Accueil / รักโบราณ / เล่ห์ปีศาจ / ตอนที่ 2 ระหว่างทาง

Partager

ตอนที่ 2 ระหว่างทาง

Auteur: JIeC
last update Date de publication: 2025-02-25 19:02:45

เจ็ดดินแดนแปดคาบสมุทรช่างกว้างใหญ่สำหรับการเดินทางของปีศาจตนน้อยตนหนึ่ง แม้นางจะอาศัยบุรุษมากตัณหาพวกนั้นเพื่อเสริมสร้างตบะ แต่เนื่องจากเพิ่งได้ร่างมนุษย์มา พลังที่เคยมีจึงลดลงไปมากโข ร่างกายของนางตอนนี้อ่อนแอเสียจนเทียบได้กับมนุษย์เพียงผู้หนึ่ง ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เฉกเช่นปีศาจที่มีตบะแกร่งกล้า ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงได้ใช้เงินที่ขโมยมาจากจอมยุทธ์คนเมื่อวานเพื่อจ้างรถม้าเดินทางไปหั่งโจว ได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจคนหนึ่งบอกว่าที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ซึ่งถือเป็นแหล่งชุกชุมของปีศาจหลายเผ่า ที่แห่งนั้นมีมนุษย์กับปีศาจจะอยู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้คงมีแค่ปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ เพราะหากมนุษย์รู้เรื่องเหล่านี้เข้าปีศาจคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้

หั่งโจวเป็นสถานที่เหมาะสำหรับปีศาจที่ไม่มีที่ไปเช่นนาง เสียนเปาเคยใฝ่ฝันอยากจะหาใครสักคนเพื่อมาบำเพ็ญคู่และอาศัยอยู่ด้วยกันไปจนแก่ ถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วคนที่ทนไอปีศาจได้นั้นจะมีน้อยนัก แต่นางก็ยังหวังว่าในชาตินี้นางจะได้เจอคนผู้นั้นที่นางใฝ่ฝัน ว่ากันว่าหากเป็นคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมชีวิตของทั้งคู่อาจยืนยาวไปเป็นหมื่นปี

แม้จะได้ยินมาจากปีศาจตนอื่นว่าหั่งโจวเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ทว่าการเดินทางด้วยรถม้าก็ใช้เวลาถึงสามสี่วันเศษ ทั้งยังต้องผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยที่ไม่ค่อยจะเจริญหูเจริญตาอีก ท่ามกลางป่าสนที่เงียบสงบ เสียงล้อลากรถม้าดังมาตลอดเส้นทางเดินผ่านป่า ดรุณีน้อยซึ่งมีใบหน้างดงามกำลังนั่งชะโงกหน้าออกนอกหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ตามทางที่นางไม่เคยเห็น มือพลางแกะเมล็ดทับทิมที่เผอิญเด็ดติดมือมาจากบ้านสักหลังเข้าปาก รสชาติหวานเปรี้ยวละมุนกระจายไปทั่วปาก พอลิ้มรสจนเหลือแค่เพียงเมล็ดจืดจางจึงถ่มเมล็ดทิ้งออกทางหน้าต่างรถม้า โดยไม่ได้สนใจว่าผู้ที่ผ่านมาเห็นจะคิดเช่นไรที่เห็นสตรีมีกิริยาเช่นนี้

ทันใดนั้นเองรถม้าก็หยุดลงกะทันหัน จนคนที่นั่งอยู่ด้านในเกือบสำลักเมล็ดทับทิม นางตะโกนถามคนขับรถม้าออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด คิดว่าอาจเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นได้ "ตาเฒ่า เจ้าหยุดรถทำไม"

ตาแก่คนขับรถม้าได้ยินก็รีบลงมาจากที่นั่งคนคุมบังเหียน ก่อนจะรีบปรี่เข้ามาตรงข้างหน้าต่างซึ่งเจ้าของเสียงหวานเท้าคางอยู่ "แม่นาง ข้าก็แก่แล้วเดินทางนาน ๆ ก็เริ่มเหนื่อย เราหยุดพักที่นี่สักครึ่งชั่วยามได้หรือไม่"

เสียนเปามองตาแก่ที่ยิ้มแป้นให้นางอย่างจับผิด ทว่ามิพบพิรุธอันใด เมื่อเห็นทุกอย่างปกติเรียบร้อยจึงตอบกลับ "ได้"

