LOGIN“อ้าวไอ้วิชญ์ มาถึงเร็วนะแก ไปๆ ไปนั่งคุยกันในบ้านก่อน เด็กๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนครับ” กีรติพูดกับลูกๆ รวมถึงวิชุตาด้วย
จิรดาจึงขอตัวพาน้องๆ เดินเข้าบ้าน อาบน้ำแต่งตัวและลงมานั่งรับประทานอาหารกันในสนามหน้าบ้านเช่นเคย วันนี้ครอบครัวของกีรติและนิดาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาจึงเฮฮามากกว่าปกติ
“ขอบใจมากนะเพื่อน ซื้ออะไรมาเยอะแยะก็ไม่รู้” กีรติตบบ่าเพื่อน
ทุกครั้งที่วิชญ์มาจากปักษ์ใต้ มักจะมีของติดไม้ติดมือมาด้วยมากมายเสมอ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาหารทะเล ทั้งปลา ปลาหมึก กุ้ง กะปิและอีกมากมายที่แปรรูปเรียบร้อยแล้ว หลายครั้งก็เป็นอาหารทะเลสดๆ ที่แช่น้ำแข็งมาอย่างดี
“ขอบใจนายกับนิมาก ดูแลหนูวิอย่างดี ดูสิ อ้วนขึ้นเยอะเลย สงสัยคงกินจุน่าดู” วิชญ์มองบุตรสาวตัวน้อยที่ออดอ้อนพ่อปีนขึ้นมานั่งบนตัก ให้ป้อนอาหารให้อย่างเอร็ดอร่อย
วิชุตาเป็นเด็กรับประทานง่ายและเข้ากับคนอื่นได้ดี ทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง
“หนูวิเปล่ากินจุนะคะ” เด็กน้อยตอบบิดา แต่ปากยังกินไม่หยุด ทำให้ทุกคนหัวเราะตาม
“ลูกนายก็เหมือนลูกฉัน อีกอย่างเราสองคนไม่ได้ดูแลหนูวิเท่าไหร่หรอก ส่วนใหญ่จะเป็นยัยจิ๊น่ะ เอาน่า... ถือว่าช่วยๆ กัน ต่อไปยัยจิ๊ไปฝึกงานปักษ์ใต้ ก็คงต้องฝากให้นายดูแลเหมือนกัน” กีรติเอ่ยฝากฝังเพื่อนรักบ้าง
หลายวันที่ได้คุยกับภรรยาทำให้กีรติคิดได้ เขาและนิดาคบและรู้จักกับวิชญ์มานาน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นก็ต้องศึกษากันอีกยาวๆ แต่คนนี้ผ่านฉลุย มีคุณสมบัติครบถ้วน ถึงจะมีเหตุผลมากมายรองรับความดีของวิชญ์ สรุปแล้วเป็นเรื่องของคนสองคนที่จะตัดสินใจ แต่สิ่งไหนที่ได้มาง่ายๆ มักไม่มีค่า เขากับภรรยาจึงต้องมีบททดสอบกันหน่อย
“ได้อยู่แล้ว ยังไงเราก็คนกันเอง ยัยหนูวิคงดีใจที่จิ๊ไปอยู่ใกล้ๆ ขนาดปิดเทอมไม่ยอมอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน กวนจะมาหาจิ๊ มาอยู่กับจิ๊” วิชญ์พูดแล้วเหลือบมองลูกสาวเพื่อนที่เงยขึ้นสบตาเขาพอดิบพอดี
จิรดารีบก้มหน้าเพราะรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ให้มีท่าทีอะไรกับเขาอีก แต่ก็อดไม่ได้เมื่อเผลอสบตาร้อนแรงคู่นั้น
“เห็นยัยจิ๊บอกว่าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน” นิดาพูดยิ้มๆ
“หมายความว่ายังไง” วิชญ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย เป็นข่าวใหม่ที่ทำให้เขาหูผึ่งไม่น้อย
“ยัยจิ๊อยากไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ ที่ปักษ์ใต้ก่อนฝึกงานจริง น่าจะหลายวันอยู่” กีรติเป็นคนเฉลย
