بيت / โรแมนติก / เลี้ยงรัก... คุณภีม / บทที่2 ผู้ช่วยส่วนตัว

مشاركة

บทที่2 ผู้ช่วยส่วนตัว

مؤلف: MummyPhukun
last update تاريخ النشر: 2026-10-06 21:01:22

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้องพักสุดหรู มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ พะแพงนั่งกำมือแน่นอยู่บนเก้าอี้ ดวงตากลมโตที่ยังคงแดงช้ำจ้องมองชามข้าวต้มที่เธอพึ่งกินไป

"อิ่มแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ถ้าอิ่มแล้วก็ลุกขึ้น ฉันจะพาไปเก็บของ"

พะแพงเงยหน้าขึ้นขวับ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที "เก็บของ? เก็บของอะไรคะ แพงบอกแล้วไงว่าแพงจะกลับหอพักของแพง แล้วเราก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก"

ภีมแค่นยิ้มมุมปาก เขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางแหมะลงบนพนักพิง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก "เธอคิดจริงๆเหรอ ว่าฉันจะปล่อยให้ผู้หญิงที่เพิ่งเสียตัวให้ฉันเมื่อคืน กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม กลับไปทำงานในดงเสือสิงห์กระทิงแรดพวกนั้นอีก"

"มันก็เรื่องของแพง! แพงต้องหาเงินเรียน แพงมีหนี้สิน มีค่าใช้จ่าย คุณไม่ได้มาเป็นแพง คุณไม่เข้าใจหรอก!" เธอหันไปตวาดใส่เขา แต่ด้วยความที่หันไปเร็วเกินไปทำให้ปลายจมูกรั้นเฉียดกับแก้มของชายหนุ่มที่โน้มลงมาอยู่ก่อนแล้ว พะแพงเบิกตากว้าง รีบหดคอหนีด้วยความตกใจ แต่กลับถูกมือหนาของเขาจับปลายคางมนไว้แน่น ไม่ให้เธอหันหนี

"ฉันถึงได้บอกไง ว่าฉันจะรับผิดชอบ" น้ำเสียงของภีมเปลี่ยนเป็นจริงจัง "ฟังนะพะแพง... เมื่อคืนถ้าคนที่เจอเธอไม่ใช่ฉัน แต่เป็นไอ้เสี่ยบ้ากามนั่น เธอคิดว่าเช้านี้เธอจะตื่นมาด้วยสภาพไหน เธอคิดว่ามันจะมานั่งป้อนข้าวเธอ รอเธอตื่นเพื่อขอรับผิดชอบแบบฉันไหม"

คำพูดแทงใจดำทำเอาพะแพงสะอึก เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง หากเมื่อคืนไม่มีเขาป่านนี้ชีวิตของเธอคงพังทลายยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น

"แต่แพงไม่อยากได้เงินฟรีๆ จากคุณ แพงมีศักดิ์ศรี" เธอเถียงเสียงแผ่วลง

ภีมลอบยิ้มในใจ เมื่อเห็นว่ากำแพงความดื้อรั้นของลูกแมวน้อยเริ่มมีรอยร้าว ทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้เจนจัดในการเจรจาต่อรองเริ่มเดินหมากในสมองทันที "ใครบอกว่าฉันจะให้เงินเธอฟรีๆ ฉันเป็นนักธุรกิจนะพะแพง ทุกการลงทุนย่อมต้องมีผลกำไร"

"หมายความว่ายังไงคะ"

"ฉันจะจ้างเธอ" ภีมปล่อยมือจากคางมน แล้วเดินไปยืนพิงราวระเบียง กอดอกมองร่างเล็กด้วยแววตาประเมิน "มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน ดูแลเรื่องจุกจิกส่วนตัว ชงกาแฟ หรืออะไรก็ตามที่ฉันสั่ง แลกกับเงินเดือนที่มากพอจะจ่ายค่าเทอมและค่ากินอยู่ของเธอจนเรียนจบ และข้อแม้สำคัญคือ เธอต้องย้ายมาอยู่กับฉัน เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง"

