FAZER LOGINคามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว
"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส
“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น
“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริม
คามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์
ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว
เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
เมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว
คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบ
เขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงาน
ข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป
มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้วยท่าทีเหมือนคนล้าจนไม่มีแรงจัดการให้เรียบร้อย
คามินยืนมองเธออยู่นิ่งๆ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างเกิดขึ้นในใจ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มองเธอใกล้ๆ แบบนี้
ผู้หญิงคนนี้กำลังทุ่มเทและพยายามเพื่อเขา แต่เขากลับทำเหมือนมันไม่มีความหมายอะไรเลย
เขาค่อยๆ เดินไปหยิบเอกสารออกจากมือของเธออย่างเบามือ เก็บมันไปวางไว้ที่โต๊ะทำงาน
ก่อนจะอุ้มเธอมายังเตียงนอนจัดท่านอนให้เธอนอนสบายดึงผ้าห่มคลุมตัวให้เธอ
คามินนั่งลงที่ขอบเตียง มองใบหน้าของปรางค์แก้วอย่างลึกซึ้ง ใบหน้านั้นดูสงบยามหลับใหล
แต่มันก็ปิดบังไม่ได้ว่าเธอต้องต่อสู้กับอะไรหลายๆ อย่างมาตลอด
“ผมผิดหรือเปล่าที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ตรงนี้” คำถามนั้นหลุดออกมาเบาๆ แต่ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเขาเอง
คืนนั้น คามินเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่พาตัวเองไปนั่งเงียบๆ
ในอีกมุมหนึ่งของห้อง ความคิดในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลังจากที่คามินนั่งนิ่งมองใบหน้าของปรางค์แก้วอยู่พักใหญ่ ความคิดต่างๆ
วิ่งวุ่นในหัวจนเขารู้สึกว่าต้องหาอะไรทำเพื่อจัดการกับความฟุ้งซ่านนี้ เขาจึงลุกขึ้นและเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่ออาบน้ำ
เสียงน้ำจากห้องน้ำดังแว่วออกมาเป็นจังหวะ ผสมผสานกับบรรยากาศอันเงียบสงบภายในห้อง
คามินพยายามทำให้ตัวเองผ่อนคลายด้วยน้ำอุ่น แต่ในใจกลับไม่สามารถละทิ้งภาพของปรางค์แก้วที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงได้
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขากลับมาในชุดนอนเรียบง่าย กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยปะทะอากาศ
คามินยืนมองเตียงใหญ่ที่ตอนนี้มีคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่เงียบๆ ใบหน้าเธอเรียบสงบ
ผมที่หลุดมาปรกหน้าผากเล็กน้อยยิ่งทำให้เธอดูบอบบาง
คามินถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปที่อีกฝั่งของเตียง เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง
ไม่ต้องการปลุกเธอให้ตื่น ขณะที่นอนลงและห่มผ้า ความอุ่นจากเตียงที่ปรางค์แก้วนอนอยู่ข้างๆ
ทำให้เขารู้สึกถึงความใกล้ชิดที่แปลกใหม่
ดวงตาคมเหลือบมองเธออีกครั้งในความเงียบ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของปรางค์
เช้าวันใหม่แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางที่ปิดไว้ ปรางค์แก้วค่อยๆ
รู้สึกตัวจากความฝันอันเลือนลาง อาการงัวเงียทำให้เธอพยายามขยับตัวเพื่อเปลี่ยนท่านอน
แต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นผ้าห่มที่ดึงมาปิดถึงไหล่ ก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่หนักและอบอุ่นอยู่บนเอว
มือของคามิน! เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
หัวใจของปรางค์แก้วเริ่มเต้นเร็ว ร่างของเธอแข็งทื่อราวกับไม่กล้าขยับหนี
เธอเงยหน้ามองคามินที่ยังคงหลับสนิท ใบหน้าที่มักเคร่งขรึมกลับดูผ่อนคลาย ยามที่เขาไม่ได้ลืมตาส่งสายตาคมๆ มาให้
“ทำไมถึงได้ใกล้กันขนาดนี้นะ” เธอพึมพำในใจ ก่อนที่จะพยายามขยับตัวออกเบาๆ
แต่จังหวะนั้นเอง คามินกลับขยับตัวเล็กน้อย รั้งเธอเข้ามาแนบแน่นขึ้นโดยที่เขายังหลับตา
เสียงในคอกึ่งงัวเงียของเขาทำให้เธอหยุดนิ่ง “อยู่เฉยๆ ได้ไหม”
เสียงทุ้มของคามินกล่าวออกมาเบาๆ ทำให้ปรางค์แก้วกลั้นหายใจ เธอมองเขาด้วยความตื่นเต้นปนสับสน
“ฉัน... ฉันจะไปลุกอาบน้ำและให้ป้าสายเตรียมอาหารเช้าให้คุณ”
เธอกระซิบกลับเสียงเบา แต่ดูเหมือนคำพูดนั้นจะไม่ได้เข้าไปถึงคามินเลย เขายังคงกอดเธอไว้แน่น
ราวกับไม่ต้องการให้เธอหนีไปไหน
หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงขึ้นในความเงียบเช้านั้น คามินยังคงนิ่งอยู่เช่นเดิม
ปรางค์แก้วจำใจต้องหยุดนิ่งและปล่อยให้เวลาเดินไปโดยไม่ได้ขัดขืน
ทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไร แต่เช้าวันนั้นต่างนำพาความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไปในหัวใจของพวกเขาทั้งสอง.