“งั้นก็ดีสิ ไปพักที่บ้านฉันเลย จริงไหมลูก” พูดแล้วเอ่ยถามบุตรสาวบนตัก วิชุตารีบพยักหน้าเห็นด้วย
“ดีค่ะคุณพ่อ พี่จิ๊จะไปอยู่กับหนูวิที่บ้านใช่ไหมคะ เย้ๆ” คำถามของเด็กน้อยทำให้จิรดาอึกอัก เธอคิดว่าจะหลบไปเที่ยวกับเพื่อนๆ สักพักก่อนฝึกงาน จึงไม่อยากรบกวนเพื่อนบิดา
“ค่ะ” จิรดาจำใจต้องรับคำเพราะเด็กน้อยกำลังคาดหวัง จึงไม่อยากให้ผิดหวัง
“งั้นก็ดีนะ จิ๊ไปพักกับอาวิชญ์นะลูก พ่อจะได้หายห่วง” กีรติหันไปพูดกับบุตรสาวบ้าง
“อาจจะยิ่งน่าเป็นห่วง” นิดาพูดลอยๆ
“หมายความว่ายังไง” วิชญ์เอ่ยถามอย่างร้อนตัว
“ก็ยัยจิ๊อาจจะทำให้วิชญ์ปวดหัวได้” นิดาพูดแล้วหัวเราะคิก
วิชญ์สะดุ้งในคราแรกก่อนจะทำหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อน คิดว่านิดาจะพูดว่าเป็นห่วงเสียอีกที่ให้จิรดาไปอยู่กับเขาที่โน่น
“ไม่หรอก ฉันยินดีดูแลจิ๊และจะดูแลเป็นอย่างดี” วิชญ์รับคำอย่างแข็งขัน ให้เพื่อนรักทั้งสองคลายใจ
“ขอบใจนะวิชญ์” นิดาขอบคุณเพื่อน วิชญ์หลบสายตาเพื่อนผู้แสนฉลาด แต่ในเมื่อนิดาไม่พูดอะไร เขาจึงเลือกที่จะเงียบเสีย
“เดินทางไปวันไหนก็บอกแล้วกัน จะให้เด็กจัดห้องไว้ให้” วิชญ์หันไปพูดเสียงขรึมกับเด็กสาว
“ค่ะอาวิชญ์” จิรดารับคำอย่างเสียไม่ได้ จริงๆ เธอไม่น่าบอกโปรแกรมนี้กับบิดามารดาเลย ว่าอยากเที่ยวก่อนฝึกงาน เธออยากเที่ยวให้สุดมันกับเพื่อนๆ กลับต้องไปติดแหงกอยู่บ้านของวิชญ์ เธอรู้ดีว่าวิชุตาติดเธอมากและเด็กน้อยคงไม่ปล่อยให้เธอไปไหนง่ายๆ เธอไม่ได้รำคาญ แต่คิดว่าบางสถานที่ไม่สมควรพาเด็กไป
“พวกไอ้เพลิงจะเดินทางมาถึงตอนไหนล่ะ” วิชญ์เปลี่ยนเรื่องเมื่อได้รับคำตอบเป็นที่น่าพึงพอใจแล้ว เธอไปพักกับเขาล่วงหน้าก็ดีสิ จะได้สานสัมพันธ์กันก่อนที่เธอจะต้องไปฝึกงานจริงๆ
“เดี๋ยวคงมากันละ” กีรติตอบพร้อมจิบกาแฟรสชาติกลมกล่อม
“ไอ้พวกนี้แข่งกันปั๊มลูก ต่อไปฉันกับนิคงแพ้ มีลูกแค่สาม” เขาวางถ้วยกาแฟ ก่อนจะหัวเราะเมื่อนึกถึงครอบครัวของเพื่อนรัก ตอนนี้ก็เป็นฝั่งเป็นฝากันไปหมดแล้ว
“ใครบอกกันคะ ถึงเราจะอยู่รั้งท้าย วิชญ์ก็ที่โหล่ละ ลูกคนเดียว”
“ฉันไม่มีเมียนี่นิ” วิชญ์ตอบหน้าแดง พูดมาถึงตรงนี้ก็แอบมองสาวน้อยที่ลอบมองเขาอยู่ด้วยเช่นกัน เจ้าตัวรีบหลบสายตาเป็นพัลวันเมื่อเขาหันไปสบตาด้วย
“ก็หาสักคนสิวิชญ์” นิดาเอ่ยแซว
“อะไรกันสองคนนี่ เจอกันทีไรยุแต่จะให้หาเมีย” วิชญ์เฉไฉไปเรื่อย ลอบมองแก้มสาวแดงเรื่อไม่วางตา
“นิแนะนำเพื่อนๆ ให้เอาไหม รุ่นน้องก็มีเยอะ โพรไฟล์ดีๆ ทั้งนั้นเลย” ทำไมนะ จิรดารู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของมารดา เธอเกิดหวงพ่อหม้ายลูกติดอย่างวิชญ์ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ยิ่งเห็นเขายิ้มรับเธอยิ่งเม้มปากเข้าหากันอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ชิ! พอพูดถึงสาวหน้าบานเป็นกระด้งเชียวนะ หมั่นไส้คน...
