แชร์

- 1 - ลูกสาวที่ถูกซ่อนไว้

ผู้เขียน: ได้โปรดปลื้ม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-02 15:26:26

เช้าวันเสาร์ที่คฤหาสน์วรโชติวุ่นวายกว่าวันไหนๆ กลิ่นน้ำยาขัดพื้นและสเปรย์ปรับอากาศราคาแพงอบอวลไปทั่วโถงทางเดิน คนรับใช้เดินกันขวักไขว่เพื่อจัดเตรียมน้ำชาและของว่างเกรดพรีเมียมที่สั่งตรงจากโรงแรมห้าดาว ทุกคนในบ้านดูตื่นตัวราวกับกำลังจะต้อนรับการมาเยือนของพระเจ้า

และสำหรับพ่อกับแม่เลี้ยงของฉัน... อัครินทร์ วัชรเมธากุล ก็คงไม่ต่างจากพระเจ้าจริงๆ

“มินตรา! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวโถงกลาง!”

เสียงแหลมสูงของคุณดุจฤดีแม่เลี้ยงที่รักของฉันดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เธอสวมชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวที่ดูพยายามจะดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่แววตาที่มองมาที่ฉันกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเหมือนเห็นหนอนแมลง

“มินแค่จะไปหาอะไรทานในครัวค่ะคุณน้า” ฉันตอบด้วยเสียงเรียบๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อยให้ดูเหมือนเด็กที่ขี้ขลาดและยอมคน

“ไม่ต้อง! วันนี้คุณอาคินจะมาคุยเรื่องกำหนดการแต่งงานกับยัยพิมพ์ ถ้าเขาเห็นว่าบ้านนี้มีลูกสาวท่าทางมอซอเหมือนเด็กรับใช้แบบเธอโผล่ออกมา มันจะเสียเรื่องไปหมด” เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วจิกสายตาใส่

“ขึ้นไปอยู่บนห้องของเธอซะ ถ้าฉันไม่สั่งให้ลงมา ก็ห้ามเสนอหน้าลงมาเด็ดขาด เข้าใจไหม!”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่! ถ้าเธอทำให้งานหมั้นของพี่สาวเธอมีปัญหา ฉันจะให้คุณพ่อของเธอยึดค่าขนมทั้งหมด แล้วจะส่งเธอไปอยู่หอพักเก่าๆ ข้างนอกนั่นซะ!” ฉันเม้มริมฝีปาก แสร้งทำเป็นตัวสั่นเล็กน้อยเหมือนหวาดกลัวคำขู่นั้นเหลือเกิน

“เข้าใจแล้วค่ะ... มินจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้”

ฉันหมุนตัวเดินกลับขึ้นบันไดไปเงียบๆ ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของแม่เลี้ยงที่ไล่หลังมาเรื่องที่ฉันเป็นตัวซวยของบ้าน แต่ทันทีที่พ้นสายตาของเธอ มุมปากของฉันก็ยกยิ้มขึ้น

ขอบคุณนะคะคุณน้า... ที่ช่วยตอกย้ำให้ฉันมั่นใจว่าควรจะทำอะไรต่อ

ฉันไม่ได้กลับเข้าไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของตัวเองหรอก แต่ฉันเลือกที่จะเดินไปยังระเบียงชั้นลอยที่เชื่อมต่อกับโถงทางเดินชั้นสอง ตรงจุดนี้มีกระถางต้นไม้ขนาดยักษ์และผ้าม่านหลุยส์ผืนหนาที่สามารถบังตัวฉันได้อย่างมิดชิด แต่มันเป็นจุดที่มองลงไปเห็นห้องรับแขกวีไอพีได้อย่างชัดเจนที่สุด

ไม่นานนัก เสียงรถยนต์เครื่องยนต์สมรรถนะสูงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ฉันแอบมองผ่านช่องว่างของผ้าม่าน เห็นรถโรลส์รอยซ์สีดำขลับเลื่อนมาจอดเทียบบันไดหน้าคฤหาสน์

ชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มก้าวลงมาจากรถ รูปร่างของเขาดูสูงใหญ่และสง่างามกว่าวันนั้นที่หอศิลป์เสียอีก วันนี้เขาไม่ได้มาในลุคผ่อนคลาย แต่เขาคืออัครินทร์ผู้กุมอำนาจวัชรเมธากุลอย่างเต็มตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงและเย็นชานั้นทำให้คนรับใช้ที่ออกไปต้อนรับถึงกับก้มหัวจนตัวลีบ

พ่อของฉัน... คุณวิรัตน์ เดินออกไปต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มประจบประแจงแบบที่ฉันไม่เคยเห็นเขาทำกับใครมาก่อน

“เชิญครับคุณอาคิน ยินดีอย่างยิ่งที่ให้เกียรติมาเยือนบ้านเราในวันนี้”

“ครับ คุณวิรัตน์” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจตอบกลับสั้นๆ ทรงพลังจนฉันที่แอบดูอยู่ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน

พวกเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขก พิมพ์มาดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูพยายามเซ็กซี่และหรูหราจนเกินพอดี นั่งรออยู่บนโซฟาพร้อมรอยยิ้มที่ปรุงแต่งมาอย่างดีที่สุด เธอรีบลุกขึ้นต้อนรับเขาด้วยท่าทางอ่อนช้อย

“สวัสดีค่ะคุณอาคิน พิมพ์เตรียมชาดาร์จีลิงที่คุณชอบไว้ให้ด้วยนะคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงหวานหยด พลางขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอย่างตั้งใจ

“ขอบคุณครับคุณพิมพ์”

อัครินทร์นั่งลงบนโซฟาเดี่ยว ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบราวกับภูเขาน้ำแข็ง เขาไม่แสดงท่าทีรำคาญแต่ก็ไม่ได้ดูยินดียินร้ายกับการเอาอกเอาใจของพี่สาวฉัน ฉันนั่งชันเข่าอยู่หลังผ้าม่าน ฟังบทสนทนาที่น่าคลื่นไส้เหล่านั้น

“เรื่องงานหมั้น... ทางผู้ใหญ่เห็นว่าปลายปีนี้เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุดนะครับคุณอาคิน” พ่อของฉันเริ่มเปิดประเด็น

“เราอยากให้งานออกมาสมเกียรติของทั้งสองตระกูลที่สุด ส่วนเรื่องสินสอดหรือข้อตกลงเรื่องที่ดินทางตอนเหนือ...”

“เรื่องธุรกิจ ผมให้เลขาส่งรายละเอียดให้คุณวิรัตน์ดูแล้ว” อัครินทร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“วันนี้ผมมาเพื่อยืนยันสัญญาที่คนรุ่นปู่ทำไว้ ผมจะรับผิดชอบตามสัญญาทุกประการ... ในฐานะที่พิมพ์มาดาคือลูกสาวของตระกูลวรโชติ”

ฉันสะดุดกับประโยคนั้นเล็กน้อย... ในฐานะลูกสาวของตระกูลวรโชติ เขาไม่ได้พูดว่าในฐานะคนที่เขารักเลยสักนิด

“แหม คุณอาคินก็น่ารักแบบนี้เสมอ พิมพ์โชคดีจริงๆ คะที่จะได้ดูแลคุณ” พิมพ์มาดาเอื้อมมือไปหมายจะแตะที่แขนของเขา แต่อัครินทร์กลับขยับตัวหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบในจังหวะที่พอดีจนมือของพี่สาวฉันค้างเติ่งอยู่ในอากาศ

ฉันเกือบจะหลุดขำออกมา พิมพ์มาดาหน้าเสียไปวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

การสนทนาดำเนินไปอย่างเป็นทางการและแห้งแล้ง พ่อกับแม่เลี้ยงของฉันพยายามจะคุยเรื่องงานแต่งอลังการ ส่วนอัครินทร์ก็ตอบเพียงคำสั้นๆ เหมือนหน้าที่ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

“จริงด้วยค่ะ พิมพ์ลืมไปเลยว่ามีของว่างตัวใหม่ที่คุณอาคินน่าจะชอบ พิมพ์ไปดูในครัวให้นะคะ” พิมพ์มาดาหาเรื่องทำคะแนน