สิ้นคำร่างบางก็รีบกระโดดลงจากรถม้าอย่างเริงร่า นางนั่งมานานก็ค่อนข้างเมื่อยเช่นกันเลยใช้โอกาสนี้ยืดเส้นยืดสายเสียเลย "ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้นะ ข้าจะไปดูว่าแถวนี้มีผลไม้ป่าหรือไม่"

"ได้ๆๆ" ตาแก่ยิ้มรับ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสียนเปาจึงเดินหายเข้าไปในป่าใกล้ ๆ นางเผอิญไปเห็นบ๊วยต้นใหญ่ซึ่งกำลังออกผลสุกงอม แต่ก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปเด็ดบ๊วยลูกตรงหน้ามาชิม สองหูพลันได้ยินเสียงเคลื่อนรถม้าดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงรีบหันกลับไปดูยังทิศทางที่ตนจากมา แต่พอเดินมาถึงตรงที่ที่เคยบอกให้ตาเฒ่ารอกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไกลออกไปเห็นเพียงเงาของรถม้าที่คุ้นตากำลังเคลื่อนตัวห่างออกไป

"ไอ้แก่นี่!"

ร่างบางสบถอย่างหัวเสียพร้อมรีบวิ่งตามรถม้าอย่างไม่ห่วงสวย เสียงที่ตะโกนออกมาเต็มไปด้วยโทสะ "ตาแก่เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้! ข้าจ่ายเงินจ้างเจ้ามานะ!"

เมื่อได้ยินเสียงหวานตะโกนตามหลังมา ตาแก่คนขับรถม้าจึงชะโงกหน้ามองกลับมายังด้านหลัง ก่อนจะเบ๋ปากให้หญิงสาวพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึกผิด "ข้าก็ขับมาส่งตามเงินที่เจ้าให้มาอันน้อยนิดนั่นแหละ หลังจากนี้เจ้าก็เอาตัวรอดเองแล้วกันนะสาวน้อย" ยังไม่พอไอ้แก่นั่นยังทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ก่อนที่เขาจะหันกลับไปบังคับรถม้าโดยไม่สนใจคนที่วิ่งตาม

หญิงหยุดวิ่งเพราะเริ่มเหนื่อย ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยเหงื่อเริ่มดูไม่ได้ "หน็อย...ไอ้แก่ อย่าให้ข้าจับเจ้าได้นะ!" นางตะโกนตามหลังรถม้าแต่สุดท้ายกลับได้ยินเสียงหัวเราะสะใจตอบกลับมา

"วิ่งให้ทันรถม้าก่อนเถอะ ฮ่าๆๆ "

"ไอ้...!" ไม่รู้ว่าควรจะด่าตาแก่เหลี่ยมจัดนี้ด้วยคำไหนดี หญิงสาวจึงทำได้เพียงกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิดเพื่อระบายความแค้น ทำได้เพียงมองตามรถม้าหายลับไปต่อหน้าต่อตา

รอข้าก่อนเถอะ ข้าจะกลับมาแก้แค้นเจ้า!

หญิงสาวเดินไปตามเส้นทางจนล่วงเข้ายามพลบค่ำ ทว่ายังไม่มีวี่แววว่าปลายทางข้างหน้าจะพ้นจากป่าเสียที หญิงสาวได้แต่คิด หรือว่าคืนนี้นางต้องนอนอยู่กลางป่าอีกแล้ว

ในระหว่างที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเองพลันมีเสียงล้อลากดังมาจากด้านหลัง ร่างบางหันกลับไปจึงเห็นว่าไกลออกไปมีขบวนรถม้าของกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังมุ่งตรงมา

กลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นมีประมาณสี่ถึงห้าคน แต่ละคนรูปร่างเต็มไปด้วยหมัดกล้าม ชายที่นั่งอยู่ตรงคุมบังเหียนรถม้าดูท่าน่าจะเป็นลูกพี่ใหญ่ เพราะแต่ละคนต่างมีสีหน้าประจบสอพลอยามที่พูดคุยกับคนผู้นั้น ครั้นกลุ่มชายฉกรรจ์เห็นนางซึ่งเดินอยู่เพียงลำพังในป่า รถม้าที่ใกล้เข้ามาก็ชะลอก่อนจะหยุดลงด้านข้างคนตัวน้อย คนพวกนั้นทั้งหมดมองเสียนเปาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อสำรวจ แล้วหันไปสบตากับสหายที่เหลืออย่างรู้ความนัย

