แชร์

รู้สึกดี#3

ผู้เขียน: นรมน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-21 12:12:04

เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน

 แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว

"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขา

แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง

 เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบ

คามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น 

มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคน

คามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ 

มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน

"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย"

 เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง

คามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องคิดมาก ผมแค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ เอง"

คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูโรแมนติกโดยตรง แต่สำหรับปรางค์แก้ว ทุกคำมันเหมือนเข็มที่ทิ่มลงกลางใจเธอ 

ภาพที่เห็นและคำพูดที่ได้ยินทำให้ความสงสัยที่เธอมีต่อทั้งคู่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ในใจเธอสับสน เธอควรจะเดินเข้าไปหรือล่าถอยดี? เธอเลือกที่จะถอยหลังกลับ แต่ขณะที่เธอหมุนตัว เสียงอริสาก็ลอยมาอีกครั้ง

"คุณรู้ไหมคะ สา มีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้คุณ"

คำพูดนั้นหยุดทุกการเคลื่อนไหวของปรางค์แก้ว เธอกำมือแน่นและสูดหายใจลึก "หรือว่าสิ่งที่ฉันคิด...มันกำลังจะเป็นจริง?"

เธอเดินจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด แต่ในหัวก็เต็มไปด้วยคำถาม "คามิน... คุณมีอะไรกับอริสา หรือเป็นแค่ความคิดไปเอง?"

ปรางค์แก้วยืนซ่อนตัวอยู่ตรงมุมห้องใกล้ประตู มือของเธอยังกำแฟ้มเอกสารแน่นจนเล็บจิกลงในเนื้อเบาๆ

 ขณะที่ภาพในห้องยังคงดำเนินต่อไป

อริสาเอียงตัวเข้าไปใกล้คามิน เธอขยับมือไปแตะแขนเขาเบาๆ

 ราวกับต้องการเรียกร้องความสนใจมากขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความออดอ้อน

"คุณคามินคะ คุณไม่เหนื่อยเหรอที่ต้องกลับไปเจออะไรแบบนั้นทุกวัน?" 

เสียงของเธอเจือความกังวลปลอมๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับแฝงนัยยะบางอย่าง

คามินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "อะไรแบบนั้น? คุณหมายถึงอะไร?" เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แฝงแววเหนื่อยหน่าย

อริสาขยับเข้าใกล้เขาอีกนิด ก่อนจะพูดเบาๆ

 "คุณรู้ว่าสาหมายถึงอะไร... ปรางค์แก้วน่ะค่ะ เธออาจจะไม่ได้ดูแลคุณเท่าที่ควร หรือเข้าใจคุณเหมือนที่สาเข้าใจ"

เธอหยุดชะงัก ก่อนที่จะวางมือลงบนไหล่ของคามิน "บางที...คุณควรจะลองมาหาสาบ้าง สาอยู่ที่นี่เพื่อคุณเสมอนะคะ"

คำพูดนั้นทำให้ปรางค์แก้วที่กำลังฟังอยู่ใจเต้นแรง เธอพยายามหายใจลึกๆ เพื่อควบคุมตัวเอง

คามินถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะค่อยๆ ดึงตัวเองออกจากระยะของอลิสา "อริสา...คุณอย่าพูดแบบนี้อีก!"

น้ำเสียงของเขาเจือความรำคาญ "ผมคิดว่าผมเคยบอกคุณแล้ว ทุกอย่างมันควรจะจบอยู่ที่เรื่องงาน ผมไม่อยากให้เกิดปัญหามากกว่านี้"

อริสาดูผิดหวัง รอยยิ้มเริ่มจางลง "คุณพูดแบบนี้ทุกครั้ง...แต่คุณรู้ไหมคะ สาแค่..."

"พอเถอะ อริสา" คามินพูดขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย "คุณกลับไปทำงานของคุณดีกว่า อย่าทำให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก"

คำพูดนั้นเหมือนเป็นมีดที่กรีดกลางอากาศ เงียบงันของอลิสาและสายตาที่หรี่ลงด้วยความขุ่นเคืองทำให้บรรยากาศในห้องเคร่งเครียด

ปรางค์แก้วที่เฝ้าดูทุกอย่างอยู่จากมุมลับตา รู้สึกโล่งใจผสมปนเปไปกับความสงสัยในหัวใจ

 "อย่างน้อย...เขาก็ยังไว้หน้าเราอยู่บ้าง" เธอคิดในใจ แต่ท่าทีออดอ้อนของอริสาก็ยังคงสร้างบาดแผลในใจเธอ

ในขณะที่คามินยืนขึงอยู่ท่ามกลางสายตาที่อ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความขุ่นมัวของอริสา 