พะแพงอ้าปากค้างกับข้อเสนอที่เหมือนมัดมือชก "บ้าหรอคะ! ใครจะยอมย้ายไปอยู่กับผู้ชายที่เพิ่ง... นั่นแหละ แบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับ..." เธอหน้าแดงก่ำ กลืนคำว่า เมียเก็บ ลงคอไปอย่างยากลำบาก

"ไม่ต่างกับอะไร" ภีมตีหน้าตาย ยักไหล่อย่างไม่สนใจนะ "นี่คือสัญญาจ้างงาน เธอทำงาน แลกเงิน ส่วนเรื่องที่พัก มันก็แค่สวัสดิการพนักงาน หรือเธออยากจะกลับไปเสิร์ฟเหล้าให้พวกตาเฒ่าลวนลามก็ตามใจ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... ฉันเพิ่งซื้อหุ้นร้านนั้นไปครึ่งหนึ่งเมื่อเช้านี้ และฉันมีสิทธิ์สั่งแบล็กลิสต์ไม่ให้เธอเข้าทำงานที่นั่นหรือผับในเครือข่ายทั้งหมดได้ทันที"

"คุณภีม!" พะแพงผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด ลืมความเจ็บแปลบที่ช่วงล่างไปชั่วขณะ "คุณมันเผด็จการ คุณทำแบบนี้ทำไม!"

"เพราะฉันเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ" ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและแฝงไปด้วยอำนาจ "เลือกเอาพะแพง จะยอมรับข้อเสนอการเป็นผู้ช่วยของฉัน หรือจะให้ฉันใช้วิธีอุ้มเธอขึ้นรถพากลับบ้านไปในฐานะ... เมียเด็กของฉัน"

คำขู่ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ลมปาก แต่แววตาของเขาบ่งบอกว่าเขาเอาจริง ทำให้พะแพงถึงกับเข่าอ่อน เด็กสาววัยยี่สิบปีไร้ประสบการณ์ จะเอาเล่ห์เหลี่ยมอะไรไปงัดข้อกับคนอย่างเขาได้ สุดท้าย... เธอจึงต้องพยักหน้าอย่างจำยอม หยดน้ำตาแห่งความเจ็บใจไหลซึมออกมาเงียบๆ

"ดีมาก" ภีมกระตุกยิ้มพอใจ เขาเดินเข้ามาประคองร่างบางที่ยืนสั่นโอนเอน "งั้นก็ไปแต่งตัว ฉันจะพาไปเก็บของที่หอพัก"

การเดินทางจากหอพักซอมซ่อในซอยลึกของพะแพง มายังคฤหาสน์ตระกูลสัตยาพิพัฒน์พงษ์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ตลอดทางภีมเอาแต่กุมมือเธอไว้บนตักเขาไม่ยอมปล่อย แม้เธอจะพยายามชักออกกี่ครั้ง เขาก็ยิ่งประสานนิ้วรัดแน่นขึ้นจนเธอต้องยอมแพ้ เมื่อรถยุโรปคันหรูแล่นผ่านประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอร่ามเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โตราวกับวัง พะแพงก็ถึงกับอ้าปากค้าง ความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเป็นแค่เด็กสลัมคนหนึ่ง การมาเหยียบสถานที่แบบนี้มันเกินฝันไปมาก

"ลงมาสิ" ภีมเปิดประตูรถให้ พร้อมกับยื่นมือมารับ พะแพงจำใจวางมือลงบนฝ่ามือหนา ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เหล่าแม่บ้านและคนงานนับสิบชีวิตยืนเรียงแถวต้อนรับเจ้านายหนุ่ม พร้อมกับลอบมองเด็กสาวแปลกหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามเมื่อเห็นสายตาดุดันของภีมที่กวาดมองไปรอบๆ