“เดี๋ยวแม่ไปดูให้เองลูก พิมพ์อยู่คุยกับคุณอาคินเถอะจ้ะ” แม่เลี้ยงรีบเสนอหน้าแล้วเดินหายเข้าไปทางโซนครัว นั่นเป็นจังหวะที่ฉันรู้ว่าต้องเริ่มขยับ

อัครินทร์เป็นคนขี้ระวัง สัญชาตญาณของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกตและไวต่อความรู้สึกรอบข้าง ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้แค่ฟังพ่อฉันพูด แต่เขากำลังมองสำรวจบ้านหลังนี้... บ้านที่เต็มไปด้วยคราบของความจอมปลอม

ฉันค่อยๆ คลานออกจากหลังผ้าม่าน แต่อยู่ในมุมมืดของโถงทางเดินชั้นสองที่แสงไฟส่องไม่ถึง ฉันทำทีเป็นเดินย่องๆ เหมือนคนแอบทำอะไรไม่ดี มือข้างหนึ่งถือสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มเล็กไว้แนบอก

ฉันรู้ว่าตำแหน่งที่เขานั่ง เขาสามารถมองเห็นเงาหรือความเคลื่อนไหวที่ราวบันไดชั้นบนได้หากเขาปรายตาขึ้นมา

ฉันเริ่มการแสดง...ฉันแกล้งยื่นหน้าออกไปมองที่โถงด้านล่างเพียงเสี้ยวหนึ่ง ให้แสงไฟสลัวๆ ตกกระทบที่ใบหน้าซีกหนึ่งของฉันพอให้เขาเห็นความแตกต่างระหว่างความขาวนวลของฉันกับความมืดมิดของมุมตึก

ฉันแกล้งทำเป็นสะดุดเท้าตัวเองเบาๆจนสมุดในมือเกือบหล่น เสียงกึกเล็กน้อยนั่นดังพอที่จะทำให้คนที่ประสาทสัมผัสไวอย่างอัครินทร์หันขวับขึ้นมามอง

และวินาทีนั้น... สายตาของเราก็สบกัน

อัครินทร์ชะงักไปทันที ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึกกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ สงสัย และ... กังขา

เขาจำฉันได้! ภาพเด็กสาวในชุดสีขาวที่หอศิลป์วันนั้นคงซ้อนทับขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว ฉันทำเป็นตกใจจนตาค้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเหมือนกวางที่เห็นพรานป่า ฉันสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม แสร้งทำเป็นลนลานจนตัวสั่น

“เอ๊ะ...” ฉันหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ พอให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเห็น

พริบตาต่อมา ฉันก็สะดุ้งสุดตัวแล้วรีบก้าวถอยหลังกลับเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็วเหมือนวิญญาณที่หายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีหายไปในความสลัวของโถงทางเดินชั้นบน

ฉันไม่ได้หนีไปไหนไกล แต่แอบอยู่หลังเสาหินอ่อนห่างออกไปไม่กี่เมตร หายใจหอบถี่เพื่อให้แน่ใจว่าถ้าเขาเดินตามขึ้นมาเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของฉัน ด้านล่าง... ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

“คุณอาคิน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงของพิมพ์มาดาดังขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องมองขึ้นไปบนชั้นสองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“...ไม่มีอะไรครับ” อัครินทร์ตอบ แต่อ้ำอึ้งกว่าปกติ

“เมื่อครู่... บ้านคุณมีใครอยู่ข้างบนหรือเปล่า?”

“อ๋อ คงจะเป็นคนรับใช้น่ะค่ะ วันนี้คนเยอะวุ่นวาย พิมพ์ต้องขอโทษด้วยนะคะที่อบรมคนไม่ดี” พิมพ์มาดารีบออกตัวขอดักหน้า

“อย่าไปสนใจเลยค่ะ รับชาเพิ่มไหมคะ?”