ประตูห้องถูกผลักเปิดออกกะทันหัน เสียงกุกกักเบาๆ จากส้นรองเท้าบนพื้นกระเบื้องประกาศการมาถึงของบุคคลที่สาม

คามินเงยหน้าขึ้นทันที และอลิสาหันมองไปยังต้นเสียงด้วยความตกใจ

"คุณปรางค์แก้ว!" อริสาอุทาน น้ำเสียงแปร่งแปลกเต็มไปด้วยความอึกอัก ราวกับจับได้

ปรางค์แก้วปรากฏตัวอยู่ตรงธรณีประตู เธอยืนตรงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

แต่สายตาที่สบไปยังอริสาเจือความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้อริสาเสียวสันหลังวาบ

"ขอโทษที่รบกวน" ปรางค์แก้วพูดขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนราบเรียบ แต่แฝงด้วยพลังที่น่ากดดัน "ฉันแค่เข้ามาเอาเอกสารให้คุณคามินค่ะ"

คามินดูอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับท่าทีทันที "คุณมีอะไรให้ผมหรือปรางค์" 

เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มลง ท่าทางที่เมื่อครู่เย็นชาเปลี่ยนไปเป็นเป็นห่วง

เธอเดินเข้ามาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะต่อหน้าเขา ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอริสา ท่ามกลางความอึดอัดที่ปกคลุมห้อง

"ขอโทษนะคะ ถ้าฉันเข้ามาผิดเวลา" คำพูดนั้นเหมือนลูกศรที่ยิงตรงเข้ากลางอกอริสา

อริสาก้าวถอยไปหนึ่งก้าว ก่อนจะรีบยิ้มแห้งๆ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่...กำลังขอคำแนะนำจากคุณคามินนิดหน่อย" 

เธอรีบแก้ตัว ท่าทางพยายามเก็บอารมณ์ที่เปลี่ยนไป

ปรางค์แก้วยิ้มเบาบาง "ดีค่ะ ฉันหวังว่าคุณจะได้คำแนะนำที่ต้องการแล้วนะคะ"

คามินมองหน้าอริสาด้วยสีหน้าเรียบสนิท ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มจากโต๊ะ

 "ขอบคุณสำหรับเอกสาร เดี๋ยวผมจะตรวจและเซ็นให้เรียบร้อย" 

เขาพูดกับปรางค์แก้ว น้ำเสียงบ่งบอกถึงความตั้งใจช่วยลบล้างบรรยากาศตึงเครียด

ปรางค์แก้วพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาอริสาอีกครั้ง

 "คุณอริสา พนักงานบางคนกำลังรอให้คุณช่วยดูงานอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าคุณจะเข้าไปดูให้พวกเขาหน่อยได้ไหม?"

คำพูดนั้นเป็นเหมือนการเตือนอ้อมๆ ทำให้อริสากลืนคำพูดไว้ในลำคอ เธอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนเต็มที ก่อนจะขอตัวเดินออกไป

เมื่อห้องกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง คามินถอนหายใจยาว เขาหันไปมองปรางค์แก้ว "ปรางค์คุณเห็นอะไรหรือเปล่า?"

 เขาถามอย่างระมัดระวัง

ปรางค์แก้วส่ายหัว แต่ดวงตาที่จ้องเขามีน้ำหนักมากกว่าคำพูดของเธอ 

"ไม่ค่ะ " แล้วเธอก็เดินออกไป ทิ้งคามินให้ยืนเงียบงันอยู่คนเดียวในห้องที่จู่ๆ ก็ดูจะเย็นลงกว่าเดิม.

ปรางค์แก้วเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย ความรู้สึกหนักอึ้งแผ่กระจายอยู่ในใจ 

ขณะที่ก้าวลงมายังลานจอดรถ เธอพยายามปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ

เธอเลือกที่จะยืนรอคามินที่มุมหนึ่งของลานจอดรถ ในจุดที่ไม่พลุกพล่าน 

มือของเธอถือกระเป๋าสะพายแน่น เธอพยายามหลบหลีกความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนกลับมาหาเรื่องในห้องทำงาน

เสียงฝีเท้าคุ้นหูทำให้เธอเงยหน้าขึ้น คามินเดินตรงมายังเธอ 

ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ปรางค์แก้วมองเขาด้วยสายตานิ่งสงบแต่แฝงความสงสัย

"ขอโทษที่ให้คุณรอนาน" คามินพูดเบาๆ น้ำเสียงแฝงความลำบากใจ

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลงมาก่อนเพราะไม่อยากรบกวนเวลาของคุณกับเลขา"

 ปรางค์แก้วพูดในน้ำเสียงสุภาพ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้คามินชะงัก

"ปรางค์ คุณเข้าใจผิด..." คามินพยายามอธิบาย แต่เธอยกมือขึ้นขัด

"ฉันไม่ได้เข้าใจอะไรผิดค่ะ คุณคามิน ฉันเห็นและได้ยินทุกอย่างจากในห้อง ฉันไม่ได้โกรธหรือคิดมาก เพียงแค่..."