จู่ ๆ ชายหน้าบากผู้หนึ่งก็เป็นคนเอ่ย "แม่นางน้อย เจ้ามาเดินทำอะไรคนเดียวที่นี่" ขณะเอ่ยชายผู้นั้นก็ไม่พลาดที่จะใช้สายตาโลมเลียมองนางอย่างเปิดเผย

เสียนเปาเหมือนจะคิดอะไรดี ๆ ขึ้นได้จึงรีบเอ่ยเสียงหวานทรงเสน่ห์ พร้อมทั้งตีสีหน้าน่าสงสารกลับไป "ข้าจ้างคนขับรถม้าให้ไปส่งข้าที่เมืองข้างหน้า แต่เขากลับทิ้งข้าไว้กลางทางเสียได้ พี่ชาย...ตอนนี้ข้าเจ็บขาไปหมดเลยเจ้าค่ะ" พูดพลางก็บีบน้ำตา แต่ว่าเหมือนจะมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่หลงกลมารยาของนาง

หวังเหว่ยมองสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง สตรีธรรมดาทั่วไปหากถูกทิ้งอยู่กลางป่าเช่นนี้คงจะหัวหดร้องไห้ ทั้งยังไม่มีกะใจกล้ามาบีบน้ำตาแสดงละครต่อหน้าเขา ชายหนุ่มกลอกตามองท้องฟ้าก่อนจะเริ่มกระตุกบังเหียนม้าเพื่อมุ่งหน้าต่อไป "อย่าไปสนใจนาง พวกเราไป"

เสียนเปาได้ยินถึงกับตกตะลึง ถึงกับมีคนกล้าเมินนางได้เชียวหรือ! ร่างบางเงยหน้ามองสำรวจชายที่อยู่บนรถม้าอีกครั้งอย่างตั้งใจ รูปร่างของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยกำลังมหาศาล ยามสบกับแววตาที่ดูรู้ทันทุกอย่างทำเอานางไม่ค่อยมั่นใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นเช่นไร เพราะเขาใช้ผ้าปิดบังใบหน้าไว้ราวกับเพิ่งไปขโมยสิ่งใดมา เหลือให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคมกริบคู่นั้น

หญิงสาวเริ่มดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร "พี่ชาย ท่านก็จะทิ้งข้าไปอีกคนหรือเจ้าคะ" ชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ที่เห็นท่าทางน่าสงสารของนางมีแต่ต้องอ่อนใจ ชายฉกรรจ์หนึ่งในนั้นจึงพูดขึ้นมา

"พี่ใหญ่ เราจะทิ้งนางไว้กลางป่าจริงหรือ" แม้คำพูดจะเหมือนมีเมตตา แต่สายตาที่มองมายังร่างอรชร ถึงเป็นคนโง่ก็ดูออกว่าเขากำลังคิดจะจับนางกินเข้าไปทั้งตัว แต่เสียนเปามิได้เกรงกลัว นางที่เจอพวกลุ่มหลงในราคะมาตั้งแต่ได้ร่างมนุษย์จะต้องกลัวคนพวกนี้ไปไย

ชายฉกรรจ์อีกคนเอ่ยเสริม "จริงด้วยพี่ใหญ่ นางเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว อยู่กลางป่ามีแต่จะเป็นอันตราย"

อยู่กับพวกเจ้านั่นแหละที่อันตราย! หวังเหว่ยคิดพลางมองลูกน้องอย่างรู้ทัน เขาเหลือบมองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะตอบรับออกไป "ตามใจ"

กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เหลือเมื่อได้ยินต่างดีใจกันยกใหญ่ ชายฉกรรจ์หน้าบากคนเดิมพูดกับสาวน้อย "มา ๆ แม่นางน้อย เดี๋ยวจากนี้พวกข้าจะดูแลเจ้าเอง"

ดรุณีได้ยินก็ยิ้มน่ารักให้จนดวงตาโค้งเป็นรูปดอกท้อ แต่เมื่อเห็นว่าคนที่คุมบังเหียนรถม้าเหมือนจะไม่รั้งรอให้นางขึ้นไปนั่ง ราวกับจะให้นางเดินเท้าไปพร้อมกับชายฉกรรจ์พวกนี้ จึงแสร้งทำหน้าหงอย "ข้าเจ็บเท้าจังเจ้าค่ะ"

หวังเหว่ยได้ยินถึงกับตวัดสายตามองนาง ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ก็มองหน้ากันอย่างไปต่อไม่ถูก เพราะพวกเขาไม่มีความกล้าพอที่จะขอให้พี่ใหญ่ของตนเป็นคนขับรถม้าให้หญิงสาว แต่เมื่อเห็นสีหน้าน่าสงสารของนางก็ทำเอาชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งทำใจกล้าเอ่ยออกมา "เอ่อ...พี่ใหญ่ ให้นางขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่านได้หรือไม่"

