로그인“พ่อก็ว่าดีนะจิ๊ เลือกเอาสักคนสิลูก มีผู้ชายดีๆ มาชอบจิ๊ตั้งเยอะแยะ เลือกมากไม่ดีนะครับ เดี๋ยวลูกสาวพ่อขึ้นคานจริงๆ จะแย่” กีรติผสมโรงกับภรรยา
“อายุมากขึ้นมีลูกยากด้วย ไม่ปลอดภัย แต่งงานตั้งแต่เด็กๆ มีลูกทันใช้” นิดาก็เอากับสามี
“คุณพ่อคุณแม่ขี้เกียจเลี้ยงจิ๊แล้วเหรอคะ ถึงผลักไสไล่ส่งจิ๊แบบนี้” จิรดาตาแดงๆ ทำท่าจะร้องไห้
“โตแล้วเลี้ยงตัวเองบ้างสิจ๊ะ” นิดาพูดหน้าตาขึงขัง
“คุณพ่อกับคุณแม่มีเงินตั้งเยอะแยะ จิ๊ไม่ได้กินจุนะคะ ทำไมต้องขับไล่ไสส่งจิ๊ไปแต่งงานด้วย” จิรดาทำท่าจะร้องไห้ วิชญ์ยิ่งขบกรามขึ้นสัน รู้สึกไม่ชอบใจคำพูดของเพื่อนรักทั้งสอง
“เงินพ่อแม่หามาเอาไว้ใช้ตอนแก่ ไม่ใช่ให้ลูกเสียหน่อยนี่คะ” นิดาตอบหน้าตาย ไม่สนใจว่าลูกกำลังจะร้องไห้ จิรดาน้อยใจเสียใจ ปกติบิดามารดาไม่เคยพูดให้เธอเสียใจแบบนี้มาก่อน แถมยังพูดต่อหน้าคนอื่น เธอเลยรู้สึกอายที่ไม่เป็นที่ต้องการ
“ถ้าแกสองคนไม่อยากเลี้ยงจิ๊ ฉันเลี้ยงเองก็ได้” วิชญ์ยืดอกรับเสียงขึงขังอย่างเผลอตัว
“ในฐานะอะไรเหรอวิชญ์” นิดารุกต้อน วิชญ์อึ้งไป กำลังตัดสินใจจะพูดออกไปตรงๆ เพราะเขาไม่ยอมให้สาวน้อยที่เขาหมายตาโดนคาบไปง่ายๆ แน่นอน แต่จิรดาดันพูดออกมาเสียก่อน
“เดี๋ยวนี้ผู้หญิงแต่งงานตอนอายุเยอะๆ นะคะ เพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้ไม่ดี ไว้ใจไม่ได้ ถ้าแต่งไปแล้วเครียดแล้วทุกข์จะแต่งไปทำไมคะ”
“ก็ต้องเลือกที่ดีสิคะลูก ไม่ดีไปเลือกทำไม แต่คนเราต้องเรียนรู้ชีวิต เจอหมดทั้งทุกข์ทั้งสุข”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะแม่ว่าดีหรือไม่ดี ตอนคบกันแรกๆ ก็แสดงด้านดีออกมาทั้งนั้นละคะ”
“ก็ต้องศึกษากันก่อนสิคะ หนูเล่นไม่เปิดรับใครเลย พอแก่ตัวไปจะไปศึกษาทันได้ไง แก่มีลูกไม่ได้ ผู้ชายก็ทิ้ง” นิดาพูดจริงจังอีก จิรดาหน้างอเหมือนจะร้องไห้
“ทำไมต้องไปบีบบังคับลูกด้วยล่ะนิ ลูกยังไม่อยากแต่งงานมีแฟนก็ดีแล้ว ถ้าเป็นลูกฉัน อยู่กับฉันไปนานๆ เลยยิ่งดี” วิชญ์เข้าข้างจิรดา เด็กสาวยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ
กีรติกับนิดาลอบยิ้ม อีกคนก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทน อีกคนก็ยังไม่อยากมีแฟน สองคนนี้น่าแกล้งให้เข็ดนัก
“เดี๋ยวนี้ผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงค่ะแม่ ถ้าผู้หญิงไม่แต่งงานก็ไม่เห็นจะแปลก” จิรดาพูดด้วยเหตุผลแต่ใบหน้ายังงอไม่เลิก
“คิดอย่างนั้นได้ยังไงลูก เดี๋ยวนี้ใครดีใครได้นะคะ ถ้าอยากได้ผู้ชายดีๆ ก็ต้องช่วงชิงมาเป็นของเราค่ะ เคยได้ยินไหมคะจิ๊ อยากได้ต้องแย่งชิง”
“ดูอาพราวสิคะ ไม่เห็นแต่งงานยังอยู่ได้เลย” จิรดาหมายถึงพราวตะวันน้องสาวคนเดียวของเพลิงตะวันที่ครองตัวเป็นโสดไม่ยอมแต่งงานแต่งการไปกับผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น