ปรางค์แก้วนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของคามิน แม้ภายในใจจะว้าวุ่น เธอไม่กล้าทำอะไรที่จะปลุกเขาให้ตื่น
ความอึดอัดในใจทำให้เธอต้องพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้สงบ
แต่ยิ่งพยายาม ความใกล้ชิดนี้กลับทำให้ใจของเธอเต้นแรงขึ้น
ไม่นาน คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แสงจากหน้าต่างที่ส่องเข้ามาทำให้เขาหรี่ตามอง
ก่อนจะเห็นร่างของปรางค์แก้วที่ยังคงนอนแนบอยู่ข้างกาย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าอ้อมแขนของเขากำลังโอบกอดเธอ
"ตื่นแล้วเหรอคะ" เสียงของปรางค์แก้วดังขึ้นเบาๆ เธอพยายามยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ความกระอักกระอวนบนใบหน้าทำให้เธอเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
"อืม" คามินตอบสั้นๆ พร้อมกับปล่อยแขนออกอย่างช้าๆ เขาลุกขึ้นนั่งตรงริมเตียง พลางขยี้ผมตัวเองเล็กน้อยเพื่อไล่ความง่วง
"ขอโทษนะครับ" เขาพูดพร้อมเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง สีหน้าเขาดูนิ่งๆ แต่ก็มีความประหม่าปะปนอยู่
ปรางค์แก้วรีบลุกขึ้นนั่งเช่นกัน ก่อนจะยิ้มบางๆ เพื่อแก้สถานการณ์ "ไม่เป็นไรค่ะ คุณอาจจะเผลอไป"
คามินเงียบไปเล็กน้อยเหมือนพยายามคิดว่าจะตอบอะไรต่อดี ท่ามกลางความเงียบ
ความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าแสดงออกก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในบรรยากาศ
ในที่สุด เขาก็พูดออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง "เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปเจอหุ้นส่วนคนสำคัญ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมนะ"
"ได้ค่ะ ฉันจะรีบเตรียมตัว" ปรางค์แก้วตอบรับ น้ำเสียงของเธอดูมั่นคงเหมือนเดิม
แม้ใจจะยังเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าทำไมเขาถึงยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นง่ายๆ แบบนี้
บรรยากาศระหว่างพวกเขายังคงมีระยะห่างที่มองไม่เห็น ทว่าความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ
ที่เกิดขึ้นก็เริ่มสร้างแรงดึงดูดในใจทั้งสองฝ่ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เช้าวันนี้ คามินและปรางค์แก้วเดินลงมาที่ห้องอาหารพร้อมกันในเวลาเช้าที่เลยปกติไปเล็กน้อย ป้าสาย
แม่บ้านประจำตระกูลที่กำลังจัดโต๊ะอยู่ หันมองทั้งคู่ด้วยสายตาอารมณ์ดี ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไร
"สายกว่าทุกวันนะคะคุณคามิน คุณปรางค์อาหารเช้าเพิ่งอุ่นใหม่ได้ไม่นาน ทานเลยไหมคะ"
ป้าสายพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่มีนัยบางอย่างที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกแปลกๆ
ปรางค์แก้วก้มหน้าหลบเล็กน้อยเพราะรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เหมือนจะมีเรื่องแซวแฝงอยู่ ส่วนคามิน
เพียงแค่พ่นลมหายใจเบาๆ พลางเหลือบมองปรางค์แก้ว ก่อนจะตอบอย่างเรียบนิ่ง
"เสิร์ฟได้เลยครับ ผมกับปรางค์จะรีบทาน แล้วต้องไปทำงาน"
ป้าสายพยักหน้า ก่อนจะหันไปตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ถ้วย แล้วจัดจานอาหารอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่คามินกับปรางค์แก้วนั่งประจำที่ตัวเอง เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม พลางพยายามทำตัวให้ดูเป็นปกติมากที่สุด
"เมื่อคืนดูเหมือนนอนหลับสบายดีนะคะคุณคามิน" ป้าสายพูดพร้อมยกถ้วยข้าวต้มมาเสิร์ฟให้ตรงหน้า