“จริงๆ นะ สาวๆ ในสังกัดของนิเค้าเยอะ ถ้าแกสนใจสักคน” กีรติกระซิบกระซาบ แต่จิรดาได้ยินชัดเจน
“คุณพ่อจะมีสาวๆ เหรอคะ” เด็กน้อยที่นั่งฟังอยู่ทะลุกลางปล้องขึ้นมา ทำให้ผู้ใหญ่หัวเราะไปพร้อมๆ กัน ยกเว้นจิรดาที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“หนูวิอยากให้คุณพ่อมีสาวๆ ไหมคะ หมายถึงสาวสวยใจดี ที่จะมาเป็นคุณแม่ของหนูยังไงล่ะคะ” นิดาหันไปถามเด็กน้อย
“อยากให้มีค่ะ แต่อยากให้เป็นพี่จิ๊ค่ะ” เด็กน้อยชี้ไปที่จิรดา
“แค่กๆๆ” จิรดาที่กำลังยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มถึงกับสำลัก ไอติดกันจนหน้าแดง เผลอมองสบตาวาวหวานของวิชญ์ก็ต้องก้มหน้างุด จะมองทำไมนี่ คนเขินนะ! จิรดาคิดในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา...
“หนูวิอยากกินอะไรครับเดี๋ยวพ่อจะตักให้” คนเป็นพ่อก็กระไร ไม่แก้ตัวอะไรเลย หันไปเอาใจบุตรสาวบนตักแทน แบบนี้จะไม่ให้เธอยิ่งอายได้ยังไงเมื่อเห็นสายตาบิดามารดา ก่อนที่พวกท่านจะไม่พูดอะไรต่อ หันไปสนใจกับอาหารบ้าง นั่นแหละเธอถึงได้หายใจหายคอคล่องขึ้น
เสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนๆ บริเวณสนามหน้าบ้านหลังใหญ่ของกีรติและนิดาดังเป็นระยะๆ แขกของบ้านที่ไม่ใช่ใครอื่นใคร คือเพลิงตะวันและภรรยาพร้อมลูกน้อย วิชญ์ที่เพิ่งเดินทางมาจากภูเก็ตก่อนหน้าเพียงแค่วันเดียว ส่วนครอบครัวของกีรติและนิดาก็มีสมาชิกครบทุกคน เพราะลูกชายฝาแฝดทั้งสองมาพักกับบิดามารดา ไม่ได้พักบ้านปู่ย่าตายายเหมือนตอนเปิดเทอม
แต่ที่แปลกไปกว่าเดิมคือวันนี้ภัทรศักดิ์กับกรวิกนอกจากจะควงภรรยาฝาแฝดและลูกน้อยน่ารักมาด้วยแล้ว ยังพาหลานชายมาด้วย นัยน์ว่าอายุมากกว่าจิรดาเล็กน้อยเพราะเพิ่งเรียนจบ และกำลังจะเรียนต่อปริญญาโท โพรไฟล์ดีอย่างที่กีรติและนิดาต้องการ แถมยังยิ้มหน้าระรื่น แทบอยากจะเอาลูกสาวใส่พานยกให้เสียเลย
วิชญ์เริ่มรู้สึกเกลียดขี้หน้าเพื่อนก็วันนี้เอง มันเจ้ากี้เจ้าการพาหลานชายมาเสนอตัวให้เด็กสาวที่เขาเฝ้ามองมาหลายปีเหมือนมดแดงแฝงพวงมะม่วง
ปรับความเข้าใจกันได้ วิชญ์ก็พาภรรยากลับบ้าน พร้อมกับการต้อนรับที่ดีของครอบครัว จิรดายิ้มเขินอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ท้องลูกคนที่สองสมใจวิชญ์ที่ตั้งใจมากๆ ในช่วงฮันนีมูนสิบวันสิบคืน......ตอนพิเศษ 1...