"ป้าแจ่มไปยกกระเป๋าของพะแพงขึ้นไปไว้บนห้องฉัน" ภีมหันไปสั่งหัวหน้าแม่บ้าน

"ห้องคุณภีมหรือคะ" ป้าแจ่มทวนคำด้วยความตกใจ ปกติเจ้านายหนุ่มหวงพื้นที่ส่วนตัวยิ่งกว่าอะไร ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเหยียบที่บ้านด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการให้เข้าไปอยู่ในห้องนอน

"ตามนั้นแหละป้า" ภีมตัดบท ก่อนจะหันมาโอบเอวบางของพะแพงที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ "ไป... ขึ้นห้องกัน"

"เดี๋ยวค่ะ! ทำไมต้องเป็นห้องคุณภีมคะ แพงมาในฐานะผู้ช่วย แพงก็ควรจะไปอยู่ห้องพักพนักงานสิคะ" พะแพงขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ มองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง

"ผู้ช่วยส่วนตัว ก็ต้องอยู่ในที่ส่วนตัวกับฉันสิ ขืนให้เธอไปอยู่เรือนคนใช้ เวลาฉันปวดหัวตอนตีสามแล้วอยากได้คนบีบนวด ฉันไม่ต้องเดินไปตามถึงนู่นหรือไง" ภีมอ้างหน้าตาย ก่อนจะฉวยโอกาสช้อนร่างบางที่ยังคงมีอาการปวดร้าวที่ช่วงล่างขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวต่อหน้าคนรับใช้ทั้งบ้าน

"ว้าย! คุณภีม! ปล่อยแพงนะ คนมองกันหมดแล้ว!" พะแพงซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้างด้วยความอับอาย ทุบตีแผงอกเขาเบาๆ

"ก็ปล่อยให้เขามองไปสิ จะได้รู้ไว้ว่าใครเป็นเจ้านายคนใหม่ของบ้านนี้" ภีมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นบันไดวนหินอ่อนมุ่งตรงไปยังห้องนอนมาสเตอร์ทางปีกขวาของคฤหาสน์ ภีมวางเธอลงบนปลายเตียงคิงไซส์อย่างเบามือ แต่แทนที่เขาจะผละออกไป ร่างสูงกลับท้าวแขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้กับที่นอน โน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงลมหายใจกั้น

"คราวนี้... เราก็อยู่ด้วยกันแบบส่วนตัวจริงๆ ซะทีนะ" น้ำเสียงของเขาพร่าลง นัยน์ตาคมฉายแววปรารถนาอย่างโจ่งแจ้ง

พะแพงหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอถดตัวหนีไปด้านหลัง แต่แผ่นหลังบางก็ไปชนเข้ากับเสาเตียงจนหมดทางหนี "คุณภีม... คุณบอกเองนะว่าแพงมาในฐานะผู้ช่วย คุณอย่ามาทำรุ่มร่ามกับแพงนะ"

"ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสัญญานี่ การทดสอบงานวันแรกของผู้ช่วยส่วนตัว คือการทำให้เจ้านายผ่อนคลาย" ภีมยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่ลากไล้จากขมับลงมาตามแนวสันกราม ทำให้พะแพงขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"มะ... ไม่เอานะคะ อื้อ!"

คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปทาบทับลงมาบดคลึงเรียวปากสีพีชอย่างเอาแต่ใจจนคนอ่อนประสบการณ์แทบจะหลอมละลาย ภีมดูดดึงกลีบปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม มือหนาที่เคยวางท้าวอยู่บนเตียง เริ่มเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ตามเรือนร่างบอบบางที่สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเก่ากับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เขาเพิ่งให้เธอใส่ตอนกลับไปเก็บของ

"อ๊ะ... คุณภีม... อย่าค่ะ" พะแพงพยายามผลักไส รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง แต่เรี่ยวแรงของเธอมันช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงของชายหนุ่ม

ภีมเหมือนคนหน้ามืด กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวเธอปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาดันร่างบางให้นอนราบลงกับผืนเตียงนุ่ม ตามขึ้นไปทาบทับร่างบาง ริมฝีปากร้อนผ่าวผละจากเรียวปากหวาน เปลี่ยนเป้าหมายมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมราวกับคนเสพติด มือหนาร้อนรุ่มเริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อยืด ลูบไล้ผิวหน้าท้องแบนราบจนพะแพงสะดุ้งเฮือก

