LOGINจูเพ่ยเพ่ย ต้องหาผู้ที่มีเหมยรัตติกาลบนหน้าผาก มาบำเพ็ญคู่เพื่อบรรลุวิชาขั้นสูงสุด และหลุดพ้นจากความตาย เมื่อรู้ว่าบุรุษผู้นั้นที่ต้องบำเพ็ญคู่ด้วย เป็นศิษย์พี่ของตนที่ออกไปฝึกวิชานอกสำนัก นางก็อับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี ที่ไปปล่อยไก่ตัวโตให้เขาเห็นก่อนหน้า ทว่า... ถ้าฝึกวิชาไม่สำเร็จนางจะต้องตาย ดังนั้นจูเพ่ยเพ่ยจึงงัดทุกแผนเข้าหาศิษย์พี่ผู้ใสซื่อ เพื่อเอาเขามาบำเพ็ญคู่ให้ได้ และแล้วนางก็ทำสำเร็จศิษย์พี่ใหญ่ของนางติดกับแล้ว เพียงแต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าศิษย์พี่ผู้ใสซื่อของนางได้วางหมากเล่ห์กลลวงให้นางลงไปในกับดักเขาอย่างแนบเนียน
View Moreเสียงถอนหายใจยาวพรืดหลุดมาจากคนตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม หลังได้ยินอาจารย์ตะโกนเรียกตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ตะวันยังไม่โผล่ “ได้ยินแล้วเจ้าค่ะ”
ร่างบอบบางกระเด้งตัวลุกจากตั่งในห้องปรุงยา นั่งหลับตาสัปหงกร่างกายโงนเงนไปมา ก่อนจะฟุบนอนลงไปอีกครั้ง
คนตัวเล็กเพิ่งจะล้มตัวนอนไปเมื่อครู่ ก็มีคนมาปลุกทำให้นางไม่สามารถถ่างตาตื่นไหว
อาจารย์เปิดประตูเข้ามาในห้องปรุงยาเมื่อได้ยินเสียงคนตัวเล็กขานรับ “เจ้าเด็กคนนี้นี่ น่าจะหลับไปอีกแล้วล่ะ เมื่อคืนคงปรุงยาจนโต้รุ่งกว่าจะตื่นก็ตะวันโด่งตรงกบาลโน้นล่ะ อาห้าวจะให้ปลุกนางไหม”
“ไม่เป็นไรขอรับ ให้นางนอนต่อเถิด” ใบหน้าเรียบนิ่งผุดรอยยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ทว่านัยน์ตาคมกริบเอาแต่จับจ้องใบหน้าสวยหวานของร่างบางที่นอนอยู่บนตั่ง เป็นประกายแพรวพราว
เสียงพูดคุยของอาจารย์กับเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคย สร้างความรำคาญให้คนนอนจนต้องยกผ้าห่มคลุมศีรษะ เวลาเช่นนี้เป็นเวลาทองในการนอนของนาง ใครต่างก็รู้และคนในสำนักไม่เคยมีผู้ใดกล้าเข้ามารบกวน เพราะกลัวว่านางจะอาละวาด
ทว่ายามนี้เสียงที่เล็ดลอดเข้าหูพาให้จูเพ่ยเพ่ยสงสัยนัก ว่าใครกันที่ใจกล้ามารบกวนนางในยามนี้ “ใครมาเจ้าค่ะอาจารย์” น้ำเสียงงัวเงียแหบเล็กน้อย
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า” รอยยิ้มแฝงความเอ็นดูผุดขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่น เมื่อเห็นศิษย์รักคลุมโปงด้วยความรำคาญ
อาจารย์จำได้ว่าเพ่ยเพ่ยน้อยยามเด็ก ติดศิษย์พี่ใหญ่ถึงขนาดไปไหนก็ขอขี่คอไปด้วย แม้ยามหลับก็เกาะแขนศิษย์พี่ไม่ยอมปล่อย ตอนที่รู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ต้องไปฝึกบำเพ็ญบนเขา ก็ร้องไห้งอแงอยู่สามวัน นั่งซึมเหมือนคนไร้จิตวิญญาณอยู่สามเดือน
บัดนี้ศิษย์พี่ที่นางติดนักติดหนากลับมาแล้ว เขารอดูลูกศิษย์ตัวดีว่าจะมีท่าทีดีใจแบบไหนให้เห็น
มือเรียวเลิกผ้าห่มที่คลุมศีรษะลงมาไว้บริเวณอก ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นมาสู้แสงหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเบิกกว้างตื่นเต็มตา หลังเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่ทำนางอับอายขายหน้าในโรงน้ำชาเมื่อวันก่อน
ปากเรียวเล็กอ้าค้างเนิ่นนาน กว่าจะมีเสียงเล็ดลอดออกมาได้ “ปะ..ปะ..เป็นท่าน”
เขาเป็นศิษย์พี่ของข้าหรือนี่!
