LOGINดราฟแทบกระโจนเข้าไปเขย่าตัวดรีมแรง ๆ เดี๋ยวนั้น กล้าพูดออกมาได้ยังไงกัน เธอพูดอะไรออกมา
“มันเป็นใคร” ถามหน้าแดงก่ำ ได้ยินคำว่าแฟนใหม่อารมณ์เดือดดาลของดราฟแทบขาดสะบั้นลงเดี๋ยวนั้น “มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย” “ดรีม” “กลัวไม่รู้จักชื่อเหรอ” ดรีมถามหน้านิ่ง เรียกชื่อเธออยู่ได้ ดราฟกลัวจำชื่อดรีมไม่ได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ แล้วไอ้ท่าทีที่ทำเหมือนว่าดรีมทำอะไรผิดมาของดราฟมันคืออะไร “ดรีม” ดราฟกัดฟันกรอดข่มอารมณ์เดือดดาลของตัวเองไว้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่แฟนสาวของเขากลายเป็นคนปีกกล้าขาแข็งได้ถึงขนาดนี้ “อย่า ๆ” มาร์ครีบห้ามทัพก่อนเรื่องราวจะบานปลายไปมากกว่านี้ เมื่อไหร่คู่นี้มันจะคุยกันดี ๆ สักที เจอกันทีไรวางมวยใส่กันตลอด แบบนี้จะเข้าใจกันตอนไหน ดรีมเบนสายตาหนีดราฟอย่างไม่ต้องการมองหน้าเขา เธอเตรียมเอ่ยคำลา นั่งต่อเธอก็กินไม่ลงแล้ว ดรีมยังไม่เก่งพอที่จะเผชิญหน้าดราฟโดยไม่รู้สึกอะไร ยิ่งเห็นดราฟทำแบบนี้ ดรีมยิ่งรู้สึกแย่ ทำเป็นหวงก้วง ทั้งที่ตัวเองยังมีผู้หญิงคนใหม่ ดราฟกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเป็นมานานแล้วเพียงแต่ดรีมไม่รู้ก็เท่านั้น พอเลิกกันธาตุแท้มันเลยออกอย่างนั้นเหรอ “จะกลับแล้วเหรอ คุยกันก่อนสินาน ๆ ทีถึงเจอกัน” เห็นดรีมทำท่าลุกดราฟรีบสะกิดเพื่อนมือพัลวัน ส่งสายตาให้เพื่อนรั้งดรีมไว้ เจฟกลอกตามองอย่างระอา อยากตะโกนอัดหน้าดราฟว่า ‘ไอ้ห่า’ จริง ๆ อยากรั้งไว้เขาใจจะขาด แต่ปากก็ไม่หยุดพ่นคำเน่า ๆ ออกมาสักที ดรีมวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อตอนนี้เหมือนเธอกำลังโดนกดดันอยู่ยังไงอย่างนั้น ทุกสายตาภายในโต๊ะจับจ้องมายังเธอเป็นตาเดียว “นะ น้องดรีม” “เอ่อ” “แป๊บเดียว เดี๋ยวกลับพร้อมกันพวกพี่กินจะเสร็จละ” “ค่ะ” ดรีมตกลงอย่างจำยอม ทว่ามีบางคนกำลังใจยิ้มพอใจอยู่ ดรีมนั่งเงียบ ๆ ระหว่างรอคนอื่นกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ ระหว่างนั้นดรีมรับรู้ถึงสายตาที่มองมายังเธออยู่ตลอด พอดรีมมองกลับก็เห็นว่าดราฟยิ้มล้อเลียนเธออยู่ เขาเป็นบ้าหรือเขาลืมกินยาเขย่าขวดกันนะ ดรีมคิดในใจ นานหลายนาทีในที่สุดมื้ออาหารแสนอึดอัดนี้ก็จบลง ดราฟอาสาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้ ดรีมจึงคว้าสัมภาระเดินดุ่ม ๆ มาที่รถทันที ดราฟกับเพื่อนเดินตามหลังมาติด ๆ “เดี๋ยวขับรถไปส่ง” ดรีมกำลังเปิดประตูรถ ดราฟเข้ามาจับมือไว้ ดวงตากลมช้อนมองอย่างไม่พอใจ “ไม่จำเป็น” “มันอันตรายดรีม” “เหอะ” ดรีมหัวเราะหยันออกมาให้กับคำพูดนั้น “เอากุญแจรถมา เดี๋ยวขับไปส่ง” “ไม่จำเป็นดราฟ” “เอามา” “ฉันขับเองได้” “ก็รู้แต่จะเดี๋ยวขับให้ไง มันดึกแล้วดรีมมันอันตราย” ดรีมเม้มปากข่มความรู้สึกแน่น “เอามา” “ไม่อะ” “อย่างี่เง่าได้ไหมวะดรีม” ดราฟพูดเสียงดังใส่ เขาเริ่มมีน้ำโหกับความดื้อด้านของหญิงสาว แค่จะขับรถไปส่งบ้านมันจะอะไรกันนัก เขาไม่ได้พาเธอไปฆ่าสักหน่อย จึก ‘งี่เง่า’ คำนี้มันกระแทกเข้ามาในความรู้สึกดรีมจัง ๆ หากเธองี่เง่าขนาดนั้นเขามายุ่งกับเธอทำไมกัน มายุ่งทำไม พลั่ก