Share

- 3 - พวงกุญแจดอกมะลิจิ๋ว

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-03 13:46:52

แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกับกระจกอาคารสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ กลิ่นอายของความเร่งรีบอบอวลไปทุกที่ ผู้คนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินสวนกันไปมาเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้

แต่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้ กลับมีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งนิ่งๆ อยู่ในคาเฟ่กึ่งเรือนกระจกสุดหรูที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคาร ‘วัชรเมธากุล ทาวเวอร์’

ฉันเอง... มินตรา วันนี้ฉันสวมชุดเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน ลายดอกเดซี่เล็กๆ ดูสะอาดตาและสมวัยนักศึกษา บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีสมุดสเก็ตช์ภาพวางอยู่คู่กับโกโก้เย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้ว สายตาของฉันจดจ้องไปยังประตูทางเข้าหลักของตึกฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา

เข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที... ตามข้อมูลที่ฉันบังเอิญได้ยินเลขาส่วนตัวของเขาคุยโทรศัพท์เมื่อวันก่อน อัครินทร์จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณสิบห้านาทีในวันนี้ที่จะลงมาซื้อกาแฟด้วยตัวเองที่คาเฟ่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่นี่แหละ เพราะเป็นร้านโปรดที่เขาบอกว่ารสชาติเมล็ดกาแฟคั่วเข้มสะใจที่สุด

เขารักความสมบูรณ์แบบ รักความสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุด... เขารักความเป็นระเบียบ

แต่โชคร้ายหน่อยนะคุณอาคิน เพราะวันนี้มินจะมาทำให้ระเบียบในชีวิตของคุณ... รวนไปหมดเลย

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นออกมาจากฝูงชน อัครินทร์ในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อสูทตัวนอก เขาสวมเพียงเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและนาฬิกาหรูที่บ่งบอกถึงฐานะ เนคไทถูกคลายออกเล็กน้อยเหมือนคนงานยุ่งแต่ยังคงดูดีอย่างไร้ที่ติ

กลิ่นน้ำหอมแสนเย็นชาของเขาโชยมาตามลมเครื่องปรับอากาศ ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา บรรยากาศในร้านดูเหมือนจะกดต่ำลงด้วยรังสีอำนาจที่เขาแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

เขาสั่งเอสเพรสโซ่ดับเบิ้ลช็อตด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย พลางยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ท่าทางเหนื่อยล้านั่นทำให้ฉันแอบยิ้มในใจ

เหนื่อยใช่ไหมคะ? ความกดดันจากธุรกิจ ความน่ารำคาญจากตระกูลวรโชติ... มินเข้าใจค่ะ และมินนี่แหละที่จะเป็นที่พักสายตาให้คุณเอง

ฉันเริ่มขยับตัวช้าๆ รวบสมุดสเก็ตช์ภาพ แฟ้มงาน และของจุกจิกใส่ลงในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ แกล้งทำท่าทางลนลานเหมือนคนที่เพิ่งนึกได้ว่ามีนัดสำคัญและกำลังจะสาย ฉันลุกขึ้นยืนในจังหวะเดียวกับที่อัครินทร์รับแก้วกาแฟจากพนักงานแล้วหมุนตัวก้าวเดินออกมาจากเคาน์เตอร์

เส้นทางของเรากำลังจะตัดกัน... ในอีก 3... 2... 1...

“อุ๊ย!”

เสียงร้องอุทานสั้นๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของฉันที่เซไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง แรงกระแทกไม่ได้รุนแรงนักเพราะฉันกะจังหวะไว้แล้ว แต่ฉันแกล้งปล่อยมือจากสมุดสเก็ตช์ภาพและแฟ้มเอกสารทั้งหมดในมือทันที

โครม!

สมุด ดินสอ ยางลบ และเอกสารมากมายกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นแทบเท้าของเขา กาแฟในมืออัครินทร์กระฉอกออกมาเล็กน้อยโดนหลังมือของเขา แต่โชคดีที่มันไม่โดนเสื้อเชิ้ตราคาแพงนั่น

“ขอโทษค่ะ! มินขอโทษจริงๆ ค่ะ!”