อัครินทร์ไม่ได้ตอบรับเรื่องน้ำชา แต่ฉันรู้ดีว่าในใจของเขากำลังเกิดพายุ

คนรับใช้อย่างนั้นเหรอ? เขาคงกำลังถามตัวเองในใจว่า คนรับใช้บ้านไหนจะดูเหมือนนางฟ้าในชุดสีขาวที่เขาเคยเจอในหอศิลป์ และคนรับใช้คนไหนจะมีดวงตาที่ดูหวาดกลัวแต่ใสซื่อขนาดนั้น

“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่” เสียงของอัครินทร์ดังขึ้น พร้อมเสียงลุกจากโซฟา

ใจฉันเต้นแรงกว่าเดิม... มาสิคะ เดินขึ้นมาสิ

ฉันแกล้งเดินวนไปที่ห้องน้ำแขกชั้นบนซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่ฉันแอบอยู่ ฉันจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เล็กน้อย นั่นคือยางรัดผมเส้นเล็กๆ ที่มีจี้รูปดอกมะลิจิ๋วติดอยู่ มันตกอยู่หน้าห้องน้ำพอดี

เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวขึ้นบันไดมาอย่างมั่นคง อัครินทร์ไม่ได้เดินไปที่ห้องน้ำชั้นล่าง แต่เขาเลือกที่จะเดินขึ้นมาข้างบนตามสัญชาตญาณของการค้นหาความจริง

ฉันแอบอยู่ในซอกหลืบใกล้ๆ ห้องเก็บของ เห็นเขาก้าวพ้นบันไดขึ้นมา แสงไฟจากหน้าต่างสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคามที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น เขาหยุดยืนตรงจุดที่ฉันเคยยืนอยู่เมื่อครู่ สายตาของเขามองซ้ายมองขวาอย่างละเอียด

เขาเห็นยางรัดผมของฉันแล้ว อัครินทร์ก้มลงเก็บมันขึ้นมาถือไว้ในฝ่ามือใหญ่ เขาลูบไล้จี้รูปดอกมะลิจิ๋วนั้นเบาๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ฉันป้ายไว้บนยางรัดผมเริ่มทำหน้าที่ของมัน... กลิ่นดอกไม้และวนิลา กลิ่นเดียวกับที่เขาได้รับที่หอศิลป์ เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานนับนาที ราวกับกำลังปะติดปะต่อเรื่องราว

“มินตรา! มินตราอยู่ไหน!”

เสียงของแม่เลี้ยงดังขึ้นจากชั้นล่าง ทำให้อัครินทร์สะดุ้งเล็กน้อย เขารีบเก็บยางรัดผมใส่ลงในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เย็นชาเหมือนเดิม

“มินอยู่นี่ค่ะคุณน้า” ฉันแกล้งตะโกนตอบมาจากอีกด้านของทางเดิน เดินออกมาจากห้องสิบห้าเมตรข้างหลังเขา ทำทีเป็นว่าเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง อัครินทร์หันมาสบตาฉันอีกครั้ง คราวนี้เป็นการประจันหน้ากันตรงๆ ในระยะสิบเมตร

ฉันทำเป็นชะงัก แววตาแสดงความประหลาดใจและหวาดหวั่น มือที่ถือสมุดสเก็ตช์ภาพสั่นเทาเล็กน้อย

“เอ่อ... ขอโทษค่ะ มินไม่ทราบว่าคุณ...” ฉันอึกอัก ทำท่าจะก้มหัวให้เขาแล้วรีบเดินเลี่ยงไปอีกทาง

“เดี๋ยว”

เสียงทุ้มลึกของเขาหยุดฝีเท้าฉันไว้ อัครินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นสองสามก้าว รังสีของเขาช่างกดดันจนฉันต้องแกล้งก้มหน้าลงจนคางชิดอก

“คุณ... คือใคร?” เขาถามสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง

“มิน... มินตราค่ะ เป็น... เป็นลูกสาวของคุณพ่อวิรัตน์” ฉันตอบเสียงแผ่วเบา เหมือนเด็กสาวที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

“ลูกสาว?” อัครินทร์ทวนคำ แววตาของเขาวาววับ

“ทำไมผมไม่เคยรู้ว่าบ้านวรโชติมีลูกสาวอีกคน?”