“นินี่ยังไง หัดให้ลูกแย่งผู้ชาย” วิชญ์นั่งแทบไม่ติดเมื่อได้ยินเพื่อนพูดออกมาเช่นนั้น
“เปล่าเสียหน่อยวิชญ์ นิแค่อยากให้ลูกเปิดใจบ้าง แกปิดเงียบไม่สนใจผู้ชายเลย เป็นพวกผิดเพศหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“จิ๊เปล่านะคะ” จิรดารีบส่ายหน้าไปมาไม่รู้ตัวสักนิดว่าโดนแกล้ง
“พอแล้วนิ เราค่อยหาผู้ชายดีๆ มาให้ลูกเราดูตัวก็ยังไม่สาย ลูกก็เปิดใจรับสิไม่เห็นจะยาก” กีรติลูบศีรษะบุตรสาวโยกไปมาอย่างเอ็นดู จิรดาหน้างอ ไม่อยากโต้เถียงกับบิดามารดาอีก
วิชญ์มองหน้าเด็กสาวที่หมายปองแล้วหน้าบึ้งโดยไม่รู้ตัว จิรดาเผลอมองสบตาเพื่อนบิดามารดาแล้วหลบวูบอีกรอบ แล้วทำไมเขาต้องทำหน้าโกรธเธอขนาดนั้นด้วย เธอยังไม่ได้รับปากอะไรใครเสียหน่อยว่าจะแต่งงาน ชิ! ทำหน้ายังกะยักษ์ พ่อแม่ก็กะไร จู่ๆ ก็มาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าแขก แถมยังจะพาผู้ชายมาให้เธอดูตัว
เฮ้ย! นั่นเค้าใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไป ใช้กับผู้ชายได้ด้วยเหรอ...
อาจเพราะเป็นช่วงปิดเทอม จึงเรียกได้ว่าวิชุตาเกาะติดจิรดาหนึบไม่ยอมไปไหน และหญิงสาวก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่รู้สึกว่ามีน้องน้อยเพิ่มมาอีกคนเท่านั้น แม้วิชญ์บอกว่าจะพักอยู่กรุงเทพฯ จนเพื่อนๆ เดินทางมาจากภาคต่างๆ แต่เพราะติดธุระสำคัญ จึงต้องเดินทางกลับปักษ์ใต้ไปอย่างกะทันหันและจะกลับมารับบุตรสาวอีกครั้งก่อนเปิดเทอม ซึ่งก็กะล่วงหน้าไว้หลายวัน ไม่ใช่มารับกะทันหันปุ๊บปั๊บ
เด็กน้อยวิชุตาตามติดจิรดามากกว่าคนเป็นพ่อ แถมเมื่อบิดาชวนกลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ จนวิชญ์เคลียร์งานเสร็จก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อมารับบุตรสาวและสังสรรค์กับเพื่อนๆ หลังจากเคลียร์งานลงตัวมีเวลาตรงกันเสียที เสียงหัวเราะเฮฮาที่ดังมาจากสระน้ำทำให้ชายหนุ่มชะงักแล้วเดินไปตามเสียงนั้น เขาเห็นบุตรสาวกำลังว่ายน้ำเล่นอยู่กับจิรดาและน้องชายฝาแฝดทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน
“พี่จิ๊อย่าหนีสิ” ได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องมาจากสระน้ำ
ในขณะที่จิรดาปีนหนีขึ้นมาบนสระ วิชญ์ถึงกับนิ่งขึง ตกตะลึงเมื่อเผลอมองสำรวจรูปร่างของสาวน้อยที่สวมใส่ชุดว่ายน้ำอวดสัดส่วนยวนตา เธอไม่ได้สวมใส่บิกินี่เซ็กซี่เหมือนสาวๆ ที่เขาเคยเห็นบ่อยๆ แค่ชุดว่ายน้ำเป็นกระโปรงระบายสีสันสดใสสมวัย ดูมิดชิดมากกว่าที่สาวๆ ชอบใส่เสียอีก แต่ในความรู้สึกของเขามันเซ็กซี่เหลือร้าย
“คุณพ่อขา... คุณพ่อมาแล้วเหรอคะ” เสียงของบุตรสาวทำให้เขาสะดุ้ง รีบละสายตาจากสาวน้อยจิรดา ทุกคนหันมามองก่อนจะยกมือไหว้เขา จนเขารับไหว้แทบไม่ทัน
วิชญ์กระแอมเบาๆ เรียกสติตัวเองกลับมา จิรดากระโดดลงสระอีกรอบ เธอลงไปลอยคอใกล้ๆ กับน้องๆ สายตาที่มองเขาเพียงแค่เคารพนับถือเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งเท่านั้น สายตาเขินอายเหมือนเมื่อหลายวันก่อนที่เธอเคยมีให้เขาจางหายไปแล้ว นั่นทำให้วิชญ์ใจเสียไม่น้อย หรือเธอจะคิดว่าเขาเป็นตาแก่ เป็นเพื่อนพ่อแม่เหมือนเดิมซะแล้ว สิ่งที่เขาทำไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวมากไปกว่านี้ แต่เขานี่สิ คิดอะไรเกินเลยกับลูกสาวเพื่อนจนกู่ไม่กลับ
“เล่นน้ำกันอยู่เหรอหนูวิ” เขาเดินไปนั่งยองๆ ข้างสระ ก่อนจะเอ่ยถามบุตรสาว สายตาอดจะเหลือบไปมองลูกสาวเพื่อนเสียไม่ได้
“ใช่ค่ะคุณพ่อ สนุกๆ มากเลยค่ะ”
“พ่อจะมารับกลับบ้านนะครับ หนูต้องเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมนะครับ” แม้จะอีกหลายวันก่อนเปิดเทอม เขาก็อยากพาลูกกลับ เนื่องจากเกรงใจเพื่อนอยู่เหมือนกันที่มารบกวนบ่อยๆ ถึงแม้จะเป็นแผนการก็เถอะ
“หนูวิอยากอยู่กับพี่จิ๊ก่อนนี่คะ” เด็กน้อยเสียงหงอยทันที
“เดี๋ยวพี่จิ๊ก็ไปอยู่กับเราที่ภูเก็ตครับหนูวิ ต่อไปได้เจอกันทุกวัน ทิ้งพ่อไว้ที่ปักษ์ใต้คนเดียว ไม่คิดถึงกันเลยเหรอครับ งอนแล้วนะ” วิชญ์พูดกับบุตรสาวอย่างเอ็นดู
“ก็ได้ค่ะ คุณพ่ออย่างอนหนูวินะคะ อุ้มๆ ค่ะ” เด็กน้อยยื่นมือให้บิดาอุ้มเพื่อยกขึ้นจากสระ
วิชญ์ยื่นมือไปดึงรักแร้ของบุตรสาวขึ้นมา เขาไม่ได้สนใจว่าเสื้อผ้าของตัวเองจะเปียกตามไปหรือเปล่า เพราะความคิดถึงลูก อยากกอดอยากหอมด้วยความรัก วิชญ์จัดการห่อบุตรสาวด้วยผ้าเช็ดตัวผืนหนา หอมแก้มซ้ายขวาด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
“หนูก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ อย่างอนนะคะ” เด็กน้อยหอมแก้มตอบกลับ
สามพี่น้องในสระจึงขึ้นจากสระตามมา จิรดารีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมใส่ แม้ชุดว่ายน้ำจะไม่โป๊มากนักแต่รู้สึกอายเมื่อเห็นสายตาของวิชญ์มองมาหลายครั้ง แม้เขาจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นเพื่อนบิดามารดาอีกด้วย แต่เขาก็คือผู้ชายที่ยังหนุ่มแน่น สายตาของเขาทำให้เธอต้องหลบหน้างุดอยู่หลายครั้งเมื่อเผลอมองสบ
หลายวันที่วิชญ์กลับปักษ์ใต้ไป เธอทบทวนดูแล้ว คิดว่าไม่ควรหวั่นไหวกับสิ่งที่เขาแสดงออก บางทีเขาเองก็แค่เอ็นดูเธอเหมือนลูกหลาน ไม่ได้คิดอะไรอย่างที่เธอบ้าบอไปเอง ดังนั้นเธอควรจะทำตัวเป็นเด็กที่ดีในสายตาผู้ใหญ่ถึงจะถูก