"คุณภีม... แพงเจ็บ... ฮึก... หยุดเถอะนะคะ" เสียงสะอื้นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาทางหางตา ทำให้อารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านของภีมชะงักกึก

เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง

ภีมสบถในลำคออย่างหัวเสีย เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่ปรกหน้าอย่างหงุดหงิดตัวเอง พะแพงรีบผุดลุกขึ้นนั่งตาม รวบเสื้อที่หลุดลุ่ยเข้าหากัน แต่แล้วก็ต้องช็อกเมื่อพบว่า คอเสื้อยืดตัวเก่งของเธอถูกมือหนาของเขากระชากจนขาดวิ่นรอยตะเข็บปริแตกจนไม่สามารถสวมใส่ได้อีก กระดุมกางเกงยีนส์ขาสั้นก็หลุดกระเด็นไปตกอยู่มุมเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"คุณฉีกเสื้อแพง!" พะแพงแหวใส่ทั้งน้ำตา ภีมกระแอมไอแก้เก้อ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย "ก็... ก็เสื้อมันเก่าแล้ว เนื้อผ้ามันเปื่อย ฉันออกแรงนิดเดียวมันก็ขาดเองต่างหาก" เขาแถไปหน้าด้านๆ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าเมื่อกี้เขาเผลอใช้กำลังกระชากมันด้วยความใจร้อน

ก๊อกๆๆ!

"คุณภีมคะ คุณผู้หญิงให้มาตามลงไปทานมื้อเที่ยงค่ะ ท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว" เสียงของแม่บ้านที่ดังลอดเข้ามาจากหน้าประตู ทำให้ภีมต้องถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยก็มีคนมาช่วยขัดจังหวะก่อนที่เขาจะตบะแตกทำมิดีมิร้ายเด็กคนนี้อีกรอบ

"รู้แล้ว เดี๋ยวตามลงไป" ภีมตะโกนตอบ ก่อนจะหันมามองพะแพงที่นั่งกอดเข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่บนเตียง สภาพของเธอตอนนี้เสื้อผ้าหลุดรุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูไม่จืดเลยจริงๆ "เลิกร้องไห้ได้แล้ว แล้วก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่ฉันรออยู่ข้างล่าง"

"เปลี่ยนเป็นชุดไหนล่ะคะ! ในกระเป๋าแพงมีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่คุณเพิ่งฉีกมันพังไปเมื่อกี้นี้ไง!" พะแพงตอกกลับเสียงใส มองเขาตาขวาง

ภีมอมยิ้มกับท่าทางขู่ฟ่อเหมือนลูกแมวของเธอ เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์คอินโคลเซต หยิบถุงกระดาษแบรนด์เนมหลายถุงที่เขาสั่งให้เลขาฯ ไปกว้านซื้อมาเตรียมไว้ล่วงหน้า นำมาวางแหมะลงบนเตียงตรงหน้าเธอ

"ใส่ชุดพวกนี้ซะ ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว แล้วก็รีบแต่งตัวให้ไว อย่าให้คุณแม่ฉันต้องรอนาน อ้อ.. แล้วอย่าคิดจะแต่งตัวมิดชิดจนเกินไปล่ะ เพราะฉันชอบให้เธอใส่ชุดที่มัน... ถอดง่ายๆ มากกว่า" เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนขนลุก พร้อมกับขยิบตาให้เธอหนึ่งที ก่อนจะผิวปากเดินอารมณ์ดีออกไปรอที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก ทิ้งให้พะแพงนั่งหน้าแดงก่ำ ก่นด่าความหน้ามึนและเอาแต่ใจของเขาอยู่ในใจเป็นร้อยๆ คำ