“มินไม่ค่อยได้ออกงานค่ะ มินชอบอยู่เงียบๆ มากกว่า” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงแวบเดียว แววตาหม่นเศร้าที่ฉันฝึกซ้อมหน้ากระจกมาเป็นร้อยครั้งถูกส่งไปถึงเขา

“คุณน้า... หมายถึงคุณแม่น่ะค่ะ ท่านบอกว่ามินไม่จำเป็นต้องลงไปวุ่นวายเรื่องงานหมั้นของพี่พิมพ์ มินก็เลย...” ฉันเงียบไป แสร้งทำเป็นน้ำตาคลอเล็กน้อยก่อนจะรีบเช็ดมันออกอย่างรวดเร็ว

“มินต้องขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณน้าจะโกรธถ้าเห็นมินคุยกับคุณ”

“เดี๋ยวมินตรา...”

เขาเรียกชื่อฉันเป็นครั้งแรก ชื่อของฉันที่หลุดออกมาจากปากของเขามันดูนุ่มนวลอย่างประหลาด แต่ฉันไม่ยอมหยุดเดิน ฉันรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในโซนห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตูลงเบาๆ

ฉันยืนพิงหลังประตู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นที่ได้เจอเขา แต่เป็นความสะใจที่แผนการขั้นแรกสำเร็จลุล่วงเกินคาด

ฉันจินตนาการได้เลยว่าตอนนี้อัครินทร์ยังยืนอยู่ตรงนั้น ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขามียางรัดผมของฉัน และในหัวของเขามีภาพของลูกสาวที่ถูกซ่อนที่ดูน่าสงสาร สวยงาม และเต็มไปด้วยความลับ

เขาเป็นคนฉลาด อัครินทร์จะเริ่มสงสัยในตัวคนตระกูลวรโชติ เขาจะเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมผู้หญิงที่เขาเห็นที่หอศิลป์ถึงถูกปฏิบัติเหมือนไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้ และที่สำคัญที่สุด... เขาจะเริ่มเฝ้ามองฉัน

เสียงฝีเท้าของเขาเดินจากไปแล้ว ฉันเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน เห็นเขากลับลงไปข้างล่าง คุยกับพ่อและพิมพ์มาดาต่ออีกเพียงไม่กี่คำก่อนจะขอตัวกลับ อัครินทร์ไม่ได้ยิ้มให้ใครเลยแม้แต่พิมพ์มาดาที่พยายามจะเดินไปส่งถึงที่รถ

ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป ฉันเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมามองที่หน้าต่างห้องนอนของฉันเพียงเสี้ยววินาที

ฉันแกล้งแหวกม่านออกเล็กน้อยให้เขาเห็นเพียงเงาร่างของฉันที่ยืนอยู่หลังกระจก แล้วรีบปิดม่านกลับคืนทันที

กลับไปคิดถึงมินให้พอนะคะ คุณอาคิน ฉันรำพึงในใจ พลางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเก่าๆ

เพราะครั้งหน้าที่เราเจอกัน... มินจะทำให้คุณจดจำยิ่งกว่านี้อีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 4 - แค่สงสาร

    ฉันนั่งอยู่บนเตียงไม้หลังเล็กในห้องนอนที่เงียบเชียบ ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังแสดงผลการเคลื่อนไหวผ่านแหล่งข่าวส่วนตัวของฉันในฐานะลูกสาวที่ถูกลืมของบ้านวรโชติ ฉันเรียนรู้ที่จะมีหูตาอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะในที่ที่ศัตรูของฉันก้าวย่างไป พี่พิมพ์มาดาแต่งตัวจัดเต็มตั้งแต่เช้า ฉันเห็นเธอสวมชุดสูทสีแดงสดที่ตัดเย็บมาเพื่อประกาศศักดาว่าที่นายหญิงวัชรเมธากุล เธอฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเข้มข้นจนฟุ้งไปทั้งบ้าน ก่อนจะสั่งให้คนขับรถบึ่งไปที่บริษัทของอาคิน“ไปทำเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของล่ะสิ...” ฉันพึมพำกับตัวเองพลางยกยิ้มที่มุมปากคนอย่างพี่พิมพ์... ยิ่งพยายามแสดงตัวเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้อัครินทร์รำคาญใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉันรู้ดีว่าผู้ชายอย่างเขา เกลียดที่สุดคือความวุ่นวายและการล้ำเส้นบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนแทบจะไม่มีใครกล้าหายใจแรง แอร์ที่เปิดไว้ 22 องศาเซลเซียสดูจะหนาวเหน็บขึ้นไปอีกเมื่อเผชิญกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอัครินทร์ วัชรเมธากุลนั่งนิ่ง สายตาคมกริบจดจ้องไปที่เอกสารแผนการลงทุนเมกะโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านที่วางอยู่ตรงหน้า เบื้องหน้าของเขาค

