LOGINเจอกันตอนไหนไม่เจอ มาเจอตอนที่นางไร้เครื่องประทินโฉม มีหวังภาพจำในใจศิษย์พี่ นางคงคะแนนติดลบไปแล้ว
ร่างเล็กนั่งตัวเกร็ง ห้านิ้วสอดเข้ากลุ่มผมสางลงมาจัดระเบียบ เจอคนที่แอบรักความกล้าที่เคยมีไม่รู้หดหายไปไหนหมด
บุรุษน้อยใหญ่ก็เคยเกี้ยวพามานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยรู้สึกว้าวุ่นใจเท่าตอนที่รู้ว่า คนตรงหน้าคือศิษย์พี่ที่นางแอบรักเลย
ศิษย์พี่ใหญ่คงไม่รู้ว่า นางเฝ้าทะนุถนอมความบริสุทธิ์มานับยี่สิบปีเพื่อรอศิษย์พี่คนเดียว บุรุษอื่นก็แค่มองเป็นอาหารตา เกี้ยวพาบ้างเติมความชุ่มฉ่ำให้หัวใจ ไฉนเลยจะมีใครมาแทนศิษย์พี่ใหญ่ของนางได้
อาจารย์เห็นลูกศิษย์ก๋ากั่นไร้ความเหนียมอายเกี้ยวบุรุษไปทั่ว นั่งหลังตรงเม้มปากก้มหน้างุด มือสางผมเป็นระวิงก็หัวเราะลั่นออกมา “เมื่อวานไปสร้างวีรกรรมเอาไว้ที่โรงน้ำชา ไม่เห็นจะอายแบบนี้บ้าง”
อาจารย์!! ไม่ต้องพูดเพ่ยเพ่ยขอร้อง
“เจ้าได้ข่าวหรือไม่อาห้าว ศิษย์น้องของเจ้าถูกบุรุษเมินจึงท้าเขาต่อสู้ เป็นครั้งแรกเลยนะที่นางเจอเหตุการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาน่ะมีแต่บุรุษวิ่งตาม ข้าอยากรู้จริงว่าคนผู้นั้นเป็นใคร จึงเอาชนะจิ้งจอกน้อยของสำนักเมฆาเราได้ ข่าวว่าศิษย์น้องเจ้าราวถูกสายฟ้าฟาด หน้าดำผมชี้เลยทีเดียว”
“มอ....” เพียงขยับปากมือเล็กนุ่มก็ปิดทับลงมา
ตงจื่อห้าวหรี่ตามองศิษย์น้องที่วิ่งพรวดเดียวก็โถมตัวเข้ามาถึงตัวเขา มือข้างหนึ่งของนางกดท้ายทอยเขาไว้ไม่ให้ขยับ มืออีกข้างปิดปากไม่ให้เขาพูด ร่างนุ่มนิ่มล้มทับลงมาบนกาย จนเขาหงายหลังลงพื้น อะไรต่อมิอะไรที่อวบอูมสัมผัสชัดเจนที่แผงอกเขา อืม เหมือนจะใหญ่ไม่น้อยทีเดียว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนาง พาให้มุมปากภายใต้ฝ่ามือนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย ทว่าเพียงครู่เดียวก็คงสีหน้าเรียบนิ่งเอาไว้ เขาไม่คิดจะเอ่ยถึงเรื่องเมื่อวันก่อนสักหน่อย แค่จะบอกอาจารย์ว่าไม่รู้เท่านั้นเอง
“อาจารย์ เรื่องมันผ่านไปแล้วเจ้าค่ะ ไม่ควรพูดถึงอีก อย่าพูดถึงอีกเลย” ขืนพูดอีกใบหน้างาม ๆ ของศิษย์ไม่รู้จะกล้าเงยมองศิษย์พี่ได้หรือไม่
อาจารย์ได้โปรดเห็นใจเพ่ยเพ่ยด้วย
ตงจื่อห้าวยื่นมือไปจับเอวเล็กแผ่วเบา คนตัวเล็กรีบผละออกราวต้องของร้อน ลุกขึ้นยืนยืดตัวตรงเหมือนกระต่ายน้อยตื่นตูมแก้มแดงปลั่ง เขาเพียงลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าไม่พูดหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมาทั้งนั้น
“ฮ่า ฮ่า ได้ ๆ ๆ ไม่พูดอีก อาจารย์จะไม่พูดถึงอีก”
ใจของจูเพ่ยเพ่ยเต้นตึกตัก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาแม้กระทั่งอาจารย์ ที่ผ่านมาหยอกเย้าบุรุษมาก็มาก แต่ไม่เคยมีใครทำให้นางถูกใจตั้งแต่แรกพบเหมือนศิษย์พี่เลยนี่นา