ดรีมผลักดราฟออกอย่างแรง มันจะอะไรกันนักหนา จะตบหัวแล้วลูบหลังกันไปถึงไหน เธอเองก็มีหัวใจ เจ็บได้ ร้องไห้เป็น ไม่ได้ไร้หัวใจเหมือนอย่างเขา “เลิกวุ่นวายสักทีได้ปะ เลิกกันแล้วไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นห่วงเป็นใยกันหรอกดราฟ เอาเวลาที่นายมาทำแบบนี้ไปห่วงคนของนายเถอะ” “แม่ง น่าเบื่อ” ดราฟสบถออกมาอย่างลืมตัว แต่ดรีมได้ยินมันอย่างชัดเจน ดรีมนิ่งไปเลย ‘น่าเบื่อ’ แค่เพียงคำนี้หลุดออกมาจากปากเขา วินาทีนั้นเหมือนมีเข็มนับพันพุ่งแทงเข้ามาในตัวดรีมจัง ๆ มันแทงซ้ำ ๆ ย้ำไปถึงบาดแผลเก่าข้างใน มันหวนให้ดรีมคิดถึงคำพูดของดราฟในวันนั้น ‘กูเสียเวลาชีวิตกูไปเก้าปีแล้วนะเว้ย กูอยากมีชีวิตอิสระ กูไม่อยากมีพันธะ กูเบื่อ’ วันนั้นเขาก็พูดแบบนี้ วันนี้ดราฟฆ่าดรีมด้วยคำพูดเดิมอีกครั้ง เขาใจร้ายกับเธอจัง เขาใจร้ายกับคนที่รักเขามากขนาดนี้ได้ยังไงดรีมกับดราฟมาเที่ยวพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เราตะลอนเที่ยวกันหลายที่มาก ๆ ที่ไหนเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเราไปมาหมดเป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่ดรีมกับดราฟได้ชาร์จพลังไปเต็ม ๆ เลยก็ว่าได้ มัวแต่เที่ยวกันอย่างมีความสุขจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว พอนึกได้ใบหน้าสวยก็หม่นเศร้าลงเล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ดรีมอยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักหน่อย มีที่เที่ยวอีกหลายที่เลยที่ดรีมยังไม่ได้ไป แต่จะให้ดรีมอยู่นานกว่านี้ก็ไม่ได้อีกเมื่อทั้งดรีมและก็ดราฟต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบกัน งานดรีมไม่เท่าไรแต่งานของดราฟสำคัญสุด ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของดราฟตีตลาดได้แล้วกำลังฮิตมาก ๆ ในหมู่วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ขาดเนื่องจากคุณภาพของสินค้ามันดีและเสื้อผ้าก็ดูทันสมัยเข้ากับยุคสมัยนี้ กิจการของดราฟกำลังไปได้สวยมาก ดรีมจึงไม่อยากให้ดราฟต้องเสียงานเสียการเพราะเธอ ไว้เราหาเวลาว่างแล้วมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้ “ครั้งหน้าเราไปต่างประเทศกันดีไหมคะ”ระหว่างนั่งทานหมูกระทะกันอยู่ เราคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ดรีมก็วกมาเรื่องเ
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่ดรีมตัดสินใจให้โอกาสดราฟอีกครั้งนับเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วที่ดราฟย้ายมาอยู่บ้านของดรีม ดรีมไล่ดราฟแล้วไล่ดราฟอีกแต่ดราฟก็ไม่ยอมกลับ เขาหาข้ออ้างสารพัดมาต่อรองให้ดรีมใจอ่อนยอมให้เขาอยู่บ้านด้วย ดราฟบอกว่าเป็นห่วงไม่อยากให้ดรีมอยู่คนเดียว ดรีมฟังคำพูดของดราฟก็ได้แต่นึกหมั่นไส้อยู่ในใจบางครั้งดรีมก็อยากแพ้เสียงในหัวตอกกลับดราฟเหมือนกัน ทว่าการหยิบยกเรื่องเก่า ๆ มาพูดใช่ว่าจะดีสักเท่าไร สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ควรให้มันไป ดรีมคิดว่าดรีมควรโฟกัสกับปัจจุบันตรงหน้าดีกว่ายึดติดกับสิ่งที่เคยทำให้เจ็บปวด หลายคนอาจมองว่าดรีมโง่ที่ให้โอกาสดราฟอีกครั้ง