ปรับความเข้าใจกันได้ วิชญ์ก็พาภรรยากลับบ้าน พร้อมกับการต้อนรับที่ดีของครอบครัว จิรดายิ้มเขินอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ท้องลูกคนที่สองสมใจวิชญ์ที่ตั้งใจมากๆ ในช่วงฮันนีมูนสิบวันสิบคืน......ตอนพิเศษ 1...เสียงหัวเราะจากริมหาดทรายสีขาวของบ้านพักหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความสุข เพื่อนซี้ทั้งห้าคน พร้อมด้วยภรรยาเดินทางมาสังสรรค์กันที่บ้านพักของวิชญ์ที่ภูเก็ต กลิ่นอาหารทะเลหอมอบอวลพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังอย่างต่อเนื่อง“นี่ถ้าแกไม่พูดออกมาเอง ฉันไม่รู้นะโว้ยว่าแกอยากกินตับยัยจิ๊ตั้งแต่เด็ก” ภัทรศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆ ตอนนี้ทุกคนมีภรรยาและลูกกันแล้ว ไม่มีใครโสดสักคน“ที่สำคัญแกแน่มากเลยว่ะไอ้วิชญ์ ขนาดไอ้กีกับนิส่งผู้หญิงไปยั่ว แกไม่ยอมตบะแตก” กรวิกเอ่ยชมเพื่อนจากใจจริง“ถ้าเป็นแก แกตบะแตกเหรอไงวะ ที่นิเลือกมาเนื้อนมไข่ทั้งนั้นเลย” ภัทรศักดิ์แซวกรวิกวิชญ์เองก็เพิ่งรู้เรื่องที่กีรติและนิดาส่งผู้หญิงมาทดสอบใจเขาหลังจากแต่งงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำให้จิรดายิ่งมั่นใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตอนนั้นแผนของเพื่อนมันแนบเนียนมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกค้าผู้หญิงของโ
“ค่ะอาวิชญ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จิ๊อยากอยู่กับอาวิชญ์ ไม่ไปไหน”“อาก็เหมือนกัน แต่งงานกันซะทีนะจิ๊ อาแทบอดใจรอไม่ไหว” เขาลุกขึ้นนั่ง หอมแก้มสาวบางเบา มองสบตาเธออย่างเสน่หา ก่อนจะกักกอดร่างบางเอาไว้แนบอก“อาดีใจที่สุดที่จิ๊ท้อง เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” เขาวางมือที่หน้าท้องของเธอลูบไล้เบาๆ“จิ๊ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกจิ๊กำลังจะเป็นแม่คน” เธอวางมือบนหลังมือของเขาให้เขาลูบไล้เบาๆ ที่หน้าท้องนูน หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอบอุ่นวิชญ์จุมพิตที่เปลือกตาสองข้างของภรรยา กอดเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเปี่ยมสุข...บทส่งท้ายงานแต่งงานของวิชญ์กับจิรดาจัดขึ้นแบบธรรมเนียมจีน เนื่องจากครอบครัวของจิรดามีเชื้อสายจีนทั้งทางพ่อและทางแม่ แต่นิดาไม่ได้ให้ลูกๆ เรียกว่าป๊าม๊าเหมือนครอบครัวอื่น เพราะมารดาของนิดาและกีรติไม่ได้มีเชื้อสายจีน แต่เป็นลูกผสมไปทางยุโรปที่มีสายเลือดไทยอยู่ด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข ญาติๆ ของทั้งสองครอบครัวได้มารวมตัวกันคับคั่ง อีกทั้งเพื่อนๆ ที่สนิทๆ มาช่วยงานอย่างแข็งขัน จนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเหล่าพนักงานต่างกล่าวขอโทษจิรดากันใหญ่หลังจากมาช่วยงานแต่งแ
“พวกคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าน่าจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดจาพร่ำเพรื่อไร้สาระ ไม่ใช่เรื่องจริงก็เอามาพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทำให้คนอื่นเสียหาย ทุกข์ใจ อยู่ในสังคมไม่ได้ พวกคุณไม่มีจิตสำนึกของการคิดก่อนที่จะพูดบ้างหรือยังไงกัน แล้วถ้ากลับกันล่ะ คุณไม่ได้ทำความผิด แล้วมีคนมากล่าวหาคุณ พูดจาเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือ ให้ข่าวลือแพร่สะบัดไปต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำ แต่ทุกคนเชื่อว่าคุณทำความผิดนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครสนใจจะถามคุณสักคำว่าคุณทำจริงหรือเปล่า หรือพอคุณพูดไปก็หาว่าแก้ตัว คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง” ทุกคนเงียบกริบ ได้แต่เม้มปากสำนึกผิดจริงๆ“เกิดมาเป็นมนุษย์เขาบอกว่าประเสริฐกว่าสัตว์ ผมอยากจะให้พวกคุณใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนรับฟังอะไร เรื่องบางเรื่องอาจจะน่าเชื่อถือ อาจจะน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็อย่าเพิ่งเชื่อ เรื่องบางเรื่องโกหกเขาเอามาสร้างให้เป็นเรื่องจริงคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ แต่นี่เรื่องไร้สาระที่ได้ยินมาผิดๆ เอามาเล่า พูดสาดเสียเทเสีย ใส่สีตีไข่เอามันเอาสนุก ถ้าผมมีพนักงานแบบนี้อยู่ในโรงแรม ผมคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่า... จะยังจ้างพวกคุณอยู่อ
“ขอบใจมากจ้ะชัย จิ๊ไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบๆ หน้ามืดน่ะจ้ะ” จิรดารีบกล่าวขอบใจ เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างสุภาพ เขาเป็นนักศึกษาฝึกงานต่างมหาวิทยาลัยคล้ายๆ กับเธอ“แน่ใจนะจิ๊ เราเห็นเธอหน้าซีดมาก หมู่นี้ก็ไม่สบายบ่อยด้วย”“ชัยรู้ได้ยังไงว่าจิ๊ไม่สบายบ่อย” จิรดาถามอย่างแปลกใจ สูดยาดมติดๆ กันเพราะรู้สึกตาลายหนักขึ้นไปอีก“ก็ชัยแอบชอบจิ๊ไง ชัยก็เลยสนใจเรื่องของจิ๊ทุกเรื่อง” ธวัชชัยคิดว่าจวนจะฝึกงานเสร็จแล้ว เขาอยากสานความสัมพันธ์กับหญิงสาวต่อหลังจากนี้ เธอมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมายปอง อันนี้เขารู้เพราะได้ยินหลายคนพูดถึงเธอ แต่หญิงสาวไม่เปิดใจรับใคร หรือให้ความสนิทสนมกับใคร ผู้ชายทุกคนจึงยังมีความหวัง รวมถึงเขาด้วย“คือว่าจิ๊...” จิรดาอึกอักพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนอีกรอบ“จิ๊รับชัยไว้พิจารณาหน่อยนะครับ เฮ้ย!” ธวัชชัยร้องอย่างตกใจเมื่อหญิงสาวอาเจียนใส่เขาเต็มๆ“อุ๊บ แหวะ!” จิรดาอาเจียนออกมาเต็มๆ เลอะเสื้อของชายหนุ่มจนหมด เธอรีบขอโทษขอโพย พอลุกขึ้นก็หน้ามืด เป็นลมไปอีกรอบคราวนี้เรื่องใหญ่เพราะธวัชชัยทั้งตกใจ และมีพนักงานโรงแรมคนอื่นมาเห็