ยี่สิบนาทีต่อมา พะแพงเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของภีมลงบันไดมายังห้องอาหารสุดหรู เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวความยาวคลุมเข่า คลุมทับด้วยเสื้อคาดิแกนสีครีมที่เขาเตรียมไว้ให้

ที่โต๊ะอาหารยาวเหยียด คุณหญิงมณีรัตน์ มารดาของภีม นั่งรออยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าที่ยังคงเค้าความสวยสง่าระบายไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นทันทีที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเดินนำเด็กสาวหน้าตาน่ารักเข้ามา

"ตาภีม... มาพอดีเลยลูก นั่งสิจ๊ะ" คุณหญิงมณีรัตน์เอ่ยทักทายเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเบนสายตามาจับจ้องที่พะแพงด้วยความเอ็นดู "แล้วนี่... หนูคนนี้คือ..."

"นี่พะแพงครับคุณแม่ ผู้ช่วยส่วนตัวคนใหม่ของผม" ภีมแนะนำอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้พะแพงนั่งลงข้างๆ เขาอย่างเอาใจใส่ ซึ่งเป็นภาพที่ขัดตาผู้เป็นแม่อย่างมาก เพราะร้อยวันพันปีลูกชายจอมหยิ่งของเธอไม่เคยดูแลผู้หญิงคนไหนดีขนาดนี้มาก่อน

พะแพงรีบยกมือไหว้คุณหญิงมณีรัตน์อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง แพง... พะแพงค่ะ"

"ไหว้พระเถอะจ้ะลูก เรียกคุณแม่เหมือนที่ตาภีมเรียกเถอะนะ ไม่ต้องเกร็งหรอก บ้านนี้อยู่กันแบบสบายๆ" คุณหญิงมณีรัตน์ยิ้มรับอย่างใจดี ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนและหน้าตาที่ดูซื่อๆ ไร้เดียงสาของพะแพง ทำให้คุณแม่ที่อยากได้ลูกสาวมาทั้งชีวิตรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น "แล้วนี่ไปไงมาไงล่ะลูก ถึงมาเป็นผู้ช่วยตาภีมได้ หน้าตาหนูยังดูเด็กอยู่เลย เรียนอยู่หรือเปล่าจ๊ะ?"

พะแพงกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ภีมกลับชิงตอบแทนเสียก่อน "แพงเรียนอยู่ปีสอง คณะออกแบบครับคุณแม่ ผมเห็นว่าน้องเก่งและขยัน ก็เลยจ้างมาช่วยงานส่วนตัว แล้วก็ให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยเลย จะได้สะดวกเวลาผมเรียกใช้"

คุณหญิงมณีรัตน์เลิกคิ้วมองลูกชายอย่างรู้ทัน เรียกใช้อย่างนั้นหรือ? สายตาแพรวพราวที่ตามองเด็กสาวมันปิดบังคนเป็นแม่ไม่มิดหรอก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา ขัดจังหวะการรับประทานอาหาร "ดีเลยจ้ะ แม่กำลังอยากได้คนมาช่วยดูเรื่องคอลเลกชันเสื้อผ้าการกุศลอยู่พอดี ไว้ทานข้าวเสร็จเราค่อยคุยกันนะจ๊ะหนูแพง ทานเยอะๆ ล่ะลูก ดูสิ ตัวผอมเชียว"

"ขะ... ขอบคุณค่ะ" พะแพงยิ้มบางๆ รู้สึกโล่งใจที่มารดาของเขานั้นใจดีและอบอุ่นต่างจากลูกชายหน้ามึนลิบลับ

การรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างราบรื่น คุณหญิงมณีรัตน์ชวนพะแพงคุยเรื่องการเรียนและการออกแบบอย่างถูกคอ พะแพงเองก็เริ่มผ่อนคลายและกล้าพูดคุยมากขึ้น รอยยิ้มสดใสเริ่มปรากฏบนใบหน้าหวาน ภีมนั่งจิบไวน์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจลึกๆในอก เขาชอบที่เห็นเธอเข้ากับแม่ของเขาได้ และชอบรอยยิ้มของเธอที่มันสว่างไสวราวกับแสงตะวัน

