Share

รู้สึกดี#2

Auteur: นรมน
last update Date de publication: 2026-05-21 12:11:52

บรรยากาศในที่ทำงาน

เสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน

 คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว 

ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอ

ไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน

 เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว

"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย 

ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" 

อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป

"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" 

ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันที

อริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไป

ไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ

"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"

ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ

"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสารที่ผิดอยู่เท่านั้นเอง"

คามินมองหน้าเธอนิ่งๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารของเธอมาดูด้วยตนเอง

"นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดใหญ่ เป็นเรื่องเล็กน้อยด้วยซ้ำ" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อริสาก็คงจู้จี้เกินไป"

คำพูดของเขาทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่คลุมเครือ

                     ปรางค์แก้วเก็บกระดาษเข้าที่หลังจากคามินเดินจากไป ความคิดของเธอติดอยู่ที่คำพูดและการกระทำของอลิสา

 ทั้งท่าทางการพูดที่มักจะข่มเธอ และแววตาเยาะเย้ยที่ดูเหมือนจะซ่อนบางอย่าง

"หรือว่า... อริสาไม่ได้ต้องการแค่ตำหนิการทำงาน?" เธอคิดในใจ

ขณะเดียวกัน อริสาเดินผ่านโต๊ะของปรางค์แก้วอีกครั้ง เธอมองมาด้วยสายตาที่เหมือนรู้เรื่องบางอย่างก่อนจะยิ้มมุมปากและเดินจากไป

ปรางค์แก้วเริ่มรู้สึกว่า ท่าทางของอริสาอาจมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง... หรือเธอแค่คิดมากไปเอง?

อริสาเดินผ่านโต๊ะของปรางค์แก้วด้วยก้าวเดินที่มั่นใจ ชายกระโปรงสูทของเธอพลิ้วไหวตามจังหวะการเดินที่ดูจงใจเกินปกติ 

ก่อนที่เธอจะหยุดหันกลับมามองปรางค์แก้วในระยะห่างไม่กี่ก้าว 

ดวงตาที่มองปรางค์แก้วนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์ลึกซึ้งราวกับคนที่รู้ความลับบางอย่าง

                    “คุณปรางค์ค่ะ งานวันนี้เป็นยังไงบ้าง? ดูยุ่งอยู่ตลอดเลยนะ” อริสาเอ่ยถาม น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงด้วยความเจือปนของการแกล้งหยอก

ปรางค์แก้วละมือจากเอกสารเพื่อเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาของเธอพยายามตีความสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคำพูดเหล่านั้น

 “งานไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ แค่ยังใหม่กับระบบ” เธอตอบอย่างสุภาพ

“งั้นดีเลยค่ะ ฉันเองก็ชอบเห็นคนปรับตัวได้เร็ว… ฉันไม่อยากมาแก้งานซ้ำๆซากๆของคุณปรับตัวให้ได้เร็วนะคะ” 

อริสาหยักหน้าก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กๆ

ปรางค์แก้วรู้สึกถึงความผิดปกติในคำพูดนั้น แต่ยังพยายามยิ้มตอบไปอย่างนอบน้อม

 “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ”

อริสาเดินจากไป ทิ้งความสงสัยเอาไว้พร้อมรอยยิ้มที่ดูคล้ายกับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ 

รอยยิ้มแบบนี้เธอคง ไม่อาจวางใจ

                      เมื่ออริสาพ้นสายตาไปแล้ว ปรางค์แก้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดและท่าทางของอลิสา...

ปรางค์แก้วก้มลงกลับไปทำงานที่ค้างคาอยู่ตรงหน้า แต่ในใจก็ยังคงวนเวียนอยู่กับภาพและคำพูดของอริสาที่เพิ่งเดินจากไป

 ใบหน้าที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับแฝงไปด้วยความหมายที่ยากจะคาดเดา

 และสายตาที่ดูเหมือนจะความลับอะไรบางอย่างทำให้หัวใจของเธอสั่นระริก

เธอคิดในใจ "อริสาต้องมีอะไรมากกว่าการเป็นเลขาของคามินแน่นอน…"

สมองของเธอเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างคามินกับอลิสา 

ทั้งคู่ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่คนภายนอกอย่างเธออาจจะไม่รู้บางสิ่งที่ไม่ได้แสดงออกมา