ดวงตาของหวังเหว่ยทอประกายดุดันอยู่ครู่หนึ่ง ทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์ที่เหลือเห็นแล้วรู้สึกใจหาย หวังเหว่ยใช้สายตาคู่นั้นจ้องร่างบาง แต่นางกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด สุดท้ายชายหนุ่มจึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด "อืม"

ดรุณีน้อยรีบยิ้มแป้นก่อนจะปีนขึ้นรถม้าในทันที ทางท่าเจ็บขาเมื่อครู่นี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 21 เดินทางไกล

    ต้นไม้ของป่าซิงเฉียงกินพื้นที่ไปหลายร้อยลี้ เสียงสายลมเย็นและเสียงนกกระจิบกำลังสอดผสานและขับขานกลายเป็นท่วงทำนองดนตรี กลิ่นหอมของหญ้าอ่อนลอยโชยไปทั่วทุกสารทิศ แสงแดดจากตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาผ่านทางปากถ้ำจนกระทบใบหน้างดงามของดรุณีที่กำลังหลับใหล แสงนั้นแยงตาจนร่างบางที่กำลังฝันหวานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา นางขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ อย่างขัดใจ ทว่าความเหนื่อยล้าจากศึกหนักที่ผ่านทำให้ร่างน้อยลุกขึ้นไม่ไหว เสียนเปาทำได้เพียงหันหลังให้กับแสงแดดนั้นแล้วนอนขดตัวหลับตาอีกครั้งฉับพลันเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังหน้าปากถ้ำ พร้อมกับเสียงที่นางรู้สึกคุ้นเคย "ยังไม่ตื่นอีกหรือ"ดรุณีน้อยรู้สึกเหนื่อยล้าเกินจะตอบอีกฝ่าย นางหลับตาพริ้มแสร้งทำว่าไม่ได้ยินที่เขาพูดหวังเหว่ยมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่บนเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตนอย่างจำนน ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายตื่นอยู่แต่กลับเลือกที่จะไม่ตอบเขา ก็ทำใจกล้าโกรธนางไม่ลงเหมือนเก่า ฉับพลันร่างสูงก็สาวเท้าตรงเข้าไปนั่งข้างอีกฝ่าย พลางใช้มือลูบหัวน้อย ๆ เพื่อปลอบประโลมนางเสียนเปาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่ส่งผ่านฝ่ามือนั้น เพียงไ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 20 เอาคืน (18+)

    เสียนเปารู้สึกเหมือนโดนท้าทายอำนาจ นางจึงก้มลงกัดอีกฝ่ายจนจมเขี้ยวทันที คราวนี้หวังเหว่ยเหมือนจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว ใบหน้าของเขาจึงไม่เปลี่ยนสีหรือแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาอีก มีเพียงมุมปากที่ปรากฏรอยยิ้มแปลกประหลาด เป็นเวลานานกว่าเสียนเปาจะรู้สึกพอใจแล้วจึงถอนเขี้ยวออกจากลำแขนของชายที่พยายามกักขังนาง ดวงหน้างดงามเชิดใส่อีกฝ่ายอย่างดื้อรั้นไม่ยอมพ่าย หวังเหว่ยมองท่าทีลำพองใจของร่างบางก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "คราวนี้ตาข้ากัดเจ้าบ้างแล้ว" "ว่ายังไงนะ...?" ยังไม่ได้ทันจะสิ้นเสียงของร่างบาง เบื้องหน้าของเสียนเปาพลันมีเงาดำโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาคู่งามเบิกกว้างทั้งยังสั่นระริกเมื่อริมฝีปากบางถูกครอบงำด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน ตอนนั้นเองที่รับรู้ได้ว่าจูบนี้ของหวังเหว่ยไม่มีความปรานีเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความรู้สึกต้องการและความกระหายอยาก ยามที่ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากเพื่อควานหาความหวานและไล่ต้อนลิ้นน้อยจนหมดทางถอย ทำเอาเสียนเปารู้สึกวูบวาบบริเวณท้องน้อยจนต้องหนีบเรียวขาเ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 19 ลองดู

    รัตติกาลล่วงเลยผ่านไปไวราวกับสายน้ำ หลังจากที่วุ่นอยู่กับการถอนพิษครึ่งค่อนคืนนั้นเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามโฉ่ว เสียนเปานั่งมองใบหน้าของหวังเหว่ยซึ่งในเวลานี้เจ้าตัวกำลังหลับสนิทอยู่ ตามหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมาจนชุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีไข้ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะบรรจงซับเหงื่อให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา เสียนเปาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของหวังเหว่ย นางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจออกมาตอนหลับเจ้าก็ดูจะไม่มีพิษมีภัย เหตุใดพอตื่นขึ้นมาถึงได้ชอบกวนประสาทข้านักเสียนเปาคิดพลางเอานิ้วจิ้มแก้มของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ฉับพลันนางก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ปากถ้ำเพื่อนำผ้าเช็ดหน้าไปรองน้ำฝนที่ไหลลงมาตามหิน ก่อนจะเดินย้อนกลับมาเช็ดตัวที่ร้อนผ่าวให้อีกฝ่ายในทันทีไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจนหวังเหว่ยที่หมดแรงแล้วหลับไปพลันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมคู่หนึ่งเหลือบมองฝ่ามือเนียนนุ่มที่กอบกุมมือของตนเองไว้แน่น พร้อมสัมผัสเย็นชื้นจากผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ดูเหมือนคนตัวน้อยจะเหม่อลอยจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าหวังเหว่ยได้สติ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 18 พิษ

    "เจ้าเป็นอะไร!" เสียนเปารีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาดูอาการ สีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้แลดูเจ็บปวดนักทั้งที่ตามเนื้อตัวของเขาไม่ปรากฏบาดแผลใด ๆ แต่เพียงไม่นานนางก็รู้ต้นต่อที่สร้างความทรมานให้อีกฝ่าย"กู่พิษ"สีหน้าของเสียนเปายิ่งดูไม่ดีเมื่อเห็นบางสิ่งกำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนังของอีกฝ่าย วินาทีนั้นเองที่นางรับรู้ได้ว่าหวังเหว่ยกำลังเจ็บปวดเป็นที่สุด ตามกรอบหน้าอาบย้อมไปด้วยเม็ดเหงื่อจนเปียกชื้น ริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือดขบเม้มเข้าหากันเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาจนแทบรับไม่ไหวตั้งแต่ตอนไหนกัน...อี้จางหมิ่นเมื่อนึกถึงตัวการที่วางพิษ เสียนเปาก็ขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกโกรธอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดเริ่มกระอักโลหิตขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธชั่ววูบของนางพลันมลายหายไปเหลือเพียงแค่ความห่วงใยปรากฏในสายตา"เจ้าทนไหวหรือไม่ เราเข้าไปหลบในถ้ำข้างหน้าก่อน"แม้หวังเหว่ยจะเจ็บแต่ก็ยังมีสติอยู่ เขาพยักหน้ารับคำร่างบางก่อนจะปล่อยให้นางพยุงร่างเขาเข้าไปในถ้ำที่อยู่ไม่ไกลเสียงน้ำหยดลงมาจากหินย้

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 17 ติดตาม

    จู่ ๆ ความเงียบเข้ากลืนกินบรรยากาศภายในคุกอีกครั้ง เสียนเปาทำได้เพียงเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรกับเจ้าของคำถามดี นางรู้สึกประหม่าเมื่อหวังเหว่ยหรี่ตามองมาอย่างจับผิด ดวงตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างในจนนางไม่รู้จะทำตัวอย่างไร แต่เป็นหวังเหว่ยเองเอ่ยตัดบทไปเอง "ไปกันเถอะ ตอนนี้พวกนั้นยังไม่รู้ตัว" สิ้นคำร่างสูงก็เดินนำออกไป เสียนเปาเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามหลังอีกฝ่าย ระหว่างทางทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดต่อกันตอนนี้ทั้งคู่หลบหนีออกมาจากจวนสกุลอี้ได้อย่างไม่ลำบาก และทั้งสองกำลังเดินเรียบไปตามตอกมืดเล็ก ๆ มุมหนึ่งของเมือง ระหว่างทางเดินหวังเหว่ยเองก็เหลือบมองคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหลังเป็นระยะ เห็นเพียงอีกฝ่ายเอาแต่เงียบและเดินก้มหน้าราวกับไม่อยากสบตากับเขา หวังเหว่ยรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจึงทำลายความเงียบลงด้วยการเปิดหัวข้อสนทนา "หลังออกจากหั่งโจวแล้วเจ้าจะไปที่ใด""ตูเถา"เสียนเปามิได้คิดปิดบังจุดหมายของตนกับอีกฝ่าย แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้หวังเหว่ยขมวดคิ้ว "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"หากเจ้าเคยได้ยินน่ะสิแปลก เพราะตูเถาที่นางเพิ่งพูดถึ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 16 ออกไปจากเมืองนี้