ฉันรีบก้มลงนั่งกับพื้นทันทีเพื่อเก็บของ เสียงของฉันสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ฉันแกล้งทำตัวสั่นน้อยๆ มือไม้รัวเร็วจนดูเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ดวงตาของฉันรื้นไปด้วยน้ำตาจางๆ ขณะที่ก้มหน้าก้มตาเก็บของโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ระวังหน่อยสิครับ” น้ำเสียงของอัครินทร์นิ่งขรึม เขาดูชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าคนซุ่มซ่ามคือใคร

“มิน... มินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พอดีมินรีบไปส่งงาน... ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณอาคิน” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเหมือนกระซิบ พลางรีบโกยสมุดเข้าหาตัว

อัครินทร์ถอนหายใจเบาๆ เขาขยับตัวก้มลงมาช่วยหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มหนึ่งที่ไถลไปไกลกว่าเพื่อน นิ้วมือเรียวยาวของเขาแตะลงบนปกสมุด จังหวะนั้นเองที่ฉันแกล้งยื่นมือไปจะหยิบสมุดเล่มเดียวกัน

ปลายนิ้วของเราสัมผัสกัน... ฉันสะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต รีบชักมือกลับทันทีราวกับเขาสัมผัสด้วยเหล็กร้อน ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงชั่วอึดใจเดียว

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและขี้อายของเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ปะทะกับดวงตาคมกริบสีนิลที่กำลังจ้องมองมาอย่างพิจารณา

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาถาม น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลงกว่าตอนแรกหนึ่งระดับ

“มะ... ไม่เจ็บค่ะ มินขอโทษที่ทำให้คุณอาคินเสียเวลา มินไปก่อนนะคะ!”

ฉันไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ ฉันรีบกวาดของที่เหลือเข้ากระเป๋าอย่างลนลาน ยัดๆ มันลงไปแบบไม่เป็นระเบียบ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเงอะงะ ฉันค้อมหัวให้เขาซ้ำๆ ด้วยความรู้สึกผิดที่เปี่ยมล้น ก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านไปทางประตูหลังที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะ

ฉันไม่หันกลับไปมอง... เพราะฉันรู้ดีว่าความลึกลับที่น่าสนใจที่สุด คือความลึกลับที่หายไปในตอนที่กำลังติดใจ

หลังบานประตูร้านกาแฟ ฉันหยุดเดินแล้วพิงกำแพงหินอ่อน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เพิ่งจะทำท่าทางร้องไห้มาหยกๆ

ฉันก้มลงมองกระเป๋าตัวเอง... ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

และสิ่งที่ฉันทิ้งไว้ที่พื้นตรงจุดที่อัครินทร์ยืนอยู่ คือ พวงกุญแจถักไหมพรมรูปดอกมะลิจิ๋ว มันเป็นงานแฮนด์เมดที่ฉันตั้งใจถักเองกับมือตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ดอกมะลิสีขาวนวลกลีบซ้อนกันอย่างประณีต มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเดียวกับที่ฉันใช้ติดตัวตลอดเวลา

มันคือ ‘Signature’ ของฉัน... และเป็นของต่างหน้าที่เชื่อมโยงเขากลับไปสู่ลูกสาวคนเล็กที่ถูกลืมในสวนดอกไม้วันนั้น

อัครินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางร้านกาแฟที่ผู้คนเริ่มกลับมาเดินขวักไขว่อีกครั้ง ในมือของเขายังมีความรู้สึกอุ่นจางๆ จากปลายนิ้วของเด็กสาวเมื่อครู่ติดอยู่ เขามองตามแผ่นหลังบางในชุดลายดอกเดซี่ที่หายวับไปในฝูงชนด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

มินตรา... ทำไมเขาถึงต้องเจอเธอโดยบังเอิญบ่อยขนาดนี้?

ที่หอศิลป์... ในบ้านวรโชติ... ในสวนดอกไม้... และตอนนี้ที่คาเฟ่ใต้ตึกของเขาเอง

มันดูเหมือนเรื่องบังเอิญที่ลงตัวจนน่าสงสัย แต่ท่าทางหวาดกลัวและแววตาสั่นระริกคู่นั้นกลับดูสมจริงจนเขาไม่ยากจะเชื่อว่ามันคือการจัดฉาก เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างจำกัดจำเขี่ยและถูกกดขี่แบบนั้น จะมีความฉลาดเฉลียวพอที่จะวางแผนลวงเขาได้ยังไง

“ท่านครับ... มีประชุมในอีกห้านาทีครับ” ชูเกียรติ เลขาส่วนตัวเดินเข้ามาสะกิดเบาๆ เมื่อเห็นเจ้านายนิ่งไปนานผิดปกติ

อัครินทร์กำลังจะพยักหน้าแล้วเดินจากไป แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นหินอ่อน ตรงจุดที่มินตราเพิ่งลุกไปเมื่อครู่