เธอจำได้ว่าในระหว่างการประชุมหรือเวลาทำงาน ทั้งสองดูเหมือนจะมีความเข้าใจกันมากเป็นพิเศษ 

ทั้งสายตาและคำพูดที่ดูเข้ากันได้ดีเกินคำว่า "เจ้านายและลูกน้อง"

แม้เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่ความเงียบในตัวเธอกลับหนักอึ้งขึ้นทีละนิด

 ท่ามกลางเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนก ทุกคำพูดหรือเสียงหัวเราะกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

"นี่เราเริ่มคิดมากไปเองรึเปล่า?" เธอถามตัวเองในใจเพื่อหวังจะปลอบโยนตัวเอง แต่กลับไม่ได้คำตอบใดนอกจากความเงียบ

ปรางค์แก้วพยายามเบนความสนใจไปที่เอกสารตรงหน้า สายตาจดจ้องบนตัวหนังสือแต่กลับไม่มีสิ่งใดเข้าสมอง

 หัวใจของเธอยังคงวุ่นวายด้วยความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นทุกวินาที

                      แม้ว่าเธอจะบอกตัวเองว่าเป็นแค่ความคิดมาก แต่หัวใจกลับเต้นแรงด้วยความกังวล

 เธอสัมผัสได้ว่าอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้น เบื้องหลังคำพูดและสายตาของอลิสามีอะไรบางอย่างที่เธอไม่ควรมองข้าม

ปรางค์แก้วได้แต่หวังว่า สิ่งที่เธอรู้สึกตอนนี้ มันจะเป็นเพียงความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

นช่วงบ่าย หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ 

คามินบอกปรางค์แก้วด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่าเขาต้องการให้เธอร่วมไปพบหุ้นส่วนทางธุรกิจคนสำคัญ 

เมื่อไปถึงสถานที่ประชุม เธอสังเกตเห็นอลิสายืนรออยู่หน้าห้องประชุม พร้อมรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์กว่าเดิม

 "คุณคามินคะสาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วนะคะ" อริสาพูดพร้อมสบตาปรางค์แก้ว

ปรางค์แก้วรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในคำพูดนั้น แต่เธอเลือกที่จะสงบอารมณ์ แม้ในใจจะเต้นระส่ำ

เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในห้องประชุม ปรางค์แก้วแทบชะงักเมื่อสายตาเธอเหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในบรรยากาศที่แปลกตา

 "พี่วิน!" เธอเอ่ยออกมาเบาๆ อย่างตกใจ

ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มซึ่งนั่งอยู่ปลายโต๊ะหันมามอง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

 "ปรางค์จริงๆ ด้วย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม?" เขาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"พี่วินเป็นหุ้นส่วนของคุณคามินเหรอคะ?" เธอเอ่ยด้วยความแปลกใจพลางมองคามินที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาส่งสายตานิ่งๆ ตอบกลับมา

"ใช่แล้ว พี่กับคุณคามินเพิ่งเริ่มงานโปรเจกต์นี้ไม่นาน แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอรุ่นน้องคนเก่งของพี่ที่นี่" ธาวินพูดพร้อมยิ้มกว้าง

การสนทนาในห้องประชุมยังคงดำเนินไปด้วยความราบรื่น แม้ปรางค์แก้วพยายามนั่งเงียบๆ 

ไม่ให้เป็นจุดสนใจ แต่บรรยากาศกลับดูตึงเครียดในสายตาของคามิน เขาจ้องมองธาวินที่เอ่ยชวนปรางค์แก้วพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง

"ปรางค์นี่เรียนเก่งมากสมัยมหา'ลัย เป็นคนที่น่าภูมิใจสุดๆ " ธาวินหันมาบอกคามิน

 "ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณคามินถึงโชคดีได้ภรรยาที่ทั้งเก่งทั้งน่ารักแบบนี้"

คำพูดของธาวินทำให้ปรางค์แก้วยิ้มแหยๆ เธอเหลือบมองคามินที่ยังคงมีสีหน้าเฉยชาและไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ

"จริงๆ คงเป็นพรหมลิขิตล่ะมั้งครับ" คามินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 แต่สายตาของเขาจ้องมองปรางค์แก้วราวกับมีคำถามบางอย่างในใจ