    หลังจากคืนนั้นที่หวังเหว่ยและเสียนเปาถูกจับมาขังในคุกใต้ดินวันเวลาก็ผ่านมาถึงสามวันเศษ ตกดึกในคืนที่เมืองหั่งโจวมีลมพายุแรง สายลมกรรโชกราวกับจะพัดบ้านเรือนลอยหายไปทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นตามตรอกซอกซอยใดล้วนตกอยู่ในความเงียบ ถนนหนทางไร้ผู้คนเดินเที่ยวเล่นเหมือนอย่างเคย แม้กระทั่งย่านที่เคยคึกคักบัดนี้หลงเหลือแค่เพียงไม่กี่ชีวิตที่ยังคงทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ สาเหตุที่ทั้งเมืองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเพราะพายุที่ไม่ทราบที่มาลูกนี้กำลังรุนแรงขึ้น ทั้งที่สองสามวันก่อนท้องฟ้ายังแจ่มใสอยู่เลยแท้ ๆ ทว่าในคุกที่มืดและชื้นแฉะ กลับไม่รู้ถึงภัยธรรมชาติร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นข้างนอก นักโทษที่โดนทารุณต่างเหน็ดเหนื่อยจนนอนหลับสนิท ในคุกมีเพียงเสียงน้ำหยดจากบนเพดานหินและเสียงลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศ ความเงียบผิดจากปกติธรรมดาช่วยเสริมบรรยากาศทำให้คุกนี้ดูน่าวังเวง มันเงียบสงัดราวกับที่แห่งนี้ไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ทว่าในส่วนที่ลึกสุดของคุกแห่งนี้ หากลองเงียหูฟังให้ดีจะพบว่ามีเสียงของคนสองคนกำลังคุยกันด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ราวกับการที่พวกเขาถูกจับมาขังที่นี่ไม่ได้สร้างความหวาด

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 6 ทะเลาะกันราวกับเด็ก

    เมื่อกลับมาที่กระโจมของหวังเหว่ย ดรุณีน้อยที่เดินตามมาติด ๆ ก็ไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปบนฟูกนุ่มนิ่มก่อนจะเหยียดตัวนอนอย่างสบายใจ หวังเหว่ยซึ่งเดินตามหลังเข้ามาเมื่อเห็นว่าเตียงของตนถูกคนตัวเล็กยึดไปเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้ายิ่งบูดบึ้งจนนึกว่าไปโดนผึ้งที่ไหนต่อย ร่างสูงเดินเข้าไปข้างเตียงก่อนจะเอื้อมมือไป

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 5 ต่อปากต่อคำ

    ตอนแรกเสียนเปาคิดว่างานเลี้ยงที่อู่หางพูดถึงจะเป็นดั่งเช่นที่นางได้ยินมาจากพี่สาวปีศาจตอนยังเด็ก ซึ่งทุกอย่างถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา ทว่าผิดคาดไปนิด เมื่อมาถึงสถานที่จัดงานเลี้ยงนางกลับเห็นเป็นเพียงแค่งานเลี้ยงรอบกองไฟธรรมดาเท่านั้น เหล่าชายฉกรรจ์ต่างพากันนั่งร่ำสุรา ดูจากสีหน้าของพวกเขาที่แดง

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 4 โดนรังแก

    ความรู้สึกหนักอึ้งไปทั่วร่างกายทำให้เสียนเปารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝัน แสงแดดในยามเช้าลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามากระทบเรือนร่างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ ความเจ็บแสบที่บริเวณช่วงล่างทำให้ใบหน้างดงามบิดเหยเก พอร่างบางก้มลงมองเบื้องล่างของตนเองก็ถึงกับตกใจ อยากจะกรีดร้องจนเสียสติได้เสียให้ได้

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 3 ค่ายโจร (18+)

    เมื่อมาถึงกระโจมที่พักแรมกลางป่าของกลุ่มชายฉกรรจ์ หญิงสาวก็รีบกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ที่นี่เหมือนจะเป็นค่ายอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย สตรีที่เห็นกลับมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อมีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลาย นางก็ตกเป็นจุดส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status