เห็นครั้งแรกรู้เลยว่าคนผู้นี้คือคู่บำเพ็ญของนางแน่ เลยต้องทำทุกวิธีเพื่อหลอกล่อให้เขามาบำเพ็ญคู่ให้ได้
แสร้งสะดุดขาล้มเพื่อจะได้ไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งสร้างความใกล้ชิด เขาดันใช้กระบี่รับนางไว้เอวแทบเคล็ด
คุณชายท่านช่างซื่อบื้อไม่เข้าใจสถานการณ์เอาซะเลย
จูเพ่ยเพ่ยผู้ต้องการบุรุษมาบำเพ็ญคู่เพื่อรักษาชีวิต ชวนชายหนุ่มรูปงามพูดคุย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด เพราะเวลาชีวิตนางเหลือน้อยเต็มทีแล้ว “คุณชายข้ามีเกมสนุกมาเล่นกับท่าน สนใจหรือไม่”
“ศะ ศะศิษย์พี่” จูเพ่ยเพ่ยเรียกซ้ำด้วยความสุขล้น นางรู้ว่าถ้านางเรียกแบบนี้ เขาจะลงโทษนางด้วยจุมพิตกระชากวิญญาณ ที่เร่งเร้าให้กลางกายสาวนางเปียกเยิ้ม และแล้วเขาก็บดจูบนางลงมาอย่างที่คิด จุมพิตนี้เนิ่นนานหวานล้ำเป็นที่น่าพอใจ“เรียกอีกครั้ง” ตงจื่อห้าวทำหน้าขึงขัง“สามี” หญิงสาวเอ่ยพลางยกยิ้มอ่อนโยนก้มหน้าหลบสายตา“ภรรยารัก” เขาชอบที่นางเรียกว่าสามี หัวใจเขาเต้นแทบไม่เป็นจังหวะที่เห็นนางเขินอายหลบสายตา วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างบาง ก่อนจะตวัดตัวนางมานั่งบนตัก แล้วประกบเรียวปากดูดกลืนวิญญาณนางอย่างทานทนไม่ไหว“อื้อ”จูเพ่ยเพ่ยถูกมือหนาฟ้อนเฟ้นลามไล้ไปตามจุดกระสัน ทำให้ตอนนี้ร่างบอบบางสั่นระริกวาบหวาม ชุดเจ้าสาวถูกเปลืองออกอย่างรวดเร็ว นางที่ถูกฝึกฝนมาจนชำนาญ ก็เร่งปลดเปลื้องชุดเจ้าบ่าวให้พ้นจากเรือนกายกำยำเช่นกันตงจื่อห้าวซุกหน้าเขากลางอกอุ่นแล้วดูดดุนเล็มเลีย “เพ่ยเพ่ยพี่คิดถึงเจ้าแทบจะคลั่งตายแล้ว”ก่อนแต่งงานเขาไม่เคยแตะต้องนางเลยสักครั้ง ทำให้ยามนี้อารมณ์ปรารถนาลุกโชน แค่เห็นหน้านางเอ็นอุ่นของเขาก็ชี้ชันโดยไม่ต้องเล้าโลมตึก ตึก ตึก“เพ่ยเพ่ยก็คิดถึงท่านมาก” ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้
หญิงสาวยังคงยืนนิ่งสะอื้นไห้แบบไร้เสียง มือนิ่มยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหมุนตัวถลาวิ่งไปกอดคนตัวโต“คนเจ้าเล่ห์ ท่านแค่พูดตรง ๆ ข้าก็ตอบตกลงแล้วไม่รู้หรือ”คนตัวโตนิ่งค้างหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ สัมผัสอันคุ้นเคยพาให้เขากระชับกอดนางแน่นด้วยความดีใจ เขาไม่กล้าปล่อยวงแขนออก กลัวว่าหากปล่อยแล้วนางจะสลายหายไปจากอ้อมกอดเขาตลอดกาล“พี่ไม่กล้า พี่กลัวเจ้าหวาดกลัวพี่ พี่กลัวเจ้าหนีพี่ไป และที่กลัวที่สุดคือเจ้าไม่รักพี่”“แค่ก แค่ก ศิษย์พี่ เพ่ยเพ่ย หายใจ ไม่ออก” หญิงสาวเอ่ยเสียงติดขัด หากศิษย์พี่ยังรัดแน่นเช่นนี้นางคงขาดอากาศหายใจในไม่ช้าเขาก้มมองดวงหน้าเล็กที่ดูอึดอัดจะขาดใจก็คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย “เจ้ายังโกรธอยู่หรือไม่”“โกรธสิเจ้าค่ะ” หญิงสาวทำหน้าง้อก่อนจะเขย่งเท้าจุมพิตที่คางของคนตัวโต “แต่เพ่ยเพ่ยรักศิษย์พี่มากกว่า