หลังการประชุมจบลง ธาวินยังคงเดินตามปรางค์แก้วออกมาที่ทางเดิน 

"พี่ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอปรางค์อีก สบายดีไหม? แต่งงานไม่ยอมบอกพี่เลยนะ"

"ปรางค์กลัวว่าพี่วินยุ่งค่ะเลยไม่ได้ชวน" เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ

"ถ้ามีโอกาสเราไปทานข้าวกันนะ " ธาวินพูดพร้อมส่งนามบัตรมาให้

ปรางค์แก้วรับไว้ ขอบคุณเขาเบาๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล 

เธอหันไปมองคามินที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขามองมาเงียบๆ สายตาของเขาเหมือนกำลังวิเคราะห์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น

อริสาที่ยืนอยู่ด้านหลังมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่ในดวงตาของเธอซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้อย่างลึกลับ...

ตลอดการสนทนา อริสา มีท่าทีออดอ้อนต่อคามินแบบแนบเนียน เธอแกล้งถือแฟ้มเดินเข้าไปใกล้คามิน

 และส่งสายตาที่ทำให้ปรางค์แก้วอดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้

 คามินเดินออกจากห้องพร้อมกับอริสา โดยปล่อยให้ปรางค์แก้วเดินตามหลัง

 ทั้งคู่พูดคุยอะไรบางอย่างกันเบาๆ และปรางค์แก้วจับไม่ได้ชัดเจน

หัวใจของเธอเริ่มสงสัยหนักขึ้นทุกที ไม่ใช่เพียงเพราะท่าทางของอริสาเท่านั้น

 แต่คามินเองก็ไม่เคยพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเลขาคนนี้เลย

ปรางค์แก้วได้แต่บอกตัวเองให้สงบใจไว้ แต่ภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้กลับทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอในตอนนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#4

    ปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#3

    เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#2

    บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี

    คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้

  • เล่ห์รักคามิน   ความกดดัน#2

    เมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบแต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบร้อย แต่มือที่สั่นนิดๆเป็นสัญญาณของการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับที่ยากจะเข้าใจชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยการวางแผน และทุกอย่างที่เคยมีระเบียบดูเหมือนจะพังทลายไปในพริบตาเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก ร่างของปรางค์แก้วสดุ้งตื่นจากภวังค์"ปรางค์คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง" คำถามจากคามินดังมา ทำให้เธอต้องรวบความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับไป"ค่ะ... เสร็จแล้ว"ประตูห้องถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับภาพของคามินในชุดทำงานที่เข้ากันอย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อคืนเขาคงไปนอนอีกห้องท่าทีที่คงจะชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ดวงตาคมยังคงไร้อารมณ์ เหมือนทุกๆวันกระทั่งการตั้งคำถามดูเหมือนเป็นเพียงกิจวัตรหนึ่งที่เขาทำกับทุกค

  • เล่ห์รักคามิน   ความกดดัน

    เมื่อคามินพูดประโยคนี้ออกมา น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก“ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่งไปตั้งตัว” เขาพูดต่อด้วยเสียงราบเรียบ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกปรางค์แก้วชะงักไป ชั่วขณะที่สมองของเธอพยายามจัดการกับคำพูดของเขา เธอรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งหมดหยุดหมุน ชั่วขณะหนึ่งความเจ็บปวดจากการที่ต้องยอมรับความจริงทั้งหมดเข้ามาท่วมท้น“คุณหมายความว่าไงคะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามทำตัวแข็งกร้าวแต่คำถามนั้นเหมือนสะท้อนถึงความโหดร้ายในตัวเขาคามินหันมามองเธอ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา แต่กลับดูห่างเหินและเย็นชาไปพร้อมกัน“หมายความว่า...ถ้าคุณต้องการชีวิตใหม่หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมจะช่วยคุณ ผมจะให้เงินคุณไปเริ่มต้นใหม่เอง”ปรางค์แก้วเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำ เธอไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ความรู้สึกของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง“คุณคิดว่าฉันจะอยากได้เงินจากคุณเหรอคะ” เธอถามอย่างเจ็บปวด แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ภรรยาที่ไม่มีสิทธิ์ แต่เธอยังคงรู้สึกถึงความเสียศักดิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status