ในความคาดไม่ถึงแฝงไปด้วยความดีใจ เขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่นางแอบหลงรักเมื่อยามเด็ก
แต่ให้ตายเถอะ!! เป็นเขาไปได้อย่างไร เมื่อวานข้าปล่อยไก่ตัวโตให้เขาเห็นไปแล้วด้วย น่าอายชะมัดเลย
“เป็นไงหน้าตาศิษย์พี่เจ้า พอจะเข้าฮาเร็มชายงามได้ไหม”
โห!! อาจารย์ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องพูดก็ได้ไหม ถึงเพ่ยเพ่ยจะไม่เคยอายใคร แต่ขอเว้นศิษย์พี่ใหญ่รูปงามไว้สักคน
จูเพ่ยเพ่ยส่งยิ้มไร้เดียงสาที่สุดให้อาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่ ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง ลูบเช็ดน้ำลายข้างแก้มออก สภาพของนางยามนี้น่ามองเสียที่ไหน ผมเผ้ารุงรังชี้ฟู หน้าตาไม่ได้ล้าง แถมข้างแก้มยังมีคราบน้ำลายอีก
หมดกัน!
หมดกัน!!
“ศะ ศะศิษย์พี่” จูเพ่ยเพ่ยเรียกซ้ำด้วยความสุขล้น นางรู้ว่าถ้านางเรียกแบบนี้ เขาจะลงโทษนางด้วยจุมพิตกระชากวิญญาณ ที่เร่งเร้าให้กลางกายสาวนางเปียกเยิ้ม และแล้วเขาก็บดจูบนางลงมาอย่างที่คิด จุมพิตนี้เนิ่นนานหวานล้ำเป็นที่น่าพอใจ“เรียกอีกครั้ง” ตงจื่อห้าวทำหน้าขึงขัง“สามี” หญิงสาวเอ่ยพลางยกยิ้มอ่อนโยนก้มหน้าหลบสายตา“ภรรยารัก” เขาชอบที่นางเรียกว่าสามี หัวใจเขาเต้นแทบไม่เป็นจังหวะที่เห็นนางเขินอายหลบสายตา วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างบาง ก่อนจะตวัดตัวนางมานั่งบนตัก แล้วประกบเรียวปากดูดกลืนวิญญาณนางอย่างทานทนไม่ไหว“อื้อ”จูเพ่ยเพ่ยถูกมือหนาฟ้อนเฟ้นลามไล้ไปตามจุดกระสัน ทำให้ตอนนี้ร่างบอบบางสั่นระริกวาบหวาม ชุดเจ้าสาวถูกเปลืองออกอย่างรวดเร็ว นางที่ถูกฝึกฝนมาจนชำนาญ ก็เร่งปลดเปลื้องชุดเจ้าบ่าวให้พ้นจากเรือนกายกำยำเช่นกันตงจื่อห้าวซุกหน้าเขากลางอกอุ่นแล้วดูดดุนเล็มเลีย “เพ่ยเพ่ยพี่คิดถึงเจ้าแทบจะคลั่งตายแล้ว”ก่อนแต่งงานเขาไม่เคยแตะต้องนางเลยสักครั้ง ทำให้ยามนี้อารมณ์ปรารถนาลุกโชน แค่เห็นหน้านางเอ็นอุ่นของเขาก็ชี้ชันโดยไม่ต้องเล้าโลมตึก ตึก ตึก“เพ่ยเพ่ยก็คิดถึงท่านมาก” ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้
หญิงสาวยังคงยืนนิ่งสะอื้นไห้แบบไร้เสียง มือนิ่มยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหมุนตัวถลาวิ่งไปกอดคนตัวโต“คนเจ้าเล่ห์ ท่านแค่พูดตรง ๆ ข้าก็ตอบตกลงแล้วไม่รู้หรือ”คนตัวโตนิ่งค้างหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ สัมผัสอันคุ้นเคยพาให้เขากระชับกอดนางแน่นด้วยความดีใจ เขาไม่กล้าปล่อยวงแขนออก กลัวว่าหากปล่อยแล้วนางจะสลายหายไปจากอ้อมกอดเขาตลอดกาล“พี่ไม่กล้า พี่กลัวเจ้าหวาดกลัวพี่ พี่กลัวเจ้าหนีพี่ไป และที่กลัวที่สุดคือเจ้าไม่รักพี่”“แค่ก แค่ก ศิษย์พี่ เพ่ยเพ่ย หายใจ ไม่ออก” หญิงสาวเอ่ยเสียงติดขัด หากศิษย์พี่ยังรัดแน่นเช่นนี้นางคงขาดอากาศหายใจในไม่ช้าเขาก้มมองดวงหน้าเล็กที่ดูอึดอัดจะขาดใจก็คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย “เจ้ายังโกรธอยู่หรือไม่”“โกรธสิเจ้าค่ะ” หญิงสาวทำหน้าง้อก่อนจะเขย่งเท้าจุมพิตที่คางของคนตัวโต “แต่เพ่ยเพ่ยรักศิษย์พี่มากกว่า ไม่อยากให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ทำลายความสุขทั้งชีวิตของเรา”ตงจื่อห้าวส่งยิ้มละมุมให้กับคนตัวเล็ก ก่อนจะโน้มหน้ามาจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่ออย่างทะนุถนอม เนิ่นนานเขาถึงยอมผละออก “ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ นับจากนี้พี่สัญญาจะไม่ใช้เล่ห์กลใด ๆ กับเจ้าอีก พี่รักเจ้านะเพ่ยเพ่ย”“เพ