สายตาของเธอที่ส่งมานั้นแฝงไปด้วยความนัย
คามินเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยิบช้อนตักข้าวต้มแล้วตอบกลับอย่างเรียบๆ
"อากาศเมื่อคืนเย็นกำลังดี ก็เลยหลับง่ายเท่านั้นเอง ป้าสายอย่าคิดไปไกล"
ปรางค์แก้วที่กำลังจะตักข้าวต้มเข้าปาก ชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เธอได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อโดยไม่พูดอะไร
"ค่ะๆ ป้าก็แค่ถามไปตามประสาคนแก่ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
ป้าสายตอบพร้อมอมยิ้มอีกครั้ง แล้วหันกลับไปจัดเก็บของในครัว ทิ้งทั้งสองไว้ที่โต๊ะอาหาร
บรรยากาศที่โต๊ะอาหารยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเล็กน้อย
และเสียงลมเบาๆ ที่พัดเข้ามาจากหน้าต่าง ทั้งสองต่างเพียงทำหน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ได้กล่าวอะไรกันจนกระทั่งทานเสร็จ
"เสร็จแล้วก็ไปกันเลยนะ จะได้ไม่สาย" คามินพูดขึ้นในที่สุดพร้อมหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมา เขามองปรางค์แก้วเป็นสัญญาณ
"ค่ะ พร้อมแล้วค่ะ" เธอตอบก่อนจะลุกขึ้นตามเขาออกไปจากห้องอาหาร ปล่อยให้ป้าสายยืนยิ้มบางๆ มองตามด้วยสายตาเอ็นดูปนขบขันเล็กๆ
"ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ซะหน่อย!"เขามองเธอที่นั่งทำหน้าหงอยๆ แล้วก็ได้แต่ยิ้มขำ เดินเข้ามายืนห่างๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนโยน "โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปอยู่ห้องข้างๆ ก่อนละกัน จะได้ไม่รบกวนคุณ"พอได้ยินแบบนั้น ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก"แต่ถ้าคุณต้องการอะไร แค่เรียกผมนะ" คามินยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไปจริงๆปรางค์แก้วมองตามหลังเขาไป รู้สึกทั้งโล่งใจและว้าเหว่นิดๆ อย่างประหลาดเขาจะย้ายไปนอนห้องอื่นจริงๆ เหรอเธอถอนหายใจ พลิกตัวลงนอน ดึงผ้าห่มคลุมตัวเองไว้ แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว!ขณะที่พ่อแม่ของปรางค์แก้วและพ่อแม่ของคามินกำลังคุยกันด้วยความตื่นเต้น คามินก็เดินออกมาจากห้องของภรรยาอย่างหมดสภาพเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าดูเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความรักและห่วงใย"เป็นไงบ้างล่ะลูก" คุณนุชนารถหันไปถามลูกชายด้วยรอยยิ้ม "หนูปรางค์แพ้ท้องมากเลยเหรอ"คามินพยักหน้าช้าๆ "มากเลยครับแม่ เห็นผมแล้วอ้วกเลย"คุณอเนกหัวเราะขำ "อ้าว แล้วไปทำอะไรให้เขาเหม็นล่ะ""เปล่าเลยครับพ่อ แค่เดินเข้าไปเฉยๆ ยังโดนไล่ออกจากห้องเลย" คามินทำ
คามินที่เพิ่งตื่นขึ้นมาเห็นปรางค์แก้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างเร่งรีบก็ตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินตามไป"ปรางค์!" เขาเคาะประตู "เป็นอะไรหรือเปล่า"ภายในห้องน้ำ ปรางค์แก้วยืนพิงอ่างล้างหน้าด้วยอาการมึนหัว มือบางแตะหน้าท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเปิดน้ำล้างหน้าให้สดชื่น"ฉันไม่เป็นไร" เธอตอบเสียงเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแต่คามินไม่เชื่อ เขาผลักประตูเข้าไปทันทีที่เห็นว่าเธอไม่ได้ล็อก และพบว่าภรรยาของเขาดูซีดกว่าปกติ"ทำไมหน้าซีดแบบนี้" เขาขมวดคิ้วเข้ม "เมื่อคืนยังดีๆ อยู่เลย"ปรางค์แก้วเม้มริมฝีปาก พลางเบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเขา "ฉันแค่เวียนหัวนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก""เวียนหัวแต่เช้าแบบนี้" คามินนิ่งไป ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง"หรือว่า"ปรางค์แก้วชะงัก หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววตาลุ้นระทึกของเขา"หรือว่าคุณกำลังท้อง" คามินถามออกมาเสียงเบาราวกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความหวังปรางค์แก้วเงียบไป เธอเองก็เริ่มคิดถึงความเป็นไปได้นั้นเช่นกันคามินมองปรางค์แก้วที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเป็นกังวล เธอดูอ่อนเพลียจนแทบไม่มีแรง ขนาดน้ำเปล่าแค่ไม่กี่อึก เธอยังอาเจ
แม่ของคามินมองภาพตรงหน้าแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ตายจริง! นี่ลูกชายฉันหรือเด็กสามขวบกันแน่” เธอพูดกลั้วหัวเราะ ขณะที่คามินยังคงกอดปรางค์แก้วแน่นไม่ยอมปล่อยพ่อของปรางค์แก้วกระแอมเบาๆ มองชายหนุ่มตรงหน้าที่เคยวางมาดขรึมตลอด ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนเด็กขี้อ้อนเสียอย่างนั้น“ นี่มันบ้านพ่อแม่นะ จะมากอดกันกลางบ้านแบบนี้ไม่อายหรือไง”พ่อของปรางค์แก้วพูดเสียงเข้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูคามินไม่สะทกสะท้าน ยังคงซบไหล่ปรางค์แก้วและพูดเสียงอ้อน“ไม่อายครับพ่อ ผมแค่อยากให้ปรางค์กลับบ้านด้วย”แม่ของปรางค์แก้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับสามี “เห็นไหมคะ พ่อ ดูสิ ลูกเขยเราเป็นเอามาก”“ใช่เป็นเอามากจริงๆ” พ่อของปรางค์แก้วตอบเสียงเรียบ “อยากจะง้อเมียก็ต้องพยายามหน่อย”แม่ของคามินหัวเราะคิก “นั่นสิ พ่อแม่ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ต้องแล้วแต่ยายปรางค์แล้วล่ะ ว่าจะใจอ่อนหรือเปล่า”ปรางค์แก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะผลักอกคามินเบาๆ “ปล่อยก่อนค่ะ นี่พ่อกับแม่ฉันมองอยู่นะ”“ไม่ปล่อย” คามินพูดเสียงอู้อี้ “ผมจะรอจนกว่าคุณจะบอกว่าจ
คามินเปิดประตูเข้ามาในบ้านด้วยสภาพเหนื่อยล้า แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนเริ่มจางหาย ทิ้งไว้เพียงความหนักอึ้งในใจบ้านเงียบสนิทจนผิดปกติเขาขมวดคิ้ว เดินเข้าไปด้านในแล้วมองไปรอบๆ ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม แต่กลับให้ความรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก“ปรางค์” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา ก่อนจะเดินไปยังห้องนอนพอเปิดประตูเข้าไป เขากลับพบว่าตู้เสื้อผ้าถูกเปิดทิ้งไว้โล่งๆ บางส่วน เสื้อผ้าของเธอหายไป!คามินยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชัก เธอเอาของใช้ส่วนตัวไปเกือบหมดหัวใจเขาหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม“บ้าชะมัด” เขาพึมพำกับตัวเอง พลันรู้สึกถึงความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเมื่อคืนเขาพูดอะไรออกไปบ้างนะเขาพูดว่าหย่าใช่ไหม มือหนากำแน่น ดวงตาคมสะท้อนความรู้สึกสับสนและเสียใจเขาหันหลังกลับ เดินออกจากห้องด้วยจิตใจร้อนรน ไม่สนใจความมึนงงจากฤทธิ์เหล้าอีกแล้วเขาต้องไปหาเธอ!หัวใจของคามินอ่อนวูบราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็นเขามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง หวังว่าบางทีนี่อาจเป็นเพียงภาพลวงตา หรือเธออาจจะแค่
