LOGINปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง
เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค
บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา
คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้
เมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบแต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบร้อย แต่มือที่สั่นนิดๆเป็นสัญญาณของการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับที่ยากจะเข้าใจชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยการวางแผน และทุกอย่างที่เคยมีระเบียบดูเหมือนจะพังทลายไปในพริบตาเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก ร่างของปรางค์แก้วสดุ้งตื่นจากภวังค์"ปรางค์คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง" คำถามจากคามินดังมา ทำให้เธอต้องรวบความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับไป"ค่ะ... เสร็จแล้ว"ประตูห้องถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับภาพของคามินในชุดทำงานที่เข้ากันอย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อคืนเขาคงไปนอนอีกห้องท่าทีที่คงจะชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ดวงตาคมยังคงไร้อารมณ์ เหมือนทุกๆวันกระทั่งการตั้งคำถามดูเหมือนเป็นเพียงกิจวัตรหนึ่งที่เขาทำกับทุกค
เมื่อคามินพูดประโยคนี้ออกมา น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก“ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่งไปตั้งตัว” เขาพูดต่อด้วยเสียงราบเรียบ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกปรางค์แก้วชะงักไป ชั่วขณะที่สมองของเธอพยายามจัดการกับคำพูดของเขา เธอรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งหมดหยุดหมุน ชั่วขณะหนึ่งความเจ็บปวดจากการที่ต้องยอมรับความจริงทั้งหมดเข้ามาท่วมท้น“คุณหมายความว่าไงคะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามทำตัวแข็งกร้าวแต่คำถามนั้นเหมือนสะท้อนถึงความโหดร้ายในตัวเขาคามินหันมามองเธอ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา แต่กลับดูห่างเหินและเย็นชาไปพร้อมกัน“หมายความว่า...ถ้าคุณต้องการชีวิตใหม่หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมจะช่วยคุณ ผมจะให้เงินคุณไปเริ่มต้นใหม่เอง”ปรางค์แก้วเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำ เธอไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ความรู้สึกของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง“คุณคิดว่าฉันจะอยากได้เงินจากคุณเหรอคะ” เธอถามอย่างเจ็บปวด แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ภรรยาที่ไม่มีสิทธิ์ แต่เธอยังคงรู้สึกถึงความเสียศักดิ




![เจ้าสาวใคร่ราคะ [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