เขาเดินไปก้มลงหยิบมันขึ้นมา มันคือพวงกุญแจดอกมะลิถักมือขนาดเล็กพอกำมือมิด งานฝีมือที่ละเอียดอ่อนนั่นดูขัดกับความวุ่นวายของเมืองหลวงรอบข้างอย่างสิ้นเชิง และทันทีที่เขายกมันขึ้นมาใกล้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่แสนสะอาดและบริสุทธิ์ก็ลอยเข้ามากระทบจมูก

กลิ่นเดียวกับที่เขาได้รับในหอศิลป์... กลิ่นเดียวกับเด็กสาวที่ยิ้มให้เขาพร้อมดินโคลนเปื้อนหน้า

“ท่านครับ?” ชูเกียรติถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเจ้านายยืนดมพวงกุญแจไหมพรมธรรมดาๆ

“ไม่มีอะไร” อัครินทร์ตอบเสียงเรียบ แต่เขากลับไม่ส่งพวงกุญแจนั้นให้เลขาฯ เขากลับเก็บมันใส่ลงในกระเป๋ากางเกงอย่างเงียบเชียบ

“เรื่องที่ให้ไปสืบ... ได้ความยังไงบ้าง?”

“กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ครับท่าน แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่น่าสนใจคือ... คุณมินตราแทบไม่เคยปรากฏตัวในงานสังคมเลยครับ เธอเรียนจบด้านศิลปะด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับไม่มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะคุณวิรัตน์ไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหนเกินเวลาที่กำหนด ดูเหมือนเธอจะถูกขังไว้ในบ้านมากกว่าจะเป็นลูกสาวคนหนึ่งครับ”

อัครินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนความรู้สึกอยากปกป้องมันเริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆ ในใจอย่างเงียบงัน

“และมีอีกเรื่องครับท่าน...” ชูเกียรติลดเสียงลง

“ดูเหมือนว่าหุ้นส่วนบางรายของวรโชติ กำลังบีบให้คุณวิรัตน์ใช้คุณมินตราเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการเจรจาธุรกิจกับนักลงทุนต่างชาติ ถ้าการหมั้นกับท่านไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้” ดวงตาของอัครินทร์เกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที ความเย็นเยียบในแววตานั้นเข้มข้นจนชูเกียรติยังต้องก้มหน้าหลบ

“คนพวกนั้นกล้าดียังไง...” เขาพึมพำกับตัวเอง

ฉันนั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามตึกวัชรเมธากุล มองดูรถยนต์คันหรูของเขาที่เลื่อนออกไปจากตึกในเวลาต่อมา ฉันรู้ดีว่าตอนนี้ในกระเป๋ากางเกงของเขาคงมีพวงกุญแจดอกมะลิของฉันอยู่ และในหัวของเขาก็คงมีข้อมูลที่ฉันตั้งใจให้ชูเกียรติไปขุดเจอ

ข้อมูลเรื่องที่พ่อจะขายฉันให้พวกนักธุรกิจต่างชาติ... เป็นเรื่องจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง พ่อแค่เคยเปรยๆ ออกมาตอนเมา แต่ฉันทำให้มันกลายเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนผ่านสายข่าวที่ฉันวางไว้

สำหรับผู้ชายอย่างอัครินทร์ เขาจะไม่ชอบอะไรที่ถูกบังคับ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเหยื่อที่น่าสงสารกำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนที่เขาเกลียด... สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและความยุติธรรมในตัวเขาจะทำงานทันที

“พวงกุญแจดอกมะลินั่น... มันจะเตือนให้คุณคิดถึงมินทุกครั้งที่คุณล้วงกระเป๋า” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ พลางหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมาเปิดดู

ในสมุดไม่มีรูปประติมากรรมหรือภาพทิวทัศน์อะไรทั้งนั้น มีเพียงภาพใบหน้าคมคายของอัครินทร์ที่ฉันวาดไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ อารมณ์

“มินไม่ได้แค่อยากให้คุณจำมินได้นะคะคุณอาคิน... แต่มินอยากให้คุณขาดมินไม่ได้ต่างหาก”

ในค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์วัชรเมธากุล อัครินทร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานในห้องสมุดส่วนตัว บนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มีพวงกุญแจดอกมะลิสีขาววางอยู่เพียงชิ้นเดียว เขามองมันอยู่นานจนแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ห้อง เขายื่นมือไปสัมผัสกลีบไหมพรมนั้นเบาๆ

“มินตรา...” เขารำพึงชื่อนั้นออกมาในความมืด ชื่อที่เคยเป็นเพียงรอยสลักจางๆ ในความทรงจำ ตอนนี้มันกำลังสลักลึกลงไปในความรู้สึกของเขาอย่างช้าๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 4 - แค่สงสาร

    ฉันนั่งอยู่บนเตียงไม้หลังเล็กในห้องนอนที่เงียบเชียบ ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังแสดงผลการเคลื่อนไหวผ่านแหล่งข่าวส่วนตัวของฉันในฐานะลูกสาวที่ถูกลืมของบ้านวรโชติ ฉันเรียนรู้ที่จะมีหูตาอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะในที่ที่ศัตรูของฉันก้าวย่างไป พี่พิมพ์มาดาแต่งตัวจัดเต็มตั้งแต่เช้า ฉันเห็นเธอสวมชุดสูทสีแดงสดที่ตัดเย็บมาเพื่อประกาศศักดาว่าที่นายหญิงวัชรเมธากุล เธอฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเข้มข้นจนฟุ้งไปทั้งบ้าน ก่อนจะสั่งให้คนขับรถบึ่งไปที่บริษัทของอาคิน“ไปทำเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของล่ะสิ...” ฉันพึมพำกับตัวเองพลางยกยิ้มที่มุมปากคนอย่างพี่พิมพ์... ยิ่งพยายามแสดงตัวเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้อัครินทร์รำคาญใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉันรู้ดีว่าผู้ชายอย่างเขา เกลียดที่สุดคือความวุ่นวายและการล้ำเส้นบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนแทบจะไม่มีใครกล้าหายใจแรง แอร์ที่เปิดไว้ 22 องศาเซลเซียสดูจะหนาวเหน็บขึ้นไปอีกเมื่อเผชิญกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอัครินทร์ วัชรเมธากุลนั่งนิ่ง สายตาคมกริบจดจ้องไปที่เอกสารแผนการลงทุนเมกะโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านที่วางอยู่ตรงหน้า เบื้องหน้าของเขาค

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 3 - พวงกุญแจดอกมะลิจิ๋ว

    แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกับกระจกอาคารสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ กลิ่นอายของความเร่งรีบอบอวลไปทุกที่ ผู้คนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินสวนกันไปมาเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แต่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้ กลับมีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งนิ่งๆ อยู่ในคาเฟ่กึ่งเรือนกระจกสุดหรูที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคาร ‘วัชรเมธากุล ทาวเวอร์’ฉันเอง... มินตรา วันนี้ฉันสวมชุดเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน ลายดอกเดซี่เล็กๆ ดูสะอาดตาและสมวัยนักศึกษา บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีสมุดสเก็ตช์ภาพวางอยู่คู่กับโกโก้เย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้ว สายตาของฉันจดจ้องไปยังประตูทางเข้าหลักของตึกฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตาเข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที... ตามข้อมูลที่ฉันบังเอิญได้ยินเลขาส่วนตัวของเขาคุยโทรศัพท์เมื่อวันก่อน อัครินทร์จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณสิบห้านาทีในวันนี้ที่จะลงมาซื้อกาแฟด้วยตัวเองที่คาเฟ่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่นี่แหละ เพราะเป็นร้านโปรดที่เขาบอกว่ารสชาติเมล็ดกาแฟคั่วเข้มสะใจที่สุดเขารักความสมบูรณ์แบบ รักความสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุด... เขารักความเป็นระเบียบแต่โชคร้ายหน่อยนะคุณอาคิน เพราะวันนี้มินจะมาทำให้ระเบียบในชีวิตของคุณ

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   -2- หนึ่งภาพจำ

    สามวันผ่านไป... สามวันที่ฉันใช้ความเงียบเป็นอาวุธในสงครามประสาท การเว้นจังหวะให้ฝ่ายตรงข้ามได้คิดไปเองคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด ฉันรู้ดีว่าตอนนี้ในหัวของคุณอาคินคงเต็มไปด้วยภาพของเด็กสาวปริศนาที่หอศิลป์ และมินตราลูกสาวที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืดของบ้านวรโชติความสงสัยเหมือนเชื้อไฟ ยิ่งปล่อยไว้นานมันยิ่งลามปามจนยากจะดับ และวันนี้... คือวันที่เขาจะกลับมาเพื่อสาดน้ำมันลงบนกองไฟนั้นอีกครั้ง“มินตรา! ออกไปช่วยลุงสมพรพรวนดินที่สวนหลังบ้านไป๊!” เสียงแหวของคุณดุจฤดีดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่“วันนี้คุณอาคินจะมาสรุปฤกษ์หมั้นกับยัยพิมพ์ ฉันไม่อยากเห็นหน้าจืดๆ ของเธอมาเดินเกะกะในบ้านอีก เข้าใจไหม!” ฉันแสร้งทำท่าตกใจจนไหล่ห่อ“ค่ะ... ค่ะคุณน้า มินจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”ฉันรีบก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงออกไปทางประตูหลังบ้าน ทิ้งให้แม่เลี้ยงยืนมองด้วยสายตาดูแคลน เธอคงสะใจที่เห็นฉันต้องไปคลุกดินคลุกทรายเหมือนคนใช้ แต่เธอไม่รู้หรอกว่านั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในเช้านี้สวนดอกไม้ของบ้านวรโชติเคยเป็นที่ที่แม่รักที่สุด แม่เคยบอกว่าดอกไม้พวกนี้มันซื่อสัตย์กว่าคน เพราะถ้าเราดูแลมันด้วยใจ มันจะเบ่งบานตอบแทนเราเสมอ แต่ห