"ใช่ ในเมื่อคุณไม่เชื่อในตัวผมเราก็หย่ากันเถอะ!" เขากล่าวเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปเสียงประตูปิดลงอย่างแรง ปรางค์แก้วสะดุ้ง เธอยืนตัวสั่น หัวใจเต้นรัวด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน น้ำตาที่กลั้นไว้ก็เอ่อขึ้นมาเขาไปแล้วไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียวปรางค์แก้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือบางกำแน่นข้างลำตัว ความรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งเจ็บปวดแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อก"ทำไม คามินคุณอยากหย่ากับฉันมากขนาดนี้เลยเหรอ" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัวเธอรู้ว่าคามินโกรธ รู้ว่าเขาหงุดหงิดที่เธอไม่เชื่อใจเขา แต่การที่เขาเอ่ยปากขอหย่าแบบนี้ มันเกินไปไหมเสียงฝนด้านนอกดังขึ้นเรื่อยๆ เธอเดินไปยืนที่หน้าต่าง มองเห็นแสงไฟท้ายรถของคามินค่อยๆ หายไปในความมืด ความรู้สึกว่างเปล่าถาโถมเข้ามาเธอไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอแค่อยากให้เขาพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เธอมั่นใจ ไม่ใช่พูดคำว่าหย่าออกมาแบบนั้น"คุณอยากหย่า ใช่ไหม"ปรางค์แก้วถามตัวเอง แต่กลับไม่มีคำตอบใดๆ มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำลงมาเหมือนจะซ้ำเติมหัวใจของเธอให้ยิ่งปวดร้าวมากขึ้นปรางค์แก้วตัดสินใจแน่วแน่ เธอ
ในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ดดังคลอไปกับการพูดคุยของพนักงาน อริสานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ สายตาของเธอเหลือบมองไปยังมุมห้องทำงานที่คามินยืนอยู่ คามินกำลังยิ้มให้กับปรางค์แก้วขณะพวกเขาคุยกันเรื่องงาน ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวไปหมด ทั้งพูดคุยกันอย่างมีความสุข มือของคามินยกขึ้นแตะเบาๆ ที่แขนปรางค์แก้ว พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น"ปรางค์คุณคิดว่างานนี้โอเคไหม" คามินถามปรางค์แก้วด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่เขาหันไปมองปรางค์แก้วอย่างใกล้ชิด เธอเหลือบตามองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนตอบกลับ"ก็โอเคนะคะฉันคิดว่าเราน่าจะทำตามแผนนี้นะคะ ถ้าเป็นไปได้มันน่าจะดีที่สุดนะคะคามิน"อริสาไม่สามารถข่มความรู้สึกในใจได้อีกต่อไป เธอมองทั้งคู่ด้วยความหึงหวง จับตามองทุกการเคลื่อนไหวของคามินและปรางค์แก้ว หัวใจของเธอเริ่มรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกดดันจนหายใจไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดที่รุนแรงก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวอริสามองเห็นความรักที่คามินมีต่อปรางค์แก้วอย่างลึกซึ้ง เธอรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นที่ไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ จึงเริ่มวางแผนบางอย่าง เพื่อให้คามินหันกลับมาสนใจเธอแทนที่จะเ
"สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง สายเองค่ะ" เสียงของป้าสายเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อเธอโทรหาคุณนุชนารถ แม่ของคามิน"สายเหรอ มีอะไรหรือเปล่า" คุณนุชนารถพูดปลายสาย เสียงนุ่มนวลปนความสนใจ"สายแค่จะรายงานเรื่องของคุณคามินกับคุณปรางค์แก้วค่ะ ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มดีขึ้นมากแล้วนะคะ สายเห
เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาใ
บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน
เมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบแต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบ







