Masukเที่ยงตรงเป๊ะตามนัด
ฉันในสูทเข้ารูปสีเข้มแนบลำตัว กางเกงขายาวรีดกลีบคม รองเท้าหนังสีดำขัดจนเงาวับ ทุกอย่างดูเรียบร้อย สมบูรณ์แบบในแบบมืออาชีพทว่าในอกกลับเต็มไปด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ แผ่วเบาราวระลอกคลื่นใต้น้ำ ซึ่งฉันพยายามซ่อนมันไว้หลังดวงตากลมโตที่ไม่สั่นไหว
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นิ้วแตะกระเป๋ากล้องคาดลำตัว พลังใจค่อย ๆ แทรกซึมขึ้นมาพร้อมลมหายใจ กับความเชื่อมั่นที่เอ่อล้นในอก
เบื้องหน้า คือโรงแรมสูงระฟ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา กระจกใสสะท้อนแสงเที่ยงวันระยิบระยับเหมือนแผ่นฟิล์มต้องแดด
ประตูหมุนค่อย ๆ เปิดรับผู้มาเยือน
ฉันก้าวเข้าไปด้วยความมั่นใจ ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกลิ่นกาแฟลอยคลุ้งในโถงหินอ่อนใต้แสงคริสตัลที่ระย้าส่องพร่างเหนือศีรษะป้าย “Gala – StrideX International Co., Ltd.” ตั้งเด่นอยู่บริเวณจุดคัดกรอง ตัวอักษรเรียบหรูสะท้อนแสงไฟในโถงกว้าง
เจ้าหน้าที่ในสูทเข้มเงยหน้าจากแท็บเล็ตขึ้นมามอง“คุณคือช่างภาพของงานวันนี้ใช่ไหมครับ?”
น้ำเสียงเรียบ สุภาพ แต่แฝงความระวังอยู่ในทีฉันพยักหน้า แล้วยื่นบัตรให้ตรวจ
“ค่ะ... ลิลิน โฮชิคาวะ”เขามองรายชื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“เจอแล้วครับ คุณลิลิน… งานจัดที่ชั้นห้าสิบ ลิฟต์ฝั่งซ้ายมือครับ”เขายื่นบัตรแขวนคืนมาพร้อมคำเตือนเสียงเคร่ง “อย่าเข้าใกล้โซน VIP นะครับ แขกผู้บริหารเริ่มทยอยขึ้นไปแล้ว”“รับทราบค่ะ” ฉันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นก้าวไปยังลิฟต์กระจกใส ตามท่าทางเชิญของพนักงานภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงกลไกเหล็กขยับอย่างนุ่มนวล ตัวเลขบนแผงไฟค่อย ๆ เพิ่มขึ้น 12… 24… 37…
หัวใจฉันเต้นตามจังหวะตัวเลขที่ไต่สูงขึ้น50 ติ้ง!
ประตูลิฟต์เปิดออก ลมอุ่นจากภายนอกพัดมาปะทะใบหน้า กลิ่นหอมของดอกไม้สดปนเสียงเครื่องเสียงที่กำลังทดสอบแผ่ว ๆ ลอยเข้ามา
เบื้องหน้า คือโลกอีกใบ รูฟท็อปหรูริมแม่น้ำ ที่กำลังจะกลายเป็นเวทีของวันนี้ และฉัน… คือสายตาที่จะเก็บมันไว้ทั้งหมด
…เวลาผ่านไปไม่นาน ฉันเดินสำรวจพื้นที่งาน หามุมแสงและฉาก พลางกวาดสายตาไปรอบบริเวณ ก้าวออกไปยังโซนชมวิว ลมเย็นบนตึกสูงพัดผ่าน ผมฉันพลิ้วตามแรงลมพลัน สายตาสะดุด ชายคนหนึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโซน
เขาเด่นสง่า ราวกับรูปสลักที่เกิดจากแสงแดด เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาสะท้อนแสงจนแทบแสบตา เส้นผมสีเข้มพลิ้วตามลมอย่างแผ่วเบาเขาดูสงบนิ่งแต่ทรงพลัง จนเวลารอบตัวเหมือนชะลอลง
หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล นิ้วเรียวยกกล้องขึ้นแนบตาโดยสัญชาตญาณ โลกทั้งใบเหลือเพียงเขากับแสง
เพียงเสี้ยววินาที... เขาเอียงหน้าเล็กน้อย มุมแสงตกกระทบพอดี
นิ้วเรียวของฉันกดชัตเตอร์แชะ!
เสียงเดียวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ภาพนั้นถูกตรึงไว้ในเฟรมฉันมองผ่านกรอบสี่เหลี่ยมเล็กบนมือ มันสะท้อนบางสิ่งในชาย คนนั้น อิสระ ความกว้างไกล ความสุข แม้กระทั่งความโดดเดี่ยว
…แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง ทาบสะท้อนบนพื้นไม้และราวกระจกของรูฟท็อป แขกผู้มาเยือนในชุดราตรียาวระยับและสูทเข้ารูปทยอยกันเข้ามา เครื่องประดับแต่ละชิ้นสะท้อนประกายวับวาวใต้แสงสุดท้ายของวันโซน VIP ถูกจัดไว้ติดราวระเบียงริมสุดของรูฟท็อป พื้นที่ต้องห้ามที่เจ้าหน้าที่ทุกคนถูกกำชับไม่ให้เข้าใกล้
แขกพิเศษบางคนยืนชมวิวแม่น้ำ บางคนพูดคุยกันอย่างเงียบสงบ ด้วยเลนส์ 35 มม. ของฉัน ทุกการเคลื่อนไหว รอยยิ้ม และท่วงท่าของแขก VIP ถูกเก็บไว้ในเฟรมอย่างลงตัว
ด้านหนึ่งของรูฟท็อป มีเวทีหรูหราตั้งอยู่ เวทีหันเข้าหาแม่น้ำและเส้นขอบฟ้าเมือง ที่ยกพื้นสูงเพียงพอให้ทุกคนมองเห็นกิจกรรมได้อย่างชัดเจน
จนกระทั่งเสียงไวโอลินแผ่วลง
ชายในสูทขาวถือไมค์ขึ้นประกาศผ่านลำโพง“ขอเชิญ ประธานบริษัท ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล มองโลกด้วยความแตกต่าง... คุณ อารัญ ฟอร์ด”
เสียงปรบมือก้องสะท้อนทั่วรูฟท็อป ทุกสายตาหันไปยังเวที เขายืนสง่าอยู่ตรงนั้น แสงอาทิตย์อัสดงตกกระทบสูทเรียบหรู ทำให้เส้นสายร่างเด่นชัดขึ้นในฉาก น้ำเสียงเข้มลึกของเขาดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนไว้ได้หมด
“ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานครบรอบ 25 ปีของบริษัทเรา”อารัญยกยิ้ม เผยฟันเรียงตัวขาว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ พื้นที่จัดงาน ก่อนเลื่อนมาหยุดตรงที่หน้ากล้อง
“บริษัทของเรา พร้อมมองโลกอย่างแตกต่าง และเชื่อว่ามุมมองของทุกคนเต็มไปด้วยจินตนาการที่งดงามเกินจริง”
แชะ แชะ แชะ
ฉันรัวชัตเตอร์ จับทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาอย่างแม่นยำ ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงไวโอลินที่กลับมาโอบล้อมรอบตัว
ฉันถ่ายเก็บทั้งภาพและบรรยากาศสุดหรู เพื่อให้สมกับงานครบรอบ 25 ปี งานใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นข่าวในแวดวงไฮโซและธุรกิจ
..
ในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับงานนี้อย่างเต็มที่ จังหวะที่ฉันลดกล้องแล้วหมุนฟิล์ม น้ำเสียงเรียบหรูแต่แฝงความเย้ยหยันเรียกให้ฉันเงยหน้า“ยินดีด้วยนะ งานนี้คงเป็นโชคชะตาเลือกเธอจริง ๆ ถึงได้ตกอยู่ในมือแบบนี้”ฉันจำเธอได้ทันที เธอ นักข่าวคนดังที่เดินสวนกันเมื่ออาทิตย์ก่อนฉันมองเธอตรงหน้า ดวงตาของเธอสอดส่องทุกมุมของงาน ราวกับกำลังสอดแนมข้อมูลเบื้องหลัง CEO แขก VIP หรือเรื่องลับที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึง
ฉันตอบเพียงเสียงเรียบ
“ค่ะ… ขอบคุณค่ะ”ดวงตาเย้ยหยันของเธอกลับมาจ้องมาที่ฉัน ก่อนทิ้งประโยคท้าย
“ขอให้สนุกกับงาน”คำพูดสุภาพ… แต่แววตาและท่าทางกลับบอกอีกอย่าง
ฉันมองตามแผ่นหลังยืดตรงในชุดราตรีสีน้ำเงินระยับสะท้อนแสงไฟ ด้วยสายตาแหลมคมของช่างภาพ
เพราะรู้ดีว่า… นักข่าวคนนี้ไม่ใช่แขกธรรมดาแล้วหล่อน… มาที่นี่ทำไม?
ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่… อารัญ”เขาชะงัก ราวกับกำลังพยายามตั้งหลักกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าฉันจ้องเขาอย่างคาดคั้น เสียงสั่นเพราะความจริงเพิ่งเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว“ทุกอย่าง… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคุณตามหาฉันมาตลอดใช่ไหม?”อารัญนิ่งเงียบ สายตากดต่ำ มือกำแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ทุกวินาทีเหมือนเวลาหยุดหมุนใต้สายตาที่เคยคมนิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ ปรากฏรอยร้าวบางอย่าง… สิ่งที่เขา
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี