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 3 - พวงกุญแจดอกมะลิจิ๋ว

    แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกับกระจกอาคารสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ กลิ่นอายของความเร่งรีบอบอวลไปทุกที่ ผู้คนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินสวนกันไปมาเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แต่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้ กลับมีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งนิ่งๆ อยู่ในคาเฟ่กึ่งเรือนกระจกสุดหรูที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคาร ‘วัชรเมธากุล ทาวเวอร์’ฉันเอง... มินตรา วันนี้ฉันสวมชุดเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน ลายดอกเดซี่เล็กๆ ดูสะอาดตาและสมวัยนักศึกษา บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีสมุดสเก็ตช์ภาพวางอยู่คู่กับโกโก้เย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้ว สายตาของฉันจดจ้องไปยังประตูทางเข้าหลักของตึกฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตาเข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที... ตามข้อมูลที่ฉันบังเอิญได้ยินเลขาส่วนตัวของเขาคุยโทรศัพท์เมื่อวันก่อน อัครินทร์จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณสิบห้านาทีในวันนี้ที่จะลงมาซื้อกาแฟด้วยตัวเองที่คาเฟ่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่นี่แหละ เพราะเป็นร้านโปรดที่เขาบอกว่ารสชาติเมล็ดกาแฟคั่วเข้มสะใจที่สุดเขารักความสมบูรณ์แบบ รักความสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุด... เขารักความเป็นระเบียบแต่โชคร้ายหน่อยนะคุณอาคิน เพราะวันนี้มินจะมาทำให้ระเบียบในชีวิตของคุณ

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   -2- หนึ่งภาพจำ

    สามวันผ่านไป... สามวันที่ฉันใช้ความเงียบเป็นอาวุธในสงครามประสาท การเว้นจังหวะให้ฝ่ายตรงข้ามได้คิดไปเองคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด ฉันรู้ดีว่าตอนนี้ในหัวของคุณอาคินคงเต็มไปด้วยภาพของเด็กสาวปริศนาที่หอศิลป์ และมินตราลูกสาวที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืดของบ้านวรโชติความสงสัยเหมือนเชื้อไฟ ยิ่งปล่อยไว้นานมันยิ่งลามปามจนยากจะดับ และวันนี้... คือวันที่เขาจะกลับมาเพื่อสาดน้ำมันลงบนกองไฟนั้นอีกครั้ง“มินตรา! ออกไปช่วยลุงสมพรพรวนดินที่สวนหลังบ้านไป๊!” เสียงแหวของคุณดุจฤดีดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่“วันนี้คุณอาคินจะมาสรุปฤกษ์หมั้นกับยัยพิมพ์ ฉันไม่อยากเห็นหน้าจืดๆ ของเธอมาเดินเกะกะในบ้านอีก เข้าใจไหม!” ฉันแสร้งทำท่าตกใจจนไหล่ห่อ“ค่ะ... ค่ะคุณน้า มินจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”ฉันรีบก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงออกไปทางประตูหลังบ้าน ทิ้งให้แม่เลี้ยงยืนมองด้วยสายตาดูแคลน เธอคงสะใจที่เห็นฉันต้องไปคลุกดินคลุกทรายเหมือนคนใช้ แต่เธอไม่รู้หรอกว่านั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในเช้านี้สวนดอกไม้ของบ้านวรโชติเคยเป็นที่ที่แม่รักที่สุด แม่เคยบอกว่าดอกไม้พวกนี้มันซื่อสัตย์กว่าคน เพราะถ้าเราดูแลมันด้วยใจ มันจะเบ่งบานตอบแทนเราเสมอ แต่ห