แต่ทว่า... ความสงบสุขของพะแพงก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อจู่ๆ เธอสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้โต๊ะอาหาร

ปลายเท้าของใครบางคนกำลังแตะสัมผัสที่ข้อเท้าของเธอเบาๆ พะแพงสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองคนตรงข้าม ภีมกำลังตักซุปเข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใต้โต๊ะนั้น ปลายเท้าของเขากลับเริ่มลากไล้จากข้อเท้า เลื่อนสูงขึ้นมาตามน่องเนียนของเธอช้าๆ

พะแพงเบิกตากว้าง พยายามขยับขาหนี แต่ภีมกลับไวกว่า เขาสอดเท้าเข้ามาเกี่ยวตวัดขาของเธอเอาไว้แน่นไม่ให้หนีไปไหน ก่อนจะใช้ปลายเท้าเขี่ยไล้ขึ้นมาจนถึงหัวเข่า และเริ่มลากสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปตามต้นขาอ่อนที่โผล่พ้นชายกระโปรง

"อ๊ะ!" พะแพงเผลออุทานออกมาเบาๆ ร่างกายสั่นสะท้าน มือที่จับช้อนสั่นจนกระทบกับจานกระเบื้องเสียงดังดัง กริ๊ก!

"เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะหนูแพง อาหารไม่ถูกปากเหรอลูก หรือว่าซุปร้อนไปลูก" คุณหญิงมณีรัตน์ถามขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กสาวที่จู่ๆ ก็ซีดเผือดสลับกับแดงก่ำ

"มะ..ไม่ค่ะ ซุปอร่อยมากค่ะ พอดีแพง... แพงแค่" พะแพงพูดติดอ่าง พยายามส่งสายตาอาฆาตไปให้คนต้นเรื่องที่นั่งยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน

"สงสัยน้องจะตื่นเต้นน่ะครับคุณแม่ เพิ่งมาบ้านเราวันแรก" ภีมตอบแทนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาที่มองมาทางเธอมันช่างร้ายกาจเหลือเกิน มือขวาของเขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนเท้าใต้โต๊ะก็ยังคงทำหน้าที่กลั่นแกล้งเธออย่างต่อเนื่อง เขี่ยไล้สูงขึ้นจนเฉียดใกล้จุดกึ่งกลางกาย ทำให้พะแพงต้องรีบหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนตัวเกร็ง

"คุณภีม..." เธอเรียกชื่อเขาลอดไรฟัน เสียงเบาจนแทบกระซิบ

"ครับ? ผู้ช่วยของฉันมีอะไรเหรอ" ภีมเลิกคิ้วถามหน้าตาย พะแพงอยากจะหยิบชามซุปราดรดหัวคนขี้แกล้งตรงหน้านัก ถ้าไม่ติดว่ามีคุณแม่ของเขานั่งอยู่ตรงนี้ เธอคงได้อาละวาดบ้านแตกไปแล้ว เด็กสาวทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปด้วยความทรมาน ใบหน้าหวานร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกครั้งที่ปลายเท้าของเขาลากผ่านจุดอ่อนไหว เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์วาบหวามที่ถูกผู้ชายบ้ากามคนนี้ปลุกปั่น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เลี้ยงรัก... คุณภีม   บทที่3 กอด

    มื้ออาหารที่แสนจะยาวนานและทรมานที่สุดในชีวิตของพะแพงจบลงเสียที หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อคุณหญิงมณีรัตน์วางช้อนลงและเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาด พะแพงหันขวับไปถลึงตาใส่ภีมทันที แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังทำตัวรุ่มร่ามกับเธอต่อหน้ามารดาของตัวเอง"อาหารมื้อนี้อร่อยมากเลยจ้ะหนูแพง นานๆ ทีตาภีมจะกลับมาทานข้าวกลางวันที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้" คุณหญิงมณีรัตน์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเมตตาหันมามองเด็กสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างลูกชาย"ทานอิ่มแล้วใช่ไหมลูก ไปจ้ะ ไปนั่งคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นดีกว่า แม่ให้เด็กเตรียมชาผลไม้กับของว่างไว้แล้ว หนูเรียนออกแบบใช่ไหมลูก แม่มีเรื่องอยากจะปรึกษาพอดีเลย"พะแพงรีบชักขาหนีจากสัมผัสจาบจ้วงใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้กับผู้สูงวัยกว่า "ได้ค่ะคุณแม่"เมื่อทุกคนย้ายมายังห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโซฟาหลุยส์สีครีมทอง คุณหญิงมณีรัตน์ก็เรียกให้พะแพงไปนั่งข้างๆ ส่วนภีมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม ยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท

  • เลี้ยงรัก... คุณภีม   บทที่2 ผู้ช่วยส่วนตัว

    ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้องพักสุดหรู มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ พะแพงนั่งกำมือแน่นอยู่บนเก้าอี้ ดวงตากลมโตที่ยังคงแดงช้ำจ้องมองชามข้าวต้มที่เธอพึ่งกินไป"อิ่มแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ถ้าอิ่มแล้วก็ลุกขึ้น ฉันจะพาไปเก็บของ"พะแพงเงยหน้าขึ้นขวับ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที "เก็บของ? เก็บของอะไรคะ แพงบอกแล้วไงว่าแพงจะกลับหอพักของแพง แล้วเราก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก"ภีมแค่นยิ้มมุมปาก เขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางแหมะลงบนพนักพิง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก "เธอคิดจริงๆเหรอ ว่าฉันจะปล่อยให้ผู้หญิงที่เพิ่งเสียตัวให้ฉันเมื่อคืน กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม กลับไปทำงานในดงเสือสิงห์กระทิงแรดพวกนั้นอีก""มันก็เรื่องของแพง! แพงต้องหาเงินเรียน แพงมีหนี้สิน มีค่าใช้จ่าย คุณไม่ได้มาเป็นแพง คุณไม่เข้าใจหรอก!" เธอหันไปตวาดใส่เขา แต่ด้วยความที่หันไปเร็วเกินไปทำให้ปลายจมูกรั้นเฉียดกับแก้มของชายหนุ่มที่โน้มลงมาอยู่ก่อนแล้ว พะแพงเบิกตากว้าง รีบหดคอหนีด้วยความตกใจ แต

  • เลี้ยงรัก... คุณภีม   บทที่1 คืนแรก ครั้งแรก

    เสียงเพลงบีทหนักๆ ที่ดังกระหึ่มก้องไปทั่วทั้งเลานจ์หรูระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองหลวง ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเข้มในโซน VVIP รู้สึกสนุกสนานไปกับมันเลยแม้แต่น้อยภีม หรือ ภาคิน สัตยาพิพัฒน์พงษ์ ชายหนุ่มวัย 27 ปี ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัท STYP Company เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า STYP Brand ที่กำลังทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น นั่งเอนกายด้วยท่วงท่าที่สง่างามทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาที่มักจะฉายแววเฉียบคมอยู่เสมอ ตอนนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเบื่อหน่ายจากบทสนทนายืดยื้อตรงหน้าวันนี้เขาต้องมาเป็นตัวแทนของคุณพ่อ เพื่อเจรจาธุรกิจกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นนักธุรกิจวัยกลางคนที่ชื่นชอบการดื่มสังสรรค์ในสถานที่แบบนี้เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าสำหรับภีม สถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงสี เสียงดังหนวกหู และกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ ไม่ใช่ที่ที่เขาโปรดปรานเลยสักนิด แต่ในฐานะว่าที่ผู้บริหารสูงสุด เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมหน้ากากนักธุรกิจและร่วมดื่มด่ำไปกับค่ำคืนนี้"คุณภีมครับ ดูเหมือนมิสเตอร์ชางจะถูกใจสาวๆ ที่ทางร้านจัดมาให้เป็นพิเศษนะครับ" นที เลขาฯ หนุ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status