“ใช่” เสียงตอบรับของนางแผ่วเบา ไม่มีการตะคอกด่าทอ แต่กลับกดอากาศรอบตัวให้แน่นตึงจนคนตัวโตนึกหวาดกลัวเขาอยากเอ่ยคำแก้ตัว แต่ริมฝีปากกลับแข็งค้าง เขารู้ดีว่าเขาจงใจ เขาใช้เล่ห์กลเพื่อให้ได้นางมาครอบครอง เขารู้ตัวว่าเขาทำผิด ทว่าเขาก็รักนางเกินกว่าจะห้ามใจเขาไม่อยากให้นางเที่ยวไปเกี้ยวใครต่อใครอีก จึงวางกับดักให้นางเป็นฝ่ายเข้าหาเขาเรื่องตำรานั้นหลายเดือนก่อนเขาฝากศิษย์น้องในสำนักนำไปไว้ในห้องหนังสือ เพราะรู้ว่านางอยากบรรลุขั้น และเพื่อกระตุ้นนางให้เข้าหา เขาจึงเติมข้อความไปว่า ฝึกครบสามปีไม่บรรลุจะต้องตายทำให้นางนั้นติดกับเขาโดยง่าย เพราะนางฝึกมาใกล้ครบสามปีแล้ว เมื่อนางเหลือเวลาไม่กี่วันเขาก็ปรากฏตัว ควบคุมเพลิงรัตติกาลให้ส่องสว่างอย่างจงใจต่อหน้านางเขาระบุชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่มีเหมยรัตติกาลส่องสว่างกลางหน้าผาก เป็นเพราะเขาควบคุมวิชาบุปผาเพลิงได้และฝึกจนบรรลุแล้ว เพื่อไม่ให้นางตกลงบำเพ็ญกับผู้อื่น แผนนี้ของเขาลุลวงได้ผลดี แต่ทว่า...ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไร ทำให้ตอนนี้เขารักษาสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้อีก ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัว กลัวว่าจะเสียนางไป กลัวว่านางจะไม
จูเพ่ยเพ่ยหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันตาเห็น นางก้มหน้าเอียงอาย “อีกไม่นานเพ่ยเพ่ยก็จะบรรลุแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เหลือเพียงบทสุดท้ายแล้ว” เมื่อคิดถึงท่าบำเพ็ญที่ไม่เคยซ้ำกันจูเพ่ยเพ่ยก็ขนลุกขนพองขึ้นมาเอาดื้อ ๆ“เจ้าจะบรรลุได้อย่างไร วิชานี้จะต้องรับพลังปราณ จากอาจารย์เจ้าถึงจะบรรลุได้”จะเป็นไปได้อย่างไร ตำราบรรลุเพลิงอัคคีที่ศิษย์พี่ให้มา ไม่ได้บอกเรื่องพลังปราณของอาจารย์ในนั้นเลย “ขอศิษย์ดูหน่อยเจ้าค่ะ”โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ในตำราของอาจารย์ไม่มีการบรรลุขั้นด้วยวิธีพิเรนทร์เหมือนของศิษย์พี่เลย แค่อาจารย์ถ่ายปราณให้นางก็สามารถบรรลุขั้นได้แล้ว“อาจารย์ถ้าฝึกวิชานี้ให้บรรลุขั้นไม่ได้เพ่ยเพ่ยจะตายไหมเจ้าค่ะ”“จะบ้าหรือ วิชาที่อาจารย์เลือกให้ย่อมไม่มีทางทำร้ายศิษย์ มานั่งลงอาจารย์จะถ่ายปราณให้ เจ้าอยากหลอมยาขั้นหนึ่งได้มาตลอด จะได้สมปรารถนาสักที”จูเพ่ยเพ่ยนั่งลงก่อนจะหัวเราะขึ้นเบา ๆ เสียงหัวเราะแห้งผากเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกแผดเผาจนกรอบ ในอกมีบางอย่างแตกดังเปาะแม้จะพยายามควบคุมตัวเองให้มั่นคง แต่ร่างเล็กก็ยังสั่นเทา นางถูกศิษย์พี่หลอก เขาทำแบบนี้ทำไมกันยามอาจารย์ถ่ายปราณนางก็นั่งเหม่อลอย แม้จะร

