 เสียงของเธอเบาลงเล็กน้อย "อยากให้คุณช่วยให้เกียรติฉันหน่อย"

คามินถอนหายใจหนัก ดวงตาเขามองเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย "คุณไม่ไว้ใจผมหรือเปล่า?"

ปรางค์แก้วชะงักไปกับคำถามนั้น เธอเลือกตอบอย่างตรงไปตรงมา

 "ฉันมีสิทธิ์ ไม่ไว้ใจคุณด้วยเหรอค่ะ"

คามินเงียบลง สายลมยามเย็นพัดผ่าน สร้างความเงียบงันชั่วครู่ก่อนที่เขาจะตอบ

"คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้"

เธอไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับพยักหน้าเบาๆ และพูดเรียบๆ "ค่ะ งั้นเรากลับกันเถอะ"

คามินพยักหน้า พลางเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนจะเดินอ้อมไปยังอีกฝั่ง 

ทั้งสองนั่งในรถเคียงข้างกัน ระหว่างทางกลับบ้าน ความเงียบครอบคลุมตลอดการเดินทาง

 ราวกับทั้งสองกำลังใช้เวลาครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไป...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักคามิน   หวงเก่ง#2 NC

    เมื่อกลับถึงบ้าน ทันทีที่ประตูหน้าปิดลง ความเงียบสงบที่ควรจะเป็นกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียด คามินเดินนำปรางค์แก้วเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาวาววับด้วยอารมณ์ที่เก็บไว้ไม่มิดปรางค์แก้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ เธอไม่ได้พูดอะไร รู้ดีว่าความไม่พอใจของคามินมีมากพอที่จะระเบิดได้ทุกวินาที“คืนนี้สนุกดีไหม?” คามินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นชาอย่างที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเต็มไปด้วยความประชดประชันปรางค์แก้วหันมามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แต่มีแววตัดพ้อแทรกอยู่จางๆ “ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมหรอกค่ะ เพื่อนๆ เขาอยากให้ฉันผ่อนคลาย”“ผ่อนคลาย?” เขาหัวเราะเสียงต่ำ แววตามีแต่ความเย้ยหยัน "การที่ผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาขอชนแก้วนั่นคือการผ่อนคลายสำหรับเธอเหรอ?”เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสงบใจตัวเอง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่มาขอชนแก้ว ฉันปฏิเสธไปแล้ว”“ปฏิเสธ?” คามินก้าวเข้ามาใกล้ ยืนจ้องเธอด้วยสายตาคมดุ “ผมไม่ชอบให้ใครมาเข้าใกล้คุณแบบนั้น โดยเฉพาะต่อหน้าผม”เธอยิ้มบางๆ แต่กลับมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในแววตา “ก็คุณไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอคะคุณคามิน แล้วทำไมถึงต้องมาคอยสนใจว่าฉันจะเจอใครหรือพู

  • เล่ห์รักคามิน   หวงเก่ง

    เสียงเพลงจังหวะหนักแน่นจากลำโพงในผับที่ครื้นเครงดังกึกก้องไปทั่วเมื่อคามินก้าวเข้าไปข้างใน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับหมอกควันเบาบางลอยคลุ้งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสนุกสนานของผู้คนในมุมหนึ่งที่โต๊ะใกล้บาร์ คามินสังเกตเห็นกลุ่มเพื่อนๆ ของเขานั่งรออยู่แล้ว คนหนึ่งยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัญญาณเรียก“เฮ้! ไอ้คามิน! นึกว่าแกจะไม่มาซะแล้ว” รวิชญ์ หนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาตะโกนข้ามเสียงเพลงคามินเดินตรงไปพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ประดับมุมปาก “ก็งานมันเพิ่งเลิก ”เขาทรุดตัวนั่งลงข้างๆ รวิชญ์ พลางรับแก้วเบียร์ที่เพื่อนอีกคนยื่นให้มา “ดื่มก่อนเลยแก ฉลองไงที่แกออกจากบ้านมาได้ คืนนี้ไม่มีใครมาห้ามแน่”คามินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับพวกเขา เสียงชนแก้วดังกังวานก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆกลุ่ม“ว่าแต่ช่วงนี้ดูแกเครียดๆ นะคามิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ?” ตฤณถามพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาแฝงความห่วงใย “เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าวะ? งานหนักเหรอ?”“เปล่า...” คามินตอบเลี่ยงๆ พร้อมยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึก “ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไร ”“ดี! นั่นล่ะที่แกควรทำเมาเต็มทีเว้ย” รวิชญ

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#4

    ปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#3

    เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#2

    บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี

    คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status