Share

ตอนที่ 2/2

last update publish date: 2026-03-10 17:29:17

บ้านปูนสองชั้นที่ถูกเติมแต่งด้วยสีส้มอ่อนและถัดไปอีกทางหนึ่งจะเป็นอุโมงค์สำหรับปลูกผักสวนครัว ซึ่งบ้านที่กล่าวมานั้นคือบ้านของเปรมสิริตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก

ก๊อกๆ

เปรมสิริที่นั่งอ่านนิตยสารบนโซฟาตัวใหญ่หันไปมองด้วยความรู้สึกแปลกใจ เพราะวันนี้มีแค่เธออยู่บ้านคนเดียว ซึ่งถ้าใครจะมาหาก็ต้องนัดเธอไว้ล่วงหน้าสะก่อน

“ใคร?” เปรมสิริพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้

“ฮายยยย”

“ว๊าย” เปรมสิริร้องเสียงหลงเพราะตอนไปเปิดประตูไม่เห็นมีใคร ต่อมาสักพักเพื่อนทั้งสองก็กระโดดออกมาคนละทางทำเอาเปรมสิริเกือบหัวใจวายตายอยู่ตรงนั้น

“พวกแกทำบ้าอะไรเนี่ย” เปรมสิริยังไม่หายจากอาการตกใจพลันใช้มือทาบอกจนพัชสิกาเบิกตากว้างเข้ามาพยุงตัวด้วยความเป็นห่วง

“ขอโทษนะแก ไม่คิดว่าจะเซอร์ไพรส์แรงขนาดนี้” วันนี้พัชสิกาและคิวมิกส์ตั้งใจจะชวนกันมาติวหนังสือสอบเพราะอาทิตย์หน้าจะเป็นสอบไฟนอลก่อนจบการศึกษา แต่เป็นคิวมิกส์สะเองที่ชวนให้พัชสิกามาหาโดยไม่บอก เพราะต้องการทำเรื่องแบบนี้นี่แหละ

“ไม่เป็นไรหรอก” เปรมสิริค่อยๆจับมือพัชสิกาออกพร้อมปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติ “ว่าแต่พวกแกมาทำอะไรกัน”

“เอ๊า อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ ก็ต้องมาติวหนังสือกันสิ” พัชสิกาตอบยิ้มๆ

“ไม่รู้เลยนะเนี่ย นึกว่าจะไปติวที่มหาวิทยาลัยเลย” เพราะอาทิตย์หน้าวันจันทร์ถึงศุกร์คาบว่างเริ่มเยอะขึ้น เปรมสิริจึงเข้าใจไปแบบนั้น

“ก็ว่าจะทำแบบนั้นแหละ แต่อยากได้คะแนนเยอะๆเลยอัดความรู้ให้แน่นๆหน่อย” พัชสิกาพูดก่อนจะเดินไปข้างในและรู้สึกเหมือนเปรมสิริจะอยู่คนเดียว

“พ่อกับแม่แกไม่อยู่เหรอ” เธอวางหนังสือเตรียมสอบไว้ที่โต๊ะข้างหน้าโซฟาก่อนจะหย่อนตัวนั่งตาม

“อืม” เปรมสิริเดินเลี่ยงไปเปิดตู้เย็นเพื่อรินน้ำให้เพื่อน ส่วนคิวมิกส์ที่ถูกพัชสิกาโทรปลุกแต่เช้าหาวว่อนสะแมลงวันจะบินเข้าปากให้ได้

“ไม่อยู่นั่นแหละดีแล้ว ฉันจะได้ไม่อ้วนขึ้น”

“ทำไมอ่ะ” พัชสิกาเลิกคิ้วมองพร้อมหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดรอ ขณะนั้นเปรมสิริก็เดินเอาน้ำเย็นมาให้พอดี

“ก็เพราะมาทีไรหยิบนั่นหยิบนี่มาให้ตลอดน่ะสิ กินจนจะอ้วน ผู้ชายแทบจะไม่ชอบอยู่แล้ว” พัชสิกายิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ

“แหม่ เอามาให้ก็กินอยู่ดีทั้งๆที่ตัวเองปฏิเสธได้อยู่แล้ว” เปรมสิริยิ้ม

“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากเกิดมาเป็นลูกแม่แกนะ ทำอาหารอร่อยเกิน” เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารให้คิวมิกส์กิน ถึงทำให้กินก็ไม่อร่อยเท่าบ้านหลังนี้