“อืม...” วิชญ์ก้มลงไปบดปากกับริมฝีปากสวยหวาน เขาดูดลิ้นเชยชิมรสชาติคุ้นเคยที่น่าอภิรมย์ด้วยความชำนาญในเพลงรักจิรดาเสียวซ่านทั้งโดนดูดปาก ทั้งแก่นกายใหญ่ที่เสียดสีผลักดันเข้ามาในกายจนถูไถกับเม็ดมณีแดงฉ่ำสั่นระริก เนินสาวเปียกลู่ด้วยหยาดน้ำหวานจนเส้นไหมสีอ่อนหวานแนบชิดกับนวลเนื้อยุ่งเหยิง ปลายถันถูกมือหนาขยำสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงก่อเกิดความเสียวซ่าน จนเธอต้องเผยอปากร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องวิชญ์วนเวียนริมฝีปากจากอกขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและกวาดตวัดเข้าไปในโพรงปากอุ่มนุ่ม ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาสาวน้อยโต้ตอบ ตวัดลิ้นนุ่มไปรับกับลิ้นสากร้อนของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบหนักถี่ขึ้น เนื้อตัวอ่อนแรงแทบทรุดแต่เขาพยุงเอาไว้เพื่อสอดกระแทกกายในร่างเธออย่างต่อเนื่องเสียงเนื้อกายกระทบกันลั่นห้องน้ำพร้อมกับเสียงหยาดน้ำหวานที่ไหลซึมออกมาชโลมแก่นกายชายก้องหูจนกายชายหญิงร้อนผ่าว“อา...” จิรดาร้องไม่เป็นภาษา เต้าอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกดบีบเคล้นของอุ้งมือใหญ่ เขาและเธอยังคงบดปากแลกลิ้นไม่หยุดหย่อน เพื่อเร่งเร้าอารมณ์กระสันซ่านให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งที่เธอต้องเอียง
จิรดาตะครุบมือเอาไว้ หัวเราะคิกๆ ด้วยความจั๊กจี้ แต่ยังแข็งใจปรามเขาเอาไว้เพราะสายมากแล้ว“พอแล้วค่ะอาวิชญ์ สายแล้วนะคะ”“สายก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ วันนี้วันหยุด”“แต่หนูวิ”“หนูวิเหรอครับ มีคนดูแลแล้ว” เขาไม่ได้บอกว่าอดีตพ่อตามารับไปเล่นที่บ้านเพราะตายายคิดถึงหลานสาว“หือ... เจ้าเล่ห์” เธอเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้น เนื่องจากโดนกักเอาไว้ใต้ร่าง“อาหิว” เขากระซิบอ้อนที่ริมหู“จิ๊ก็หิวเหมือนกันค่ะอาวิชญ์ งั้นต้องลุกได้แล้วค่ะ จะได้ไปทำอาหารกินกัน” เธอรีบหาทางเอาตัวรอด แต่สายตาวิบวับนั้นทำให้จิรดาเข่าอ่อน แทบหนีลงจากเตียงไม่ไหว“อากินจิ๊ จิ๊กินอา เราจะได้อิ่มเสมอกัน”“หือ... ไม่เอาแล้วค่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง แต่ในสายตาของเขาช่างแสนเซ็กซี่นัก“งั้นไปอาบน้ำกันครับที่รัก จะได้หายเหนื่อย กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบ”“ก็ดีค่ะ งั้นจิ๊ขออาบก่อนนะคะ”“อาบพร้อมกันดีกว่าครับจิ๊ จะได้ประหยัดเวลา”“อือ... อาวิชญ์เจ้าเล่ห์อีกแล้ว ถ้าอาบน้ำพร้อมกันไม่ใช่จะประหยัดเวลาน่ะสิคะ จะยิ่งเสียเวลา”“คิดอะไรอยู่นี่เด็กหื่น อายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็คิดไปไกลซะแล้ว เอ... เราจะทำอะไรกันดี”“หือ... ไม่