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - 1 - ลูกสาวที่ถูกซ่อนไว้

    เช้าวันเสาร์ที่คฤหาสน์วรโชติวุ่นวายกว่าวันไหนๆ กลิ่นน้ำยาขัดพื้นและสเปรย์ปรับอากาศราคาแพงอบอวลไปทั่วโถงทางเดิน คนรับใช้เดินกันขวักไขว่เพื่อจัดเตรียมน้ำชาและของว่างเกรดพรีเมียมที่สั่งตรงจากโรงแรมห้าดาว ทุกคนในบ้านดูตื่นตัวราวกับกำลังจะต้อนรับการมาเยือนของพระเจ้าและสำหรับพ่อกับแม่เลี้ยงของฉัน... อัครินทร์ วัชรเมธากุล ก็คงไม่ต่างจากพระเจ้าจริงๆ“มินตรา! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวโถงกลาง!”เสียงแหลมสูงของคุณดุจฤดีแม่เลี้ยงที่รักของฉันดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เธอสวมชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวที่ดูพยายามจะดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่แววตาที่มองมาที่ฉันกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเหมือนเห็นหนอนแมลง“มินแค่จะไปหาอะไรทานในครัวค่ะคุณน้า” ฉันตอบด้วยเสียงเรียบๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อยให้ดูเหมือนเด็กที่ขี้ขลาดและยอมคน“ไม่ต้อง! วันนี้คุณอาคินจะมาคุยเรื่องกำหนดการแต่งงานกับยัยพิมพ์ ถ้าเขาเห็นว่าบ้านนี้มีลูกสาวท่าทางมอซอเหมือนเด็กรับใช้แบบเธอโผล่ออกมา มันจะเสียเรื่องไปหมด” เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วจิกสายตาใส่“ขึ้นไปอยู่บนห้องของเธอซะ ถ้าฉันไม่สั่งให้ลงมา ก็ห้ามเสนอหน

  • เล่ห์รักน้องเมียใต้อาณัติอาคิน   - บทนำ -

    ฉันยืนมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ของห้องนอนแคบๆ ที่ตั้งอยู่ปีกหลังสุดของคฤหาสน์ตระกูล ‘วรโชติ’เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีในกระจกส่งยิ้มบางๆ กลับมาหาฉัน ดวงตากลมโตสุกใสปราศจากเดียงสา ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดที่ได้รับสืบทอดมาจากผู้เป็นแม่ ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติโดยแทบไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงวันนี้ฉันเลือกสวมเดรสผ้าคอตตอนสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เรียบง่ายแต่ทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามสัดส่วน ช่วงคอเป็นสี่เหลี่ยมกว้างพอให้เห็นไหปลาร้าสวยงาม สวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีเบจตัวบางเพื่อเพิ่มความละมุนตา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกปล่อยสยายดัดลอนคลายๆ ดูไม่ได้ตั้งใจจัดทรงนักใครเห็นก็คงคิดว่าฉันคือ ‘น้องมิน’ ลูกสาวคนเล็กผู้อ่อนหวาน อ่อนโลก และบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบหึ... ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ซ่อนใบมีดอาบยาพิษเอาไว้ข้างในน่ะสิฉันแค่นยิ้มให้ตัวเอง ก่อนจะหยิบน้ำหอมขวดโปรดขึ้นมา มันไม่ใช่กลิ่นหอมฉุนยั่วยวนแบบที่ ‘พี่พิมพ์’ ลูกสาวสุดที่รักของพ่อกับแม่เลี้ยงชอบใช้ แต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และวนิลาจางๆ ให้ความรู้สึกเหมือนแป้งเด็กผสมกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ฉันฉีดมันลงบนจุดชีพจร ข้อมือ หล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status