เสียงหัวเราะจากริมหาดทรายสีขาวของบ้านพักหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความสุข เพื่อนซี้ทั้งห้าคน พร้อมด้วยภรรยาเดินทางมาสังสรรค์กันที่บ้านพักของวิชญ์ที่ภูเก็ต กลิ่นอาหารทะเลหอมอบอวลพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังอย่างต่อเนื่อง“นี่ถ้าแกไม่พูดออกมาเอง ฉันไม่รู้นะโว้ยว่าแกอยากกินตับยัยจิ๊ตั้งแต่เด็ก” ภัทรศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆ ตอนนี้ทุกคนมีภรรยาและลูกกันแล้ว ไม่มีใครโสดสักคน“ที่สำคัญแกแน่มากเลยว่ะไอ้วิชญ์ ขนาดไอ้กีกับนิส่งผู้หญิงไปยั่ว แกไม่ยอมตบะแตก” กรวิกเอ่ยชมเพื่อนจากใจจริง“ถ้าเป็นแก แกตบะแตกเหรอไงวะ ที่นิเลือกมาเนื้อนมไข่ทั้งนั้นเลย” ภัทรศักดิ์แซวกรวิกวิชญ์เองก็เพิ่งรู้เรื่องที่กีรติและนิดาส่งผู้หญิงมาทดสอบใจเขาหลังจากแต่งงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำให้จิรดายิ่งมั่นใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตอนนั้นแผนของเพื่อนมันแนบเนียนมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกค้าผู้หญิงของโ
“ค่ะอาวิชญ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จิ๊อยากอยู่กับอาวิชญ์ ไม่ไปไหน”“อาก็เหมือนกัน แต่งงานกันซะทีนะจิ๊ อาแทบอดใจรอไม่ไหว” เขาลุกขึ้นนั่ง หอมแก้มสาวบางเบา มองสบตาเธออย่างเสน่หา ก่อนจะกักกอดร่างบางเอาไว้แนบอก“อาดีใจที่สุดที่จิ๊ท้อง เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” เขาวางมือที่หน้าท้องของเธอลูบไล้เบาๆ“จิ๊ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกจิ๊กำลังจะเป็นแม่คน” เธอวางมือบนหลังมือของเขาให้เขาลูบไล้เบาๆ ที่หน้าท้องนูน หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอบอุ่นวิชญ์จุมพิตที่เปลือกตาสองข้างของภรรยา กอดเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเปี่ยมสุข...บทส่งท้ายงานแต่งงานของวิชญ์กับจิรดาจัดขึ้นแบบธรรมเนียมจีน เนื่องจากครอบครัวของจิรดามีเชื้อสายจีนทั้งทางพ่อและทางแม่ แต่นิดาไม่ได้ให้ลูกๆ เรียกว่าป๊าม๊าเหมือนครอบครัวอื่น เพราะมารดาของนิดาและกีรติไม่ได้มีเชื้อสายจีน แต่เป็นลูกผสมไปทางยุโรปที่มีสายเลือดไทยอยู่ด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข ญาติๆ ของทั้งสองครอบครัวได้มารวมตัวกันคับคั่ง อีกทั้งเพื่อนๆ ที่สนิทๆ มาช่วยงานอย่างแข็งขัน จนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเหล่าพนักงานต่างกล่าวขอโทษจิรดากันใหญ่หลังจากมาช่วยงานแต่งแ
“พวกคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าน่าจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดจาพร่ำเพรื่อไร้สาระ ไม่ใช่เรื่องจริงก็เอามาพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทำให้คนอื่นเสียหาย ทุกข์ใจ อยู่ในสังคมไม่ได้ พวกคุณไม่มีจิตสำนึกของการคิดก่อนที่จะพูดบ้างหรือยังไงกัน แล้วถ้ากลับกันล่ะ คุณไม่ได้ทำความผิด แล้วมีคนมากล่าวหาคุณ พูดจาเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือ ให้ข่าวลือแพร่สะบัดไปต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำ แต่ทุกคนเชื่อว่าคุณทำความผิดนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครสนใจจะถามคุณสักคำว่าคุณทำจริงหรือเปล่า หรือพอคุณพูดไปก็หาว่าแก้ตัว คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง” ทุกคนเงียบกริบ ได้แต่เม้มปากสำนึกผิดจริงๆ“เกิดมาเป็นมนุษย์เขาบอกว่าประเสริฐกว่าสัตว์ ผมอยากจะให้พวกคุณใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนรับฟังอะไร เรื่องบางเรื่องอาจจะน่าเชื่อถือ อาจจะน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็อย่าเพิ่งเชื่อ เรื่องบางเรื่องโกหกเขาเอามาสร้างให้เป็นเรื่องจริงคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ แต่นี่เรื่องไร้สาระที่ได้ยินมาผิดๆ เอามาเล่า พูดสาดเสียเทเสีย ใส่สีตีไข่เอามันเอาสนุก ถ้าผมมีพนักงานแบบนี้อยู่ในโรงแรม ผมคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่า... จะยังจ้างพวกคุณอยู่อ
“ขอบใจมากจ้ะชัย จิ๊ไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบๆ หน้ามืดน่ะจ้ะ” จิรดารีบกล่าวขอบใจ เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างสุภาพ เขาเป็นนักศึกษาฝึกงานต่างมหาวิทยาลัยคล้ายๆ กับเธอ“แน่ใจนะจิ๊ เราเห็นเธอหน้าซีดมาก หมู่นี้ก็ไม่สบายบ่อยด้วย”“ชัยรู้ได้ยังไงว่าจิ๊ไม่สบายบ่อย” จิรดาถามอย่างแปลกใจ สูดยาดมติดๆ กันเพราะรู้สึกตาลายหนักขึ้นไปอีก“ก็ชัยแอบชอบจิ๊ไง ชัยก็เลยสนใจเรื่องของจิ๊ทุกเรื่อง” ธวัชชัยคิดว่าจวนจะฝึกงานเสร็จแล้ว เขาอยากสานความสัมพันธ์กับหญิงสาวต่อหลังจากนี้ เธอมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมายปอง อันนี้เขารู้เพราะได้ยินหลายคนพูดถึงเธอ แต่หญิงสาวไม่เปิดใจรับใคร หรือให้ความสนิทสนมกับใคร ผู้ชายทุกคนจึงยังมีความหวัง รวมถึงเขาด้วย“คือว่าจิ๊...” จิรดาอึกอักพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนอีกรอบ“จิ๊รับชัยไว้พิจารณาหน่อยนะครับ เฮ้ย!” ธวัชชัยร้องอย่างตกใจเมื่อหญิงสาวอาเจียนใส่เขาเต็มๆ“อุ๊บ แหวะ!” จิรดาอาเจียนออกมาเต็มๆ เลอะเสื้อของชายหนุ่มจนหมด เธอรีบขอโทษขอโพย พอลุกขึ้นก็หน้ามืด เป็นลมไปอีกรอบคราวนี้เรื่องใหญ่เพราะธวัชชัยทั้งตกใจ และมีพนักงานโรงแรมคนอื่นมาเห็