ซึ่งความจริงดรีมอาจจะเป็นคนโง่อย่างที่หลายคนคิดกัน มีที่ไหนเขาทำให้เจ็บช้ำขนาดนั้นยังกลับไปหา หากเป็นคนอื่นคงมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้ว ที่ผ่านมาดรีมก็ลองคุยกับคนใหม่ ๆ เหมือนกันแต่คุยได้แค่หนึ่งถึงสองวันดรีมก็ตีตัวออกห่างเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดรีมต้องการหรือไม่ก็อาจเป็นเพราะดรีมยังมีดราฟอยู่เต็มหัวใจจนทำให้ดรีมไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ หลังจากที่ดรีมได้เคลียร์กับดราฟได้เห็นถึงความพยายามและความจริงใจที่ดราฟแสดงออกต่อดรีม ดร
ดราฟเดินผิวปากเข้ามาในห้องทำงานของมาร์คอย่างอารมณ์ดี สีหน้าชื่นมื่นจนเพื่อน ๆ ที่มองมาต่างพากันทำหน้าสงสัยว่าดราฟไปโดนตัวไหนมาถึงได้ดีดเหมือนม้าดีดกระโหลกแบบนี้ “อารมณ์ดีมาเชียวนะมึง” ทีกระแนะกระแหนดราฟด้วยความหมั่นไส้ มีความสุขเหลือเกินทั้งที่สองวันก่อนยังร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่แท้ ๆ “ก็คนมีความสุขจะให้ร้องไห้หรือไงวะ” ดราฟยอกย้อนกลับอย่างไม่ยี่หระเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เจฟที่นั่งเล่นมือถืออยู่ไม่พูดไม่จา “ดรีมยอมคืนดีกับมึงแล้วว่างั้น” มาร์คถามเสียงหยัน ดราฟไม่ตอบแต่ยักคิ้วหลิ่วตาให้มาร์คแทน ท่าทีน่าหมั่นไส้จนอยากเอาตีนยันหน้าให้หงายหลัง “ใครจะไปคืนดีกับมัน” เจฟเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาพูดจาแดกดันใส่ดราฟ “ใครจะอยากได้คนหมา ๆ แบบมันกัน” “ดรีมไง” ดราฟยิ้มกว้างตอบด้วยความภาคภูมิใจสุด ๆ “เอาดี คืนดีกันแล้วเหรอ” ทีลนลานถามระคนอยากรู้อยากเห็น “ระดับกู” ดราฟเชิดหน้าตอบอย่างภาคภูมิใจสุด ๆ หนึ่งเดือนที่ดราฟเพียรพยายามง้อดรีมอย่างไม่ลดละในที่สุดความพยายามของดราฟก็สัมฤทธิ์ผลสักที ดรีมยอมใจอ่อนให้ดราฟแล้วแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เรากลับมาคืนดีกันแต่เรายังไม่
ดรีมปล่อยให้ดราฟร้องไห้จนกว่าดราฟจะพอใจท่ามกลางความงันของดรีม ดรีมไม่มีคำพูดปลอบใจดราฟดรีมมีเพียงสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือของเธอเท่านั้นที่ทำหน้าที่ปลอบประโลมดราฟอย่างอ่อนโยน เนิ่นนานหลายนาทีกว่าดราฟจะหยุดร้องไห้ ดวงตาแดงก่ำช้อนขึ้นมองสบตาดรีมอย่างเว้าวอนน่าสงสาร “ดรีมเกลียดดราฟไหม” ดราฟถามเสียงแผ่วเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นคำตอบที่ดราฟไม่อยากได้ยิน ทว่าดรีมกลับเงียบไม่ตอบคำถามดราฟเสียอย่างนั้น แววตาที่ดรีมมองกัน ดราฟเดาไม่ได้เลยว่าดรีมคิดอะไรอยู่ เห็นท่าทีนิ่งเฉยของดรีม ดราฟจึงทึกทักไปเองแล้วว่าดรีมเกลียดเขามาก ถึงกระนั้นต่อให้ดรีมเกลียดดราฟจริง ๆ ดราฟจะทำอะไรได้นอกจากความยอมรับความจริงในเมื่อสิ่งที่ดราฟทำมันควรค่าที่จะโดนดรีมเกลียด “มันก็สมควรแล้ว” ดรีมหน้านิ่วคิ้วขมวดมองคนบ่นพึมพำไม่หยุดอย่างนึกขัน ดรีมเพิ่งรู้วันนี้ว่าดราฟเป็นพวกเวิ่นเว้อพอสมควร คิดเองเออเองเก่ง เขาชอบคิดแทนคนอื่นมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน การที่ดรีมไม่ตอบไม่ได้หมายความว่าดรีมเกลียดดราฟสักหน่อย ดรีมเงียบเพราะสมองของดรีมกำลังประมวลผลความคิดอยู่ต่างหาก ดรีมกำลังปะติดปะต่อเรื