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 1 - ลูกสาวที่ถูกซ่อนไว้

    เช้าวันเสาร์ที่คฤหาสน์วรโชติวุ่นวายกว่าวันไหนๆ กลิ่นน้ำยาขัดพื้นและสเปรย์ปรับอากาศราคาแพงอบอวลไปทั่วโถงทางเดิน คนรับใช้เดินกันขวักไขว่เพื่อจัดเตรียมน้ำชาและของว่างเกรดพรีเมียมที่สั่งตรงจากโรงแรมห้าดาว ทุกคนในบ้านดูตื่นตัวราวกับกำลังจะต้อนรับการมาเยือนของพระเจ้าและสำหรับพ่อกับแม่เลี้ยงของฉัน... อัครินทร์ วัชรเมธากุล ก็คงไม่ต่างจากพระเจ้าจริงๆ“มินตรา! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวโถงกลาง!”เสียงแหลมสูงของคุณดุจฤดีแม่เลี้ยงที่รักของฉันดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เธอสวมชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวที่ดูพยายามจะดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่แววตาที่มองมาที่ฉันกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเหมือนเห็นหนอนแมลง“มินแค่จะไปหาอะไรทานในครัวค่ะคุณน้า” ฉันตอบด้วยเสียงเรียบๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อยให้ดูเหมือนเด็กที่ขี้ขลาดและยอมคน“ไม่ต้อง! วันนี้คุณอาคินจะมาคุยเรื่องกำหนดการแต่งงานกับยัยพิมพ์ ถ้าเขาเห็นว่าบ้านนี้มีลูกสาวท่าทางมอซอเหมือนเด็กรับใช้แบบเธอโผล่ออกมา มันจะเสียเรื่องไปหมด” เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วจิกสายตาใส่“ขึ้นไปอยู่บนห้องของเธอซะ ถ้าฉันไม่สั่งให้ลงมา ก็ห้ามเสนอหน

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - บทนำ -

    ฉันยืนมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ของห้องนอนแคบๆ ที่ตั้งอยู่ปีกหลังสุดของคฤหาสน์ตระกูล ‘วรโชติ’เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีในกระจกส่งยิ้มบางๆ กลับมาหาฉัน ดวงตากลมโตสุกใสปราศจากเดียงสา ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดที่ได้รับสืบทอดมาจากผู้เป็นแม่ ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติโดยแทบไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงวันนี้ฉันเลือกสวมเดรสผ้าคอตตอนสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เรียบง่ายแต่ทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามสัดส่วน ช่วงคอเป็นสี่เหลี่ยมกว้างพอให้เห็นไหปลาร้าสวยงาม สวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีเบจตัวบางเพื่อเพิ่มความละมุนตา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกปล่อยสยายดัดลอนคลายๆ ดูไม่ได้ตั้งใจจัดทรงนักใครเห็นก็คงคิดว่าฉันคือ ‘น้องมิน’ ลูกสาวคนเล็กผู้อ่อนหวาน อ่อนโลก และบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบหึ... ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ซ่อนใบมีดอาบยาพิษเอาไว้ข้างในน่ะสิฉันแค่นยิ้มให้ตัวเอง ก่อนจะหยิบน้ำหอมขวดโปรดขึ้นมา มันไม่ใช่กลิ่นหอมฉุนยั่วยวนแบบที่ ‘พี่พิมพ์’ ลูกสาวสุดที่รักของพ่อกับแม่เลี้ยงชอบใช้ แต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และวนิลาจางๆ ให้ความรู้สึกเหมือนแป้งเด็กผสมกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ฉันฉีดมันลงบนจุดชีพจร ข้อมือ หล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status