“อืม...” วิชญ์ก้มลงไปบดปากกับริมฝีปากสวยหวาน เขาดูดลิ้นเชยชิมรสชาติคุ้นเคยที่น่าอภิรมย์ด้วยความชำนาญในเพลงรักจิรดาเสียวซ่านทั้งโดนดูดปาก ทั้งแก่นกายใหญ่ที่เสียดสีผลักดันเข้ามาในกายจนถูไถกับเม็ดมณีแดงฉ่ำสั่นระริก เนินสาวเปียกลู่ด้วยหยาดน้ำหวานจนเส้นไหมสีอ่อนหวานแนบชิดกับนวลเนื้อยุ่งเหยิง ปลายถันถูกมือหนาขยำสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงก่อเกิดความเสียวซ่าน จนเธอต้องเผยอปากร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องวิชญ์วนเวียนริมฝีปากจากอกขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและกวาดตวัดเข้าไปในโพรงปากอุ่มนุ่ม ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาสาวน้อยโต้ตอบ ตวัดลิ้นนุ่มไปรับกับลิ้นสากร้อนของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบหนักถี่ขึ้น เนื้อตัวอ่อนแรงแทบทรุดแต่เขาพยุงเอาไว้เพื่อสอดกระแทกกายในร่างเธออย่างต่อเนื่องเสียงเนื้อกายกระทบกันลั่นห้องน้ำพร้อมกับเสียงหยาดน้ำหวานที่ไหลซึมออกมาชโลมแก่นกายชายก้องหูจนกายชายหญิงร้อนผ่าว“อา...” จิรดาร้องไม่เป็นภาษา เต้าอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกดบีบเคล้นของอุ้งมือใหญ่ เขาและเธอยังคงบดปากแลกลิ้นไม่หยุดหย่อน เพื่อเร่งเร้าอารมณ์กระสันซ่านให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งที่เธอต้องเอียง
จิรดาตะครุบมือเอาไว้ หัวเราะคิกๆ ด้วยความจั๊กจี้ แต่ยังแข็งใจปรามเขาเอาไว้เพราะสายมากแล้ว“พอแล้วค่ะอาวิชญ์ สายแล้วนะคะ”“สายก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ วันนี้วันหยุด”“แต่หนูวิ”“หนูวิเหรอครับ มีคนดูแลแล้ว” เขาไม่ได้บอกว่าอดีตพ่อตามารับไปเล่นที่บ้านเพราะตายายคิดถึงหลานสาว“หือ... เจ้าเล่ห์” เธอเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้น เนื่องจากโดนกักเอาไว้ใต้ร่าง“อาหิว” เขากระซิบอ้อนที่ริมหู“จิ๊ก็หิวเหมือนกันค่ะอาวิชญ์ งั้นต้องลุกได้แล้วค่ะ จะได้ไปทำอาหารกินกัน” เธอรีบหาทางเอาตัวรอด แต่สายตาวิบวับนั้นทำให้จิรดาเข่าอ่อน แทบหนีลงจากเตียงไม่ไหว“อากินจิ๊ จิ๊กินอา เราจะได้อิ่มเสมอกัน”“หือ... ไม่เอาแล้วค่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง แต่ในสายตาของเขาช่างแสนเซ็กซี่นัก“งั้นไปอาบน้ำกันครับที่รัก จะได้หายเหนื่อย กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบ”“ก็ดีค่ะ งั้นจิ๊ขออาบก่อนนะคะ”“อาบพร้อมกันดีกว่าครับจิ๊ จะได้ประหยัดเวลา”“อือ... อาวิชญ์เจ้าเล่ห์อีกแล้ว ถ้าอาบน้ำพร้อมกันไม่ใช่จะประหยัดเวลาน่ะสิคะ จะยิ่งเสียเวลา”“คิดอะไรอยู่นี่เด็กหื่น อายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็คิดไปไกลซะแล้ว เอ... เราจะทำอะไรกันดี”“หือ... ไม่