“แป๊บเดียวก็จะแยกกันไปเติบโตแล้วอ่ะ ฉันคงเหงาแย่ ไม่อยากมีเพื่อนใหม่เลย” เปรมสิริบ่นอิดออด

“จะมาเสียดายช่วงเวลาวัยเด็กทำไม เราทั้งสามควรแยกย้ายกันไปเติบโตนั่นแหละดีแล้ว” พัชสิกาที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลาให้ข้อคิดเพื่อน ทั้งที่ใจลึกๆเธอก็เผลอมีความรู้สึกแบบนั้นไม่ต่างกัน แต่ความจริงเราก็ควรเดินหน้าต่อไม่ใช่หรือ

“คิดน้อยนะแกเนี่ย” คิวมิกส์จิ้มนิ้วไปที่ขมับเปรมสิริก่อนจะสั่งสอนบ้าง “เราแค่แยกย้ายกันไปเติบโต เลิกงานก็ยังแวะมาหากันได้ ทำอย่างกับจะแยกกันไปตายงั้นแหละ”

“ฉันก็แค่บ่นไปงั้น แกจะแอ็คติ้งโอเวอร์ไปทำไมไอ้แต๊ว” เปรมสิรินั่งเท้าสะเอวจ้องไปที่ดวงตาของคิวมิกส์อย่างไม่มีใครยอมใครจนพัชสิกาต้องรีบห้ามศึก

“พอๆ ถ้ามัวแต่ทะเลาะกันจนถ่วงเวลาหาความรู้ มีหวังเรียนไม่จบกันแน่ๆ” พัชสิกาขู่ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนก็ยอมสยบศึกกันจริงๆ

“พอถึงวันรับปริญญาฉันจะแต่งตัวสวยๆดูดีๆถ่ายรูปกับพ่อแม่ อบอุ๊นอบอุ่น” คิวมิกส์ทำท่าทางดีใจราวกับอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แต่กลับสร้างต่อมความรู้สึกในหัวใจให้พัชสิกาขึ้นมาดื้อๆ

“เป็นไรหรือเปล่าพัช หน้าเศร้าลงเลย” เปรมสิริเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง คิวมิกส์ผู้จับความรู้สึกได้ปรับสีหน้ารู้สึกผิดแทบไม่ทัน

“ฉันขอโทษน้า” เพราะพัชสิกาคิดถึงพ่อกับแม่ที่จากไปตอนยังเด็กนั่นเอง

“ไม่เป็นไรหรอก แค่คิดถึงพ่อแม่เฉยๆ”

“แกเนี่ยพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย” เปรมสิริหันไปตำหนิซึ่งพัชสิกาก็ห้ามอีกฝ่ายตาม เพราะเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคิวมิกส์ คิวมิกส์มีสิทธิ์ตื่นเต้นเวลาพูดถึงพ่อแม่ได้ กลับกลายเป็นเธอสะเองที่ยังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้

ยังคงคิดถึงพ่อและแม่อยู่ร่ำไป

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่เธอยังเยาว์วัยพ่อกับแม่พัชสิกาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มันเร็วมากจนพัชสิกาไม่ทันตั้งตัวแม้กระทั่งจะไปดูใจเป็นครั้งสุดท้ายยังไม่มีโอกาส

**********************************************

“สวัสดีค่ะ คุณแม่” แพนนีญาร์ยกมือไหว้สุวรรณรัตน์เมื่อเดินเข้ามาถึงในตัวบ้าน แต่สุวรรณรัตน์กลับทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่อยากต้อนรับเธอสักเท่าไหร่ ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ต้องจำใจปฏิบัติตัวดีไว้ก่อนเพื่อผลประโยชน์ที่จะได้รับในวันข้างหน้า

“สวัสดีจ้ะหนูแพน มาหาคิมเหรอ” สุวรรณรัตน์ไหว้รับแบบส่งๆ ที่ทักไปแบบนั้นเพราะเห็นเจ้าตัวมาที่บ้านทีไรก็ชอบถามหาลูกชายตนตลอด มองแล้วก็รู้สึกเบื่อกอปรกับรำคาญ

“รู้ใจแพนดีจังเลยนะคะคุณแม่ ใช่ค่ะ...มาหาพี่คิม” แพนนีญาร์ส่งยิ้มแบบฝืนๆซึ่งสุวรรณรัตน์ก็ไม่น้อยหน้าที่จะตอบกลับไปแบบเจ็บๆ

