนบนพื้นไม้และราวกระจกของรูฟท็อป แขกผู้มาเยือนในชุดราตรียาวระยับและสูทเข้ารูปทยอยกันเข้ามา เครื่องประดับแต่ละชิ้นสะท้อนประกายวับวาวใต้แสงสุดท้ายของวัน

โซน VIP ถูกจัดไว้ติดราวระเบียงริมสุดของรูฟท็อป  พื้นที่ต้องห้ามที่เจ้าหน้าที่ทุกคนถูกกำชับไม่ให้เข้าใกล้

แขกพิเศษบางคนยืนชมวิวแม่น้ำ บางคนพูดคุยกันอย่างเงียบสงบ ด้วยเลนส์ 35 มม. ของฉัน ทุกการเคลื่อนไหว รอยยิ้ม และท่วงท่าของแขก VIP ถูกเก็บไว้ในเฟรมอย่างลงตัว

ด้านหนึ่งของรูฟท็อป มีเวทีหรูหราตั้งอยู่ เวทีหันเข้าหาแม่น้ำและเส้นขอบฟ้าเมือง ที่ยกพื้นสูงเพียงพอให้ทุกคนมองเห็นกิจกรรมได้อย่างชัดเจน

จนกระทั่งเสียงไวโอลินแผ่วลง

ชายในสูทขาวถือไมค์ขึ้นประกาศผ่านลำโพง

“ขอเชิญ ประธานบริษัท ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล มองโลกด้วยความแตกต่าง... คุณ อารัญ ฟอร์ด”

เสียงปรบมือก้องสะท้อนทั่วรูฟท็อป ทุกสายตาหันไปยังเวที เขายืนสง่าอยู่ตรงนั้น แสงอาทิตย์อัสดงตกกระทบสูทเรียบหรู ทำให้เส้นสายร่างเด่นชัดขึ้นในฉาก  น้ำเสียงเข้มลึกของเขาดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนไว้ได้หมด

“ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานครบรอบ 25 ปีของบริษัทเรา”

อารัญยกยิ้ม เผยฟันเรียงตัวขาว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ พื้นที่จัดงาน ก่อนเลื่อนมาหยุดตรงที่หน้ากล้อง

“บริษัทของเรา พร้อมมองโลกอย่างแตกต่าง และเชื่อว่ามุมมองของทุกคนเต็มไปด้วยจินตนาการที่งดงามเกินจริง”

แชะ แชะ แชะ

ฉันรัวชัตเตอร์ จับทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาอย่างแม่นยำ ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงไวโอลินที่กลับมาโอบล้อมรอบตัว

ฉันถ่ายเก็บทั้งภาพและบรรยากาศสุดหรู เพื่อให้สมกับงานครบรอบ 25 ปี  งานใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นข่าวในแวดวงไฮโซและธุรกิจ

..

ในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับงานนี้อย่างเต็มที่  จังหวะที่ฉันลดกล้องแล้วหมุนฟิล์ม น้ำเสียงเรียบหรูแต่แฝงความเย้ยหยันเรียกให้ฉันเงยหน้า

“ยินดีด้วยนะ งานนี้คงเป็นโชคชะตาเลือกเธอจริง ๆ ถึงได้ตกอยู่ในมือแบบนี้”

ฉันจำเธอได้ทันที  เธอ นักข่าวคนดังที่เดินสวนกันเมื่ออาทิตย์ก่อน

ฉันมองเธอตรงหน้า ดวงตาของเธอสอดส่องทุกมุมของงาน ราวกับกำลังสอดแนมข้อมูลเบื้องหลัง CEO แขก VIP หรือเรื่องลับที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึง

ฉันตอบเพียงเสียงเรียบ

“ค่ะ… ขอบคุณค่ะ”

ดวงตาเย้ยหยันของเธอกลับมาจ้องมาที่ฉัน ก่อนทิ้งประโยคท้าย

“ขอให้สนุกกับงาน”

คำพูดสุภาพ… แต่แววตาและท่าทางกลับบอกอีกอย่าง

ฉันมองตามแผ่นหลังยืดตรงในชุดราตรีสีน้ำเงินระยับสะท้อนแสงไฟ  ด้วยสายตาแหลมคมของช่างภาพ

เพราะรู้ดีว่า… นักข่าวคนนี้ไม่ใช่แขกธรรมดา

แล้วหล่อน… มาที่นี่ทำไม?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status