ไม่อยากให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ทำลายความสุขทั้งชีวิตของเรา”ตงจื่อห้าวส่งยิ้มละมุมให้กับคนตัวเล็ก ก่อนจะโน้มหน้ามาจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่ออย่างทะนุถนอม เนิ่นนานเขาถึงยอมผละออก “ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ นับจากนี้พี่สัญญาจะไม่ใช้เล่ห์กลใด ๆ กับเจ้าอีก พี่รักเจ้านะเพ่ยเพ่ย”“เพ
“ใช่” เสียงตอบรับของนางแผ่วเบา ไม่มีการตะคอกด่าทอ แต่กลับกดอากาศรอบตัวให้แน่นตึงจนคนตัวโตนึกหวาดกลัวเขาอยากเอ่ยคำแก้ตัว แต่ริมฝีปากกลับแข็งค้าง เขารู้ดีว่าเขาจงใจ เขาใช้เล่ห์กลเพื่อให้ได้นางมาครอบครอง เขารู้ตัวว่าเขาทำผิด ทว่าเขาก็รักนางเกินกว่าจะห้ามใจเขาไม่อยากให้นางเที่ยวไปเกี้ยวใครต่อใครอีก จึงวางกับดักให้นางเป็นฝ่ายเข้าหาเขาเรื่องตำรานั้นหลายเดือนก่อนเขาฝากศิษย์น้องในสำนักนำไปไว้ในห้องหนังสือ เพราะรู้ว่านางอยากบรรลุขั้น และเพื่อกระตุ้นนางให้เข้าหา เขาจึงเติมข้อความไปว่า ฝึกครบสามปีไม่บรรลุจะต้องตายทำให้นางนั้นติดกับเขาโดยง่าย เพราะนางฝึกมาใกล้ครบสามปีแล้ว เมื่อนางเหลือเวลาไม่กี่วันเขาก็ปรากฏตัว ควบคุมเพลิงรัตติกาลให้ส่องสว่างอย่างจงใจต่อหน้านางเขาระบุชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่มีเหมยรัตติกาลส่องสว่างกลางหน้าผาก เป็นเพราะเขาควบคุมวิชาบุปผาเพลิงได้และฝึกจนบรรลุแล้ว เพื่อไม่ให้นางตกลงบำเพ็ญกับผู้อื่น แผนนี้ของเขาลุลวงได้ผลดี แต่ทว่า...ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไร ทำให้ตอนนี้เขารักษาสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้อีก ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัว กลัวว่าจะเสียนางไป กลัวว่านางจะไม
จูเพ่ยเพ่ยหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันตาเห็น นางก้มหน้าเอียงอาย “อีกไม่นานเพ่ยเพ่ยก็จะบรรลุแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เหลือเพียงบทสุดท้ายแล้ว” เมื่อคิดถึงท่าบำเพ็ญที่ไม่เคยซ้ำกันจูเพ่ยเพ่ยก็ขนลุกขนพองขึ้นมาเอาดื้อ ๆ“เจ้าจะบรรลุได้อย่างไร วิชานี้จะต้องรับพลังปราณ จากอาจารย์เจ้าถึงจะบรรลุได้”จะเป็นไปได้อย่างไร ตำราบรรลุเพลิงอัคคีที่ศิษย์พี่ให้มา ไม่ได้บอกเรื่องพลังปราณของอาจารย์ในนั้นเลย “ขอศิษย์ดูหน่อยเจ้าค่ะ”โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ในตำราของอาจารย์ไม่มีการบรรลุขั้นด้วยวิธีพิเรนทร์เหมือนของศิษย์พี่เลย แค่อาจารย์ถ่ายปราณให้นางก็สามารถบรรลุขั้นได้แล้ว“อาจารย์ถ้าฝึกวิชานี้ให้บรรลุขั้นไม่ได้เพ่ยเพ่ยจะตายไหมเจ้าค่ะ”“จะบ้าหรือ วิชาที่อาจารย์เลือกให้ย่อมไม่มีทางทำร้ายศิษย์ มานั่งลงอาจารย์จะถ่ายปราณให้ เจ้าอยากหลอมยาขั้นหนึ่งได้มาตลอด จะได้สมปรารถนาสักที”จูเพ่ยเพ่ยนั่งลงก่อนจะหัวเราะขึ้นเบา ๆ เสียงหัวเราะแห้งผากเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกแผดเผาจนกรอบ ในอกมีบางอย่างแตกดังเปาะแม้จะพยายามควบคุมตัวเองให้มั่นคง แต่ร่างเล็กก็ยังสั่นเทา นางถูกศิษย์พี่หลอก เขาทำแบบนี้ทำไมกันยามอาจารย์ถ่ายปราณนางก็นั่งเหม่อลอย แม้จะร