“ก็มีอยู่แค่คนเดียวไม่ใช่เหรอที่ชอบมาหาทุกครั้ง พอดีฉันเป็นคนชอบสังเกตและก็ทักตามจุดสังเกตไปตามประสา”

แพนนีญาร์แสยะยิ้มก่อนจะเข้าเรื่อง “หึ ถ้ารู้แล้วก็ตอบมาสิคะว่าพี่คิมไปไหน ยึกยักระวังบริษัทจะไม่เป็นสุขเอานะคะ”

“ถ้าฉันกลัวฉันไม่เฉยๆกับเธอมาเท่าทุกวันนี้หรอก” สุวรรณรัตน์รู้ดีว่าครอบครัวของแพนนีญาร์เป็นคู่ค้าแต่ตนและกฤษไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครมาหยามหน้ากันได้ง่ายๆ เสียคู่ค้าไปแค่รายเดียวไม่ทำให้ครอบครัวเธอขาดทุนย่อยยับได้หรอก เผลอๆกำไรในแต่ละปียังมีมากพอที่จะไปสานสัมพันธ์กับคู่ค้ารายอื่นๆต่อได้

ไปเอาความมั่นใจมาแต่ไหนไม่ทราบ

“งั้นก็บอกมาสิคะ ยึกยักทำไม” แพนนีญาร์เริ่มอารมณ์เสีย วันนี้คิมหันต์ไม่อยู่เธอจึงปล่อยตัวตามอารมณ์ได้แล้วถ้ามีใครหน้าไหนไปฟ้องคิมหันต์ละก็....

ได้เห็นดีกันแน่!

“ไปทำงาน มีอะไรกับคิมก็รีบว่ามา ฉันจะไปบอกเขาให้”

“ยังดีกว่าค่ะ เอาไว้บอกเวลาอยู่ด้วยกัน ‘สองต่อสอง’” แพนนีญาร์ยิ้มทำทีเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าก่อนจะหมุนตัวกลับโดยไม่ไหว้ลาสุวรรณรัตน์เลย

สุวรรณรัตน์ได้แต่มองตามแผ่นหลังนิ่งๆพลันจิบกาแฟอย่างไม่รู้สึกรู้สา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนพิเศษ

    “เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนจบ

    “เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค

  • เล่ห์รักลวงใจ   42/4

    หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย

  • เล่ห์รักลวงใจ   42/3

    หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง

  • เล่ห์รักลวงใจ   42/2

    “คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง

  • เล่ห์รักลวงใจ   41/1

    “คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนที่ 12/3

    คิมหันต์พาพัชสิกามาถึงโรงแรมหรูตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต เปิดหน้าต่างออกไปจะมีระเบียงกว้าง เบื้องหน้าจะเห็นเป็นพื้นผิวทะเลกระทบเข้ากับแสงไฟในยามค่ำคืนสวยสบายตาหญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างได้สักพักก่อนจะหันกลับมาเห็นเขาจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว พัชสิกาถอนหายใจเบาๆก่อนจะถามเรื่องสุขภาพเขาเพราะเขาเป็นฝ่ายขับรถพา

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนที่ 11/4 & 12/1

    “ผมช่วยนะครับ” จังหวะภาคินกำลังจะหยิบผักในตะกร้ามือของเขาและเธอก็ประสานกันพอดี “เอ่อ ผมขอโทษครับ” “ไม่เป็นไรค่ะพัชเข้าใจ เรามาช่วยหั่นดีกว่าค่ะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบาๆ ขณะที่ทั้งสองกำลังหัวเราะให้กันคิกคักกลับกลายเป็นจุดโฟกัสของใครบางคนใช่! คิมหันต์แอบจอดรถหลบมุมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนที่11/3

    “คือ...ฉันไม่ได้บอกว่าป้าฉันเป็นอะไร แค่บอกว่าเอามาใช้จ่ายจำเป็นเฉยๆ” พัชสิกาตั้งใจจะไม่ให้คิมหันต์รู้เรื่องทิพวรรณและไม่ต้องการบอกเพื่อนด้วยว่าแท้จริงแล้วเธอ ‘ขายตัว’ ไม่งั้นป้าเธอต้องรู้เรื่องนี้จนทำให้ป่วยหนักกว่าเดิมแน่ๆ “ไหนแกบอกว่า ตอนไปยืมแจ้งเขาว่าไปรักษามะเร็งป้าไม่ใช่หรือไง” คิวมิกส์ผู้

  • เล่ห์รักลวงใจ   ตอนที่ 11/2

    “ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status