ปลายบานใหญ่ดันเข้าไปในรูบุปผาเล็กน้อย แล้วถอดกลับมาถูไถไปมาจนน้ำสีไสไหลออกมาเปียกแฉะ จูเพ่ยเพ่ยแทบคลั่งยิ่งเขาสัมผัสมากเท่าไรนางยิ่งต้องการเขามากเท่านั้นเอ็นอุ่นดุนดันล่วงล้ำเข้ามาทีละน้อย ความกระสันซ่านถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด เมื่อแท่งหยกร้อนดันเข้ามาสุดลำเอ็น ร่างเล็กรู้สึกเหมือนถูกฉีกทึ้งรุนแรงหยาดน้ำตาเม็ดไสไหลอาบแก้ม รู้สึกอึดอัดคับแน่นจนหายใจไม่ออก แม้ว่าเขาจะแช่ไว้แน่นิ่งก็ตาม“เพ่ยเพ่ยคนดี ผ่อนคลายหน่อยนะ”น้ำตาของนางถูกเรียวปากร้อนจูบซับอย่างอ่อนโยน ราวกับจะจูบซับเอาความเจ็บที่ถาโถมออกจากกายนางไปให้หมด เขาซุกไซร้จมูกไปตามซอกคอ ก่อนจะวกวนมาจุมพิตริมฝีปาก ปลุกเร้านางจนรู้สึกผ่อนคลายลงเอวสอบเริ่มขยับดุนดันเชื่องช้า จังหวะเสียดแทงเข้ามาอุ่นร้อน พาให้ความเจ็บร้าวเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นเสียวซ่านระคนจุกมือหนาฟ้อนเฟ้นอกเต่งตึงจนเนื้อล้นทะลักง่ามนิ้วออกมา ยิ่งเขาบีบแรงนางยิ่งซ่านสะท้านวาบหวิวไปทั้งกาย“อื้อ”เสียงครางหวานหูทำให้ตงจื่อห้าวรู้ว่านางคุ้นชินกับแท่งหยกของเขาแล้ว จังหวะเนิบช้าวาบหวามค่อย ๆ เร่งเร้ารุนแรงขึ้นตามแรงปรารถนาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนตับ! ตับ! ตับ!เรียวปากเล็
หญิงสาวตัดพ้อให้กับชีวิตตนแล้วหันมาสนใจเครื่องเพศใหญ่โตตรงหน้า นางลองใช้นิ้วแหย่รูเล็กนั่นกดเบา ๆ ก็เข้าไปไม่ได้“ศิษย์พี่รูของท่านคับแคบนักนิ้วเพ่ยเพ่ยใหญ่เกินไป”ตงจื่อห้าวยิ้มกว้างให้กับความไร้เดียงสาของนาง จุมพิตเงอะงะงุ่มง่ามของกระต่ายน้อย ทำให้หัวใจเขาหวานล้ำ ด้วยรู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนจูบแรกให้นาง“เพ่ยเพ่ยคนดี ทำแบบนี้นะ”จูเพ่ยเพ่ยเกือบลืมหายใจเมื่อถูกจับมือไปกอบกุมของใหญ่ยาว“กำไว้เช่นนี้แล้วรูดขึ้นลง”มือเล็กกำของใหญ่รูดขึ้นลงตามคำสอน“อืมส์ แบบนั้นถูกแล้ว จากนั้น เจ้าก็ก้มลงไปเลียตรงปลาย”ไม่รู้เพราะเหตุใดเสียงของศิษย์พี่ใหญ่ยามนี้จึงมีเสน่ห์น่าหลงใหลนัก นางถึงกับขนอ่อนลุกชันยามเขากระซิบใกล้ใบหู เลือดลมทั้งร่างปั่นป่วน คล้ายว่ากลางกายสาวจะเสียวแปลบขึ้นมาอีกด้วย“เพ่ยเพ่ย อ่าส์ เลียแล้วก็อมมัน ใช้ปากอมมันรูดขึ้นลง”จูเพ่ยเพ่ยฟังแล้วทำตามอย่างแข็งขัน ศิษย์พี่ใหญ่ของนางใช้นิ้วบี้บดปลายถัน ความกระสันแล่นพล่านไปทั้งตัวปากของนางอ้ากว้างอมของแข็งขืนที่ใหญ่ยาวจนตาเหลือก อมเข้าไปได้แค่ส่วนหัวเพียงเล็กน้อยในขณะที่นิ้วศิษย์พี่บี้บดสร้างความเสียวที่ปลายถัน นางก็ห่อลิ้นด้วยความกระสัน







